“ก๊อกๆ”
เสียงเคาะประตูห้อง ทำให้ผมที่กำลังนั่งอยู่หน้าคีย์บอร์ด เพื่อเตรียมจะแต่ง
เพลงต้องชะงัก แต่ไอ้คนเคาะ มันก็เหมือนเคาะไปงั้นๆ เพราะผมไม่ทันจะ
บอกให้เข้ามาได้ อดีตรูมเมทผมก็เปิดประตูเดินหน้าตึงเข้ามา หน้าที่งอง้ำ
ทำให้ผมที่กำลังจะอ้าปากด่ามัน ชะงักทันที
อ๊ค แทคยอน สัญลักษณ์ไอดอลสัตว์ป่า ของวง ที่วันนี้สวมเเสื้อยืดสีขาวไร้
ลวดลายแนบกระชับไปกับกล้ามอกแกร่ง กางเกงยีนส์สีซีดพอดีตัวเน้น
ขายาวใหญ่แข็งแรง ผมสีดำสนิทค่อนข้างยาวปรกหน้าผากกว้าง ดวงตา
คมกริบ จมูกโด่งคมสัน ริมฝีปากหยักได้รูป รับกับคางแข็งแรง
ทั้งหุ่น ทั้งใบหน้าคมเข้มที่ ผู้ชายคนไหนเห็นก็ต้องอิจฉา ผู้หญิงพบก็ต้อง
เหลียวหลังมองจนคอแทบหัก
คนที่เหมือนมีพลังชีวิตเหลือเฟือ กระดี้ กระด้า ลั่นล้า ร่าเริง ได้ตลอด ถ้า
เจ้าตัวไม่ง่วงนอนซะก่อน คนที่เป็นเหมือน Mood Maker ประจำวง แต่
ตอนนี้กลับทำหน้าหงิก ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนที่จะล้มตัวลงไปนอน
หงายบนเตียงนอนสุดหรูของผม ผมก็ว่าเตียงผมก็ใหญ่อยู่น้า แต่พอไอ้
เพื่อนตัวดีมันนอนลงไป ก็เหมือนเตียงผมเล็ก แคบลงทันตา
ผมมองคนที่นอนเงยหน้าจ้องไปที่เพดานห้องผมเหมือนกับจะหาจิ้งจก
ตุ๊กแก มากินหรือไงก็ไม่รู้ อยู่เนิ่นนาน โดยที่ไม่พูดไม่จา
สุดท้ายเป็นผมเองที่ทนไม่ได้เลยต้องไถลล้อเก้าอี้ไปใกล้เตียง
“เป็นอะไรวะแทค”
“เปล่า”
คำตอบห้วนสั้น ที่ตรงข้ามกับอาการของเจ้าของเสียง ทำให้ผมต้องขมวด
คิ้ว
ไม่ได้เป็นอะไร แกก็กลับไปนอนที่ห้องแกสิวะ ผมละอยากจะพูด
ออกไปอย่างนี้จริง จริ๊ง แต่ด้วยความเป็นเพื่อนที่แสนดีผมเลยต้องทำใจ
เย็นตะล่อมถามอีกครั้ง
“ไม่สบายใจอะไรหรือเปล่า”
“เปล่า”
เอิ่มมม งั้นก็เรื่องของมรึงเหอะ ตรูไม่สนแล้ว อยากจะนอนแห้งเหี่ยวเฉา
ตายบนเตียงผมก็นอนไป ไว้ผมง่วงแล้วค่อยไล่มันออกจากห้องแล้วกัน
พอผมจะเลิกสนใจ มันก็กลับเปลี่ยนมานอนตะแคง มือใหญ่เท้าหัวโตๆ
ก่อนที่จะเงยหน้ามามองผม หน่วยตาใหญ่ยาวที่มักสะท้อนความรื่นรมย์ใน
ใจเสมอ แต่ตอนนี้กลับมีแววหมองๆหม่นๆ พลอยให้หัวใจผมกระตุกวูบไป
ด้วย
“แทค เป็นอะไร”
ผมใช้มือลูบไปที่ไหล่หนาเบาๆ พลางถามเสียงอ่อน แทคยอนคราวนี้ไม่
ยอมตอบ กลับหลุบตาหนี สายตา สงสัยปนห่วงใยของผม ก่อนที่จะ เอา
มือใหญ่ๆของมันมาจับมือผมที่วางแปะอยู่บนไหล่มันไปพินิจพิเคราะห์
ใหญ่
“ทำไมมือนาย สวยจัง”
มันเงยหน้ามาถาม แววตาสงสัย ใคร่รู้แบบเด็กที่อยากรู้ อยากเห็นไปซะทุก
เรื่อง ทำให้ผมต้องก้มไปมองมือผมที่ดูเล็กไปทันตาเมื่อไปอยู่ในอุ้งมือ
คร้าม ผมก็เคยได้ยินแฟนๆบอกหลายหนแล้วละครับ ว่าทั้งมือ ทั้งนิ้วผม
นะสวย ยิ่งมาเทียบกับมืออ๊ค แทคยอน ที่ถึงจะตัดเล็บสั้น ดูสะอาดตา แต่
นิ้วใหญ่ที่ข้อแตกเกือบทุกนิ้ว ก็แตกต่างกับนิ้วเล็กเรียวยาว ของผมจริงๆ
“ก็เอาไว้แค่แต่งเพลง เล่นแต่คีย์บอร์ดนี้หว่า ไม่ได้ไปยกอะไรหนักๆแบบ
นาย”
อะไรหนักๆที่ว่าก็คือพวกเครื่องออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามของมันนะละ
ครับ
“จริงด้วยเนอะ”
คนมือไม่สวย พอฟังแล้วก็ยิ้ม พยักหน้าเห็นด้วย
“ส่วนใหญ่คนที่เล่นเปียโนได้ มือสวยทุกคนแหละ”
แล้วผมก็ต้องแปลกใจเพราะพอหลังจากผมพูดจบ
ใบหน้าเข้มสลดวูบ รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าอีกครั้ง
อ๊ค แทคยอน พึมพำเสียงแผ่ว มือใหญ่ยังคงกุมมือผม ตาคมยังจับจ้อง
เหมือนกับจะมองมือผมให้ทะลุ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าใจของแทคยอนล่องลอยไปไหน หรือจะปลิวไปหาคนที่เล่นเปียโนได้ แต่มือไม่สวยก็ไม่รู้ ผมดึงมือออก
จากการกอบกุม แทคยอนถึงหลุดจากอาการเหม่อลอย เงยหน้ามามอง
อย่างสงสัย
“ฉันง่วงแล้ว ถ้าแกไม่มีอะไร ก็ออกไปจากห้องฉันได้แล้ว ไป๊”
ผมเสไปมองทางอื่น ก่อนที่จะออกปากไล่มัน ทั้งที่ยังไม่รู้สึกอยากจะเข้า
นอน แต่อารมณ์หนักๆหน่วงๆในใจที่มาอย่างปัจจุบันทันด่วน ทำให้ผม
รู้สึกอยากอยู่คนเดียว
“จะนอนแล้วเหรอ เพิ่ง 4 ทุ่มเอง ทุกทีเที่ยงคืนก็ยังไม่เห็นง่วง”
ผมหันกลับมามองหน้าอดีตรูมเมทอีกครั้ง ทำไมผมต้องรู้สึกผิดด้วยน้า
เมื่อได้ยินเสียงหงอยๆ ที่มาพร้อมกับหน้าเหงาๆของมัน
“โอ๊ยยย!!!! ตอนนี้ฉันแก่แล้ว อยู่ดึกๆไม่ไหวหรอก พรุ่งนี้ก็มีงานแต่เช้าอีก”
ผมพูดส่งๆไป
“อืมมม... จริงด้วยเนอะ ขอโทษนะ ที่มากวนนาย”
โอ๊ยยยย ไอ้บ้าแทคยอนทำไมไม่พูดจากวนประสาทเหมือนเคยนะ
มาทำเสียงจ๋อยๆอย่างนี้ ฉันก็ยิ่งรู้สึกเหมือนเป็นคนใจร้ายเข้าไปทุกที
“ถ้าวันนี้นายไม่สบายใจจะนอนกับฉันไหม”
สุดท้ายก็เป็นผมที่ทนไม่ได้อีกเหมือนเคย จนต้องหลุดปากบอกมันไป อ๊ค
แทคยอนมองหน้าผมไม่พูดจา แต่ความซาบซึ้งก็เต็มดวงตาคม จนผม วาง
ไม้ วางมือแทบไม่ถูก สุดท้ายต้องเอานิ้วไปไชที่นอนเล่น หน้าก็ร้อนผ่าวๆ
ขึ้นมาทันที ไข้ขึ้นหรืองัยเนี่ย หน้าร้อนวูบวาบไปหมด
“อืมมมม”
อ้าว ผมชวนมันไปงั้นๆ มักกลับตกลงง่ายๆอีก ชิบหายละ เตียงก็แค่นี้ จะ
นอนกันยังไงละเนี่ย แต่พอมองคนที่ทำหน้าเหมือนแมวโดนทิ้ง ก็อดใจอ่อน
ไม่ได้
“เอ่อออ งั้นถ้านายจะนอนด้วยก็เขยิบไปหน่อย” ผมสั่ง
คนที่กำลังนอนเท้าคางมองผม รีบกลิ้งตัวไปอีกฝั่งของที่นอน เพื่อเหลือที่ให้
ผมขึ้นไปนอนบ้าง
ผมที่ต้องตกกระไดพลอยโจนนอนทั้งที่ยังไม่ง่วงเท่าไหร่ ก็เลยต้องก้าวขา
ขึ้นบนเตียง ดีนะมีหมอน 2 ใบ ผมกับมันเลยไม่ต้องมาแย่งหมอนกัน แต่ผ้า
ห่มมีผืนเดียวก็แบ่งๆกันห่มแล้วกันเนอะ ผมสะบัดผ้าห่มผืนใหญ่ไปคลุม
ให้กับคนที่นอนข้างๆ ที่พยายามนอนตะแคงเพื่อให้มีพื้นที่เหลือบนเตียงให้
มากที่สุด
“นายนอนตะแคง มันจะสบายไหมละนั้น เดี๋ยวก็บ่นปวดแขน ปวดขาอีก
นอนหงายเลย”
ไอ้คนที่วันนี้แสนจะเชื่อฟังผมรีบนอนหงายจนแขนใหญ่แนบชิดอยู่กับแขน
ผม ไออุ่นร้อนผ่าว เหมือนถ่ายเทมาที่ผมแทบจะทันที แถมมันยังจะจับมือ
ผมอีกแหนะ
“มือนุ๊มม นุ่ม เนอะ”
โอ๊ยยย มันวุ่นวายอะไรกับมือผมนักหนาฟระ พอผมจะดึงมือกลับ มันก็ไม่
ยอมอีก
“นอนจับมือกัน”
โอ้ !!! มายก็อด!!!! วันนี้ทำไมไอ้แมวดำมันขี้อ้อนจังฟระ นอนจับมือเนี่ย
นะ แกเป็นเด็กประถมหรืองายยยย แต่ความอบอุ่นของมือใหญ่ก็มีมาก
พอที่จะทำให้ผมเลือกที่จะหุบปากเงียบ แทนที่จะโวยวายออกมา
ผมเหลือบมองคนที่นอนหลับตา เห็นเพียงเสี้ยวจมูกโด่ง รับกับปากได้รูป
แต่หัวคิ้วเข้มที่ขมวดน้อยๆเหมือนมีเรื่องติดค้างในใจ จน ผมอด
ใจไม่ไหวต้องใช้มือข้างที่ไม่ได้โดนกุม ไปนวดคลึงตรงหว่างคิ้วให้เบาๆ
“ทำไมนอนขมวดคิ้วอย่างนั้น เดี๋ยวก็หน้าย่นกว่าเดิมหรอก”
ผมพูดยิ้มๆ ไอ้เจ้าคนที่โดนนวดคิ้ว ลืมตาแล้วหันหน้ามามองผมทันที
แล้วก็เหมือนโลกเบี้ยวๆของผมจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ เพราะ ดวงตาคมที่
ทอดมองผมแปลกๆทำให้ผมทำอะไรไม่ถูก ริมฝีปากได้รูปที่แย้มยิ้มตอบ
กลับน้อยๆ ทำให้ผมเหมือนจะหายใจไม่ออก ลมหายใจคล้ายจะขาดห้วง
แต่หัวใจผมกลับเต้นแรง จนเจ็บร้าวไปทั้งอก
หน้าของแทคยอนอยู่ใกล้มากจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ ใกล้มากจน
ผมแทบตาพร่าเมื่อมันยิ้มใส่ตาผมอย่างนั้น ความร้อนทีอธิบายไม่
ถูก รู้แต่ว่ามันเริ่มหมุนเวียน ไหลวนตั้งแต่มือข้างที่โดนกอบกุม ไล่ลาม
มาถึงหน้า ขึ้นไปถึงสมอง สุดท้ายกลับวกลงมาที่กลางอกข้างซ้าย ผมเป็นอะไรครับเนี่ย
“ก๊อก ก๊อก”
เสียงเคาะประตูห้องที่ได้ยิน ทำให้ผมสะดุ้งเฮือก เหมือนตื่นจากภวังค์ จนผมต้องกระพริบตาอย่างงงๆ
“ก๊อก ก๊อก”
เสียงเคาะประตูเบาๆอย่างเกรงใจดังขึ้นอีก ผมรีบเอ่ยปากอนุญาติให้เข้า
มาได้
ถึงแม้นิชคุณจะบอกว่าตัวแองเป็นผู้ชายธรรมดา แต่ใบหน้าเล็กขาวผ่อง
ผมสีดำสนิทที่ข้างหน้าตัดจนสั้นเต่อ แต่มันกลับช่วยเน้นให้เห็นโครงหน้า
สวยชัดเจน ดวงตากลมโตใสแจ๋ว มีขนตายาวตรงล้อมกรอบดวงตาคู่
สวย คิ้วเข้ม จมูกโด่งเรียว แก้มอิ่ม ปากหยักสวยได้รูปสีจัด แขนขาเรียว
เพรียวยาว อยู่ในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีดำกับกางเกงยีนส์สีเข้ม มีเข็มขัดสี
แดงตัดไม่ให้เครื่องแต่งกายดูเข้มขรึมจนเกินไป ผิวขาวจัดที่โผล่พ้นเสื้อผ้า
เหมือนมีแสงเรืองเรื่อ จนเหมือนกับว่าเจ้าตัวพกสปอร์ตไลท์ส่วนตัวมาด้วย
ใบหน้าของนิชคุณเป็นใบหน้าที่ผู้หญิงเห็นก็แทบอยากจะต่อว่าพระเจ้า
ที่ลำเอียงให้ความสวยงามไปอยู่ที่คนๆนี้จนหมด ส่วนผู้ชายมองก็ต้อง
ตะลึงกับใบหน้าที่สมบูรณ์แบบอย่างกับรูปปั้น แถมหุ่นก็ดีมากอีกต่างหาก
เอิ่มมมมอย่างนี้เขาเรียกว่าคนธรรมดาหรือครับ
“จุนซู ขอโทษนะ จะนอนแล้วเหรอ งั้นฉันไม่กวนแล้ว”
นอกจากจะหน้าตาดี แล้วยังมารยาทดีอีกเพราะนิชคุณรีบขอโทษ
ขอโพย ทันทีที่เห็นผมอยู่บนเตียงแล้ว ขายาวเตรียมหมุนตัวจะถอยกลับ
ออกไป ทำให้ผมรีบยันตัวขึ้นนั่งพิงหัวเตียง พลางโบก ไม้ โบกมือ ให้นิชคุณ
เดินเข้ามา
“ยังไม่หลับหรอกคุณ เข้ามาเหอะ มีอะไรเหรอ”
“เออ....คือ....หืมม ทำไมนายหน้าแดงจัง ไม่สบายหรือเปล่า ไปหาหมอมั้ย เดี๋ยวฉันพาไป”
นอกจากหน้าตาดี มารยาทดี และยังใจดีอีก เฮ้อ คนอะไรมันจะดีไปหมด
อย่างนี้ฟระ เพราะมือขาววางลงบนหน้าผากผมเพื่อวัดอุณหภูมิทันที เสียง
ห่วงใยปน ร้อนรน ที่ได้ยิน ทำให้ผมยิ้มให้ก่อนรีบปฏิเสธ
“ปะ เปล่าๆ ก็แค่ร้อนนิดหน่อย เท่านั้นแหละ แล้วนายมาหาฉันมีอะไร
เหรอ”
ผมรีบถามเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
“จุนซู เห็นแทคไหม เมื่อกี้ฉันไปหามันที่ห้องแต่ไม่เจอ เลยคิดว่ามันอาจจะ
เข้ามาหานาย”
“แทคเหรอก็...”
ผมหันไปมองข้างกาย ก็เห็นเพียงหมอนที่ว่างเปล่า เพราะไอ้ตัวดีมุดหลบ
อยู่ใต้ผ้าห่มตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แถมกระตุกมือผมยิกๆเหมือนไม่ให้บอกว่า
มันอยู่ในนั้น โธ่ ตัวแกก็ออกใหญ่เห็นเป็นรอยผ้าห่มชัดเจนออกอย่างนั้น
ผมได้แต่ส่ายหัว ก่อนที่จะเงยหน้าไปมองนิชคุณที่มองตามสายตาผมแล้ว
ก็เข้าใจสถานการณ์ทันที
นิชคุณที่ตอนแรกเข้ามาในห้องผมด้วยสีหน้าเป็นกังวล ตอนนี้ ค่อยผ่อน
คลาย ก่อนจะยกมือขึ้นกอดอก ปากอิ่มยกยิ้ม ตากลมโตเป็นประกายระยับ
“จุนซู ไม่เห็นแทคเหรอ แหมฉันว่าจะชวนมันไปข้างนอก ไถ่โทษสักหน่อย”
คนที่พูดไปยิ้มไป แต่สายตากลับจับจ้องอยู่ที่กองผ้าห่มก้อนใหญ่ไม่วางตา
“ไถ่โทษ”ผมทวนคำอย่างงงๆ
“อืมมม พอดีช่วงกลางวันฉันรับปากแทคว่าจะไปกินอะไรด้วยกัน แต่
พอดีอูยองชวนให้ไปเลือกของขวัญที่จะให้กับลูกชายของพี่เทรนเนอร์ ฉัน
เลยไปเป็นเพื่อนน้องก่อน”
อ้อ..... ผมเข้าใจแล้ว ไอ้แมวที่ทำท่าจะเป็นจะตายเพราะมันกำลังงอน
เจ้าของที่ไม่ยอมพามันไปเที่ยวนี่เอง
“คนไม่รักษาสัญญา!!!!”
คนที่ปล่อยมือผม ก่อนที่จะตลบผ้าห่มที่คลุมตัวเองออก ลุกขึ้นมานั่งต่อว่า
หน่อยๆ
“ฉันขอโทษ พอดีอูยองอยากจะให้ของขวัญพี่เขาวันนี้ นะ”
นานๆครั้งผมถึงจะได้ยินเสียงอ่อนอ่อย ของนิชคุณ ท่าทาง
เจ้าตัวก็คงคิดเหมือนกันว่าคราวนี้ตัวเองผิดจริง
“ใช่ซี้....... ฉันมันไม่ใช่น้องคนสำคัญของนายนี่”
อุเหม่ ถึงคุณมันจะผิดจริง แต่ผมละหมั่นไส้ ไอ้คนที่ทำหน้าน้อยอกน้อยใจ
ทำเสียงประชดประชันอยู่บนเตียงผม จนแทบอยากจะถีบมันส่งคืนให้กับ
นิชคุณจริงๆ
แต่นิชคุณกลับมองคนที่นั่งงอนตุปัดตุป่อง ปนเตียงอย่างอ่อนโยน
นี้ก็แปลกคนอีกเหมือนกัน ไอ้แมวทำท่าน่าหมั่นไส้จะตาย
แต่เจ้าของกลับไม่รู้สึกอย่างนั้น
"ใช่ นายไม่ใช่น้องคนสำคัญของชั้น" นิชคุณพูดหน้าเรียบเฉย
แล้วก็ต้องรีบพูดต่อเมื่อเห็นแววตาคมที่สลดวูบทันที
“แต่นายเป็นเพื่อนคนสำคัญ และฉันคิดว่ายังไงนายก็เข้าใจฉัน
ต่างหาก”
เฮ้อออออ อ๊ค แทคยอนแพ้น็อคแล้วครับ ถ้าคำว่าเพื่อนคนสำคัญเป็น
หมัดฮุค ไอ้คำว่าเข้าใจก็เหมือนอับเปอร์คัท ที่เสยปลายคาง ให้ไอ้คนตัวโต
ไปไม่เป็นเลยทีเดียว ปากได้รูปที่เหมือนจะขยับยิ้มปลื้ม ตั้งแต่ได้ยิน
ประโยคแรก แต่คงนึกอยากจะเล่นตัวอีกละมั้ง เลยรีบเม้มปากแน่น
ใบหน้าคมเข้ม ก้มต่ำ ไม่สบตา กับคนที่กำลังกอดอกมองตัวเองอยู่
นิชคุณเอียงคอมอง “เพื่อนคนสำคัญ” ที่นั่งทื่อ อยู่บนเตียงผม
ก่อนที่จะสาวเท้าเข้ามาใกล้ ผมรีบลุกจากเตียง เคลียร์พื้นที่ให้ไอ้เจ้าของ
แมวเข้าไปจัดการแมวขี้งอนของมันเอง
“โกรธเหรอ”
เสียงนุ่มถามเบาๆ แต่ไอ้คนบนเตียงก็ยังคงไม่มีปฏิกริยาตอบรับอะไร ยัง
นั่งก้มหน้า เห็นเพียงศรีษะทุยสวยที่มีผมหนาสีดำสนิทปกคลุมเท่านั้น
“หรือนายไม่ใช่เพื่อนฉัน และนายไม่เข้าใจฉัน ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันก็ไม่มี
อะไรจะพูดแล้ว”
เสียงที่เหมือนตัดพ้อนิดๆแกมเสียใจหน่อยๆ และร่างโปร่งเพรียวที่หมุนตัว
เตรียมจะก้าวขาจากไป เรียกให้ไอ้คนที่นั่งก้มหน้า เงยขวับมาทำหน้าตา
ตื่นใส่ทันที มือใหญ่รีบคว้าข้อมือขาว ของคนที่กำลังจะหันหลังให้ตัวเอง
อย่างตื่นตระหนก
“ทะ... ทำไมฉันจะไม่ใช่เพื่อนนาย และทำไมฉันจะไม่เข้าใจว่านายต้องไป
เป็นเพื่อนอูยองก่อน โอ๊ยยยย เราไปข้างนอกกันตอนไหนก็ได้ ฉันไม่คิด
มากหรอก”
เสียงที่ระล่ำระลักพูดทำให้ผมต้องขำพรืด จนมันหันมาค้อนผมขวับ
แหม ไอ้แมวเอ๋ยยยย พอเจ้าของทำท่าจะงอนบ้าง รีบพูดเอาใจเลยนะ
อ๊ค แทคยอนรีบพรวดพราดลงจากเตียง ทั้งที่มือยังกุมอยู่ตรงข้อมือขาว
ไม่ยอมปล่อย ร่างสูงใหญ่บึกบึน ยืนเคียงคู่กับคนร่างโปร่งเพรียว หน่วยตา
ใหญ่กว้างทอดมองคนข้างกายอย่างอ่อนโยน จนแทบจะเรียกได้ว่า
อ่อนหวาน
“แล้วเมื่อกี้นายจะชวนฉันไปข้างนอกไม่ใช่เหรอไปกันเหอะ”
มือคร้ามที่ตอนแรกจับตรงข้อมือขาว ตอนนี้กลับเลื่อนมาใช้นิ้วใหญ่
ประสานเข้ากับนิ้วที่เล็กกว่าแนบแน่น
มือที่เมี่อกี้ยังให้ความอบอุ่นกับมือผมอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับ.......
“จุนซู ไปด้วยกันไหม”
นิชคุณหันมาชวน พร้อมรอยยิ้ม แต่ผมยังไม่ทันอ้าปากพูดอะไร ไอ้คนตัว
ใหญ่ที่ทำท่ากระวนกระวายอยากไปเที่ยวเต็มที่ ก็พูดทะลุกลางปล้องขึ้นมา
“เมื่อกี้จุนซู บ่นว่าง่วง จะนอนแล้ว”
“อึกกก” อยู่ดีๆผมก็รู้สึกจุกที่คอหอย แน่นที่หน้าอก จี๊ดตรงหัวใจ ขึ้นมา
อย่างปัจจุบันทันด่วน เลยได้แต่ยิ้มฝืนๆก่อนที่จะปฏิเสธคำชวน นิชคุณ
อ้าปากเหมือนจะพูดอะไรต่อแต่ไอ้แมวยักษ์ กลับรีบลากมือเจ้าของตัวปลิว
ออกจากห้องผมอย่างไร้คำร่ำลา แถมไม่ยอมปิดประตูห้องให้อีก จนยังได้
ยินเสียงทุ่มเถียงที่ลอยลมมาแว่วๆ
“คุณ ทำไมมือนายแข็งจังว้า”
“นายก็ปล่อยมือฉันสิ มาจับทำไม”
“เรื่องอะไรจะปล่อย เดี๋ยวนายก็หนีฉันไปที่อื่นอีก”
นั้นคือเสียงสุดท้ายที่ผมได้ยินก่อนที่จะผมจะเดินไปปิดประตูห้อง
ผมมองเตียงนอนที่ดูเหมือนจะกว้างกว่าที่เคยเป็น
อุณหภูมิภายในห้องก็เหมือนจะลดต่ำลง จน มือไม้ผมเย็นเฉียบไปหมด
ผมเลยได้แต่เดินห่อไหล่ รีบกระโดดขึ้นเตียง คว้าผ้าห่มมาคลุมกาย
ผมขดตัวจนเข่าแทบชิดอก สองแขนโอบรอบลำตัวเพื่อพยายามให้
ร่างกายอบอุ่นขึ้น แต่มันไม่ช่วยให้ความรู้สึกหนาวยะเยือกกลางอก
ลดลงลย
“ทำไมคืนนี้มันหนาวจัง....”
นี้คือความคิดคำนึงสุดท้ายก่อนที่ผมจะหลับไป