หน้าเว็บ

nichkhun

nichkhun
You are my sunshine

วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

Fic TaecSu or TaecKhun : SF - Old Boy

Warning : ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมาเท่านั้นโปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน

ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูห้อง ทำให้ผมที่กำลังนั่งอยู่หน้าคีย์บอร์ด เพื่อเตรียมจะแต่ง
เพลงต้องชะงัก แต่ไอ้คนเคาะ มันก็เหมือนเคาะไปงั้นๆ เพราะผมไม่ทันจะ
บอกให้เข้ามาได้ อดีตรูมเมทผมก็เปิดประตูเดินหน้าตึงเข้ามา หน้าที่งอง้ำ
ทำให้ผมที่กำลังจะอ้าปากด่ามัน ชะงักทันที
 
อ๊ค แทคยอน สัญลักษณ์ไอดอลสัตว์ป่า ของวง ที่วันนี้สวมเเสื้อยืดสีขาวไร้
ลวดลายแนบกระชับไปกับกล้ามอกแกร่ง กางเกงยีนส์สีซีดพอดีตัวเน้น
ขายาวใหญ่แข็งแรง  ผมสีดำสนิทค่อนข้างยาวปรกหน้าผากกว้าง ดวงตา
คมกริบ จมูกโด่งคมสัน ริมฝีปากหยักได้รูป รับกับคางแข็งแรง
 
ทั้งหุ่น ทั้งใบหน้าคมเข้มที่ ผู้ชายคนไหนเห็นก็ต้องอิจฉา ผู้หญิงพบก็ต้อง
เหลียวหลังมองจนคอแทบหัก
 
คนที่เหมือนมีพลังชีวิตเหลือเฟือ กระดี้ กระด้า ลั่นล้า ร่าเริง ได้ตลอด ถ้า
เจ้าตัวไม่ง่วงนอนซะก่อน คนที่เป็นเหมือน Mood Maker ประจำวง แต่
ตอนนี้กลับทำหน้าหงิก ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนที่จะล้มตัวลงไปนอน
หงายบนเตียงนอนสุดหรูของผม ผมก็ว่าเตียงผมก็ใหญ่อยู่น้า แต่พอไอ้
เพื่อนตัวดีมันนอนลงไป ก็เหมือนเตียงผมเล็ก แคบลงทันตา   
 
ผมมองคนที่นอนเงยหน้าจ้องไปที่เพดานห้องผมเหมือนกับจะหาจิ้งจก
ตุ๊กแก มากินหรือไงก็ไม่รู้ อยู่เนิ่นนาน โดยที่ไม่พูดไม่จา
สุดท้ายเป็นผมเองที่ทนไม่ได้เลยต้องไถลล้อเก้าอี้ไปใกล้เตียง
 
เป็นอะไรวะแทค
 
เปล่า
 
คำตอบห้วนสั้น ที่ตรงข้ามกับอาการของเจ้าของเสียง ทำให้ผมต้องขมวด
คิ้ว  
 
ไม่ได้เป็นอะไร แกก็กลับไปนอนที่ห้องแกสิวะ ผมละอยากจะพูด
ออกไปอย่างนี้จริง จริ๊ง แต่ด้วยความเป็นเพื่อนที่แสนดีผมเลยต้องทำใจ
เย็นตะล่อมถามอีกครั้ง
 
ไม่สบายใจอะไรหรือเปล่า
 
เปล่า
 
เอิ่มมม งั้นก็เรื่องของมรึงเหอะ ตรูไม่สนแล้ว อยากจะนอนแห้งเหี่ยวเฉา
ตายบนเตียงผมก็นอนไป ไว้ผมง่วงแล้วค่อยไล่มันออกจากห้องแล้วกัน
 
พอผมจะเลิกสนใจ  มันก็กลับเปลี่ยนมานอนตะแคง มือใหญ่เท้าหัวโตๆ
ก่อนที่จะเงยหน้ามามองผม หน่วยตาใหญ่ยาวที่มักสะท้อนความรื่นรมย์ใน
ใจเสมอ แต่ตอนนี้กลับมีแววหมองๆหม่นๆ พลอยให้หัวใจผมกระตุกวูบไป
ด้วย
 
แทค เป็นอะไร
 
ผมใช้มือลูบไปที่ไหล่หนาเบาๆ พลางถามเสียงอ่อน   แทคยอนคราวนี้ไม่
ยอมตอบ กลับหลุบตาหนี สายตา สงสัยปนห่วงใยของผม  ก่อนที่จะ เอา
มือใหญ่ๆของมันมาจับมือผมที่วางแปะอยู่บนไหล่มันไปพินิจพิเคราะห์
ใหญ่  
 
ทำไมมือนาย สวยจัง
 
มันเงยหน้ามาถาม แววตาสงสัย ใคร่รู้แบบเด็กที่อยากรู้ อยากเห็นไปซะทุก
เรื่อง ทำให้ผมต้องก้มไปมองมือผมที่ดูเล็กไปทันตาเมื่อไปอยู่ในอุ้งมือ
 คร้าม  ผมก็เคยได้ยินแฟนๆบอกหลายหนแล้วละครับ ว่าทั้งมือ ทั้งนิ้วผม
นะสวย ยิ่งมาเทียบกับมืออ๊ค แทคยอน ที่ถึงจะตัดเล็บสั้น ดูสะอาดตา แต่
นิ้วใหญ่ที่ข้อแตกเกือบทุกนิ้ว ก็แตกต่างกับนิ้วเล็กเรียวยาว ของผมจริงๆ
 
ก็เอาไว้แค่แต่งเพลง เล่นแต่คีย์บอร์ดนี้หว่า ไม่ได้ไปยกอะไรหนักๆแบบ
นาย
 
อะไรหนักๆที่ว่าก็คือพวกเครื่องออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามของมันนะละ
ครับ
 
จริงด้วยเนอะ
 
คนมือไม่สวย พอฟังแล้วก็ยิ้ม พยักหน้าเห็นด้วย
 
ส่วนใหญ่คนที่เล่นเปียโนได้ มือสวยทุกคนแหละ
 
แล้วผมก็ต้องแปลกใจเพราะพอหลังจากผมพูดจบ
ใบหน้าเข้มสลดวูบ รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าอีกครั้ง 
 
 
 
ไม่ใช่ทุกคนหรอก
 
อ๊ค แทคยอน พึมพำเสียงแผ่ว มือใหญ่ยังคงกุมมือผม ตาคมยังจับจ้อง
เหมือนกับจะมองมือผมให้ทะลุ  แต่ผมก็ไม่รู้ว่าใจของแทคยอนล่องลอยไป
ไหน หรือจะปลิวไปหาคนที่เล่นเปียโนได้ แต่มือไม่สวยก็ไม่รู้ ผมดึงมือออก
จากการกอบกุม แทคยอนถึงหลุดจากอาการเหม่อลอย เงยหน้ามามอง
อย่างสงสัย
 
ฉันง่วงแล้ว ถ้าแกไม่มีอะไร ก็ออกไปจากห้องฉันได้แล้ว ไป๊
 
ผมเสไปมองทางอื่น ก่อนที่จะออกปากไล่มัน ทั้งที่ยังไม่รู้สึกอยากจะเข้า
นอน แต่อารมณ์หนักๆหน่วงๆในใจที่มาอย่างปัจจุบันทันด่วน  ทำให้ผม
รู้สึกอยากอยู่คนเดียว
 
จะนอนแล้วเหรอ เพิ่ง 4 ทุ่มเอง ทุกทีเที่ยงคืนก็ยังไม่เห็นง่วง
 
ผมหันกลับมามองหน้าอดีตรูมเมทอีกครั้ง ทำไมผมต้องรู้สึกผิดด้วยน้า
 เมื่อได้ยินเสียงหงอยๆ ที่มาพร้อมกับหน้าเหงาๆของมัน
 
โอ๊ยยย!!!! ตอนนี้ฉันแก่แล้ว อยู่ดึกๆไม่ไหวหรอก พรุ่งนี้ก็มีงานแต่เช้าอีก
 
ผมพูดส่งๆไป
 
อืมมม... จริงด้วยเนอะ ขอโทษนะ ที่มากวนนาย
 
โอ๊ยยยย ไอ้บ้าแทคยอนทำไมไม่พูดจากวนประสาทเหมือนเคยนะ
 มาทำเสียงจ๋อยๆอย่างนี้ ฉันก็ยิ่งรู้สึกเหมือนเป็นคนใจร้ายเข้าไปทุกที
 
ถ้าวันนี้นายไม่สบายใจจะนอนกับฉันไหม
 
สุดท้ายก็เป็นผมที่ทนไม่ได้อีกเหมือนเคย จนต้องหลุดปากบอกมันไป  อ๊ค
แทคยอนมองหน้าผมไม่พูดจา แต่ความซาบซึ้งก็เต็มดวงตาคม จนผม วาง
ไม้ วางมือแทบไม่ถูก สุดท้ายต้องเอานิ้วไปไชที่นอนเล่น หน้าก็ร้อนผ่าวๆ
ขึ้นมาทันที  ไข้ขึ้นหรืองัยเนี่ย หน้าร้อนวูบวาบไปหมด
 
อืมมมม
 
อ้าว ผมชวนมันไปงั้นๆ มักกลับตกลงง่ายๆอีก ชิบหายละ เตียงก็แค่นี้ จะ
นอนกันยังไงละเนี่ย แต่พอมองคนที่ทำหน้าเหมือนแมวโดนทิ้ง ก็อดใจอ่อน
ไม่ได้
 
เอ่อออ งั้นถ้านายจะนอนด้วยก็เขยิบไปหน่อยผมสั่ง
 
คนที่กำลังนอนเท้าคางมองผม รีบกลิ้งตัวไปอีกฝั่งของที่นอน เพื่อเหลือที่ให้
ผมขึ้นไปนอนบ้าง
 
ผมที่ต้องตกกระไดพลอยโจนนอนทั้งที่ยังไม่ง่วงเท่าไหร่ ก็เลยต้องก้าวขา
ขึ้นบนเตียง ดีนะมีหมอน 2 ใบ ผมกับมันเลยไม่ต้องมาแย่งหมอนกัน แต่ผ้า
ห่มมีผืนเดียวก็แบ่งๆกันห่มแล้วกันเนอะ ผมสะบัดผ้าห่มผืนใหญ่ไปคลุม
ให้กับคนที่นอนข้างๆ ที่พยายามนอนตะแคงเพื่อให้มีพื้นที่เหลือบนเตียงให้
มากที่สุด
 
นายนอนตะแคง มันจะสบายไหมละนั้น เดี๋ยวก็บ่นปวดแขน ปวดขาอีก
นอนหงายเลย
 
ไอ้คนที่วันนี้แสนจะเชื่อฟังผมรีบนอนหงายจนแขนใหญ่แนบชิดอยู่กับแขน
ผม ไออุ่นร้อนผ่าว เหมือนถ่ายเทมาที่ผมแทบจะทันที แถมมันยังจะจับมือ
ผมอีกแหนะ
 
มือนุ๊มม นุ่ม เนอะ
โอ๊ยยย มันวุ่นวายอะไรกับมือผมนักหนาฟระ พอผมจะดึงมือกลับ มันก็ไม่
ยอมอีก
 
นอนจับมือกัน
 
โอ้ !!! มายก็อด!!!!  วันนี้ทำไมไอ้แมวดำมันขี้อ้อนจังฟระ นอนจับมือเนี่ย
นะ  แกเป็นเด็กประถมหรืองายยยย แต่ความอบอุ่นของมือใหญ่ก็มีมาก
พอที่จะทำให้ผมเลือกที่จะหุบปากเงียบ แทนที่จะโวยวายออกมา
 
ผมเหลือบมองคนที่นอนหลับตา เห็นเพียงเสี้ยวจมูกโด่ง รับกับปากได้รูป
แต่หัวคิ้วเข้มที่ขมวดน้อยๆเหมือนมีเรื่องติดค้างในใจ จน ผมอด
ใจไม่ไหวต้องใช้มือข้างที่ไม่ได้โดนกุม ไปนวดคลึงตรงหว่างคิ้วให้เบาๆ
 
ทำไมนอนขมวดคิ้วอย่างนั้น เดี๋ยวก็หน้าย่นกว่าเดิมหรอก
 
ผมพูดยิ้มๆ ไอ้เจ้าคนที่โดนนวดคิ้ว ลืมตาแล้วหันหน้ามามองผมทันที   
แล้วก็เหมือนโลกเบี้ยวๆของผมจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ เพราะ ดวงตาคมที่
ทอดมองผมแปลกๆทำให้ผมทำอะไรไม่ถูก ริมฝีปากได้รูปที่แย้มยิ้มตอบ
กลับน้อยๆ ทำให้ผมเหมือนจะหายใจไม่ออก ลมหายใจคล้ายจะขาดห้วง
แต่หัวใจผมกลับเต้นแรง จนเจ็บร้าวไปทั้งอก
 
 หน้าของแทคยอนอยู่ใกล้มากจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ  ใกล้มากจน
ผมแทบตาพร่าเมื่อมันยิ้มใส่ตาผมอย่างนั้น ความร้อนทีอธิบายไม่
ถูก รู้แต่ว่ามันเริ่มหมุนเวียน ไหลวนตั้งแต่มือข้างที่โดนกอบกุม ไล่ลาม
มาถึงหน้า  ขึ้นไปถึงสมอง สุดท้ายกลับวกลงมาที่กลางอกข้างซ้าย ผมเป็นอะไรครับเนี่ย
 
ก๊อก ก๊อก
 เสียงเคาะประตูห้องที่ได้ยิน ทำให้ผมสะดุ้งเฮือก เหมือนตื่นจากภวังค์  จนผมต้องกระพริบตาอย่างงงๆ
 
ก๊อก ก๊อก
 เสียงเคาะประตูเบาๆอย่างเกรงใจดังขึ้นอีก ผมรีบเอ่ยปากอนุญาติให้เข้า
มาได้
 
ถึงแม้นิชคุณจะบอกว่าตัวแองเป็นผู้ชายธรรมดา แต่ใบหน้าเล็กขาวผ่อง
ผมสีดำสนิทที่ข้างหน้าตัดจนสั้นเต่อ แต่มันกลับช่วยเน้นให้เห็นโครงหน้า
สวยชัดเจน ดวงตากลมโตใสแจ๋ว มีขนตายาวตรงล้อมกรอบดวงตาคู่
สวย  คิ้วเข้ม จมูกโด่งเรียว แก้มอิ่ม ปากหยักสวยได้รูปสีจัด แขนขาเรียว
เพรียวยาว อยู่ในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีดำกับกางเกงยีนส์สีเข้ม มีเข็มขัดสี
แดงตัดไม่ให้เครื่องแต่งกายดูเข้มขรึมจนเกินไป ผิวขาวจัดที่โผล่พ้นเสื้อผ้า
เหมือนมีแสงเรืองเรื่อ จนเหมือนกับว่าเจ้าตัวพกสปอร์ตไลท์ส่วนตัวมาด้วย
 
ใบหน้าของนิชคุณเป็นใบหน้าที่ผู้หญิงเห็นก็แทบอยากจะต่อว่าพระเจ้า
ที่ลำเอียงให้ความสวยงามไปอยู่ที่คนๆนี้จนหมด  ส่วนผู้ชายมองก็ต้อง
ตะลึงกับใบหน้าที่สมบูรณ์แบบอย่างกับรูปปั้น แถมหุ่นก็ดีมากอีกต่างหาก
 
เอิ่มมมมอย่างนี้เขาเรียกว่าคนธรรมดาหรือครับ
 
จุนซู ขอโทษนะ จะนอนแล้วเหรอ งั้นฉันไม่กวนแล้ว
 
 นอกจากจะหน้าตาดี แล้วยังมารยาทดีอีกเพราะนิชคุณรีบขอโทษ
ขอโพย ทันทีที่เห็นผมอยู่บนเตียงแล้ว  ขายาวเตรียมหมุนตัวจะถอยกลับ
ออกไป ทำให้ผมรีบยันตัวขึ้นนั่งพิงหัวเตียง พลางโบก ไม้ โบกมือ ให้นิชคุณ
เดินเข้ามา
 
 “ยังไม่หลับหรอกคุณ เข้ามาเหอะ มีอะไรเหรอ
 
เออ....คือ....หืมม ทำไมนายหน้าแดงจัง ไม่สบายหรือเปล่า ไปหาหมอมั้ย เดี๋ยวฉันพาไป
 
 นอกจากหน้าตาดี มารยาทดี และยังใจดีอีก เฮ้อ คนอะไรมันจะดีไปหมด
อย่างนี้ฟระ เพราะมือขาววางลงบนหน้าผากผมเพื่อวัดอุณหภูมิทันที เสียง
ห่วงใยปน ร้อนรน ที่ได้ยิน ทำให้ผมยิ้มให้ก่อนรีบปฏิเสธ
 
ปะ เปล่าๆ ก็แค่ร้อนนิดหน่อย เท่านั้นแหละ  แล้วนายมาหาฉันมีอะไร
เหรอ
 
ผมรีบถามเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
 
จุนซู เห็นแทคไหม เมื่อกี้ฉันไปหามันที่ห้องแต่ไม่เจอ  เลยคิดว่ามันอาจจะ
เข้ามาหานาย
 
แทคเหรอก็...
 
 ผมหันไปมองข้างกาย ก็เห็นเพียงหมอนที่ว่างเปล่า เพราะไอ้ตัวดีมุดหลบ
อยู่ใต้ผ้าห่มตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แถมกระตุกมือผมยิกๆเหมือนไม่ให้บอกว่า
มันอยู่ในนั้น โธ่ ตัวแกก็ออกใหญ่เห็นเป็นรอยผ้าห่มชัดเจนออกอย่างนั้น
 ผมได้แต่ส่ายหัว ก่อนที่จะเงยหน้าไปมองนิชคุณที่มองตามสายตาผมแล้ว
ก็เข้าใจสถานการณ์ทันที
 
นิชคุณที่ตอนแรกเข้ามาในห้องผมด้วยสีหน้าเป็นกังวล ตอนนี้ ค่อยผ่อน
คลาย ก่อนจะยกมือขึ้นกอดอก ปากอิ่มยกยิ้ม ตากลมโตเป็นประกายระยับ
 
จุนซู ไม่เห็นแทคเหรอ แหมฉันว่าจะชวนมันไปข้างนอก ไถ่โทษสักหน่อย
 
คนที่พูดไปยิ้มไป แต่สายตากลับจับจ้องอยู่ที่กองผ้าห่มก้อนใหญ่ไม่วางตา
 
ไถ่โทษผมทวนคำอย่างงงๆ
 
 “อืมมม พอดีช่วงกลางวันฉันรับปากแทคว่าจะไปกินอะไรด้วยกัน แต่
พอดีอูยองชวนให้ไปเลือกของขวัญที่จะให้กับลูกชายของพี่เทรนเนอร์ ฉัน
เลยไปเป็นเพื่อนน้องก่อน
 
อ้อ..... ผมเข้าใจแล้ว ไอ้แมวที่ทำท่าจะเป็นจะตายเพราะมันกำลังงอน
เจ้าของที่ไม่ยอมพามันไปเที่ยวนี่เอง
 
คนไม่รักษาสัญญา!!!!”
 
 คนที่ปล่อยมือผม ก่อนที่จะตลบผ้าห่มที่คลุมตัวเองออก ลุกขึ้นมานั่งต่อว่า
 
 
 
ผมมองมือตัวเองที่ความอุ่นร้อนค่อยๆจางไปทีละน้อยอย่างเสียดาย
หน่อยๆ
 
ฉันขอโทษ พอดีอูยองอยากจะให้ของขวัญพี่เขาวันนี้ นะ
 
 นานๆครั้งผมถึงจะได้ยินเสียงอ่อนอ่อย ของนิชคุณ ท่าทาง
เจ้าตัวก็คงคิดเหมือนกันว่าคราวนี้ตัวเองผิดจริง
 
ใช่ซี้....... ฉันมันไม่ใช่น้องคนสำคัญของนายนี่
 
อุเหม่  ถึงคุณมันจะผิดจริง แต่ผมละหมั่นไส้ ไอ้คนที่ทำหน้าน้อยอกน้อยใจ
ทำเสียงประชดประชันอยู่บนเตียงผม จนแทบอยากจะถีบมันส่งคืนให้กับ
นิชคุณจริงๆ
 
 
 
แต่นิชคุณกลับมองคนที่นั่งงอนตุปัดตุป่อง ปนเตียงอย่างอ่อนโยน
 
นี้ก็แปลกคนอีกเหมือนกัน ไอ้แมวทำท่าน่าหมั่นไส้จะตาย
 
แต่เจ้าของกลับไม่รู้สึกอย่างนั้น
 
 
 
"ใช่ นายไม่ใช่น้องคนสำคัญของชั้น" นิชคุณพูดหน้าเรียบเฉย
 
 
แล้วก็ต้องรีบพูดต่อเมื่อเห็นแววตาคมที่สลดวูบทันที
 
 
แต่นายเป็นเพื่อนคนสำคัญ และฉันคิดว่ายังไงนายก็เข้าใจฉัน
ต่างหาก
 
 
 
 
เฮ้อออออ อ๊ค แทคยอนแพ้น็อคแล้วครับ ถ้าคำว่าเพื่อนคนสำคัญเป็น
หมัดฮุค ไอ้คำว่าเข้าใจก็เหมือนอับเปอร์คัท ที่เสยปลายคาง ให้ไอ้คนตัวโต
ไปไม่เป็นเลยทีเดียว ปากได้รูปที่เหมือนจะขยับยิ้มปลื้ม ตั้งแต่ได้ยิน
ประโยคแรก แต่คงนึกอยากจะเล่นตัวอีกละมั้ง  เลยรีบเม้มปากแน่น  
ใบหน้าคมเข้ม ก้มต่ำ ไม่สบตา กับคนที่กำลังกอดอกมองตัวเองอยู่
 
นิชคุณเอียงคอมอง เพื่อนคนสำคัญที่นั่งทื่อ อยู่บนเตียงผม
ก่อนที่จะสาวเท้าเข้ามาใกล้ ผมรีบลุกจากเตียง เคลียร์พื้นที่ให้ไอ้เจ้าของ
แมวเข้าไปจัดการแมวขี้งอนของมันเอง
 
โกรธเหรอ
เสียงนุ่มถามเบาๆ แต่ไอ้คนบนเตียงก็ยังคงไม่มีปฏิกริยาตอบรับอะไร ยัง
นั่งก้มหน้า เห็นเพียงศรีษะทุยสวยที่มีผมหนาสีดำสนิทปกคลุมเท่านั้น
 
หรือนายไม่ใช่เพื่อนฉัน และนายไม่เข้าใจฉัน ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันก็ไม่มี
อะไรจะพูดแล้ว
 
เสียงที่เหมือนตัดพ้อนิดๆแกมเสียใจหน่อยๆ และร่างโปร่งเพรียวที่หมุนตัว
เตรียมจะก้าวขาจากไป เรียกให้ไอ้คนที่นั่งก้มหน้า เงยขวับมาทำหน้าตา
ตื่นใส่ทันที มือใหญ่รีบคว้าข้อมือขาว ของคนที่กำลังจะหันหลังให้ตัวเอง
อย่างตื่นตระหนก
 
ทะ... ทำไมฉันจะไม่ใช่เพื่อนนาย  และทำไมฉันจะไม่เข้าใจว่านายต้องไป
เป็นเพื่อนอูยองก่อน โอ๊ยยยย เราไปข้างนอกกันตอนไหนก็ได้ ฉันไม่คิด
มากหรอก
 
เสียงที่ระล่ำระลักพูดทำให้ผมต้องขำพรืด จนมันหันมาค้อนผมขวับ 
 แหม ไอ้แมวเอ๋ยยยย พอเจ้าของทำท่าจะงอนบ้าง รีบพูดเอาใจเลยนะ
 
อ๊ค แทคยอนรีบพรวดพราดลงจากเตียง   ทั้งที่มือยังกุมอยู่ตรงข้อมือขาว
ไม่ยอมปล่อย ร่างสูงใหญ่บึกบึน ยืนเคียงคู่กับคนร่างโปร่งเพรียว หน่วยตา
ใหญ่กว้างทอดมองคนข้างกายอย่างอ่อนโยน จนแทบจะเรียกได้ว่า
อ่อนหวาน
 
แล้วเมื่อกี้นายจะชวนฉันไปข้างนอกไม่ใช่เหรอไปกันเหอะ
 
มือคร้ามที่ตอนแรกจับตรงข้อมือขาว ตอนนี้กลับเลื่อนมาใช้นิ้วใหญ่
ประสานเข้ากับนิ้วที่เล็กกว่าแนบแน่น
 
มือที่เมี่อกี้ยังให้ความอบอุ่นกับมือผมอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับ.......
 
จุนซู ไปด้วยกันไหม
 
นิชคุณหันมาชวน พร้อมรอยยิ้ม แต่ผมยังไม่ทันอ้าปากพูดอะไร ไอ้คนตัว
ใหญ่ที่ทำท่ากระวนกระวายอยากไปเที่ยวเต็มที่ ก็พูดทะลุกลางปล้องขึ้นมา
 
เมื่อกี้จุนซู บ่นว่าง่วง จะนอนแล้ว
 
อึกกก”  อยู่ดีๆผมก็รู้สึกจุกที่คอหอย แน่นที่หน้าอก จี๊ดตรงหัวใจ ขึ้นมา
อย่างปัจจุบันทันด่วน   เลยได้แต่ยิ้มฝืนๆก่อนที่จะปฏิเสธคำชวน  นิชคุณ
อ้าปากเหมือนจะพูดอะไรต่อแต่ไอ้แมวยักษ์ กลับรีบลากมือเจ้าของตัวปลิว
ออกจากห้องผมอย่างไร้คำร่ำลา  แถมไม่ยอมปิดประตูห้องให้อีก จนยังได้
ยินเสียงทุ่มเถียงที่ลอยลมมาแว่วๆ
 
คุณ  ทำไมมือนายแข็งจังว้า
 
นายก็ปล่อยมือฉันสิ มาจับทำไม
 
เรื่องอะไรจะปล่อย เดี๋ยวนายก็หนีฉันไปที่อื่นอีก
 
นั้นคือเสียงสุดท้ายที่ผมได้ยินก่อนที่จะผมจะเดินไปปิดประตูห้อง
ผมมองเตียงนอนที่ดูเหมือนจะกว้างกว่าที่เคยเป็น
อุณหภูมิภายในห้องก็เหมือนจะลดต่ำลง จน มือไม้ผมเย็นเฉียบไปหมด
ผมเลยได้แต่เดินห่อไหล่ รีบกระโดดขึ้นเตียง คว้าผ้าห่มมาคลุมกาย
ผมขดตัวจนเข่าแทบชิดอก สองแขนโอบรอบลำตัวเพื่อพยายามให้
ร่างกายอบอุ่นขึ้น แต่มันไม่ช่วยให้ความรู้สึกหนาวยะเยือกกลางอก
ลดลงลย
 
ทำไมคืนนี้มันหนาวจัง....
 
นี้คือความคิดคำนึงสุดท้ายก่อนที่ผมจะหลับไป

Fic Taeckhun : SF - Promise

Warning : ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมาเท่านั้นโปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน

วันนี้พวกผมต้องไปขึ้นเครื่องเพื่อบินไปต่างประเทศแต่เช้า สมาชิก 2PM
ทุกคนจึงตื่นแต่เช้าตรู่ แล้วก็วุ่นวายกับการแต่งองค์ทรงเครื่องอยู่ในห้อง
ของตัวเอง ยกเว้นผม ที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วกับไอ้คนที่ยืนหมุนไป
หมุนมาอยู่ตรงกลางบ้าน
 
ผมมองคนที่วันนี้ใส่เสื้อข้างในเป็นเสื้อยีนส์สีฟ้า ทับด้วยเสื้อฮู๊ดสีขาว มี
เสื้อแจ็คเก็ตสีเข้มทับอีกที กางเกงยีนส์สีน้ำตาล ที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการ
ใส่หมวกไหมพรม อย่างงสงสัย
 
ตอนนี้อากาศก็ใช่ว่าจะหนาวจัด นิชคุณมันจะใส่หมวกไหมพรมทำไมว้า
แล้วดูมันใส่ดิ เบี้ยวไป เบี้ยวมา ผมยืนดูมันสักพัก มันก็ยังไม่สามารถทำ
ให้หมวกเป็นรูปเป็นทรงได้ ผมเลยเดินเข้าไปใกล้ ก่อนที่จับปลายคางเล็ก
ให้หันมาทางผม นิชคุณคงตกใจเพราะมันทำหน้าเหวอใส่
 
 “ฉันใส่หมวกให้เอง นายใส่ยังไงของนายฟระ เป่ไป เป๋มา
 
เป๋ตรงไหนวะ ฉันใส่ออกจะตรง
 
นิชคุณปัดมือผมอย่างแรงให้ออกจากคางมัน
 
ตรงมากเลยนะ หางไอ้ลูกตุ้มของนายมันยาวเท่ากันไหมเนี่ย อีกข้างยัง
ยัดอยู่ในหมวกอยู่เลย
ผมดึงสายไหมพรมที่ถักเป็นเปียยาวที่ตรงปลายมีพู่กลมติดอยู่ ให้มันดู
ไอ้คนปากดีถึงเงียบกริบ ผมเลยดึงไอ้หมวกเบี้ยวที่อยู่บนศรีษะเล็กออก
ก่อนเพื่อที่จะสวมให้ใหม่
 
ผมมองหมวกไหมพรมสีแดง ชมพู ลายมิคกี้เมาส์ สลับกับมองหน้านิช
คุณที่ตอนนี้ตัดผมข้างหน้าจนสั้นเต่อ จนหน้าตายังกับเด็กม.ปลาย  แล้ว
ก็อดไม่ได้ต้องถามออกไป
 
ฉันไม่เห็นนายใส่ไอ้หมวกไหมพรมสีสดๆอย่างนี้นานแล้ว ทำไมวันนี้ถึง
ใส่ได้ละ
 
นิชคุณ มองหมวกที่ผมกำลังหมุนเล่นในมือ สายตาขบขันปนอ่อนโยนที่
สะท้อนในดวงตากลมโต ที่ผมเห็นทำให้ยิ่งแปลกใจ
 
นายจะหมุนหมวกฉันเล่นอีกนานไหม ถ้านายไม่ใส่ให้ฉันก็เอาคืนมา
 
นิชคุณบ่นใส่ผมแทนการตอบคำถาม
 
แหม...ที่มองหมวก มองซะหวานเชียว แต่พอหันมาพูดกับผม เสียงงี้ห้วน
ตาก็ขวาง
 
นายได้หมวกใบนี้มาจากไหน
 
หมวกที่ดูก็รู้ว่าเป็นงานแฮนด์เมด ไม่มีป้ายยื่ห้อบ่งบอก  นิชคุณคงไม่ได้
นั่งถัก หรือหาซื้อมาใส่เองหรอก แต่ใครให้มันมาละ
 
ได้มาจากไหนมันก็เรื่องของฉัน เอาหมวกฉันคืนมา มัวแต่เล่นอยู่ได้ 
 
เสียงที่บ่งบอกว่ารำคาญผมเต็มที ทำให้ผมเริ่มชักจะหงุดหงิดอย่างไม่รู้
สาเหตเหมือนกัน
 
ไม่คืน จนกว่านายจะบอกว่าได้หมวกใบนี้มาจากไหน
 
ผมพูดเสียงห้วน นิชคุณพอได้ฟังผมพูดจบ ก็ทำตาวาว คอแข็ง หน้าบึ้ง
แล้วก็ นิ่งไปสักพักก่อนที่จะกระแทกเสียงตอบเหมือนตัดความรำคาญ
 
ได้มาจากผู้หญิง!!!”
 
ผมผิดคาด  ไม่ใช่เพราะได้ยินคำตอบของนิชคุณ แต่เพราะมันยอมตอบ
กลับผมง่ายเกินไป  ทั้งที่น่าจะโวยวายหรือใช้กำลังเพื่อมาเอาของตัวเอง
คืน มากกว่า ผมเลยต้องหรี่ตามองหมวกในมือสลับกับมองหน้าเจ้าของ
หมวกอีกครั้ง  หมวกใบนี้ต้องสำคัญและนิชคุณต้องการมันคืนมากๆถึง
ขนาดยอมอ่อนข้อให้
 
 “ใคร
 
ใครจะให้ฉันแล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย เอาหมวกฉันคืนมา
 
เสียงที่ราบเรีบบเหมือนพยายามสะกดกลั้นความโกรธของตัวเองเต็มที่
ยิ่งทำให้ความไม่สบอารมณ์ของผมเพิ่มมากขึ้น อีก
 
 มันไม่ใช่แล้ว ปกตินิชคุณไม่ใช่แบบนี้ กับผมมันสามารถแสดงอาการ
โมโห ไม่พอใจได้ตลอด แต่นิชคุณยิ่งทำเหมือนพยายามระงับอารมณ์
ของตัวเองเท่าไหร่ ทำไมผมยิ่งรู้สึกว่ามันกำลังบิดบังอะไรผมมากไป
เท่านั้น
 
ใครผมถามย้ำ
 
แล้วนายจะมายุ่งอะไรกับฉันนักหนา คืนหมวกฉันมาได้แล้ว
 
มือขาวยื่นมาข้างหน้าเพื่อรอเอาของตัวเองคืน
 
ก็อยากรู้อะ บอกหน่อยดิ
 
ผมจับมือที่ยื่นมารวบไว้แน่นก่อนที่จะถามเสียงอ่อน
 
ไม่บอกนิชคุณสะบัดมือผมออกทันที
 
ถ้าไม่บอกก็ไม่คืน
 
ชิส์... ไม้แข็งก็ไม่ได้เรื่อง ไม้อ่อนก็ไม่ได้ผล ผมเลยทำหน้ายียวนต่อรอง
แทน นิชคุณส่ายหัวก่อนที่จะมองผมอย่างเอือมระอา
 
แทค เอาหมวกฉันคืนมา เล่นอะไรเป็นเด็กๆไปได้
 
ไม่!!!  บอกก่อนว่าใครให้หมวกใบนี้
 
โอ๊ยยย!!!  น่ารำคาญจริง ถ้านายไม่คืน แล้วนายจะเอาหมวกฉันไป
ทำไม
 
ผมฟังคำถามก็อึ้งไปสักพัก ก่อนที่จะตอบแบบส่งๆ
 
กะ... ก็เอาไปใส่เอง
 
นิชคุณพอได้ยินคำตอบ หน้าที่ตอนแรกขมวดบึ้ง กับคลายออก ก่อนที่จะ
คลี่ยิ้มแปลกๆให้ พอผมเห็นรอยยิ้มที่ไม่น่าไว้วางใจ ก็ชักเริ่มใจไม่ดี
 
 “งั้นนายก็เอาไปเลย!!! แล้วใส่ด้วยนะ !!!! ใส่วันนี้ด้วย!!!!”
 
เสียงที่สั่ง พร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ทำให้ผมต้องกลีนน้ำลายดังเอี๊อก
 
นิชคุณพอพูดจบก็สบัดหน้า เดินกระแทกเท้าเข้าห้องตัวเองไปทิ้งให้ผม
มองตามตาค้าง ก่อนที่จะก้มมองหมวกใบเล็กในมืออย่างกลุ้มใจ ว่าผม
จะสามารถยัดหัวโตๆลงไปในหมวกใบจ้อยนี้ได้หรือเปล่า
 
ตายแน่เลยพี่แทค
 
 เสียงอูยองที่ดังมาจากทางด้านหลังทำให้ผมสะดุ้งเฮือก พอหันกลับไปก็
เห็นเจ้าน้องทั้ง 3 คน ยืนแอบอยู่ตรงบันได สงสัยมันจะมาแอบฟังนาน
แล้ว รวมทั้งจุนซูที่โผล่หน้าออกจากห้องมาดูด้วย
 
ตะ ตาย อะไรว้า แค่หมวกใบเดียวเอง
 
ผมท้วงแต่เสียงสั่นๆของผม ก็พาให้คนที่มุงอยู่ฮากันกลิ้ง
 
แต่หมวกใบนี้แฟนคลับพี่คุณให้มานะ และพี่คุณสัญญาว่าจะใส่ด้วย
 
อูยองบอกก่อนที่จะทำหน้าสะใจเมื่อเห็นหน้าที่คงซีดเผือดของผม
หลังจากได้ฟัง
 
สะ สัญญาว่าจะใส่เหรอ
 
ผมตะกุกตะกักถาม
 
ใช่ครับ ผมเห็นพี่คุณได้มาสักพักแล้วละ ตอนงานแฟนไซน์ล่าสุดผมยัง
เห็นแฟนพี่คุณถามอยู่เลยว่าทำไมพี่คุณไม่ใส่หมวกที่เค้าให้ พี่คุณเลย
สัญญาไว้ว่าจะใส่ให้ดู เขียนลงในไปในใบที่เซ็นต์ให้แฟนคลับด้วยนะ
เจ้าเด็กแก้มป่องเล่าต่อ
 
ถ้าวันนี้พี่แทคเอาไปใส่ แฟนพี่คุณเห็นคงงอนพี่คุณแน่เลยว่าไม่ยอมใส่
หมวกของเค้าแล้วยังเอาไปให้คนอื่นใส่แทนอีก
 
เสียงเจ้ามักเน่ พูดบ้าง พลางทำหน้ากลุ้มใจ กลัวว่าแฟนคลับจะ
เข้าใจพี่คุณมันผิดไป
 
แต่ฉันว่าหัวพี่แทคโตยังงี้ กว่าจะยัดหัวเข้าไป หมวกคงจะขาดก่อน แล้ว
คราวนี้พี่คุณก็จะโกรธหนักกว่าเดิม ข้อหาเอาหมวกพี่คุณไปแถมทำให้
หมวกพี่คุณพังอีก 555”
 
 เสียงไอ้เด็กตาตี่ อี จุนโฮหัวเราะร่วน หลังจากพูดจบ
 
 จุนซู เดินเข้ามาตบไหล่ผมดังป๊าบ หลังจากที่คงยืนมองผมหน้าเสียอยู่
สักพัก
 
ขนาดวันนี้ไม่หนาวเท่าไหร่ มันยังคิดจะใส่หมวกให้แฟนๆดู ไอ้คุณมัน
อุตสาห์จะรักษาสัญญากับแฟนคลับ แกยังจะไปแกล้งมันอีกนะ เฮ้อ
อออ
 
อดีตรูมเมทผม พูดไปก็ทำหน้า ทำตาเหมือนผมเป็นแม่เลี้ยงใจร้าย คอย
คิดแต่จะกลั่นแกล้งลูกเลี้ยง
 
สายตากล่าวหาของพวกนี้ มันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกผิดไปมากกว่าที่ต้อง
มาทนมองหมวกไหมพรมสีสวยในมือที่ไม่ใช่ของผม
 
ประตูห้องเจ้าของหมวกไหมพรมตัวจริงทีเปิดออกทำให้พวกผมที่ตั้งวง
กันอยู่กลางบ้านสะดุ้งโหยงกันหมด
 
ใบหน้าขาวใส ที่ตอนนี้มีแว่นดำบังไปครึ่งหน้า ผมสั้นเต่อ ถูกปกปิดด้วย
หมวกสีเข้ม นิชคุณสะพายเป้สีแดงใบโปรดเรียบร้อย ก่อนที่จะเดินผ่าน
หน้าผมเหมือนเดินผ่านเฟอร์นิเจอร์ประดับห้องสักชิ้นที่เจ้าของไม่ใส่ใจ
 
ฉันไปรอที่รถก่อนนะ
 
เสียงทุ้มเรียบไม่ได้บอกผมหรอกครับ แต่ไปบอกจุนซู ที่รีบพยักหน้า
รับทราบ
 
ผมมองร่างโปร่งที่เดินผ่านหน้าผมไป คนที่ไม่ทำแม้กระทั่งเหลือบตามา
มอง  พอหันกลับมาก็เจอแววตากล่าวโทษของพวกที่สมาชิกวงที่เหลือ
ทันที
 
เออๆๆ ฉันรู้แล้ว เดี๋ยวฉันเอาหมวกไปคืนมันเอง
 
ผมรีบวิ่งไปคว้าเป้ลายเสือในห้องตัวเองก่อนที่จะวิ่งตามนิชคุณที่คงจะ
เข้าไปนั่งบนรถตู้เรียบร้อยแล้ว
 
คนที่นั่งอยู่ตรงเบาะหน้า พอเห็นผมเปิดประตูรถ ไปนั่งข้างๆ ก็ทำเมิน
มองไปทางอื่น
 
คุณ ฉันเอาหมวกมาคืน
 
ผมพูดเสียงอ่อนก่อนที่จะยื่นหมวกคืนเจ้าของ แต่นิชคุณไม่มีปฏิกิริยา
อะไรโต้ตอบ ไม่ยื่นมือมารับของคืน ไม่มองหน้า สุดท้ายคงไม่อยากจะฟัง
เสียงผมด้วย มือขาวถึงล้วงไปในกระเป๋าเสื้อเพื่อหยิบหูฟัง ผมรีบจับมือ
คนที่กำลังจะยัดหูฟังเข้าหูทันที
 
คุณณณณณ ฉันขอโทษนะ อย่าทำเมินอย่างนี้ดิ
 
ผมชักเริ่มใจเสีย แต่ก็ยังพอใจชื้นที่นิชคุณยังไม่กระชากมือหนี ผมส่ง
สายตาทั้ง เสียใจ และขอโทษ ไปให้กับคนใส่แว่นดำ ที่นั่งนิ่งประสาน
สายตากับผมเงียบเหมือนจะค้นหาความจริงใจในตาผม ก่อนที่จะก้ม
หน้าลงไปมองมือตัวเองที่โดนผมกุมไว้แน่น
 
 “นายอยากได้นักไม่ใช่เหรอ หมวกนะ อยากได้ก็เอาไปสิ แล้วก็ปล่อยมือ
ฉันได้แล้ว
 
เสียงที่ลอยมาเบาๆแต่ผมได้ยินชัดเต็มสองรูหู ทำให้
หัวใจที่เหี่ยวเฉาเหมือนลูกโป่งโดนเจาะรู พองฟูขึ้นมาทันที
 
ฉันขอโทษ ฉันแค่อยากรู้ว่านายได้มายังไงเท่านั้นเอง หมวก(น่ารักๆ)
อย่างนี้ไม่เหมาะกับฉันหรอก
 
ผมขอโทษนิชคุณอีกครั้งแต่ไม่ยอมทำตามคำสั่งที่ให้ปล่อยมือ
 
เมื่อไหร่จะเลิกนิสัยอยากรู้ อยากเห็นเรื่องชาวบ้านสักทีนะ
 
คนที่เงยหน้าขึ้นมาถาม ด้วยหน้าตาสงสัยยิ่งยวด  แต่เสียงกลับออกแนว
ปลงๆผมเลยได้แต่ยิ้มแห้งๆ ก็มันเป็นสัน .....เอ๋ย นิสัยที่คงจะแก้ไม่หาย
แล้วละครับ
 
เค้าขอโต๊ดดดด อย่าโกรธเค้าน้า
 
เออๆ เอาหมวกฉันคืนมาได้แล้ว
 
ฉันใส่ให้
 
ไม่ต้อง
 
เค้าใส่ให้น้า... นะ.... น้า.....
 
โอ๊ยยยย เซ้าซี้จริงเว้ย จะใส่ให้ก็รีบๆเลย แล้วก็ปล่อยมือฉันได้แล้ว
 
นิชคุณ ใช้มืออีกข้าง ถอดแว่นดำออก ก่อนที่จะยื่นหน้ามาใกล้หลังจากที่
พูดจบ
 
ผมยิ้มกว้างรีบปล่อยมือก่อนที่จะเอื้อมไปเอาหมวกที่อยู่บนศรีษะเล็กมา
ใส่ที่หัวผมแทน ปัดผมสั้นที่ยุ่งเหยิงให้เข้าทรง ก่อน ที่จะบรรจงสวมหมวก
ไหมพรมคลุมทับลงไป จัดหมวกให้เข้าที่เข้าทางอีกครั้งก่อนที่จะมองดู
ผลงานตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ
 
คนที่สวมหมวกไหมพรมสีแดงสลับชมพูลายมิคกี้เมาส์ ด้านข้างมีไหม
พรมสีน้ำตาลเส้นยาวที่ปลายสุดมีลูกไหมพรมกลมฟูห้อยอยู่ สีแดงจัด
ของหมวกยิ่งขับเน้นให้ใบหน้าเล็กดูขาวผ่อง ดวงตากลมโตตอนนี้หลุบ
ต่ำจนเห็นขนตายาวตรงชัดเจน  จมูกโด่งเล็ก แก้มอิ่ม ปากได้รูป อืมมม
ไอ้หมวกใบนี้ทำให้นิชคุณมันดูน่าระ........ เอิ่มผมไม่พูดต่อดีกว่า เพราะรู้
นิชคุณโคตรไม่ชอบคำนี้
 
ขอโทษนะที่ฉันเกือบทำให้นายต้องผิดสัญญากับแฟนคลับ
 
ผมพูดเสียงแผ่ว ส่วน นิ้วก็พันสายไหมพรมที่ถักเป็นเปียยาวเล่นไปด้วย
นิชคุณเงยหน้าขึ้นมาสบตา ภายใน ลูกตากลมสะท้อนหน้าผมที่เจื่อน
จ๋อยชัดเจน แต่ไม่พูดอะไร ผมเลยดึงสายไหมพรม รั้งให้หน้าเจ้าของ
หมวกใกล้เข้ามาอีก ดวงตากลมเบิกกว้างเพราะความตกใจที่ตอนนี้หน้า
ของเราใกล้กันจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย
 
คุณณณ
 
 “อืมมมม รู้แล้ว ถอยไปได้แล้ว
 
นิชคุณรีบกระชากหางไหมพรมของตัวเองออกจากมือผม ก่อนที่จะงึมงำ
ตอบกลับมาพร้อมกับหูเล็กๆที่แดงเถือก ทำให้ผมอดยิ้มกว้างไม่ได้ ผม
รีบขยับมานั่งตัวตรงปกติตามเดิม นิชคุณพอเห็นผมห่างออกไปแล้วก็
คว้าแว่นดำมาสวมทันที
 
 “คุณ ฉันว่าถ้านายใส่หมวกใบนี้ นายอย่าใส่แว่นดำดีกว่า
 
ผมขมวดคิ้วทัก
 
ทำไมละ
 
 แต่เสียงประตูรถตู้ทีเปิดออก พร้อมเสียงสมาชิกทีเหลือที่ทักทายผมกัน
วุ่นวายว่าเคลียร์กับนิชคุณเรียบร้อยแล้วใช่ไหม ทำให้ผมลืมเลือนที่
จะตอบคำถามไปว่า
 
ก็ใส่หมวกไหมพรมแล้วสวมแว่นดำมันไม่น่ารักเลยอะ

Fic KhunWoo : SF - Brother

Warning : ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมาเท่านั้นโปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน

Young Brother
Wooyoung
24:00
ผมมองเวลาที่โชว์อยู่บนมือถือ แล้วก็ต้องถอนใจยาว
เที่ยงคืนแล้วพี่คุณก็ยังไม่กลับ
ผมกวาดสายตามองไปรอบห้องพักที่เรียบหรูอย่างหงอยๆ
 
 
อูยองนอนก่อนเลยนะครับไม่ต้องรอพี่
นี่เป็นประโยคที่พี่คุณบอกผม ขณะที่เตรียมตัวจะออกไปข้างนอก
พี่คุณอยุ่ในชุด เสื้อสีชมพู กางเกงยีนส์สีซีด หมวกสีแดงแปร๊ด
แว่นใสกรอบดำยิ่งทำให้ใบหน้าดูเล็กเข้าไปใหญ่  
ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีหวานแหววอย่างนี้คงดูแปลกๆ
แต่เพราะเสื้อผ้าชุดนี้อยู่บนร่างกายของพี่คุณ
 มันกลับทำให้ดูอ่อนเยาว์ สดใส และมีเสน่ห์
ผมนอนก่อนอยู่แล้ว ใครเค้าจะมานั่งถ่างตารอพี่คุณละ
และนี่เป็นประโยคที่ผมตอบกลับคนเป็นพี่ไป
 ทั้งที่เป็นประโยคที่กวนประสาท
แต่พี่คุณก็ยังทอดสายตามองผมอย่างอ่อนโยน
  ก่อนที่จะใช้มือใหญ่จับศรีษะผมโยกเบาๆเหมือนหมั่นเขี้ยว
การเคลื่อนไหวร่างกายของพี่คุณทำให้กลิ่นหอมอ่อนๆโชยเข้าจมูกผมทันที
เหอะแต่งตัวก็อย่างกับเด็กม.ปลาย แถมกลิ่นน้ำหอมฟุ้งไปทั้งตัวอีก
 ไปคุยงานหรือไปเหล่สาวกันแน่นะ
ครับๆ งั้นพี่ไปก่อนนะ ถ้านอนไม่หลับก็ไปเล่นกับคนอื่นก่อนแล้วกัน
ผมรีบปัดมือใหญ่ออก ทำไมพี่คุณชอบทำเหมือนผมเป็นเด็กๆอยู่เรื่อย
เอ๊ะ พี่คุณ ทำไมผมจะนอนไม่หลับ พี่คุณไม่ต้องมาห่วงผมหรอกจะไปทำงานก็รีบไปเลย
ผมพูดจาเหมือนไล่พี่คุณขนาดนี้
แต่คนถูกไล่ก็ยังคงมองผมอย่างเอ็นดูเหมือนเคย
 แต่ก่อนสายตาเอื้อเอ็นดูของพี่คุณที่มองผม
ทำให้ผมมีความสุขจนหัวใจพองโต
 แต่พักนี้เมื่อเห็นสายตาที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
 ทำให้ผมชักเริ่มรู้สึกแปลบๆในหัวใจ
ในสายตาพี่คุณ ผมจะดูเด็กตลอดไปเลยหรือไง
พี่ไปแล้วนะครับ หลับฝันดีนะครับ
พี่คุณยังไม่วายหันมาร่ำลา
พร้อมตากลมโตที่เป็นประกายแปลกๆ เหมือนรู้ทันอะไรก็ไม่รู้
ทำให้ผมอดที่จะแลบลิ้นใส่ไม่ได้
พี่คุณหัวเราะร่วนใส่หน้าผม
 คว้าเป้ใบโปรด ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป
ห้องที่เงียบสงัด และเหมือนจะเย็มเฉียบขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน
 ทำให้ผมรีบขึ้นไปนอนบนเตียงกว้าง คว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมกาย
 แล้วเป็นไงละ คนปากเก่งอย่างผมตอนนี้
ทั้งนอนไม่หลับ ทั้งถ่างตารอพี่คุณ
หรือนี้เป็นบทลงโทษของคนปากดี.........
 
ผมรู้ว่าพอมาเมืองไทย พี่คุณจะต้องยุ่งเป็นเท่าตัว
ไหนจะทั้งเรื่องงาน  และต้องแบ่งเวลากลับไปหาครอบครัว
อันเป็นที่รักของพี่เขา
แต่นี้มันก็เที่ยงคืนแล้วนะ ทำไมพี่คุณถึงยังไม่กลับมาสักที
พี่คุณบอกจะไปพบคุณพ่อ คุณแม่ช่วงหัวค่ำ
หลังจากนั้นจะเข้าบริษัทที่ดูแลพี่คุณเรื่องหนัง
ที่พี่คุณมาถ่ายทำเมื่อเดือนที่แล้ว
แต่บริษัทบ้าอะไรครับทำงานยันเที่ยงคืน
หรือพี่คุณไปเที่ยวต่อ
พอคิดถึงตรงนี้ ผมก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา ทันที
อยู่เกาหลีก็เพื่อนเยอะซะจน
พอมีเวลาว่างหน่อยก็จะมี คนนู้นชวนไปที่นั้น
คนนั้นชวนไปที่นู้นอยู่เสมอ
พอมาไทย ก็ยังจะไปหาเรื่องสังสรรค์ได้อีก
มนุษยสัมพันธ์ดีเหลือเกิ้นนนนนน
ทั้งที่ช่วงกลางวันก็มีงาน กลางคืนพี่คุณก็ยังลัลล้าได้
พอคิดถึงงานเมื่อช่วงกลางวัน
ผมก็ค่อยอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย
เพราะตั้ง 7 เดือนแล้วที่ผมไม่ได้เจอแฟนๆชาวไทย
เสียงกรี๊ดกับ รอยยิ้ม ที่มีให้กับพวกผมยังคงเหมือนเดิม
ขนาดผมพูดภาษาไทยผิดๆถูกๆ
เสียงกรีดร้องชอบใจปนเสียงหัวเราะก็ยังดังลั่น
แต่ภาษาไทยนี้ยากจริงๆน้า
พี่คุณเคยบอกว่าแค่ออกเสียงสูง ต่ำ ผิดไป
 ความหมายก็ไม่เหมือนกันแล้ว
อย่างวันนี้ทั้งที่ผมแอบถามพี่คุณก่อน
 ผมก็ยังจะพูดไอ้เย็น น้าน นานผิดอีก
ก็ไม่รู้พี่คุณจะระอากับลูกศิษย์หัวขี้เลื่อยอย่างผมหรือเปล่า
เพราะผมเห็นพี่คุณทำเพียงหมุนเก้าอี้เล่น พร้อมกับส่งรอยยิ้ม
และเสียงหัวเราะนุ่มๆมาให้ผมเท่านั้น
ผิดกับจุนโฮ ที่พูดชัดจนพี่พิธีกรยังชม พี่คุณยังยกนิ้วให้
แถมพูด ขอบคุณมาก เรียกเสียงกรี๊ดถูกใจจากแฟนๆดังลั่น
กับเรียกสายตาแปลกใจปนภูมิใจจากพี่คุณได้อีก
ผมก็พูดคำที่จุนโฮพูดได้นะ ไอ้เย็นมากเนี่ย
และผมคิดว่าผมพูดมันได้ชัดกว่าเย็น น้าน นานของผมเสียอีก
แถมตอนเล่นเกมส์ผมก็ดันเป็นคนเดียวในทีมที่ปาลูกดอกไม่ได้เรื่อง
แต่สายตาที่พี่คุณมองผม ก็ไม่มีความผิดหวัง หรือไม่พอใจ
พี่คุณยังคงยิ้มกว้าง มองผมอย่างเอ็นดู
เป็นผมเสียอีกที่กลับรู้สึกผิด
 จนต้องทำท่าน่ารักกลบเกลื่อนความไม่ได้เรื่องของตัวเอง
นอกจากเรื่องเต้น และร้องเพลง ทำไมผมจึงทำเรื่องอื่นไม่ค่อยได้ดี
ผิดกับพี่คุณ ที่เหมือนจะทำอะไรก็ดูดี ได้เรื่องไปหมด
แต่ผมรู้ทุกอย่างที่พี่คุณทำมันมาจากทั้งความพยายาม
และความตั้งใจของพี่เค้าทั้งนั้น
แต่ตอนนี้ผมพยายามทำบางสิ่ง เพื่อให้พี่คุณภูมิใจว่าถ้าผมตั้งใจ
ถ้าผมพยายาม ผมก็สามารถทำได้เหมือนกัน
 
ขณะกำลังคิดอะไรเพลิน ผมก็ได้ยินเสียงก๊อกแก็กตรงประตูห้อง
ผมรีบหลับตาทันที พอประตูห้องเปิด ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ก้าวมาภายในห้อง
 ผมก็แสร้งทำเป็นลืมตาขึ้นมาเหมือนเพี่งตื่นนอน
ใบหน้าพี่คุณมีร่องรอยเหน็ดเหนื่อยแต่พอเห็นหน้าผมก็รีบส่งยิ้มให้
อูยองงี่ ขอโทษนะครับที่ทำให้ตื่น
พี่คุณพูดเพราะและอ่อนโยนกับน้องทุกคนเสมอ
แต่พี่แทคที่ว่าไปก็เป็นน้องพี่คุณเหมือนกัน กับไม่ได้รับอภิสิทธิ์นั้น
แทค
 เสียงทุ้มลงหนัก ติดสำเนียงอังกฤษหน่อยๆ
นี่คือที่พี่คุณใช้เรียกพี่แทคเวลาลับหลังกล้อง
 แต่บางครั้งถึงต่อหน้ากล้อง ถ้าพี่แทคสติแตกมากไปนิด
 เสียงทุ้มเข้มก็จะมาให้ได้ยินทันที
แต่สิ่งที่พี่แทคได้รับตอบแทนการเรียกแบบนี้คือ
สายตาที่แสดงถึงความสนิทสนม  เท่าเทียม และรู้ใจ
พี่แทคไม่เคยได้รับสายตาเอ็นดูจากพี่คุณ
ถึงแม้สายตารู้เท่าทันเป็นสิ่งที่พี่แทคได้รับอยู่เสมอ
 แต่มันก็สะท้อนให้เห็นความสนิทสนมอย่างยิ่งยวดด้วยเหมือนกัน
ส่วนพี่ใหญ่ของเราพี่จุนซู
จุนซูย่าห์
พี่คุณมักจะเรียกพี่จุนซูด้วย เสียงเข้มงวดปนระอา
เพราะรู้ไส้ รู้พุงกับพฤติกรรมบางอย่างของพี่จุนซู
ตั้งแต่ตอนเป็นเด็กฝึกหัด  แต่สายตาที่เข้าใจพี่จุนซูอย่างถ่องแท้
และความเป็นห่วงเป็นใยเหลือแสนที่พี่จุนซูได้รับจากพี่คุณ
ตอนที่พี่จุนซูบาดเจ็บก็ทำให้พี่ใหญ่ของเราไม่เคยปริปากบ่นอะไร
 หรือไม่กล้าก็ไม่รู้
 “อูยองงี่??”
 อ้าว ผมนั่งเหม่อจนพี่คุณต้องทักอีกครั้ง
อะ เอิ่ม ไม่เป็นไรครับ ทำไมกลับดึกจังครับพี่คุณ
อ๋อ คุยเรื่องงานยาวเลยนะครับ เพราะมาคราวหน้าพี่คงไม่มีเวลาแล้ว
แหง ละครับก็คราวหน้าเราต้องมาเล่นคอนที่นี้
คงไม่มีเวลามาคุยเรื่องอื่นนอกจากซ้อมคอนอยู่แล้ว
ผมมองพี่คุณที่กำลังถอดเสื้อยืดสีหวานออกจากตัว
เผยให้เห็นกล้ามอกแน่นปึ๊ก กล้ามแขนถึงไม่ใหญ่เท่าพี่แทค แต่ก็ได้รูปสวย
กล้ามท้องเป็นลอนแข็งปั๊ก เห็นซิกส์แพคชัดเจน
พี่คุณหน้าตาดีแถมหุ่นก็ดีจนน่าอิจฉา
หลับต่อเลยครับอูยอง เดี๋ยวพี่อาบน้ำเสร็จก็จะรีบเข้านอนเหมือนกัน
พี่คุณบอกผมเพราะเห็นผมยังนั่งมองพี่เขาตาเขม็ง
ครับ พี่คุณ
ผมรับคำ ก่อนที่รีบจะหลับตาเพราะรู้ดีว่าคนเป็นพี่จะไม่ไปไหน
ถ้าไม่เห็นผมเข้านอนจริงๆ
พอผมได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินห่างเตียงออกไป
 รอสักพักจนได้ยินเสียงเปิด ปิดประตูห้องน้ำ
 ก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงน้ำค่อยๆ
 ผมก็ลืมตาโพลงขึ้นมาอีก
ถ้าสิ่งที่ผมกำลังทำประสบความสำเร็จ พี่คุณจะทำหน้ายังไงหนอ
ดวงตากลมโตจะฉายแววประหลาดใจไหมน้า
แต่ที่ผมอยากได้ที่สุดคือสายตาที่มองผมอย่างภาคภูมิใจบ้าง
แค่คิดว่าพี่คุณจะมองผมยังไง ผมก็ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ
จนได้ยินเสียงประตูห้องน้ำเปิดนะแหละ
เลยต้องรีบหลับตาลงอีกครั้ง
ผมได้ยินเสียงฝีเท้าพี่คุณที่ใกล้เข้ามาทุกที
ก่อนที่จะหยุดนิ่งอยู่ข้างเตียงผม
สักพักผมก็รู้สึกถคงที่นอนข้างกายที่ยุบยวบลงไป
 ผมยิ่งพยายามหลับตาให้เหมือนคนนอนหลับสนิทที่สุด
ไม่กล้าทำตัวขยุกขยิก แต่กลิ่นสบู่หอมฟุ้งที่มาจากคนที่นั่งบนเตียง
 ก็เกือบทำให้ผมสูดลมหายใจเข้ายาว ก่อนที่ผมจะตัวแข็งทื่อ
เมื่อรู้สึกถึงนิ้วใหญ่ที่ไล้อยู่บนแก้มของผมจนผมรู้สึกจั๊กจี้
สุดท้าย ผมต้องแสร้งทำเสียงงึมงำใส่
นิ้วที่ไล้แก้มผมชะงักทันที ก่อนที่จะหยิกแก้มผมเบาๆ ส่งท้าย
แล้วพี่คุณก็ลุกขึ้น
พี่คุณ
ความโหยหาแปลกๆที่ผุดขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน
ผมเลยเผลอเรียกชื่อพี่เขาออกไป  
พอรู้สึกตัวก็แทบอยากจะกัดลิ้นตัวเอง
 ผมรีบทำตัวให้เหมือนคนกำลังหลับสนิทอีกครั้ง
 ผ่อนลมหายใจที่สะดุดไปช่วงหนึ่งเมื่อตะกี้ให้เป็นปกติ
ทั้งที่ร่างกายใต้ผ้าห่มแข็งเกร็งไปหมด
ภาวนาให้พี่คุณคิดว่าผมแค่ละเมอ
 สักพักความเงียบที่น่าอึดอัดก็โดนทำลาย
เพราะพี่คุณที่คงไม่ผิดสังเกตเลยเดินห่างจากเตียงผมไป
 คงจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมเข้านอน
ผมลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
 
เสียงปิดไฟ พร้อมเสียงสวบสาบของที่นอนข้างๆ
และเสียงห้าว นุ่มนวลที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ
คล้ายบทเพลงขับกล่อมให้ผมเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว
“Good Night Lovely Bro.”
 
 
Old Brother
Nichkhun
 
ผมเปิดประตูห้องน้ำ โดยที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวพันอยู่รอบสะโพก
 ก่อนที่จะใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กที่คล้องอยู่รอบคอ
ซับหยดน้ำที่เกาะติดพราวตรงใบหน้า
 สายตามองตรงไปยังคนที่นอนหลับสนิทบนเตียงตัวเอง
 เห็นเพียงใบหน้ากลมใสโผล่พ้นผ้าห่ม
ก่อนที่จะอมยิ้มออกมา
ทำไมผมจะไม่รู้ว่าอูยองคอย ผม
ถึงเจ้าตัวพอเจอหน้าผม จะทำท่าเหมือนเพิ่งตื่นนอน
ทั้งๆที่ตาเรียวเล็ก ใสแจ๋ว
 มีแต่ความยินดีไร้ซึ่งรอยง่วงงุน
ผมเห็นประกายตาที่แสดงความดีใจทันทีที่เห็นหน้าผม
ผมก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ 
แต่ด้วยรายละเอียดเนื้องานที่ค่อนข้างมาก
ถึงผมอยากจะรีบกลับมาเท่าไหร่
แต่กว่าผมจะกลับมาให้น้องเห็นหน้าก็ล่วงเข้าวันใหม่
แต่อูยองไม่อยากให้ผมรู้ว่าตัวอเองรอผม
ผมก็เลยทำท่าไม่รู้เรื่องตามที่น้องอยากให้เป็น
 
ทุกครั้งที่ไปทำงานต่างประเทศ  ทุกครั้งที่พักอยู่ห้องเดียวกัน
ถ้าผมยังไม่กลับเข้าห้อง อูยองก็จะไม่นอน
ถ้ายังไม่เห็นหน้าผม อูยองก็ไม่สามารถข่มตาให้หลับได้
อูยองจะรอผมจนกว่าผมจะกลับมา
และพอเห็นหน้าผมเท่านั้น  อูยองก็จะหลับทันที
 
ผมนั่งลงที่เตียงของคนที่หลับสนิท
ทั้งที่อายุ 20 กว่าแล้ว แต่ในสายตาผม อูยองยังเหมือนเด็กน้อย
ผมไล่สายตาตั้งแต่ ผมสีน้ำตาลเข้มที่ยาวปรกหน้าผากเนียน
จมูกโด่งเล็ก ปากบางสีชมพู
 และจุดเด่นที่สุดบนใบหน้าคือแก้มอิ่มย้อย
ผมอดไม่ได้ที่จะไล้แผ่วๆไปที่แก้มกลม
ที่เหมือนจะมีเนื้อหนังมากขึ้นกว่าเดิมเพราะน้ำหนักทีเพิ่มขึ้น
เนื่องจากอูยองต้องการเล่นกล้าม
ทำให้แก้มกลมๆตอนนี้ห้อยย้อย จนน่าหยิกเล่น
ตอนที่เจ้าน้องน้อยบอกว่าอยากจะเล่นกล้ามนั้น
ผมไม่เห็นด้วยเลย เพราะคิดว่ารูปร่างอูยองสมส่วนดูดีอยู่แล้ว
 และที่ผมไม่อยากสนับสนุนน้องเท่าไหร่
 เพราะการที่จะเล่นให้กล้ามขึ้นนั้นไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ
มันต้องอาศัยทั้งเวลา และความอดทน ความสม่ำเสมอในการเข้าฟิตเนส
และยิ่ง อูยองรูปร่าง สรีระไม่เหมือนกับแทคยอน ที่เล่นเพียงแป๊บเดียว
ก็ประสบผลสำเร็จ แต่ร่างกายของอูยอง เล็กบางกว่า
ไหนจะต้องเพิ่นน้ำหนัก
ไหนจะต้องทนกับการยกดรัมเบลที่หนักหลายสิบกิโล หลายร้อยครั้ง
และต้องทำเป็นประจำ อย่างสม่ำเสมอ กล้ามถึงจะขึ้นสวย
ผมไม่อยากให้น้องต้องมาลำบาก ทรมานกาย
ไหนมือที่เคยนิ่มๆจะด้านอีก ละ
แต่พอเห็นความตั้งใจจริงของอูยอง
ก็ทำให้ผมกลืนคำทักท้วงไปทันที
ผมชอบที่เห็นน้องพยายามในการทำอะไรสักอย่าง
 ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องเล็กน้อย
แต่ถ้ามันประสบผลสำเร็จ มันก็น่าภาคภูมิใจอยู่ดี
อูยองเป็นคนที่เข้ามาเป็นเด็กฝึกหลังสุด
ทำให้คิดว่าต้องพยายามให้มากกว่าคนอื่นหลายสิบเท่า
ทั้งๆที่ตัวเองมีพรสวรรค์อยู่แล้วทั้งเรื่องเต้นและร้องเพลง
แต่เจ้าตัวก็มักจะกลัวว่าจะเป็นตัวถ่วงพี่น้องร่วมวง
เลยทำให้ความคิดนั้นกดดันตัวเอง
จนมันระบายออกมาเป็นหยดน้ำที่หลั่งไหลออกมาจากดวงตาเรียว
 
ตอนเป็นเด็กฝึกอูยองร้องไห้บ่อยมาก
ครั้งแรกที่เห็นผมเห็นอูยองร้องไห้ ผมอดตกใจไม่ได้
ก็อูยองเล่นร้องไห้ไม่ยอมหยุด
สะอึก สะอื้นอยู่อย่างนั้น จนผมสงสาร
แก้มก็บวมอยู่แล้ว พอมาร้องไห้จนตาบวมอีกเลยดูไม่จืดไปกันใหญ่
ตอนนั้นใครมาพูดจาปลอบยังไง
เจ้าเด็กแก้มย้อยก็ยังไม่ยอมหยุด
 ผมรู้ว่าอูยองพยายามแล้วที่จะหยุดร้อง
มือเล็กโอบรอบกายตัวเองแน่น
ท่าทางที่เหมือนพยายามกลั้นน้ำตา กลั้นเสียงร้อง
แต่ร่างเล็ก ก็ยังสะอึกจนสั่นสะท้านไปทั้งตัว
ทำให้ผมต้องรีบคว้าคนตัวเล็กมากอดไว้แนบอก
เพราะความตกใจที่โดนกอด อูยองน้ำตาเลยหยุดไหลอัตโนมัติ
แต่ก็ยังมีเสียง สะอื้นแผ่วๆให้ได้ยิน
คนโดนกอด ร่างกายแข็งเกร็งเพราะตกใจในช่วงแรก
แต่พอผมลูบหัวทุยเล็ก ก่อนที่จะกระซิบปลอบเสียงเบา
ทั้งภาษาอังกฤษ ทั้งเกาหลีอย่างสุดความสามารถ
ร่างการที่แข็งขืนจึงเริ่มผ่อนคลาย
 แถม มือเล็กๆเปลี่ยนจากกอดตัวเองมารัดตอบกลับผมแนบแน่น
ก่อนที่จะใช้เสื้อผมเป็นที่ซับน้ำตา  ใช้อกผมเป็นที่กลั้นเสียงสะอื้น
สักพักใหญ่ถึงจะเงยหน้าขึ้นมามองผมตาปริบๆ
ตาที่บวมปูด ทั้งหน้า ทั้งจมูกแดงเรื่อ
ผมเลยอดไม่ได้ที่จะส่งยิ้มปลอบโยนไปให้
ไม่ร้องแล้วนะครับ
ตอนนั้นผมถามด้วยสำเนียงเกาหลีแปร่งๆ
เจ้าเด็กตัวที่สูงแค่อกผม สูดจมูกยาวก่อนพยักหน้าหงึกหงัก
อูยองไม่พูดอะไร แต่ตาเรียวที่ถึงแม้จะบวมเบ่งจนแทบจะปิดตาดำมิด
แต่ผมก็ยังเห็นว่าตาเล็กนั้นสะท้อนความขอบคุณและซาบซึ้งใจ
ผมเลยอดหัวเราะไม่ได้ ปากเล็กบางแย้มยิ้มตามทันที
ไปๆมาๆเลยกลายเป็นผมที่ต้องเป็นคนคอยปลอบทุกครั้ง
ที่เจ้าเด็กคนนี้ร้องไห้ คอยฟังทุกเรื่องราวทั้งสุข ทั้งเศร้า
ที่เด็กคนนี้มาเล่าให้ฟังแทบทุกวัน
 แต่ก็เป็นหน้าที่ที่ผมยินดี
เพราะอูยองเหมาะกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
มากกว่าใบหน้าเปื้อนน้ำตา
ความสดใสมีชีวิต ชีวา ดูเข้ากับน้องมากกว่าใบหน้าเศร้าหมอง
ตอนนี้อูยองร้องไห้น้อยลงจนผมเริ่มเบาใจ
และยังมีความคิดที่จะทำอะไรนอกเหนือจากคำสั่งของบริษัทเองด้วย
อย่างเล่นกล้ามนี้ก็เหมือนกัน บริษัทไม่ได้บังคับให้น้องต้องทำ
แต่ไม่รู้ทำไมอูยองถึงคิดที่จะเล่นก็ไม่รู้
ผมเคยถามคำถามนี้กับคนที่กำลังขมักเขม้นยกดรัมเบล
ตอนที่เราไปฟิตเนสด้วยก้น
เจ้าเด็กน้อยไม่ตอบทันที  แต่ตาเรียวเป็นประกายวาววับ
ก่อนที่จะวางดรัมเบลในมือลง  หลังจากก็ก้มหน้านิ่งไปนาน
จนผมคิดว่าอูยองคงจะไม่ตอบแล้ว
 ปากเล็กบางจึงอุบอิบ งึมงำอะไรสักอย่าง ที่ผมไม่ได้ยิน
พอผมบอกให้พูดใหม่ ก็กลับเงยหน้าที่แดงก่ำ มาค้อนผมตะหลับตะเหลือก
บอกว่าไม่พูดแล้ว ก่อนที่จะหันกลับไปยกดรัมเบลเอาเป็นเอาตายเหมือนเดิม
แต่อะไรหรือใครก็ตามที่ทำให้น้องผมตั้งใจทำอะไร ผมก็ขอขอบคุณแล้วกัน
 
เจ้าเด็กน้อยขี้แย  ที่แต่ก่อนเวลาจะเสนอความคิดเห็น
ของตัวเองให้คนอื่นฟัง  ก็มักจะบอกผ่านผม
แต่ตอนนี้เริ่มเติบโตเป็นชายหนุ่มที่มุ่งมั่น
ตั้งใจทำอะไรบางอย่างเพื่อตัวเอง หรือจะเพื่อใครก็ตาม
มันทำให้ผมต้องยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ
ที่ได้ป็นส่วนหนึ่งในการประคับประคอง
ให้อูยองก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ และสง่างาม
 
อืมม
อูยองทำเสียงอืออา คงจะรำคาญนิ้วผม
ที่ยังคงไล้เล่นอยู่บนแก้มเนียนเปล่ง
ผมจึงหยิกไปที่แก้มอิ่มเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยวส่งท้าย
ก่อนที่จะลุกขึ้นยืน
พี่คุณ
อ้าว...นี่ผมกวนจนน้องจนตื่นเลยหรือเนี่ย
 แต่พอผมหันกลับไปมอง
ก็เห็นเพียงคนที่ยังคงนอนหลับสนิทเหมือนเดิม
สงสัยอูยองคงจะละเมอ
ผมเลยรีบเดินไปใส่เสื้อผ้า เพื่อที่จะได้พักผ่อนบ้าง
“Good Night Lovely Bro.”
 ผมพูดเบาๆก่อนที่จะปิดไฟ พร้อมที่จะเข้าสู่ห้วงนิทราตามน้องรักไปอีกคน
 
บทส่งท้าย