พจนานุกรมฉบับติ่ง
แฟนเซอร์วิส
แฟน หมายถึง แฟนคลับ
เซอร์วิส หมายถึง การบริการ หรือ การทำให้พึงพอใจ
แฟนเซอร์วิส หมายถึง การบริการ หรือการกระทำ ที่ทำให้พวกแฟนๆพึงพอใจ

.
.
.
.
สกินชิพ คำนี้เป็นคำที่แฟนๆชื่นชอบ โดยเฉพาะยิ่งถ้าไอดอลคู่ที่
ตัวเองหลงใหลได้ปลื้มทำให้เห็นนั้นก็ถือว่าเป็น แฟนเซอร์วิส
อย่างนึง
แต่บางคนอาจสงสัยถ้าไม่ได้อยู่บนเวที หรือ ลับหลังสายตาแฟน
ศิลปินสุดที่รักนั้นจะเป็นเช่นไร จะมีสกินชิพกันบ้างมั้ย
อืมมม งั้นเดี๋ยวผม อ๊ค แทคยอน หาคำตอบให้ครับ

บนเวที
ร่างโปร่งในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนส์ แบก เอิ่ม ผมใช้คำถูก
แล้วล่ะครับ แบกเจ้าตุ๊กตาแมวขาแขนยาวสีเขียวสดใสมาจากอีก
ฟากของเวที นิชคุณยิ้มกว้างมาแต่ไกล แล้วก็เหวี่ยงเจ้าตุ๊กตาลง
จากหลังตัวเอง แล้วยื่นมาให้ผม
“อ่ะ ฉันเอามาให้”
นิชคุณตบไหล่ผมเบาๆ แล้วริมฝีปากอิ่มก็คลี่ยิ้มจนเห็นฟันซี่ขาว
เล็กเรียงตัวเป็นระเบียบเรียบสวย พร้อมตากลมที่ยิบหยี
เสียงกรีดร้องถูกใจ จากแฟนคลับที่ยืนโซนนั้น ดังสนั่น
นี่คือ... แฟนเซอร์วิส?

หลังเวที
“อ๊ค แทคยอน!!! เมื่อไหร่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าเหอะ เดี๋ยวต้องไป
After Party อีกมัวแต่ชักช้าอยู่ได้”
เสียงแหวลั่น ทำให้ผมที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงเล่นอยู่กับชานซอง
ที่ท่อนบนเปลือยเปล่าเพราะถอดเสื้อโยนไปให้แฟนไปแล้วชะงัก
กึก
นิชคุณหน้าบึ้งจนต้องคลายแขนที่รัดคอน้องเล็กของวงจาก
ด้านหลังทันควัน สุดท้ายทั้งผมและเจ้าหมีก็ต้องรีบแยกย้ายไป
เปลี่ยนเสื้อผ้า ตามคำสั่งคุณพี่คนรองประจำวงอย่างรวดเร็ว
บอกกันดีๆก็ได้ทำไมต้องตวาดด้วยวะ
แล้วดูดิ ดุแต่ผมคนเดียวอีก...ชิส์
นี่คือ... การกระทำลับหลังแฟน?
บนเวที
“วันนี้เป็นวันพิเศษของหนึ่งในสมาชิกของเรา ทุกคนช่วยร้อง
เพลงอวยพรกันหน่อยนะครับ”
เสียงทุ้มนุ่มนำขบวนร้องเพลงวันเกิด ทำให้ผมยิ้มแก้มแทบปริ
มือขาวโอบไหล่ผมขณะยืนอยู่ตรงหน้าเค้กก้อนโต รับเอาขนมที่
ผมส่งให้เข้าปากแบบไม่ลังเล ไม่เหมือน อี จุนโฮ ที่ผมต้องขู่แกม
บังคับ แถมช่วงท้ายนิชคุณยังวิ่งไปเอาหมวกวันเกิดที่แฟนคลับ
ทำ มาให้ผมใส่อีก เสียงกรีดร้องถูกใจดังลั่นเหมือนเคย
นี่คือ... แฟนเซอร์วิส?

โรงแรมที่พัก
“แทค!!!! เมื่อไหร่นายจะนอนวะ”
คนที่มาเคาะประตูห้องผมยามวิกาล พอผมเปิดประตู นิชคุณที่
ไม่พูดพล่ามทำเพลงกระชากเสียงใส่ทันที
“อะ.. อะไรวะ ไอ้คุณ”
“ก็เสียงคุย เสียงหัวเราะนายมันทะลุ เข้าไปยันห้องฉัน จนฉันกับ
อูยองนอนไม่ได้ น้องยิ่งไม่ค่อยสบายอยู่”
ไอ้ที่หงุดหงิดก็เพราะน้องสุดที่รักของตัวเองนอนไม่หลับไม่ใช่
เพราะตัวเองนอนไม่ได้มากกว่ามั้ง
ผมได้แต่อ้าปากค้าง พอจะหันไปหารูมเมทให้มารับกรรมด้วยกัน
แต่ไอ้แพนด้าก็เหมือนนกรู้ ทำเป็นคลุมโปงหลับไปแล้ว ทั้งที่เมื่อกี้
ยังแหกปากประสานเสียงหัวเราะลั่นอยู่กับผม
“นอนเดี๋ยวนี้เลยนะ”เสียงห้วนสั่ง ใบหน้าเล็กบูดบึ้ง
“อะ.. เออ... อืมมมม”ผมได้แต่ยืนคอตกรับคำ
แมร่งงงงงงไอ้คุณมันดุจริงเว้ย
นี่คือ... การกระทำลับหลังแฟน?
.
.
.
.
.
ผมกำลังใช้ผ้าขนหนูคล้องคอ ซับเหงื่อ ขณะเดินออกมาจากฟิต
เนสของโรงแรมที่ผมไปใช้บริการตั้งแต่เช้า พอก้าวขาเข้ามา
ภายในล็อบบี้ก็ต้องชะงึกกึกเมื่อเห็น ร่างสูงโปร่งที่แม้จะยืนหัน
หลังแต่ผมก็จำได้ขึ้นใจว่าคือใคร ตอนนี้เจ้าชายไทยประจำวง
กำลังถูกรายล้อมไปด้วยหญิงสาวหลากหลายคน
สงสัยจะเป็นแฟนคลับที่มาดูคอนเสริต์แล้วพอดีพักโรงแรม
เดียวกับพวกเราและก็คงโชคดีของพวกเธอที่ได้เจอไอดอลหนุ่ม
ตัวเป็นๆ ใบหน้าสาวๆจึงมีรอยยิ้มกว้าง สายตาที่มองคนที่ยืนคุย
กับพวกเธอด้วยท่วงท่าแสนสบายเป็นกันเอง ปรอยปรือเยิ้มหวาน
กันทุกคน
ผมไม่ได้ห่วงคนที่ถูกรุมล้อม ว่าจะโดนรุมทึ้งหรือไม่ เพราะรู้ดีว่า
นิชคุณมีวิธีรับมือกับพวกแฟนๆได้เป็นอย่างดี ถึงแม้จะเป็นคนที่มี
รอยยิ้มประดับหน้า แววตาอ่อนโยน อบอุ่น ราวกับจะชักชวนกวัก
มือเรียกให้คนมาหาเข้าใกล้แทบตลอดเวลาก็จริง แต่ถ้าเกิดมี
เรื่องไม่ถูกใจ แววตากลมเปลี่ยนไปนิด ใบหน้าหวานติดนิ่งไป
หน่อย ริมฝีปากไม่มีแม้แต่รอยยิ้มน้อยๆ เพียงแค่นั้นแฟนก็พากัน
ผวาเฮือก ถอยกรูดกันหมดแล้ว โดยที่เจ้าตัวไม่จำเป็นต้องเอื้อน
เอ่ย อะไรออกมาสักคำ
ตอนแรกก็ว่าจะเดินเลี่ยงขึ้นไปห้องพัก แต่ก็แปลก ผมไม่รู้เป็น
อะไร ไม่ว่านิชคุณจะอยู่ตรงไหน ผมก็อยากไปยืนสูดบรรยากาศ
เดียวกันกับมันด้วย จึงเดินแถแถ่ดเข้าไปหา อย่างน้อยก็ไปเช็ค
เรตติ้งด้วยดีกว่า ผมพยายามหาข้ออ้างให้กับตัวเอง
ผมเแกล้งทำเนียนโฉบไปใกล้ แฟนคนนึงที่หันมาทางผมพอดี
เลยสกิดให้เพื่อนๆมองผมกันใหญ่ จนนิชคุณต้องหันมามองตาม
บ้าง คิ้วเข้มเลิกขึ้นนิดๆทักทาย ผมพยักเพยิดตอบกลับ
“แทคยอน อรุณสวัสดิ์ค่า”
เสียงทักทายเป็นภาษาอังกฤษ ทั้งภาษาเกาหลี ส่งมาให้ผม
แต่ใบหน้าสาวๆนอกจากความตื่นเต้น แล้วก็ไม่มีอย่างอื่น
เพราะพอทักผมเสร็จ ก็รีบหันกลับไปหาคนที่ยืนอมยิ้มน้อยๆ
แววตาทุกคนที่มองคนตรงหน้าเปลี่ยนเป็นหวานฉ่ำ หยาดเยิ้มกัน
เหมือนเดิม
แฟนนิชคุณทั้งน้านนนนนนน
ผมเลยได้แต่ยืนห่อเหี่ยว ฟังเหล่าแฟนสาวแย่งกันพูดกับ
นิชคุณด้วยภาษาที่ตนเองถนัดกันเจี้ยวจ้าว
“นิคคุณ อย่าลืมทานข้าวนะคะ”อันนี้ภาษาอังกฤษจ๋ามาเชียว
“คุณอ่าห์ พักผ่อนเยอะๆน้า”
คนนี้คนเกาหลีครับ ผมเห็นตามนิชคุณออกบ่อย
“อย่าหักโหมทำงานมากนะค้า”สาวญี่ปุ่นหน้ากลมทักบ้าง
“น้องคุณคิดถึงจังเลยค้า”
คนนี้คนไทยครับ ถ้าจำภาษาไทยไม่ผิด ผมว่าคงบอกคิดถึงมั้ง
“รักนะค้า”สาวจีน ตาเรียวเฉี่ยว ได้ยินหว่ออ้ายหนี่ เลย
รู้ว่ากำลังบอกรัก
“คอนเสิรต์วันนี้ทำให้เต็มที่นะคะ”มีอีกคนที่ใช้ภาษาอังกฤษ
สำเนียงเอเชีย ไม่แน่ใจครับว่าเป็นคนประเทศไหน
คำอวยพร คำเตือน คำบอกรัก หลากหลายภาษาดังกันให้เซ็งแซ่
อืมมมม แฟนนานาชาติของนิชคุณรวมตัวพากันมาดูคอนเสริต์
นอกประเทศตัวเองกันทั้งนั้น ดูแล้วก็น่าประทับใจนะครับ ที่ความ
รักในตัวศิลปินคนนึงสามารถทำลายกำแพงของภาษาและความ
แตกต่างลงได้จนหมดสิ้น
ส่วนพ่อไอดอลสุดหล่อ หน้าหวาน ยิ้มสวย ใช้เสียงนุ่มๆตอบทุก
ภาษา อย่างใจเย็น อบอุ่นและทั่วถึง เรียกสายตาที่ปลื้มปริ่มจน
แทบจะกลายเป็นหลงใหล อยู่แล้วให้มากขึ้นกว่าเดิม ท้ายสุดไร้
แม้กระทั่งคำพูดพากันเงียบกริบ เอาแต่เบิ่งตามองคนที่ตัวเองชื่น
ชอบ กว่าจะรู้สึกตัว ก็ตอนที่นิชคุณหัวเราะเบาๆอย่างขบขัน จน
สาวๆต้องพากันสกิดเรียกสติกันใหญ่ แล้วก็มีหนึ่งคน
กระมิดกระเมี้ยน ยื่นอะไรสักอย่างส่งให้อย่างอายๆ
“พะ..พอดีมีแค่ลูกอมติดมือมา กรุณารับด้วยนะคะ”
เสียงเล็กๆบอกเป็นภาษาอังกฤษเบาๆ
นิชคุณยิ้มกว้างก่อนหงายมือไปข้างหน้า หญิงสาวที่หน้าตาแดง
ก่ำรีบวางของ”ติดมือ”ไว้บนนั้นทันทีที่เสียงทุ้มบอกขอบคุณ
เบาๆ
ลูกอมสีหวานหลายเม็ดที่อยู่กลางฝ่ามือขาวจัดทำให้ผมเห็นแล้ว
ชักเปรี้ยวปากเพราะเพิ่งออกกำลังกาย เสียเหงื่อเลยรู้สึกอยาก
ของหวานเป็นพิเศษ ผมเลยลืมตัว นึกว่าอยู่ด้วยกันสองคน
เหมือนปกติ เอื้อมมือไปหยิบอันสีเขียวโดยไม่ไถ่ถาม หรือขอ
อนุญาตใครก่อน
แต่ขณะที่ผมก้มหน้าง่วนในการพยายามให้ลูกอมออกมาสูด
อากาศภายนอกเปลือกพลาสติก ก็รู้สึกถึงบรรยากาศที่เงียบสนิท
แบบแปลกๆจนต้องเงยหน้าขึ้นมา แล้วก็แทบผงะกับเหล่าสาวๆ
ของเจ้าชายที่ตอนนี้ยืนมองผมค้าง สายตาทุกนางไม่หวานหยาด
เยิ้มเหมือนมองพ่อรูปหล่อ หน้าขาว แต่กลับขุ่นขวาง เขียวปั๊ด
สงสัยจะไม่สบอารมณ์ที่มีแมวยักษ์ผิวคล้ำมาขโมยกินของขวัญที่
พวกเธออุตส่าห์เอามาให้ไอดอลหนุ่มรูปงาม แต่นิชคุณ กลับยืน
มองหน้าผมเฉย เป็นปกติ เพราะคุ้นชิน
ผมได้แต่หัวเราะแห้งๆ เอางัยดีหว่าเปลือกก็แกะแล้ว จะเอาลูก
อมเข้าปากตัวเองก็เกรงใจสายตาที่ยังจ้องผมเขม็ง สุดท้ายด้วย
ความฉลาดตั้งแต่เกิดผมเลยแก้เก้อด้วยการส่งลูกอมสีสวยให้กับ
เจ้าของตัวจริง ดวงตากลมสะท้อนความงุนงงนิดหนึ่ง ผมรีบฉีก
ยิ้มเอาใจ
รับไปหน่อยเหอะว้า ไอ้คุณ นายเห็นสายตาของแม่ๆนายไหมเนี่ย
แทบจะกินหัวฉันอยู่แล้ว
ตอนนี้พวกแม่เจ้าประคุณปลี่ยนจากทำตาขุ่นใส่ผม หันขวับไปหา
นิชคุณกันหมด ใบหน้าตื่นเต้น คาดหวัง รอวินาที ที่ศิลปินที่รักจะ
กินของฝากที่ตัวเองเอามาให้ อย่างใจจดใจจ่อ และคงลืมเรื่องที่
ไม่พอใจผมไปกันหมด
นิชคุณเมื่อเห็นสายตาผมก็คงเข้าใจเพราะมันก็ฉลาดตั้งแต่เกิด
เหมือนกัน แต่ดวงตากลมที่วับวามกว่าปกติ ปากกระตุกยิ้มนิดๆ
ทำผมชักสังหรณ์ใจพิกล แต่พอจะชักมือกลับมือขาวกลับรั้งมือ
ผม ที่ถือลูกอมอยู่ให้เข้ามาใกล้ แล้วใบหน้าเล็กก็ค่อยๆโน้มเข้า
มาหา จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนผ่าวที่เป่ารดมือผม ริมฝีปาก
อิ่มค่อยๆเคลื่อนเข้ามาใกล้แล้วก็รับลูกอมสีหวานเข้าไป
ผมรู้สึกถึงความนุ่มหยุ่นตรงปลายนิ้ว เพราะริมฝีปากสวยบังเอิญ
ปัดนิ้วผมเบาๆ เลยก้มหน้าไปมอง ก็พอดีกับดวงตาใสแจ๋วช้อน
ขึ้นมามองสบ แล้วลมหายใจผมก็กระตุก ติดขัด เพราะแววตายั่ว
เย้า เต้นระริก วิบๆวับๆ จนผมชักไม่แน่ใจแล้วว่า ที่ริมฝีปากนิช
คุณสัมผัสโดนปลายนิ้วผมเมื่อกี้มันคือความบังเอิญหรือการจงใจ
บังเอิญ...... สกินชิพ
หรือจงใจ...... แฟนเซอร์วิส
มือเรียวยังจับมือผม ดวงตากลมยังช้อนมองสบตา ริมฝีปากคลี่
ยิ้มอ่อนๆ รอยยิ้มที่ถ้าไม่สนิทกันจริงคงจะไม่รู้หรอกว่า นั่นมัน
ไม่ใช่รอยยิ้มของเทวดาแสนดีแต่มันคือรอยยิ้มของซาตานเจ้าเล่ห์
ต่างหาก ที่มาพร้อมกับเสียงทุ้มนุ่มมีเสน่ห์
“หวานจัง So Sweet”
คำพูดที่มาทั้งภาษาเกาหลี กับอังกฤษ ไม่ต้องกลัวว่าคนฟังจะไม่เข้าใจ
แต่...เอ๊ะ!!! โอ๊ะ!!!! อ่ะ.... อะ..... อะไรหวาน วะ
อ่ะ...อ้อ ......ละ ....ลูกอมช่ายม่ายยยยยยยย
ผมรีบชักมือกลับ เอามาไข้วไว้ข้างหลัง พยามยามระงับ
ความรู้สึกร้อนผ่าวที่แล่นลามตั้งแต่ปลายนิ้วยันมาถึงบนใบหน้า
โชคดีที่สีผิวช่วยปกปิดไว้ได้มาก ทำให้ไม่แสดงออกให้ขายขี้หน้า
ชาวบ้านชาวช่องมากนัก
แต่พอผมหันไปมอง”ชาวบ้านชาวช่อง”ก็ได้แต่ถอนหายใจ ส่าย
หน้าอย่างปลงๆ
พวกสาวๆตอนนี้อ้าปากค้าง ตาลอย เอามือกุมอยู่ที่กลางอก
และคงสติหลุดกันไปหมดแล้ว ถึงได้รับคำร่ำลาของไอดอลหนุ่ม
ที่ในปากยังมีลูกอมแสนหวานของตัวเอง อย่างมึนเหม่อ
โดยไม่มีการร่ำร้อง เหนี่ยวรั้ง อย่างที่ควรจะเป็น ทำเพียงใช้กาย
หยาบโบกมือส่ง ส่วนกายละเอียดคงกำลังไปฟินแลนด์ยังไม่
สามารถกลับเข้าร่างกันได้ทุกผู้ทุกนาง
ผมกับนิชคุณเดินผละออกจากสาวๆกลุ่มนั้น แต่เราสองคนก้าว
ห่างออกมาเพียงไม่กี่ก้าว เสียงโหยหวนก็ดังลั่นโรงแรมตามหลัง
จนผมสะดุ้งโหยง
“กรี๊ดดดด เมื่อกี้เห็นใช่มั้ย แทคป้อนลูกอมคุณด้วย แล้วนิคคุณก็
ยิ้มให้ด้วย ละ... แล้ว นิ้ว...นิ้ว.แทค กับ ปาก...ปากคุณณณ
วะ..... หวาน ด้วยยยย แอร๊ยยยยยย กรี๊ดดดดดดดดด
ฟินนนนนนน”
นี่คือ... แฟนเซอร์วิสสสสสสสสสสสสส?
เฮ้ออออออออออออออออออออออออออออ
ผมได้แต่ขอโทษขอโพยในใจให้กับพนักงานโรมแรมที่เดินผ่านไป
ผ่านมา แล้วต้องทำหน้าเลิ่กลั่กเมื่อได้ยินเสียงที่ยังคงดังแว่ว
โหยหวนมาให้ได้ยินเป็นระยะ ผมเหลือบมองไปยังคนข้างๆที่ยืน
รอลิฟท์เพื่อจะขึ้นไปยังห้องพักก็เห็นใบหน้าขาวเรียบเฉย ราว
ไม่ได้ยินเสียงกรีดร้องเหล่านั้นมีเพียงดวงตากลมที่เหมือนวับวาม
กว่าปรกติ ดูก็รู้ว่ากำลังพอใจยิ่งยวด
“เก่งจังนะ”
ผมอดไม่ได้ต้องพูดออกมาอย่างหมั่นไส้ ขณะที่ก้าวไปในลิฟท์ที่
ว่างเปล่า ทันทีที่ประตูลิฟท์เปิดออก
“อะไร”คนที่รอลิฟท์ปิดสนิทแล้วถึงค่อยหันมาถามผม
“ไอ้เรื่องแฟนเซอร์วิสเนี่ย”
ผมตอบหลังจาก เหลือบตามองเห็นว่าใกล้ถึงชั้นที่พักของตัวเอง
เลยเคลื่อนกายไปตรงหน้าประตูลิฟท์ ขยับผ้าขนหนูที่คล้องคอ
ซับเหงื่อตรงหน้าผาก ทำไมอยู่ดีๆมันร้อนจังว้า
“ฮ่าๆๆๆ”
นิชคุณหัวเราะร่วน สองเท้าก้าวออกจากลิฟท์พร้อมผม ส่วนมือก็
แกะเปลือกลูกอมง่วน ทั้งที่ตัวเองก็ยังอมลูกอมอยู่ในปาก
“ฉันไม่ได้เก่งเฉพาะแฟนเซอร์วิสหรอกนะ”
“หืมม”
ผมหันไปมองคนที่ตอนนี้ชะงักฝีเท้า หยุดยืนนิ่ง อยู่หน้าห้องพัก
ตัวเอง จนผมต้องพลอยทำตาม
นิชคุณยื่นลูกอมที่แกะเปลือกเรียบร้อยมาให้ ผมอ้าปากรับอย่าง
อัตโนมัติ แต่นิ้วขาวที่ส่งของหวานให้ผมเสร็จแล้วกลับยังคง
อ้อยอิ่งอยู่ตรงริมฝีปากผมสักครู่ถึงค่อยผละออก
“ฉันไม่ได้เก่งเฉพาะแฟนเซอร์วิสหรอกนะ”
นิชคุณพูดประโยคเดิมซ้ำอีกครั้ง
“เซอร์วิส.........ฉันก็เก่ง”
ถ้อยคำกลางประโยคที่ขาดหายมาพร้อมกับดวงตากลม
ระยิบระยับวับวาว ปากบางคลี่ยิ้มสวยกว่าตอนที่อยู่หน้าแฟน
เมื่อกี้นี้อีก มือเรียวจับชายผ้าขนหนูขึ้นมาซับเหงื่อที่ซึมอยู่แถวไร
ผมไล่มาจนถึงข้างแก้มยันปลายคางให้ผมอย่างเชื่องช้าและเบา
มือทุกสัมผัสที่มือขาวลากผ่านถึงจะมีผ้าผืนบางขวางกั้นแต่มันก็
เรียกความร้อนผ่าวลามเห่อตามติดมาด้วย ผมก็ไม่เข้าใจ
เหมือนกันว่าทำไมใบหน้าผมตอนนี้ถึงร้อนจัดราวกับมีใครเอา
ถ่านแดงๆมาสุมอยู่เต็มหน้า
แต่พอมือเรียวละออกจากผ้าผืนน้อย ความรู้สึกเสียดายก็แล่น
ปลาบขึ้นมาในจิตใจ
แล้วนิชคุณก็หมุนตัว เสียบคีย์การ์ด พอประตูเปิด ก็เดิน
เข้าห้องไป แต่ก่อนประตูห้องจะปิด ยังขยิบตา ใช้มือแตะริม
ฝีปาก ส่งจูบตบท้ายมาให้ ก่อนจะหัวเราะร่วน เพราะเห็นผมที่ยืน
ตะลึง ตัวแข็ง เบิ่งตากว้าง อ้าปากค้าง แม้กระทั่งประตูห้องปิด
สนิทแล้วผมก็ยังไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ พอรู้สึกตัวผม
เหลียวไปทางซ้าย เบือนหน้าไปทางขวา ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่แถวนี้
เลยนอกจากผม
อันนี้ไม่ได้ทำให้ใครดู ไม่ได้เอาใจใคร ไม่ใช่แฟนเซอร์วิส
แอร๊กกกก ฟินนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
ห๊ะ!!!!....เฮ้ย!!!...เฮ้ยยยยยยย ไม่ใช่แล้ว ผมจะมาฟินอะไรเนี่ย
แต่ตกลง มะ..เมื่อกี้นี้....
มัน...ซะ เซอร์วิส...อะไร.... ใคร..... ยังไง.... ว่ะ
ไอ้คุณณณณณณณณ>/////<
และนี้ก็คือ............การกระทำลับหลังแฟน?
บทส่งท้าย
“เก่งจังนะ”
“ไอ้เรื่องแฟนเซอร์วิสเนี่ย”
ขณะที่ผมนั่งมองคนที่กำลังง่วนอยู่กับเครื่องไม้เครื่องมือแต่ง
เพลง กับของขวัญวันเกิดที่ผมซื้อให้ เสียงห้าวที่กล่าวประโยคนี้
ตอนที่พวกเราไปเล่นคอนที่ต่างประเทศเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนก็
ผุดขึ้นมาในความทรงจำ
ยิ่งได้ยินเสียงงึมงำถ้อยคำบันทึกลงไปในเพลง ผมก็ยิ่ง
หมั่นไส้
“เหอะ นายก็เก่งเรื่องแฟนเซอร์วิส เหมือนกันละว้า เพลงบ้าอะไร
พล่ามบอกแต่ประทับใจไมค์ที่ฉันซื้อให้ไปตั้งครึ่งเพลง”
คนที่กำลังขยับจะพูดอัดเสียง ชะงัก หันมามองผมอย่างงงๆ ผม
เลยพูดต่อ
“ก็นายเคยบอกว่าฉันเก่งเรื่องแฟนเซอร์วิส แต่พอเห็นนายตอนนี้
ฉันว่านายเก่งกว่าอีกนะ”
“อะร้าย!!! อะไร แฟนเซอร์วิสอะไรคุนนี่ เค้าไม่เค้ย ไม่เคย”
คนที่จีบปากจีบคอพูด ใบหน้าคร้ามเหรอหราใสซื่อ แต่แววตาคม
เต้นระริก
ผมได้แต่ส่ายหน้า ไม่เซอร์วิสเลยนะ ทั้งคุณแตงอี คุนนี่ My boy
Khun จัดเต็มออกซะขนาดนี้ ป่านนี้พวกแฟนที่ชอบจับคู่ผมกับ
มันคงกรีดร้องกันให้ระงมไปแล้ว
กลับห้องดีกว่าวุ้ย ขี้เกียจฟังมันบ่นงึมงำใส่เพลง
“จะไปไหนอ่ะ อยู่ฟังเพลงก่อน ใกล้เสร็จแล้ว”
มือคร้ามรั้งข้อมือผมไว้ ตอนที่ผมลุกขึ้นเตรียมก้าวออกจากห้อง
“เฮ้ออออ ไม่ต้องห่วงหรอก พอนายปล่อยเพลงนี้ไป ก็ต้องมีคน
เมนชั่นส่งเพลงมาให้ฉันฟังจนTLแตกแน่นอน”
ผมบอกมันอย่างปลงๆเตรียมตัวทำใจ
“แต่ฉันอยากให้นายฟังคนแรกอ่ะ”
เสียงอ่อยๆพร้อมดวงตาคมช้อนอ้อนวอน มือใหญ่จากที่จับข้อมือ
เปลี่ยนเป็นเลื่อนมากระชับมือผมแน่น
“เพลงนี้ฉันร้องให้นายนะ”
เพราะมืออุ่นๆเสียงอ่อนๆละมั้งที่ทำให้ผมแม้จะทำหน้าเบื่อหน่าย
กับประโยคที่ได้ยิน แต่ขากลับไร้เรี่ยวแรงที่จะก้าวจากไป
ต้องทรุดนั่งอยู่ที่เก้าอี้เคียงข้างมันเหมือนเดิม
อ๊ค แทคยอนยิ้มกว้าง ก่อนที่จะหันไปพร่ำเพ้อใส่ไมค์อีกครั้ง
ทั้งที่มือยังกุมแน่นอยู่กับมือผม....ไม่ยอมปล่อย




