Warning : ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมาเท่านั้นโปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน
“นายจะดูเรื่องอะไร” นิชคุณหันมาถามคนที่ยืนข้างกาย ที่กำลังแหงนเงยดู
โปรแกรมหนัง
“ดูเรื่องนี้” นิ้วใหญ่ชี้ไปที่รายชื่อหนังที่ตัวเองต้องการดู
“หนังผีเนี่ยนะ” นิชคุณ หันไปมองก่อนที่จะเบ้หน้าใส่
“ช่าย เอ...หรือว่านายกลัว” คนตัวใหญ่หันไปแหย่คนที่ยืนหน้าหงิก
“เฮ้ย กลัวอะร้ายยย ฉันแค่อยากดูหนังตลกว้อย”คนไม่กลัว รีบปฏิเศษเสียงหลง
“หนังตลกไว้ดูคราวหน้า วันนี้ดูเรื่องนี้แหละ”แทคยอนตัดบท
“เออๆ นายอยู่ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวฉันไปซื้อตั๋วเอง” นิชคุณพูดไป มือก็ควานหา
กระเป๋าตังค์ในเป้สีแดงใบโปรด
“เลี้ยงด้วยนะครับ คุณฮยอง”
เสียงห้าวกลั้วหัวเราะที่ได้ยิน ทำให้นิชคุณขมวดคิ้วทันที แต่ไม่อยากพูดอะไร
มากเพราะรู้ว่าคนชอบแหย่จะยิ่งถูกใจ
นิชคุณพอเจอกระเป๋าตังค์แล้วจะรีบเดินไปซื้อตั๋วหนัง กลับโดนมือคร้ามรั้งแขน
เอาไว้ นิชคุณเงยหน้าที่เต็มไปด้วยคำถามให้กับคนหน้าเข้ม ที่ตอนนี้ดวงตา
คมไหวระริก ปากได้รูปพยายามเม้มแน่นเหมือนกลั้นหัวเราะเต็มที่
“ขอป๊อบคอร์น กับ โค้ก ด้วยนะครับคุณฮยอง”
คนที่แกล้งจีบปาก จีบคอพูด ก่อนที่จะหลุดหัวเราะพรืดออกมา ทำให้
”คุณฮยอง” ต้องถลึงตาใส่ก่อนที่จะตีมือที่รั้งแขนอย่างแรงด้วยความหมั่นไส้
“ถ้านายยังเรียกชั้นว่าคุณฮยองอีก ก็ไม่ต้องดูหนังกันแล้ว กับหอเลยดีกว่า”นิช
คุณขู่
“โอเค โอเคครับไม่เรียกคุณฮยองแล้ว”
แทคยอนรีบพูดเอาใจ พลางปล่อยแขนขาวที่จับไว้ แต่พอนิชคุณเดินห่างไป
ไม่กี่ก้าว เสียงห้าวดังลั่นที่ตะโกนไล่หลัง ทำให้นิชคุณถึงกลับสะดุ้งเฮือก
“รีบไป รีบมานะครับ คุนนี่”
เสียงเรียกชื่อตอนท้ายที่ทอดยาวอ่อนหวาน ทำให้นิชคุณ รีบหันขวับ ส่วนมือก็ชี้
หน้าคาดโทษ คนที่ยืนขำก๊ากเมื่อเห็นนิชคุณทำหน้าเหวอตอนแรก ใบหน้าคร้าม
สดใส ตาคมแพรวพราว ปากหยักสวยได้รูป แย้มยิ้มกว้างจนเกิดริ้วรอยรอบ
ดวงตา นิชคุณที่ตอนแรกทำปากขมุบขมิบให้พรคนที่แหกปากลั่นโรงหนัง เห็น
แล้วยังต้องใจอ่อน เผลอยิ้มตามไปด้วย
นิชคุณผิวปากอย่างอารมณ์ดีขณะหมุนกระเป๋าตังค์เล่น รีบไปซื้อตั๋วกับขนม ให้
“น้องแทค”
ท่าทางมีความสุขของแทคยอนทำให้นิชคุณคิดว่าเขาคิดถูกแล้วที่ใจ่อ่อนพาแท
คยอนมาดูหนัง ถึงก่อนหน้านั้นเจ้าตัวดีจะนอนหลับหนุนขาเขาจนถึงกลับเหน็บ
กิน นิชคุณพอนึกไปถึงช่วงนั้นก็ต้องอมยิ้ม
หลังจากที่นิชคุณให้แทคยอนใช้ขาตัวเองต่างหมอน ผ่านไปสัก 10 นาที ขาเล็ก
เริ่มที่จะชา พอก้มหน้าไปมองคนหลับสนิทอย่างมีความสุขก็เกิดอาการหมั่นไส้
ขึ้นมาทันที จึงผลักศรีษะที่มีผมสีดำสนิทปกคลุมให้ออกจากขาตัวเอง อย่างแรง
จนหัวโตๆกระแทกกับที่นอนหนานุ่ม แทคยอนสะดุ้งตกใจตื่นทำหน้างุนงงอยู่
สักพัก ก่อนที่จะผงกหัวมามองคนที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ นั่งพิงหัวเตียงอยู่
“แทค นายไปนอนที่ห้องตัวเองเลย”เสียงนุ่มสั่ง
แทคยอนทำหูทวนลม คว่ำหน้าซบลงไปที่นอนนุ่ม สูดกลิ่นหอมอ่อนๆที่ติดอยู่
บนที่นอนเข้าเต็มปอด ก่อนที่จะงึมงำถาม
“เมื่อกี้ชั้นเผลอหลับไปเหรอ”
“เออ”
“แล้วชั้นนอนหนุนอะไรวะ หมอนก็เห็นแต่ที่นายใช้พิงหลังอยู่ใบเดียว” คนที่ใช้
หน้าเกลือกกลิ้ง บนที่นอน ถามโดยไม่เงยหน้ามามอง
“หนุนอะไรนะเหรอ” เสียงเย็นเฉียบที่ได้ยิน ทำให้แทคยอนชักสังหรณ์ใจ กะว่า
จะเงยหน้ามามองคนพูด แต่ก็สายไปเมื่อนิชคุณใช้มือหนีบหูข้างนึงขึ้นจนแท
คยอนต้องยกหน้าขึ้นตาม พลางร้องลั่น
“โอ๊ยยยยย!!!!!!!! เจ็บนะคุณ”
“นายนอนหนุนขาชั้น จนเหน็บกินขาชั้นแล้วเนี่ย”นิชคุณพูดพลางบิดหูกางๆ
อย่างแรง จนเจ้าของหูร้องจ๊ากลั่นห้อง แถมก่อนที่จะปล่อยมือก็มีการผลักศรีษะ
คนที่เจ็บหูจนน้ำตาแทบเล็ดส่งท้ายอีกครั้ง
“ฮือออออ นอนหนุนขาหน่อยเดียว ทำไมต้องบิดหูเค้าด้วยอะ ฮืออออ ถ้าหูเขา
กางกว่าเดิมต้องรับผิดชอบเขาด้วยนะ ฮืออออออ”
เสียงที่คร่ำครวญตอนนั้ นพอนิชคุณนึกถึงก็ต้องหลุดขำออกมา จนพนักงานสาว
ที่ทำหน้าที่ขายตั๋วต้องเหลือบตามอง นิชคุณรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนระบุ
เรื่องและจำนวนที่ต้องการ ชำระเงินก่อนที่จะเดินไปซื้อป๊อบคอร์น พร้อมกับ
น้ำอัดลม
พอได้ของครบก็รีบเดินมาหาคนที่ยืนรออยู่ แทคยอนยิ้มกว้างเมื่อเห็นนิชคุณ
มือนึง ถือถังป๊อบคอร์นใบโตส่วนนิ้วก็หนีบตั๋วหนัง ส่วนอีกมือก็ถือแก้ว
พลาสติกใส่น้ำอัดลม 2 แก้ว คุณมันเห็นว่าเขาเจ็บขาหรอกนะ ถึงยอมไปซื้อทั้ง
ตั๋ว ทั้งขนมให้ ถ้าเป็นปกตินะ ต่างคนต่างซื้อ ถ้าเขาเป็นคนซื้อตั๋ว นิชคุณก็จะ
เป็นคนซื้อของขบเคี้ยว แต่บางครั้งถ้านิชคุณขี้เกียจ เขาก็ต้องเป็นคนซื้อทั้ง 2
อย่าง เพราะคุณมันขู่ว่าถ้าเขาไม่ซื้อให้ คราวหน้ามันจะไม่ยอมมาเป็นเพื่อนอีก
และดีเท่าไหร่แล้ว ที่มันไม่ให้เค้าออกทั้งค่าตั๋ว ค่าของกินด้วย
“ขอบคุณนะคร๊าบบบ”
แทคยอนพูดลากเสียง ก่อนที่จะยื่นมือเพื่อไปรับน้ำอัดลมกับถังป๊อบคอร์นแต่
นิชคุณกลับเบี่ยงของหนีมือใหญ่
“ชั้นถือเอง”
“เฮ้ย!!! ไม่ต้องห่วงหรอก ขาฉันเจ็บแต่ยังถือของได้” แทคยอนพูดเสียงอ่อน
“ชั้นไม่ได้ห่วงนาย ชั้นกลัวว่านายจะทำหกเฟ้ย ชั้นเลยจะถือเอง”นิชคุณรีบพูด
“อ้อ.... เหรอ” ใบหน้าคมเข้มที่ยื่นมาใกล้ จนเห็นแววตาล้อเลียน รู้ทัน ทำให้นิช
คุณทำหน้าบึ้งใส่
“นายจะกวนประสาทชั้นอีกนานไหมเหอะ”
“ฮ่าๆๆๆ ไม่กวนก็ได้ มา.... ชั้นถือป๊อบคอร์นให้แล้วกัน สัญญาเลยว่าจะไม่ทำ
หก” เสียงที่อ่อนข้อ พร้อมมือใหญ่ที่ยื่นมารอ ทำให้นิชคุณตัดสินใจส่งถังใบโต
ไปให้ ก่อนที่จะพากันเดินไปทางโรงหนัง
ภายในโรงหนังที่ค่อนข้างมืดมีเพียงแสงไฟจางๆที่มาจากโคมไฟที่ฝังในผนังให้
แสงสว่างเท่านั้น นิชคุณจึงต้องคอยบอกทางเพื่อนสนิทให้ระวังขั้นบันไดจะได้
ไม่เดินสะดุด หัวคะมำ เจ็บตัวอีก
เพราะเป็นรอบดึก และเป็นหนังที่เข้าโรงมาสักพัก ทำให้ คนค่อนข้างบางตา
แถวที่พวกเขานั่งนั้นไม่มีใครเลยด้วยซ้ำ
นิชคุณทรุดตัวลงนั้น พลางกวาดสายตามองไปทั่ว ก่อนที่จะถอดหมวก ถอด
แว่นตาที่ใช้ปกปิดใบหน้าออก แล้วมือเรียวก็หยิบป๊อบคอร์นเข้าปากตัวเอง
ก่อนที่หยิบส่งให้กับคนข้างตัวบ้าง ส่วนตาก็จับจ้องไปที่บนจอหนังที่กำลังฉาย
หนังตัวอย่างอยู่
“ฉันขาเจ็บ” แทคยอนเอ่ยลอยๆ
“แล้วงัย” นิชคุณถามโดยไม่ได้หันมามอง ส่วนมือก็หยิบป๊อบคอร์นส่งค้างให้
อยู่อย่างนั้น มันจะบอกทำไมเขาก็เห็นอยู่แล้วว่ามันเจ็บขา เฝือกสีน้ำเงินเข้มก็ยัง
พันอยู่รอบขาใหญ่ เวลาเดินยังกะโผลกกะเผลก
“ปล่าวววว” แทคยอนลากเสียงพลางก้มหน้าไปงับป๊อบคอร์น
“ฉันไม่ได้มือเจ็บสักหน่อย หยิบกินเองได้” ประโยคนี้แทคยอนคิดในใจ แต่เขา
ไม่พูดออกมาทำให้ตัวเองลำบากหรอก ขอสบายสักวัน แต่คนชอบแกล้ง ก็ยัง
อดไม่ได้ที่จะแหย่คนที่นานๆครั้งจะใจดีด้วย
“อยากกินป๊อบคอร์นอีก” เสียงห้าวทุ้มที่เหมือนสั่งกลายๆ แต่นิชคุณไม่ว่าอะไร
หยิบป๊อบคอร์นส่งให้ แต่ริมฝีปากได้รูปที่ก้มมานอกจากจะส่งป๊อบคอร์นเข้า
ปากตัวเองแล้วยังใช่ฟันโตๆเลยมางับนิ้วคนป้อนด้วย
“โอ๊ย!!!! ไอ้แมวบ้า แกจะมากัดนิ้วชั้นทำไม”
เสียงที่กระซิบดุ แต่ “ไอ้แมวบ้า” ไม่ใส่ใจ
“ก็มันมืด ชั้นมองไม่เห็นนี่หว่า คุนนี่..... หิวน้ำ”
“ชิส์...... เรื่องมากจริง” คนที่บ่นงึม แต่มือกลับส่งแก้วน้ำพร้อมหลอดดูด แทบ
จะถึงปากคนอยากกินน้ำที่นั่งยิ้มกริ่ม
“ยิ้มอะไร” เสียงทุ้มที่ทักมาทำให้แทคยอนสะดุ้งเฮือก โรงหนังก็มืดมันรู้
ได้งัยฟะ
“ฟันนายมันสะท้อนแสงแวบเข้าตาฉันเนี่ย” นิชคุณ เห็นแทคยอนอึ้งไป เลย
อธิบายเสร็จสรรพ
“แง่ง....” มันช่างเป็นเพื่อนที่รู้ใจจริ๊ง จริง แทคยอนไม่ได้เอ่ยปากถามนิชคุณก็
บอกเองเลย แถมตากลมโตที่จ้องเขม็งเหมือนพยายามจับผิด ทำให้แทคยอนรู้สึก
เหมือนน้ำจะติดคอ จนต้องกระแอมมาเบาๆ ขณะกำลังจะหาทางแก้ตัว หนังก็
ฉายพอดี ทำให้แทคยอนถอนหายใจโล่งอก เพราะนิชคุณหันไปสนใจทางจอ
หนัง หมดความสนใจกับคนข้างกายทันที แล้วทั้งคู่ก็จดจ่ออยู่กับหนังที่ฉายจน
จบ
“หนังน่ากลัวดีเนอะ”แทคยอนชวนคุย ขณะรอจะออกจากโรงหนัง
“งั้นๆแหละ”นิชคุณตอบ ลุกขึ้นยืนก่อนที่จะใช้ยื่นมือมาพยุงแขนใหญ่ให้ลุกขึ้น
หลังจากที่เห็นคนทยอยอออกจนหมดแล้ว
“งั้นๆเหรอ แต่ตอนที่ผีโผล่ออกมา นายสะดุ้งโหยงเลยนะ”แทคยอนแซว ขณะ
เดินตามการจับจูง
“เฮ้ย!!!! ตอนนั้นยุงมันกัด เว้ย”คนจูงเถียงกลับ
“เหรอ.... ยุงกัดแต่นายสะดุ้งจนปัดถังป๊อบคอร์นเกือบตกเนี่ยนะ” คนถูกจูงพูดกลั้ว
หัวเราะ
“ฉันตียุง แล้วมือมันเลยไปโดนถังต่างหาก” นิชคุณยังคงพูดเสียบเรียบเฉย
แหม มันแถจนสีข้างเป็นรอยแล้วมั้ง แทคยอนคิดในใจ นิชคุณมันคงไม่รู้ตัวว่า
มีบางช่วง ขณะหนังกำลังฉาย มือขาวเย็นเฉียบเอื้อมมาจับมือเขาบีบไว้ซะแน่น
จนมือเขาแทบจะหัก แถมคนที่บอกว่าหนังเรื่องนี้งั้นๆ บางครั้งก็ขยับร่างเข้ามา
ใกล้จนศรีษะเล็กแทบจะซบอยู่ตรงบ่าเขา
นิชคุณมันกลัวผีจะตาย อย่างตอนที่ไปถ่ายทำโฆษณาบ้านผีสิง ก็ตกใจ มือเท้า
กระตุก จนไปตี ไปเตะคนที่ปลอมเป็นผี จนคุณผีร้องโอดโอย แทบจะกลายเป็น
ผีไปจริงๆ ต้องขอโทษ ขอโพยกันยกใหญ่ จนต้องแจกลายเซ็นปลอบขวัญผี
กันเลย ทั้งพูดภาษาไทย ห้ามไม่ให้ผีเกาหลีออกมา ทั้งสบถ เป็นภาษาอังกฤษ
ภาษาเกาหลี มั่วซั่ว หน้าซีด หน้าเซียว วิ่งแทบจะทะลุฉาก มันยังบอกว่าไม่กลัว
แต่เพราะเห็นแก่หน้าเพื่อนหรอกนะเขาเลยไม่แซวมันต่อ ไม่ใช่เพราะกลัวมันจะ
เตะเขาแบบเตะผีในบ้านผีสิงนั้นหรอกนะครับ
“แทค สงสัยทางห้างไม่ให้ใช่ลิฟท์แล้ว คงต้องเดินลงบันได นายไหวไหม”
เสียงวิตกที่แฝงไปด้วยความห่วงใย ทำให้แทคยอนอดยิ้มใส่ตากลมใสไม่ได้ก่อนจะพูดเสียงอ่อน
“ไหวคุณ”
“แต่นี้มันตั้งชั้น 5 นะ”
นิชคุณยังคงพึมพำ ทำหน้ากลัดกลุ้ม เขาลืมไปเลยทางห้างมักจะปิดไม่ให้ใช้
ลิฟท์หลัง 4 ทุ่ม ต้องเดินลงบันไดอย่างเดียว รถก็จอดไว้ที่ชั้นล่างสุด เขานะไม่มี
ปัญหาอยู่แล้ว แต่แทคขาเจ็บอย่างนี้มันจะไหวไม่เนี่ย
“โอ๊ยยย!!!! สบายมาก หรือ ถ้าฉันบอกไม่ไหว แล้วนายจะแบกฉันลงไป”
“ไอ้บ้า!!! ใครจะแบกนายไหว ตัวโตยังกลับอะไร”
นิชคุณแหวใส่ แต่พอก้าวขาจะเดินไปทางบันได ก็พอดีเห็นไฟบอกชั้น ที่ลิฟท์
ตัวนึงติดสว่างขึ้นมา ไฟที่ค่อยเขยื้อนจากชั้น 7 มา ชั้น 6 และกำลังจะลงมาที่ชั้น 5
“เฮ้ย!!!! แทค!!!! ลิฟท์ตัวนั้นไฟติด กำลังลงมาจากชั้น 6 วะ โชคดีเว้ย!!! สงสัยเขาจะเปิด
ให้ใช้ตัวนึง” สุ้มเสียงดีใจ มาพร้อมกับตาโตๆ เบิกกว้างอย่างตื่นเต้น ทำให้
แทคยอน อดขำไม่ได้ เขามีความสุขที่เห็นมันดีใจ มากกว่าที่ตัวเขาเองจะได้ลง
ลิฟท์เสียอีก
พอประตูลิฟท์เปิด ทั้งสองคนรีบก้าวเข้าไปในลิฟท์ ภายในลิฟท์มีเพียงหญิงสาว
ใส่ชุดขาว ยืนก้มหน้า ก้มตาอยู่ตรงมุมลิฟท์คนเดียว
นิชคุณรีบดึงแขนแทคยอนให้ไปยืนผิงพนังลิฟท์อีกมุมหนึ่ง เสียงแทคยอนที่ยัง
คุยเรื่องหนังเจื้อยแจ้ว โดยมีเขายืนอือออ โต้ตอบ ส่วนสายตาก็กวาดมองไปทั่ว
แล้วก็สะดุดกับเพื่อนร่วมลิฟท์ที่ยังยืนก้มหน้าอยู่อย่างนั้นไม่ขยับเขยื้อน
ผมยาวสีดำสนิท ทิ้งตัวลงมาเป็นม่านจนมองไม่เห็นใบหน้าชัดเจน อยู่ดีๆนิชคุณ
ก็สะท้านเยือก ขนแขนเหมือนจะลุกชัน เลยเผลอขยับตัวเข้าไปชิดร่างสูงใหญ่
แทคยอนแปลกใจที่นิชคุณขยับเข้ามาใกล้ พอเขาเขยิบหนี คนข้างๆก็ยังตามมา
อีก จนตอนนี้เขายืนซุกอยู่ตรงมุมลิฟท์ โดยมีเพื่อนสนิทยืนเบียดจน ขยับตัว
แทบไม่ได้
“เป็นอะไรวะ คุณ”
เสียงห้าวถามคนที่ตอนนี้ใบหน้าขาวเหมือนจะขาวจัดยิ่งกว่าเดิม ตากลมโตเบิ่ง
กว้างกว่าเก่า แต่ยังไม่ทันได้คำตอบ ไฟในลิฟท์ที่เคยสว่างไสวอยู่ดีๆก็ดันมา
ติดๆดับๆ แทคยอนได้ยินนิชคุณสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่มือเย็นเฉียบจะ
ตะปบมาที่มือเขาก่อนที่จะบีบเต็มแรง
“โอ๊ย!!! ไอ้คุณ!!!! เจ็บนะโว้ย”
แทคยอนกระซิบบอก แต่คนที่จับมือเขาอยู่ก็ไม่สนใจ ศรีษะเล็กที่เกยมาบน
ไหล่หนา จนจมูกของเขาแทบจะฝังอยู่บนผมสีน้ำตาลอ่อนนุ่ม ได้กลิ่นแชมพูที่
เขายังเคยแอบขโมยใช้หอมกรุ่น
“หึ หึ หึ”
เสียงหัวเราะแหบพร่าที่ไม่ใช่ทั้งเสียงแทคยอน และนิชคุณ ดังแผ่วอยู่
ในลิฟท์ ทำให้ทั้งสองคนต้องหันขวับไปมองเพื่อนร่วมลิฟท์ทันที แต่
ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ได้ส่งเสียงอะไรออกมาอีก นิชคุณรีบหันหน้ากลับก่อนที่
จะเบียดตัวเองเข้ากับคนข้างกายอีกครั้ง มือชื้นเหงื่อกุมอยู่กับมือของแทคยอน
แน่น ตอนนี้แทคยอนมองนิชคุณที่ยืนแทบจะซ้อนกับเขาอยู่แล้วอย่างกลุ้มใจ
มันเป็นบ้าอะไรของมันเนี่ย พอแทคยอนจะเอ่ยปากบ่น ก็พอดีกับ ลิฟท์ที่ตอน
แรกเคลื่อนตัวเอื่อยเฉื่อยจากชั้น 5 ลงไปชั้น 4 ชั้น 3 แต่พอจะลงไปชั้น 2 กลับ
สะดุดกึก หยุดสนิท ไม่เคลื่อนตัวไปไหนต่อ
“ทะ.. แทค ทำไมลิฟท์ค้างวะ”
แทคยอนไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า แต่รู้สึกว่าเสียงนิชคุณมันสั่นๆชอบกล
“ไม่รู้เหมือนกันวะ”
แทคยอนพูดก่อนที่จะขยับกาย แต่คนข้างตัวกลับรั้งแขนสองข้างของเขาไว้แน่น
จนแทบจะกอดไว้แนบอก
“แทค!!!! แกจะปายหนาย” เสียงสั่นที่พูดเกาหลีผิดๆถูกๆทำให้แทคยอนต้องมอง
นิชคุณอีกครั้ง
“แกเป็นอะไรของแกวะ!!!! คุณ!!! ฉันก็จะไปกดปุ่ม Emergency นะซิ พนักงานเขาจะ
ได้รู้ว่ามีคนติดอยู่ในลิฟท์”
“ฉันไปด้วยยยย”
คราวนี้นิชคุณ กลับเดินนำหน้าลิ่ว แต่ไม่ลืมลากคนตัวใหญ่มาด้วย แล้วมือเรียวขาวก็จิ้มพรวดไปที่ปุ่ม Emergency แต่ก็ไม่มีไฟ มีสัญญานอะไรเกิดขึ้น
“ทะ... ทำไมไฟไม่ติดวะ”
คนที่ใช้มือ ทั้งจิ้ม ทั้งกดรัวไปที่ปุ่ม งึมงำ เหงื่อเริ่มแตกพลั่กทั้งที่อากาศภายในลิฟท์เย็นเฉียบ
“ไหน ให้ฉันลองกดหน่อยดิ”
แทคยอน กระตุกมือให้นิชคุณหยุด แล้วก็เป็นฝ่ายเข้าไปกดปุ่มเองบ้าง
“เฮ้ย!!!!!”
พอแทคยอนกดไป ที่ปุ่มเต็มแรง ปุ่มเจ้ากรรมดันกระเด็นหลุดออกมา ตกอยู่ที่พื้นลิฟท์ จนทั้งสองคนต้องอุทานออกมาพร้อมกัน
“หึ หึ หึ”
เสียงเพื่อนร่วมลิฟท์ดังอีกครั้ง ทั้งสองคนรีบหันขวับไปมอง ไฟที่ติดๆดับๆ ทำ
ให้คนที่ยืนก้มหน้าเห็นเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างที่บ้างครั้งก็มืด บ้างครั้งก็สว่าง
มุมปากแสยะยิ้ม ดูน่าขนลุกพิลึก แล้วโดยมิได้นัดหมายทั้งสองคนก็พร้อมใจ
กันถอยกรูดไปยืนอยู่ที่มุมลิฟท์เหมือนเดิม คราวนี้นอกจากนิชคุณ จะบีบมือ
แทคยอนแน่นแล้ว แทคยอนก็บีบตอบกลับไปแรงพอๆกัน
“ทะ... แทค ทำไมบรรยากาศมันดู นะ... น่ากลัวจัง”นิชคุณกระซิบถาม
“ไอ้คุณ!!! จะพูดทำไมวะ!!!!”เสียงห้าวดุที่กระซิบตอบกลับมาเริ่มสั่นตามบ้าง
แล้วนิชคุณก็ต้องถอนใจเฮือก เพราะลิฟท์ที่นิ่งสนิทกลับค่อยๆ
เคลื่อนตัวลงไปอย่างช้าๆ ถึงแม้ไฟในลิฟท์จะติดๆดับๆ แต่มันก็มีวี่แววว่าจะ
ออกจากลิฟท์ได้ภายในไม่กี่นาที ทั้งสองคนจึงเริ่มใจชื้นขึ้น
ชั้น 2 ชั้น 1 นิชคุณไล่ดูไฟที่กระพริบบอกชั้นอย่างใจจดใจจ่อ ทำไมวันนี้ลิฟท์
มันเคลื่อนตัวช้าจังวะเนี่ย ดู๊ แทคมันบีบมือเขาแน่นจนเจ็บไปหมดแล้ว นี่เขา
สงสารที่มันกลัวหรอกนะ เขาเลยยอมให้มันบีบอยู่อย่างนั้น
พอลิฟท์เริ่มเคลื่อนจากชั้น 1 ไปชั้น G เพื่อนร่วมลิฟท์ที่ยืนก้มหน้านิ่งมานาน
เริ่มขยับตัว นิชคุณที่สายตาคอยเฝ้าสังเกตอยู่แล้ว สะดุ้งเฮือก กระตุกแขน
แทคยอนยิกๆ
แทคยอนหันไปมองผู้หญิงที่ก้าวเข้ามาหาเขาทั้งสองคนอย่างหวาดหวั่น มือ
คร้ามบีบมือขาวเต็มแรง พอผู้หญิงชุดขาวเคลื่อนกายเข้ามาใกล้ พร้อมยื่นมือที่
เหมือนมีเส้นอะไรสีแดงๆพันอยู่มาข้างหน้า พอดีกับลิฟท์มาถึงชั้นล่างสุด พอ
ประตูเปิด แทคยอนกระตุกแขนคนที่ตอนนี้หลับตาปี๋ ซุกหน้าอยู่แนบอกกว้าง
ให้ปลิวตามแรงมือ
“เหวอ!!!!”
นิชคุณอุทานเสียงหลง เพราะโดนคนตัวโตกว่ากระชากมืออย่างแรง
นิชคุณโดนลากจากคนที่ไม่พูด ไม่จา เอาแต่จ้ำพรวดไปข้างหน้า แต่คนโดนลาก
ยังหันกลับไปมองภาพเบื้องหลัง หญิงสาวที่เงยหน้าขึ้นมาเห็นเพียงใบหน้า
ขาวซีด เหมือนชุดที่สวม ตัดกับผมดำสนิทยาวสยาย มือขาวเผือดที่ยื่นค้าง
ที่ข้อมือมีสายสีแดงพันอยู่
นิชคุณรีบหันหน้ากลับ ตาลีตาเหลือก เดินแกมวิ่งตามคนที่ฉุดกระชากลากถูถ้า
เป็นเวลาปกติ นิชคุณคงแปลกใจที่ทำไมแทคยอนถึงจ้ำพรวดๆแทบไม่มีอาการ
ของคนขาเจ็บเลย
พอมาถึงที่รถ นิชคุณรีบปล่อยมือที่ชื้นเหงื่อ ความหารีโมทรถจากเป้มือไม้สั่น
พอเจอก็รีบกดเปิดประตู ผลักเจ้าเพื่อนสนิทหัวทิ่ม หัวตำเข้าไปในรถก่อนที่จะ
เดินจ้ำอ้าว อ้อมหน้ารถไปเปิดประตูด้านคนขับ รีบเข้าไปนั่ง คาดเข็มขัดนิรภัย
ก่อนที่จะเหลือบดูคนที่นั่งข้างๆว่าคาดเข็มขัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว สตาร์ทรถ
ก่อนที่จะเหยียบคันเร่งเต็มฝีเท้า จนหลังทั้งคนขับ คนนั่งข้าง อัดไปกับเบาะรถ
แต่ก็ไม่มีเสียงใครบ่นสักคำ ในใจทั้งคู่คิดเพียงแต่ว่าขอไปให้พ้นๆห้างสยอง
ขวัญนี้ก่อนเถอะ
หลังจากพ้นตัวห้าง นิชคุณยังคงเร่งความเร็วรถสักพัก ก่อนที่จะค่อยๆลด
ความเร็ว และเบี่ยงจอดเข้าข้างทาง
“แทค แกเห็นมั้ยวะ” หลังจากจอดรถสนิท นิชคุณรีบหันไปถามเพื่อนสนิทที่
ตอนนี้คนผิวคร้ามแต่หน้าขาวเผือดไม่ต่างจากคนถาม ตาคมเบิ่งกว้าง
“หะ... เห็นอะไรวะ” แทคยอนหันมาสบตากลมโตที่สั่นระริกอย่างหวาดหวั่น
“ก็... ก็ อะไรก็ไม่รู้เส้นยาวๆสีแดงที่พันอยู่ที่ข้อมือผู้หญิงคนนั้นงัย”
แทคยอนเงียบกริบ แต่นิชคุณก็ถือว่าเป็นคำตอบ ว่าคนข้างตัวต้องเห็นเหมือน
เขาแน่ๆ หลังจากนั่งเงียบมองหน้ากันไปมาสักพักนิชคุณก็พูดโพล่งออกมา
“เพราะนายเลย!!!แทค อยากดูนักนะไอ้หนังผีเนี่ย เป็นงัยละเจอดีเลย”
“โหยยย คุณ นายโทษกันหน้าตาเฉยเลยนะ ถ้าเดินลงบันไดตั้งแต่แรกก็ไม่เจอ
อย่างนี้หรอก ”แทคยอนเถียงกลับ
“อ๋อ!!!!!! ตกลงเป็นความผิดฉันใช่ไหม ไอ้ที่ฉันห่วงนาย ไม่อยากให้นายเดินลง
บันไดเนี่ย”
นิชคุณขึ้นเสียงสูงปรี๊ดใส่ แล้วก็กัดปากตัวเองแทบไม่ทันเพราะดันหลุดคำว่า
“ ห่วง ” ให้ไอ้เพื่อนตัวดีได้ยิน จึงหยุดพูด ก่อนที่จะสบัดหน้าหันไปทางอื่น
แทคยอนชะงักกึก จากที่หงุดหงิดเพราะโดนพาลใส่ ก็เริ่มจะอารมณ์ดี เพียง
เพราะได้ยินคำว่า “ห่วง” จากคนปากแข็ง พอมองไปที่คนที่นั่งหันข้างให้ เห็น
เพียงศรีษะเล็กที่ปกคลุมไปด้วยผมสีน้ำตาลอมทองสวย ตาคมจึงเริ่มพราวระยับ
ปากได้รูปค่อยๆขยับยกจนสุดท้ายกลายเป็นยิ้มกว้างจนเห็นฟันแทบจะครบทุก
ซี่ ก่อนที่จะใช้นิ้วใหญ่สะกิดไปที่แขนคนกำลัง “งอน” ยิกๆ
“โอ๋... เค้าขอโทษนะ อย่าโกรธเลยนะ คุณนะ เป็นความผิดเค้าเองแหละที่อยากดู
หนังผีรอบดึก”เสียงง้องแง้ง งอนง้อ ทำให้คนที่อารมณ์กำลังคุกรุ่น ค่อยสงบลง
แต่ยังไม่ยอมหันหน้ากลับมา พร้อมกับเบี่ยงตัวหลบคนที่กำลังใช้นิ้วจิ้มแขน
อย่างรำคาญ แถมมองออกไปทางกระจกด้านข้างอย่างไม่สนใจ
โอ๊ะ มันงอนหนักเว้ย แทคยอนชักใจเสียเมื่อคนข้างตัวนั่งเงียบกริบไม่พูดจา ไม่
มองหน้า เลยตัดสินใจใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด
“คุนนี่!!! ยกโทษให้เค้านะตะเอง นะคุนนี่ นะคนดี” คำพูดหวานเลี่ยน พร้อมท่าทาง
สะบัดสะบิ้ง ทำให้นิชคุณที่เห็นภาพคนตัวโตที่สะท้อนอยู่ที่กระจกต้องหลุดขำ
พรืด
“แทค!!! ทำไปได้นะแก ไอ้ท่าบ้าๆบอๆอย่างนี้นะ”นิชคุณพูดไปขำไป
“หายโกรธเค้าแล้วใช่มะตะเอง งั้นกลับบ้านกันเหอะ แทคเหนื่อยแล้ว”
“เออๆ... เลิกพูดจาอย่างนี้ได้แล้ว ฉันขนลุกไปหมดแล้ว” นิชคุณที่ตอนนี้อารมณ์
กลับมาเป็นปกติ สตารท์เครื่อง แล้วค่อยๆขับรถออกไป
“คราวหน้าไม่ดูหนังที่นี้แล้วนะคุณ ฉันกลัว ผมฉันจะร่วงหมดหัวก่อน” เสียง
ห้าวทุ้มงึมงำ
“นั้นดิ แล้วไม่ดูรอบดึกแล้วเนอะ ดูมันรอบเช้าสุดเลยดีกว่า”เสียงทุ้มนุ่มเห็นด้วย
บทส่งท้าย
Blog Taeckhun Lover
กรี๊ดดดดดด วันนี้ฉัน อยากจะกรี๊ดดดให้ลั่นโลก
วันนี้ฉันเจอแทคคุณณณณณ ด้วยละค่ะ
โอ๊ยยย ยังตื่นเต้นไม่หาย
เอิ่ม...... เล่าเลยละกันเนอะ
ฉันเป็นพนักงานขายตั๋วหนังที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
ขณะที่กำลังขายตั๋วรอบดึกอยู่
ฉันก็เห็นนิคคุณ กับแทคยอน 2PM ค้า
กรี๊ดดดดด ทั้งสองคนดูดีมากเลย
ทั้งที่ใส่หมวก ใส่แว่นตาบดบังใบหน้า
แต่ออร่าความหล่อก็ยังสาดกระจายไปทั่ว
แต่แทคยังใส่เฝือกที่ขาอยู่เลย น่าสงสารจัง
แต่ท่าทางของทั้งคู่สนิทกันมากเลยค่ะ
ฉันเห็นทั้งคู่ยืนดูโปรแกรมหนัง สักพักนิคคุณก็เดินมาทางฉัน
แต่แทคยอนสิคะ อยู่ดีๆก็ตะโกนไล่หลังนิชคุณว่า
“รีบไป รีบมานะครับ คุนนี่.”
โอ๊ยยยย น่ารักอะ แทคยอนเรียกนิคคุณว่าคุนนี่ด้วยนะคะ แทคคงดูแล้วละค่ะว่า
แถวนั้นไม่มีใครเลยตะโกนซะเสียงดังเลย ฉันเห็นนิชคุณสะดุ้งเฮือกก่อนที่จะชี้
นิ้วคาดโทษใส่ แต่ใบหน้าที่หันกลับมานี่สิคะ ยิ้มกว้างอย่างน่ารักเลย หน้า
ขาวๆแดงก่ำ ไปหมด แล้วนิชคุณก็เดินผิวปากอารมณ์ดีมาซื้อตั๋วหนัง แหม
ฉันก็นึกว่าสองคนจะดูหนังบู๊ หรือหนังรัก แต่กลับดูหนังผีค่ะ ตอนนิคคุณมาซื้อ
ตั๋วฉันพยายามไม่มองหน้านิคคุณเลย กลัวอดใจไม่ไหวกรี๊ดดดด ลั่นโรงหนัง
พอนิคคุณซื้อตั๋วเสร็จก็เดินไปซื้อป๊อบคอร์น กับ น้ำ พอเดินกลับไปหาแทค
แทครีบยื่นมือมารับไปป๊อบคอร์นไปถือให้เลยค่ะ สวิทกันน่าดู แล้วทั้ง
สองคนก็เดินเข้าโรงไป
พอฉันเลิกงาน ฉันก็รีบตาลีตาเหลือกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ชั้น 7 ที่ใช้เป็นที่ทำงาน
ที่เก็บสัมภาระ สิ่งของของพนักงาน ฉันเพิงซื้อชุดแซกสีขาวตัวใหม่มาพอดี เลย
รีบเปลี่ยนชุด กะว่าพอหนังเลิกจะเข้าไปขอลายเซ็นของทั้งคู่
พอถึงเวลาหนังเลิกฉันก็รีบวิ่งลงบันไดมาชั้น 5 เพราะทางห้างไม่ให้ใช้ลิฟท์
แล้ว แต่คราวซวยมาเยือนค่ะ เพราะขณะยืนมองคนที่ทยอยออกมาจากโรงหนัง
ฉันดันเพิ่งนึกได้ว่าลืมปากกาที่จะ ให้ทั้งสองเซ็นต์ลายเซ็นต์ให้ เลยวิ่งขึ้นบันได
ไปชั้น 7 อีก แต่กว่าจะหาปากกาเจอก็เสียเวลาสักพัก ฉันคิดว่าทั้งสองคนน่าจะ
ลงไปข้างล่างแล้ว เลยรีบไปอ้อนพี่คนคุมลิฟท์ให้เปิดลิพท์พนักงานให้ตัวนึง
เพื่อฉันจะได้ตามทั้งสองคนทัน
แต่ แต่ แต่...... ขณะฉันอยู่ในลิฟท์และกำลังกระวนกระวายว่าจะไปดักพวกเขา
ทันไหม ก็มีคนเรียกลิฟท์ที่ชั้น 5 ขณะที่ฉันกำลังแช่งชักหักกระดูกคนที่ทำให้
ลิฟท์ต้องจอดเสียเวลา พอประตูเปิด แค่ฉันเห็นเฝือกสีน้ำเงินเข้มที่พันอยู่รอบขา
ฉันก็รู้แล้วว่าใครจะเข้าในลิฟท์ ฉันรีบก้มหน้าลงทันที ทั้งที่แทบอยากจะเต้น
ระบำรอบลิฟท์ ฉันคิดว่าฉันจะทำเป็นไม่รู้จักทั้งคู่ดีกว่า เพราะอยากรู้ว่าทั้งสอง
คนจะกุ๊กกิ๊กกันน่ารักขนาดไหน แล้วพอทั้งคู่จะออกจากลิฟท์แล้วค่อยขอลายเซ็นต์
แทคยอนคุยไม่หยุดปากเลยค่ะ ส่วนนิชคุณก็เออออ ตามกัน แล้วไฟในลิฟท์ก็
ติดๆดับๆ ลิฟท์ตัวนี้มันมีปัญหาตลอดเล้ยยยย ไฟก็มีปัญหา แถมชอบค้างที่ชั้น 3
อีก แต่มันก็ค้างแค่แป๊บเดียว มันเป็นเรื่องปกติสำหรับลิฟท์ตัวนี้ไปแล้ว ช่างก็ไม่
ยอมมาซ่อมสักที ฉันละเบื่อ อ้ะ ฉันบ่นอะไรอยู่เนี่ย
สักพักฉันที่ก้มหน้ามองแต่พื้นลิฟท์ก็เห็นเท้าของนิชคุณที่ขยับเข้าไปใกล้แท
คยอนที่ละนิด ทีละนิด จนแทบจะขึ้นไปเหยียบอยู่บนเท้าแทคยอน ฉันก็
หลุดขำออกมา แหมยืนเบียดกันทำไมคะ ลิฟท์ก็ออกกว้าง
แล้วเจ้าลิฟท์บ้าก็ไปค้างที่ชั้น 3 จนได้ ฉันเห็นนิชคุณรีบเดินไปกดปุ่ม
Emergency โธ่ฉันอยากจะบอกนิคคุณใจแทบขาดว่าไอ้ปุ่มบ้านั้นมันก็เสียค่ะ
กดไปก็เท่านั้น นิชคุณตอนที่ไปกดปุ่มแต่มืออีกข้างก็จูงแทคยอนมาด้วย จะ
ไม่แยกกันเลยใช่มั้ยคะเนี่ย แล้วแทคยอนที่เห็นนิคคุณกดปุ่มยังไงไฟก็ไม่ติด เลย
ขอกดเอง พอแทคจิ้มพรวดไปที่ปุ่มเจ้าปัญหา ไอ้เจ้าปุ่มปัญญาอ่อนก็กระเด้ง
หลุดออกมาแล้วกลิ้งหลุนๆอยู่บนพื้น แต่มันตลกตรงที่ทั้งสองคนร้อง เฮ้ย
ออกมาพร้อมกัน จนฉันต้องขำอีกครั้ง
ทั้งคู่พอเห็นว่าทำอะไรไม่ได้ก็จูงมือ พากันไปยืนตรงมุมลิฟท์อีก ท่าทางเหมือน
จะไม่อยากจะแยกจากกันทำให้ฉันต้องยิ้มกริ่ม รักกันจังเลยนะคะ พอสักพัก
ลิฟท์ก็เคลื่อนตัวลง ฉันได้ยินเสียงนิคคุณถอนหายใจเฮือก คงเสียดายที่จะไม่ได้
อยู่กันสองคนแล้วใช่มั้ยคะเนี่ย
พอลิฟท์ลงมาถึงชั้น G ฉันก็เตรียมตัวที่จะขอลายเซ็น แต่พอประตูลิฟท์เปิด
เท่านั้นละค่ะ แทคก็จูงมือคุณออกจากลิฟท์ทันที ฉันทีกำลังยื่นมือจะกวักให้ทั้ง
คู่รอก่อน เลยได้แต่ยืนมองสองหนุ่มอย่างงงๆ แทคเจ็บขาไม่ใช่เหรอคะ ทำไม
ลากนิคคุณตัวปลิวไปอย่างนั้นละคะ
ฉันก็เสียใจอยู่นะที่ไม่ได้ลายเซ็นแถมเสียดายที่ไม่ได้โชว์ริสท์แบนด์ B-
Friend สีแดงที่ใส่อยู่ให้นิคคุณดูด้วย แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะแค่ได้เห็นทั้งคู่ก็ดีใจ
แล้ว และอยากจะบอกว่า TaecKhun โคตรเรียลเลยค่ะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น