Warning : ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมาเท่านั้นโปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน
Gimme The Light
ม่ายยยยยยย..........
อ๊ค แทคยอน คิดว่าตะโกนออกมาสุดเสียง แต่ที่จริงไม่มีเสียงใดหลุดรอดผ่านริมฝีปากแห้งผาก เขาค่อยๆเดินลากเท้าที่หนักอึ้งเพื่อให้เห็นร่างที่นอนอยู่บนเตียงนั้น เมื่อเดินมาถึง ดวงตาคมเบิกกว้างได้แต่จ้องไปที่ร่างบนเตียงอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
คนบนเตียงเหมือนแค่นอนหลับไป ผมสั้นสีน้ำตาลอมทองล้อมกรอบใบหน้าเรียว แต่ทำไมใบหน้านั้นถึงเหมือนขาวกว่าปกติ ขาวไม่มีสีเลือด ขาวเผือด จนเขาใจหาย ดวงตากลมคู่สวยปิดสนิท เห็นขนตายาวตรงทาบทับเป็นเงาบนแก้มไร้เลือดฝาด ริมฝีปากอิ่มที่เคยเป็นสีชมพู แต่ตอนนี้ซีดขาวแทบไม่ต่างจากใบหน้า มือทั้ง 2 ข้างประสานกันอยู่บนอกที่ไร้ร่องรอยการเคลื่อนไหว
เขาค่อยๆยื่นมือไปแตะใบหน้าที่ยังคงเรียวสวยและเพิ่งเห็นว่ามือตัวเองนั้นสั่นระริก เขาพยายามควบคุมแต่ก็ไม่เป็นผล ปลายนิ้วสั่นค่อยๆแตะใบหน้าขาวเหมือนเป็นสิ่งที่บอบบางที่สุดในชีวิตที่เขาเคยสัมผัส
ทำไมถึงเย็น ยะเยียบ อย่างนี้ ใบหน้าสวยที่เขามักบอกว่าเหมือนรูปปั้นตอนนี้เย็นเฉียบ เหมือนรูปปั้นที่อยู่ตามวิหาร รูปปั้นที่สวยงามแต่ไร้ชีวิต
เขาลากนิ้วอันสั่นระริก ผ่านตั้งแต่หน้าผากมน จมูกโด่งเรียวสวย แก้มขาวเผือด และสุดท้ายที่ริมฝีปากซีดขาว ไม่ว่านิ้วเขาจะลากผ่านไปตรงไหน สิ่งที่เขาสัมผัสได้มีแต่ความเย็นเยือก มือคร้ามค่อยๆจับมือเรียวเย็นที่ประสานกันอยู่บนอก มือที่แต่ก่อนเคยอบอุ่น มือที่แต่ก่อนเคยกุมประสานกันกับมือเขา แต่ตอนนี้มือนั้นไม่สามารถกุมตอบเขาได้อีกแล้ว
ไม่มีอีกแล้วรอยยิ้มหวาน อ่อนโยน
ไม่มีอีกแล้วเสียงหัวเราะทุ้มนุ่ม มีเสน่ห์
ไม่มีอีกแล้วประกายสดใสในดวงตากลมคู่สวย
ไม่มีอีกแล้วอ้อมแขนอันแสนอบอุ่นที่เคยโอบกอดเขา
หัวสมองเขาว่างเปล่า ร่างกายไร้เรี่ยวแรง เขาได้แต่คุกเข่าที่ข้างเตียงซบหน้าลงไปกับมือเย็นเฉียบนั้น ดวงตาเริ่มพร่ามัวเนื่องจากหยาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง น้ำตาทุกหยาดหยดไหลรดไปที่มือเรียวขาวซีดจนเปียกชุ่ม เขาได้ยินเสียงคร่ำครวญ หวนไห้ เสียงสะอื้นอันแสนเจ็บปวด โหยหวนเหมือนแทบขาดใจ สุดท้ายกว่าเขาจะรู้ว่านั้นมันก็คือเสียงของเขาเอง เขาก็ร้องไห้จนกระบอกตาร้อนผ่าว โพรงจมูกแสบร้อนไปหมด ภายในคอเจ็บเหมือนใครเอากระดาษทรายมาขูด เขาร้องไห้จนเหมือนจะหายใจไม่ออก เหมือนอากาศที่มีช่างเหลือน้อยนิด แต่น้ำตาช่างมีมากจนไม่สามารถหยุดมันได้
คนที่นอนอยู่บนเตียงช่างใจร้ายเหลือเกิน เขาร้องไห้ถึงขนาดนี้แล้ว ทำไมคนที่นอนอยู่ถึงไม่มาปลอบเขา ทำไมไม่ใช้แขนเรียวขาวโอบกอดเขาเหมือนทุกที ทำไมไม่มากระซิบปลอบโยนให้เขาเข้มแข็งเหมือนทุกครั้ง จะใจร้ายไม่ตื่นมาเลยใช่ไหม ไม่ได้ยินเสียงสะอื้นแทบขาดใจของเขาใช่ไหม น้ำตาทุกหยดของเขามันไม่ได้ซึมลึกไปถึงหัวใจเลยใช่ไหม
อยากให้ใครมาบอกเขาว่าที่เห็นอยู่นี้ไม่เป็นความจริง ในอกมันโหวงๆเหมือนมีใครควักหัวใจเขาออกไปแล้วเอามืออันมืดมิดบีบเค้นสุดแรง มันเจ็บ มันปวด จนเขาแทบอยากจะหายไปจากโลกใบนี้
โลกที่ไม่มี “คุณ”
ม่ายยยยยยยยยยยย เขาตะโกนออกมาสุดเสียง
“เฮ้ย ไอ้แทค แกเป็นอะไรวะ” คิม จุนซู เขย่าร่างของเพื่อนร่วมห้องอย่างตกใจ เนื่องจากขณะเขากำลังจะปีนบันไดเพื่อขึ้นไปนอนที่เตียงชั้นบน สายตาดันเหลือบไปมอง คนที่นอนอยู่เตียงชั้นล่างที่เพิ่งนอนก่อนเขาสัก 10 นาที
แทคยอนขยับตัวไปมา ท่าทางทรมาน ใบหน้าคมบิดเบี้ยวทั้งที่ตายังปิดสนิท แล้วจู่ๆก็ร้องดังลั่นจนขาเขาลื่นพรืดแทบจะตกบันไดตาย
อ๊ค แทคยอน ผวาตื่นตามแรงเขย่า แต่ความรู้สึกเจ็บปวดในอกยังเหมือนคงอยู่ กระบอกตายังเหมือนร้อนผ่าว ยังรู้สึกว่ามีละอองน้ำติดอยู่ที่ปลายขนตา มือใหญ่ยังคงสั่นระริก แล้วคิม จุนซู ก็ต้องตกใจอีกรอบเมื่อแทคยอนเปลี่ยนจากท่านอนเป็นนั่งและยืนอย่างรวดเร็ว แล้วก็วิ่งพรวดพราดออกจากห้องไป
“เฮ้ยๆๆ ไอ้แทค แกจะไปหนายยย” นักร้องนำของวงตะโกนลั่นตามหลัง พลางรีบสาวเท้าตามคนร่างสูงไปด้วยความเป็นห่วง “มันเป็นอะไรของมันวะ ผีเข้าหรือเปล่าเนี่ย”
อ๊ค แทคยอน ที่วิ่งพรวดพราดออกมาที่ห้องนั่งเล่น ที่เป็นที่นอนของน้องเล็กประจำวงกับเด็กแก้มอูม เสียงฝีเท้าโครมครามของทั้งแทคยอน และ จุนซูที่วิ่งกระหืด กระหอบตามมา ทำให้ทั้งชานซองและอูยอง สะดุ้งตื่น
“พี่แทค พี่จุนซู มีอะไรเกิดขึ้นอะ” เด็กแก้มอูม ถามหน้าตาตื่น
“ไอ้แทคดิ มันเป็นบ้าอะไรของมันก็ไม่รู้” คนที่แฟนเพลงให้ฉายาว่าแพนด้าตอบไป พลางหอบไปด้วย
จุนโฮ ที่ยังไม่นอนแต่ได้ยินเสียงโวยวายจึงเปิดประตูห้องเดินออกมาดูด้วยความแปลกใจ แต่ก็ต้องรีบผวาเอาร่างแนบกำแพงเมื่อแรปเปอร์ประจำวงวิ่งแทบจะชนเขากระเด็น ไปเปิดประตูห้องนอนของชานซองกับนิชคุณ ที่ตอนนี้มีเพียงเจ้าชายไทยที่นอนอยู่คนเดียว โดยมีจุนซู อูยอง วิ่งตามไปเป็นขบวน
“นูนอ เป็นอะไรเปล่า” เจ้าหมีเข้ามาถามจุนโฮด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรๆ แต่พี่แทค เป็นอะไรของเค้าวะ พี่คุณกำลังนอนอยู่เปิดประตูเข้าไปแบบนั้นเดี๋ยวก็ได้โดนด่าหรอก เฮ้ย เราตามไปดูด้วยดีกว่า” จุนโฮรีบลากชานซองตามเข้าไปสมทบ
นิชคุณสะดุ้งตื่น เพราะตกใจเสียงเปิดประตู และเสียงวิ่งโครมครามเข้ามาในห้อง ขณะกำลังยันตัวขึ้นนั่งและจะเอ่ยปากด่าด้วยความหงุดหงิด ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเพื่อนสนิทตัวสูงมองเขาด้วยสายตาดีใจปนโล่งใจ พอเหลือบไปก็เห็นพี่น้องเพื่อนร่วมวงทั้งหมดมายืนสลอนทำท่ามึนงงรอบเตียงเขา จากความรู้สึกหงุดหงิด ก็เลยกลายเป็นความสงสัย
“เฮ้ย แทคเป็นอะ.....” กล่าวยังไม่จบประโยคก็ต้องตกใจเมื่อคนร่างสูงก้มตัวมากอดเขาแน่นท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของเพื่อนร่วมวงทั้งหมด
แทคยอนรู้สึกโล่งอกทันทีที่มันเป็นเพียงแค่ฝันไป ร่างกายอบอุ่นที่เขาได้สัมผัส เสียงหัวใจที่ยังคงเต้นให้เขาได้ยิน แววตาคู่สวยยังเปล่งประกายระยิบระยับให้เขาได้เห็น มือเรียวที่กำลังผลักแขนเขาอยู่ยังอบอุ่น และเขายังคงได้ยินเสียงทุ้มที่ตวาดแหว
“โอ๊ย ไอ้แทค แกกอดฉันทำมายยย เนี่ย หายใจไม่ออกนะเฟ้ย” นิชคุณดิ้นอึกอัก อยู่ในอ้อมกอดของคนตัวโต
“คุณ คุณ” แทคยอนได้แต่พร่ำเรียกชื่อคนที่อยู่ในอ้อมแขนพร้อมกระชับแขนแกร่งแน่นยิ่งขึ้น แต่ตอนนี้หูนิชคุณแทบจะไม่ได้ยินอะไรแล้วเนื่องจากเขาเริ่มหายใจไม่ออก
“เฮ้ยๆ ไอ้แทค หน้าไอ้คุณมันเริ่มเขียวแล้วนะว้อย” คิม จุนซู โวยวาย ผวาเข้าไปแงะแขนใหญ่ให้คลายออก เพราะเห็นหน้าขาวๆของเจ้าชายไทยเริ่มจะเปลี่ยนสี
“พี่แทคๆปล่อยมือเดี๋ยวนี้เลยนะ พี่คุณจะตายอยู่แล้ว” ชานซอง ตะโกนลั่น แล้วรีบเข้าไปช่วยจุนซูแกะแขนแทคยอนออกจากร่างของพี่ชายหน้าสวย พอได้ยินคำว่าตายเท่านั้นแทคยอนรีบคลายอ้อมกอดทันที มองนิชคุณ ที่สำลักอากาศไอหน้าดำ หน้าแดง โดยมีจุนโฮและอูยองคอยลูบหลังให้ด้วยความเป็นห่วง แทคยอนยิ้มกว้าง จนหางตาย่นไปหมด
“ไอ้แมวบ้า ยังมายิ้มอีกฉันเกือบตายแล้วรู้ไหม” นิชคุณพอเห็นรอยยิ้มนั้นก็ยิ่งโมโหฟาดฝ่ามือใส่ต้นแขนล่ำเสียงดังสนั่น คนที่ไม่ได้โดนตีแต่พอได้ยินเสียงฝ่ามือประทะต้นแขนก็ได้แต่ยู่หน้า เจ็บแทน ใครๆก็รู้นิชคุณมือหนักอย่างกับอะไรดี แต่คนที่โดนตีกลับเฉยยังนั่งยิ้มมองหน้าคนตีเหมือนเดิม
“ตกลงแกเป็นอะไรวะ ไอ้แทค” คิม จุนซู ถาม
ตอนนี้ทั้ง 6 คน ที่ไม่ได้หลับได้นอน ย้ายกันมาคุยกันที่ห้องนั่งเล่น นิชคุณมองหน้าแทคยอน ที่ทำท่าอึกอักก่อนที่จะตัดสินใจเล่า
“ฉันฝันว่าคุณตายวะ หน้าเนี่ยขาวซีด ปากซีด ตัวเย็นเฉียบไปหมด มือเย็น แขนเย็น อย่างกับน้ำแข็ง มันเหมือนจริงมากจนฉันกลัวเลย”คนตัวโตเล่าด้วยความหวาดหวั่น ทุกคนที่ฟัง พอนึกภาพตามก็ชักจะกลัวตาม มีแต่นิชคุณที่นั่งฟังเฉย
จนอูยองสะกิดถาม “พี่คุณๆไม่กลัวเหรอ พี่แทคฝันว่าพี่คุณตายเลยนะ”
“พี่ไม่กลัวหรอกอูยอง ก็ที่ไทย ถ้าใครฝันว่าคนไหนตาย ก็จะเป็นการต่ออายุให้กับคนนั้นอะ” เจ้าชายไทยอธิบาย
ทุกคนสีหน้าดี ขึ้นโดยเฉพาะ แทคยอน เมื่อได้ฟังก็ยิ้มโล่งใจ
“แต่แทค ถ้าฉันจะตาย ก็เพราะแกมากอดฉันแบบนั้นมากกว่านะ ไอ้เพื่อนเวร” แล้วนิชคุณก็กระโจนไปบีบคอแทคยอน เขย่าไปมา
“โอ๊ยๆๆ ไอ้คุณเบาๆ จุนซู จุนโฮ อูยอง ชานซอง ช่วยฉันด้วย” คนร่างใหญ่เรียกให้คนอื่นช่วย แต่ไม่มีใครสนใจทุกคนต่างเดินเข้าห้องตัวเอง ชานซอง อูยอง ตัดสินใจนอนในห้องตัวเองเนื่องจากถ้าจะรอนอนที่นอนประจำคงอีกนาน ปล่อยให้พวกพี่ๆเคลียร์กันไปตามสบาย เพราะพวกเขาง่วงนอนกันจะตายอยู่แล้ว
“ไอ้คุณพอแล้ว ไอ้นี้จะฆ่ากันหรือไง” แทคยอนดึงมือทั้ง 2 ข้างของคนตัวขาว ออกจากคอ พลางจับไว้แน่น
“ปล่อย เลยไอ้แมวบ้า” นิชคุณคำราม พลางจะดึงมือกลับ แต่มือใหญ่กลับไม่ปล่อย ดวงตาคมทอดมองคนหน้าขาวที่ตอนนี้หน้าแดงก่ำ หอบน้อยๆ เนื่องจากออกแรงทำร้ายเขา
“มองอะไรวะ” เสียงทุ้มนุ่มกระชากถาม ไอ้นี้ท่าจะบ้า ทำไมมันมองเขาแปลกๆอย่างนั้น
คนตัวใหญ่กว่าไม่ตอบ แต่ใช้นิ้วมือใหญ่ประสานเข้ากับนิ้วเล็กกว่าทั้ง 10 นิ้ว พลางรั้งกายคนหน้าหวานมากอดไว้ ซบหน้าลงบนผมนุ่ม แล้วถอนหายใจยาว
“เฮ้ย ปล่อยเลย”นิชคุณพยายามผลักอกแกร่งแต่แขนแข็งที่กระชับแน่น จึงทำได้แต่ดิ้นอึกอักไปมา แล้วก็ต้องถอดใจ เขาเหนื่อยแล้วก็ง่วงเต็มที มันอยากกอดเขาก็ให้มันกอดไปแล้วกัน พอคิดได้อย่างนั้นก็เลยซบหน้าลงบนอกกว้างฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะของคนที่กอดเขาอยู่
“คุณ คืนนี้นอนตรงนี้กันนะ” เสียงห้าวทุ้มที่กระซิบข้างหู ทำให้นิชคุณทำหน้าแทบไม่ถูก โอ๊ะ ไอ้นี่ได้คืบจะเอาศอก เดี๋ยวมันก็ได้ศอกเขาจริงๆหรอก พอเงยหน้ากำลังจะตอบว่าไม่ แต่เมื่อสบตากับคนที่รอคำตอบ แววตาที่หวาดหวั่นเหมือนกลัวว่าจะเสียเขาไป แววตาที่ต้องการความมั่นใจว่าเขาจะไม่หนีหายไปไหน ทำให้ต้องกล้ำกลืนคำว่า ไม่ ลงไปแทบไม่ทัน ปากอิ่มเม้นแน่น ก่อนที่จะตวัดเสียงใส่
“เออๆ แค่คืนนี้นะ” คนหน้าเข้มยิ้มกว้าง คลายอ้อมกอดทันที
“โอ๊ย ทำไมชั้นต้องมานอนพื้นด้วยเนี่ย” คนหน้าหวานบ่นหงุงหงิง พลางล้มตัวลงนอนที่นอนที่ชานซองปูไว้ ส่วนแทคยอนแทนที่จะไปนอนบนโซฟาซึ่งเคยเป็นที่นอนของอูยอง กลับลงมานอนเบียดข้างเขา มือหนากุมข้อมือเล็กกว่าไว้แน่น
“แทค มันเบียดนะ ขึ้นไปนอนบนโซฟาเลยไป ไป๊ แล้วก็ปล่อยมือฉันได้แล้วอึดอัด” นิชคุณทั้งผลัก ทั้งถีบ ทั้งถอง ทั้งแกะมือของคนร่างใหญ่ที่เหนียวแน่นยิ่งกว่าตุ๊กแก แกะเท่าไหร่ก็ไม่ออก แทคยอนไม่สนใจคนหน้าขาวอีก ผ่อนลมหายใจยาว แล้วปิดเปลือกตาลงอย่างเป็นสุข
นิชคุณเมื่อทำอะไรไม่ได้ก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ คิดในใจพรุ่งนี้เขาต้องรีบตื่นก่อนทุกคน เพราะถ้าให้น้องๆเห็นสภาพของเขากับแทคยอนตอนนี้คงได้โดนล้อจนตายแน่
แทคยอนหลับสนิท มือใหญ่ค่อยคลายความแน่นที่กระชับข้อมือขาว นิชคุณกำลังจะดึงมือออกจากการเกาะกุม แต่เมื่อเหลือบไปมองใบหน้าคม แล้วหวนนึกไปถึงตอนที่เขาตื่นมาเห็นแทคยอนยืนมองเขาอยู่ เห็นหยาดน้ำที่เกาะที่ปลายขนตา ก็เปลี่ยนใจ ปล่อยมือให้อยู่ในอุ้งมือใหญ่ต่อ เขามั่นใจว่าคืนนี้แทคยอนคงไม่ฝันร้ายอีกแน่ ถ้ามือของทั้งสอง ยังเกาะเกี่ยวกันอยู่อย่างนี้
บทส่งท้าย
2:00 AM
คิม จุนซู รู้สึกตัวตื่นขึ้นมากลางดึกเนื่องจากรู้สึกกระหายน้ำ คิดว่าจะไปหาน้ำดื่มแล้วค่อยมานอนต่อ นักร้องนำเสียงดีจึงปีนลงมาจากเตียงนอนชั้นบน เดินไปที่ห้องครัว เปิดสวิตซ์ไฟ หยิบขวดพลาสติกที่บรรจุน้ำสะอาดในตู้เย็น คว้าแก้วที่เห็นใกล้มือ เปิดฝาขวดน้ำแล้วค่อยๆรินน้ำเย็นเฉียบใส่แก้วใส ขณะจิบน้ำสายตาก็เหลือบมองไปที่ห้องนั่งเล่นที่แม้ไม่ได้เปิดไฟกลางห้อง แต่แสงไฟจากครัวที่ส่องสว่างทำให้สามารถมองเห็นภาพที่กลางห้องนั่งเล่นได้ชัดเจน ภาพ ที่ทำให้เขาสำลักน้ำที่กินเข้าไปจนไอแค่กๆ
‘ ไอ้สองคนนี้มันนอนกอดกันนนนน’ คิมจุนซูตะโกนในใจ ใบหน้าร้อนผ่าว ไม่รู้ว่าเนื่องจากสำลักน้ำหรือรู้สึกเขินอายแทน ถ้าไอ้พวกน้องๆเห็นคงล้อพวกมันสองคนยันแก่แน่ๆ นักร้องเสียงดีวางแก้วน้ำในมือ แล้วสาวเท้าเข้าไปดูคนที่นอนอยู่กลางห้องใกล้ๆ
เขารู้ว่าแทคยอนไม่ได้กลับเข้าไปนอนในห้อง แต่ไม่คิดว่านิชคุณก็ไม่ได้นอนในห้องตัวเองด้วย แรปเปอร์ประจำวงทั้ง 2 คน เลือกที่จะนอนที่ห้องนั่งเล่นแทนที่ชานซองและอูยอง แต่แทนที่ใครคนนึงจะขึ้นไปนอนบนโซฟาแต่ทั้งสองคนกลับลงมานอนเบียดกันบนที่นอนของชานซอง
เนื่องจากตกดึกอากาศที่ค่อนข้างเย็นทำให้เมื่อต่างคนต่างรู้สึกหนาวจึงขยับร่างกายเข้าหาไออุ่นของคนข้างๆโดยอัตโนมัติ
คิม จุนซู มองนิชคุณที่หลับสนิทด้วยความงุนงงว่าทำไมหัวทุยเล็กถึงหนุนแขนของรูมเมทร่วมห้องเขา ส่วนหมอนเจ้าตัวกระเด็นไปอยู่แถวโซฟา
‘หลับสนิทกันทั้งคู่เลยวุ้ย’ คิมจุนซูได้แต่งึมงำในใจ แล้วยื่นมือไปยกแขนคร้ามที่พาดอยู่กลางลำตัวนิชคุณออก แต่เจ้าของแขนเหมือนไม่พอใจ คิ้วเข้มขมวดนิดๆทั้งที่หลับสนิท แล้วก็กลับมาใช้แขนใหญ่พาดไปที่ลำตัวคนตัวเล็กกว่าอีกครั้ง พลางขยับตัวเข้าหา กระชับแขนแกร่งเข้ามาอีก จนหน้าเล็กๆของนิชคุณแทบจะจมมิดลงไปกับอกกว้าง
‘ตายห่า กอดกันแน่นกว่าเดิมอีก ทำงัยดีวะเนี่ย’นักร้องนำเสียงดีกระวน กระวาย มองซ้าย มองขวา แล้วเหลือบไปเห็นผ้าห่มของเจ้าเด็กแก้มอูมที่พับเรียบร้อยอยู่บนโซฟา คิม จุนซู ยิ้มกว้าง เดินไปหยิบผ้าห่ม สะบัดออก แล้วคลี่ผ้าผืนใหญ่ให้ปกคลุมร่างทั้งสอง ยืดตัวมองผลงานด้วยความพึงพอใจ แล้วภาวนาว่าตอนเช้าทั้ง 2 คน คงรู้สึกตัวก่อนที่พวกน้องๆในวงจะตื่น
นักร้องนำหาวหวอด เดินไปปิดสวิตซ์ไฟในครัว สาวเท้ากลับไปที่ห้องของตนเองเพื่อพักผ่อนต่อ ทิ้งให้เพื่อนสนิทสองคนจมอยู่ในห้วงนิทราที่แสนสุขในอ้อมกอดของกันและกันภายใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ กลางห้องนั่งเล่นที่มืดมิด
น่ารักมากมาย
ตอบลบ