หน้าเว็บ

nichkhun

nichkhun
You are my sunshine

วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2556

Fic TaecKhun : SF - Fan Service or Service....?

Warning : ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมาเท่านั้นโปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน



พจนานุกรมฉบับติ่ง
 
แฟนเซอร์วิส
 
แฟน หมายถึง แฟนคลับ
เซอร์วิส หมายถึง การบริการ หรือ การทำให้พึงพอใจ
แฟนเซอร์วิส หมายถึง การบริการ หรือการกระทำ ที่ทำให้พวกแฟนๆพึงพอใจ
 
 
 
.
.
.
.
.
สกินชิพ คำนี้เป็นคำที่แฟนๆชื่นชอบ โดยเฉพาะยิ่งถ้าไอดอลคู่ที่
ตัวเองหลงใหลได้ปลื้มทำให้เห็นนั้นก็ถือว่าเป็น แฟนเซอร์วิส
อย่างนึง
 
แต่บางคนอาจสงสัยถ้าไม่ได้อยู่บนเวที หรือ ลับหลังสายตาแฟน
ศิลปินสุดที่รักนั้นจะเป็นเช่นไร จะมีสกินชิพกันบ้างมั้ย
 
อืมมม งั้นเดี๋ยวผม อ๊ค แทคยอน หาคำตอบให้ครับ
 
 
 
 
บนเวที
ร่างโปร่งในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนส์ แบก เอิ่ม ผมใช้คำถูก
แล้วล่ะครับ แบกเจ้าตุ๊กตาแมวขาแขนยาวสีเขียวสดใสมาจากอีก
ฟากของเวที นิชคุณยิ้มกว้างมาแต่ไกล แล้วก็เหวี่ยงเจ้าตุ๊กตาลง
จากหลังตัวเอง แล้วยื่นมาให้ผม
 
อ่ะ ฉันเอามาให้
 
นิชคุณตบไหล่ผมเบาๆ แล้วริมฝีปากอิ่มก็คลี่ยิ้มจนเห็นฟันซี่ขาว
เล็กเรียงตัวเป็นระเบียบเรียบสวย พร้อมตากลมที่ยิบหยี
 
เสียงกรีดร้องถูกใจ จากแฟนคลับที่ยืนโซนนั้น ดังสนั่น
 
นี่คือ... แฟนเซอร์วิส?
 
หลังเวที
 
อ๊ค แทคยอน!!! เมื่อไหร่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าเหอะ เดี๋ยวต้องไป
After Party อีกมัวแต่ชักช้าอยู่ได้
 
เสียงแหวลั่น ทำให้ผมที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงเล่นอยู่กับชานซอง
ที่ท่อนบนเปลือยเปล่าเพราะถอดเสื้อโยนไปให้แฟนไปแล้วชะงัก
กึก
 
นิชคุณหน้าบึ้งจนต้องคลายแขนที่รัดคอน้องเล็กของวงจาก
ด้านหลังทันควัน สุดท้ายทั้งผมและเจ้าหมีก็ต้องรีบแยกย้ายไป
เปลี่ยนเสื้อผ้า ตามคำสั่งคุณพี่คนรองประจำวงอย่างรวดเร็ว
 
บอกกันดีๆก็ได้ทำไมต้องตวาดด้วยวะ
แล้วดูดิ ดุแต่ผมคนเดียวอีก...ชิส์
 
นี่คือ... การกระทำลับหลังแฟน?
 
บนเวที
 
วันนี้เป็นวันพิเศษของหนึ่งในสมาชิกของเรา ทุกคนช่วยร้อง
เพลงอวยพรกันหน่อยนะครับ
 
เสียงทุ้มนุ่มนำขบวนร้องเพลงวันเกิด ทำให้ผมยิ้มแก้มแทบปริ
มือขาวโอบไหล่ผมขณะยืนอยู่ตรงหน้าเค้กก้อนโต รับเอาขนมที่
ผมส่งให้เข้าปากแบบไม่ลังเล ไม่เหมือน อี จุนโฮ ที่ผมต้องขู่แกม
บังคับ แถมช่วงท้ายนิชคุณยังวิ่งไปเอาหมวกวันเกิดที่แฟนคลับ
ทำ มาให้ผมใส่อีก เสียงกรีดร้องถูกใจดังลั่นเหมือนเคย
 
นี่คือ... แฟนเซอร์วิส?
 
 
 
โรงแรมที่พัก
 
แทค!!!! เมื่อไหร่นายจะนอนวะ
 
คนที่มาเคาะประตูห้องผมยามวิกาล พอผมเปิดประตู นิชคุณที่
ไม่พูดพล่ามทำเพลงกระชากเสียงใส่ทันที
อะ.. อะไรวะ ไอ้คุณ
ก็เสียงคุย เสียงหัวเราะนายมันทะลุ เข้าไปยันห้องฉัน จนฉันกับ
อูยองนอนไม่ได้ น้องยิ่งไม่ค่อยสบายอยู่
 
ไอ้ที่หงุดหงิดก็เพราะน้องสุดที่รักของตัวเองนอนไม่หลับไม่ใช่
เพราะตัวเองนอนไม่ได้มากกว่ามั้ง
 
ผมได้แต่อ้าปากค้าง พอจะหันไปหารูมเมทให้มารับกรรมด้วยกัน
แต่ไอ้แพนด้าก็เหมือนนกรู้ ทำเป็นคลุมโปงหลับไปแล้ว ทั้งที่เมื่อกี้
ยังแหกปากประสานเสียงหัวเราะลั่นอยู่กับผม
 
นอนเดี๋ยวนี้เลยนะเสียงห้วนสั่ง ใบหน้าเล็กบูดบึ้ง
 
อะ.. เออ... อืมมมมผมได้แต่ยืนคอตกรับคำ
 
 แมร่งงงงงงไอ้คุณมันดุจริงเว้ย
 
นี่คือ... การกระทำลับหลังแฟน?
 
.
.
.
.
.
 
 
 
ผมกำลังใช้ผ้าขนหนูคล้องคอ ซับเหงื่อ ขณะเดินออกมาจากฟิต
เนสของโรงแรมที่ผมไปใช้บริการตั้งแต่เช้า พอก้าวขาเข้ามา
ภายในล็อบบี้ก็ต้องชะงึกกึกเมื่อเห็น ร่างสูงโปร่งที่แม้จะยืนหัน
หลังแต่ผมก็จำได้ขึ้นใจว่าคือใคร ตอนนี้เจ้าชายไทยประจำวง
กำลังถูกรายล้อมไปด้วยหญิงสาวหลากหลายคน
 
สงสัยจะเป็นแฟนคลับที่มาดูคอนเสริต์แล้วพอดีพักโรงแรม
เดียวกับพวกเราและก็คงโชคดีของพวกเธอที่ได้เจอไอดอลหนุ่ม
ตัวเป็นๆ ใบหน้าสาวๆจึงมีรอยยิ้มกว้าง สายตาที่มองคนที่ยืนคุย
กับพวกเธอด้วยท่วงท่าแสนสบายเป็นกันเอง ปรอยปรือเยิ้มหวาน
กันทุกคน
 
ผมไม่ได้ห่วงคนที่ถูกรุมล้อม ว่าจะโดนรุมทึ้งหรือไม่ เพราะรู้ดีว่า
นิชคุณมีวิธีรับมือกับพวกแฟนๆได้เป็นอย่างดี ถึงแม้จะเป็นคนที่มี
รอยยิ้มประดับหน้า แววตาอ่อนโยน อบอุ่น ราวกับจะชักชวนกวัก
มือเรียกให้คนมาหาเข้าใกล้แทบตลอดเวลาก็จริง แต่ถ้าเกิดมี
เรื่องไม่ถูกใจ แววตากลมเปลี่ยนไปนิด ใบหน้าหวานติดนิ่งไป
หน่อย ริมฝีปากไม่มีแม้แต่รอยยิ้มน้อยๆ  เพียงแค่นั้นแฟนก็พากัน
ผวาเฮือก ถอยกรูดกันหมดแล้ว โดยที่เจ้าตัวไม่จำเป็นต้องเอื้อน
เอ่ย อะไรออกมาสักคำ  
 
ตอนแรกก็ว่าจะเดินเลี่ยงขึ้นไปห้องพัก แต่ก็แปลก ผมไม่รู้เป็น
อะไร ไม่ว่านิชคุณจะอยู่ตรงไหน ผมก็อยากไปยืนสูดบรรยากาศ
เดียวกันกับมันด้วย จึงเดินแถแถ่ดเข้าไปหา อย่างน้อยก็ไปเช็ค
เรตติ้งด้วยดีกว่า ผมพยายามหาข้ออ้างให้กับตัวเอง
 
 ผมเแกล้งทำเนียนโฉบไปใกล้ แฟนคนนึงที่หันมาทางผมพอดี
เลยสกิดให้เพื่อนๆมองผมกันใหญ่ จนนิชคุณต้องหันมามองตาม
บ้าง คิ้วเข้มเลิกขึ้นนิดๆทักทาย ผมพยักเพยิดตอบกลับ
 
แทคยอน อรุณสวัสดิ์ค่า
 เสียงทักทายเป็นภาษาอังกฤษ ทั้งภาษาเกาหลี ส่งมาให้ผม
 
 แต่ใบหน้าสาวๆนอกจากความตื่นเต้น แล้วก็ไม่มีอย่างอื่น
เพราะพอทักผมเสร็จ ก็รีบหันกลับไปหาคนที่ยืนอมยิ้มน้อยๆ
แววตาทุกคนที่มองคนตรงหน้าเปลี่ยนเป็นหวานฉ่ำ หยาดเยิ้มกัน
เหมือนเดิม
 
แฟนนิชคุณทั้งน้านนนนนนน
 
ผมเลยได้แต่ยืนห่อเหี่ยว ฟังเหล่าแฟนสาวแย่งกันพูดกับ
นิชคุณด้วยภาษาที่ตนเองถนัดกันเจี้ยวจ้าว
 
นิคคุณ อย่าลืมทานข้าวนะคะอันนี้ภาษาอังกฤษจ๋ามาเชียว
 
คุณอ่าห์ พักผ่อนเยอะๆน้า
คนนี้คนเกาหลีครับ ผมเห็นตามนิชคุณออกบ่อย
 
อย่าหักโหมทำงานมากนะค้าสาวญี่ปุ่นหน้ากลมทักบ้าง
 
น้องคุณคิดถึงจังเลยค้า
คนนี้คนไทยครับ ถ้าจำภาษาไทยไม่ผิด ผมว่าคงบอกคิดถึงมั้ง
 
รักนะค้าสาวจีน ตาเรียวเฉี่ยว ได้ยินหว่ออ้ายหนี่ เลย
รู้ว่ากำลังบอกรัก
 
คอนเสิรต์วันนี้ทำให้เต็มที่นะคะมีอีกคนที่ใช้ภาษาอังกฤษ
สำเนียงเอเชีย ไม่แน่ใจครับว่าเป็นคนประเทศไหน
 
คำอวยพร คำเตือน คำบอกรัก หลากหลายภาษาดังกันให้เซ็งแซ่
 
อืมมมม แฟนนานาชาติของนิชคุณรวมตัวพากันมาดูคอนเสริต์
นอกประเทศตัวเองกันทั้งนั้น ดูแล้วก็น่าประทับใจนะครับ ที่ความ
รักในตัวศิลปินคนนึงสามารถทำลายกำแพงของภาษาและความ
แตกต่างลงได้จนหมดสิ้น
 
 
ส่วนพ่อไอดอลสุดหล่อ หน้าหวาน ยิ้มสวย ใช้เสียงนุ่มๆตอบทุก
ภาษา อย่างใจเย็น อบอุ่นและทั่วถึง เรียกสายตาที่ปลื้มปริ่มจน
แทบจะกลายเป็นหลงใหล อยู่แล้วให้มากขึ้นกว่าเดิม ท้ายสุดไร้
แม้กระทั่งคำพูดพากันเงียบกริบ เอาแต่เบิ่งตามองคนที่ตัวเองชื่น
ชอบ กว่าจะรู้สึกตัว ก็ตอนที่นิชคุณหัวเราะเบาๆอย่างขบขัน จน
สาวๆต้องพากันสกิดเรียกสติกันใหญ่ แล้วก็มีหนึ่งคน
กระมิดกระเมี้ยน ยื่นอะไรสักอย่างส่งให้อย่างอายๆ
 
พะ..พอดีมีแค่ลูกอมติดมือมา กรุณารับด้วยนะคะ
เสียงเล็กๆบอกเป็นภาษาอังกฤษเบาๆ
 
นิชคุณยิ้มกว้างก่อนหงายมือไปข้างหน้า หญิงสาวที่หน้าตาแดง
ก่ำรีบวางของติดมือไว้บนนั้นทันทีที่เสียงทุ้มบอกขอบคุณ
เบาๆ
 
 
 
ลูกอมสีหวานหลายเม็ดที่อยู่กลางฝ่ามือขาวจัดทำให้ผมเห็นแล้ว
ชักเปรี้ยวปากเพราะเพิ่งออกกำลังกาย เสียเหงื่อเลยรู้สึกอยาก
ของหวานเป็นพิเศษ ผมเลยลืมตัว นึกว่าอยู่ด้วยกันสองคน
เหมือนปกติ เอื้อมมือไปหยิบอันสีเขียวโดยไม่ไถ่ถาม หรือขอ
อนุญาตใครก่อน
 
แต่ขณะที่ผมก้มหน้าง่วนในการพยายามให้ลูกอมออกมาสูด
อากาศภายนอกเปลือกพลาสติก ก็รู้สึกถึงบรรยากาศที่เงียบสนิท
แบบแปลกๆจนต้องเงยหน้าขึ้นมา แล้วก็แทบผงะกับเหล่าสาวๆ
ของเจ้าชายที่ตอนนี้ยืนมองผมค้าง สายตาทุกนางไม่หวานหยาด
เยิ้มเหมือนมองพ่อรูปหล่อ หน้าขาว แต่กลับขุ่นขวาง เขียวปั๊ด
สงสัยจะไม่สบอารมณ์ที่มีแมวยักษ์ผิวคล้ำมาขโมยกินของขวัญที่
พวกเธออุตส่าห์เอามาให้ไอดอลหนุ่มรูปงาม แต่นิชคุณ กลับยืน
มองหน้าผมเฉย เป็นปกติ เพราะคุ้นชิน
 
ผมได้แต่หัวเราะแห้งๆ เอางัยดีหว่าเปลือกก็แกะแล้ว จะเอาลูก
อมเข้าปากตัวเองก็เกรงใจสายตาที่ยังจ้องผมเขม็ง สุดท้ายด้วย
ความฉลาดตั้งแต่เกิดผมเลยแก้เก้อด้วยการส่งลูกอมสีสวยให้กับ
เจ้าของตัวจริง ดวงตากลมสะท้อนความงุนงงนิดหนึ่ง ผมรีบฉีก
ยิ้มเอาใจ
 
รับไปหน่อยเหอะว้า ไอ้คุณ นายเห็นสายตาของแม่ๆนายไหมเนี่ย
แทบจะกินหัวฉันอยู่แล้ว
 
 
ตอนนี้พวกแม่เจ้าประคุณปลี่ยนจากทำตาขุ่นใส่ผม หันขวับไปหา
นิชคุณกันหมด ใบหน้าตื่นเต้น คาดหวัง รอวินาที ที่ศิลปินที่รักจะ
กินของฝากที่ตัวเองเอามาให้ อย่างใจจดใจจ่อ และคงลืมเรื่องที่
ไม่พอใจผมไปกันหมด
 
นิชคุณเมื่อเห็นสายตาผมก็คงเข้าใจเพราะมันก็ฉลาดตั้งแต่เกิด
เหมือนกัน  แต่ดวงตากลมที่วับวามกว่าปกติ ปากกระตุกยิ้มนิดๆ
ทำผมชักสังหรณ์ใจพิกล แต่พอจะชักมือกลับมือขาวกลับรั้งมือ
ผม ที่ถือลูกอมอยู่ให้เข้ามาใกล้ แล้วใบหน้าเล็กก็ค่อยๆโน้มเข้า
มาหา จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนผ่าวที่เป่ารดมือผม ริมฝีปาก
อิ่มค่อยๆเคลื่อนเข้ามาใกล้แล้วก็รับลูกอมสีหวานเข้าไป
 
ผมรู้สึกถึงความนุ่มหยุ่นตรงปลายนิ้ว เพราะริมฝีปากสวยบังเอิญ
ปัดนิ้วผมเบาๆ  เลยก้มหน้าไปมอง ก็พอดีกับดวงตาใสแจ๋วช้อน
ขึ้นมามองสบ แล้วลมหายใจผมก็กระตุก ติดขัด เพราะแววตายั่ว
เย้า เต้นระริก วิบๆวับๆ จนผมชักไม่แน่ใจแล้วว่า ที่ริมฝีปากนิช
คุณสัมผัสโดนปลายนิ้วผมเมื่อกี้มันคือความบังเอิญหรือการจงใจ
 
 
บังเอิญ...... สกินชิพ
หรือจงใจ...... แฟนเซอร์วิส
 
มือเรียวยังจับมือผม ดวงตากลมยังช้อนมองสบตา ริมฝีปากคลี่
ยิ้มอ่อนๆ รอยยิ้มที่ถ้าไม่สนิทกันจริงคงจะไม่รู้หรอกว่า นั่นมัน
ไม่ใช่รอยยิ้มของเทวดาแสนดีแต่มันคือรอยยิ้มของซาตานเจ้าเล่ห์
ต่างหาก ที่มาพร้อมกับเสียงทุ้มนุ่มมีเสน่ห์
 
หวานจัง So Sweet”
คำพูดที่มาทั้งภาษาเกาหลี กับอังกฤษ ไม่ต้องกลัวว่าคนฟังจะไม่เข้าใจ
 
แต่...เอ๊ะ!!! โอ๊ะ!!!! อ่ะ.... อะ..... อะไรหวาน วะ
อ่ะ...อ้อ ......ละ ....ลูกอมช่ายม่ายยยยยยยย
 
ผมรีบชักมือกลับ เอามาไข้วไว้ข้างหลัง พยามยามระงับ
ความรู้สึกร้อนผ่าวที่แล่นลามตั้งแต่ปลายนิ้วยันมาถึงบนใบหน้า
โชคดีที่สีผิวช่วยปกปิดไว้ได้มาก ทำให้ไม่แสดงออกให้ขายขี้หน้า
ชาวบ้านชาวช่องมากนัก
 
แต่พอผมหันไปมองชาวบ้านชาวช่องก็ได้แต่ถอนหายใจ ส่าย
หน้าอย่างปลงๆ
 
พวกสาวๆตอนนี้อ้าปากค้าง ตาลอย เอามือกุมอยู่ที่กลางอก 
และคงสติหลุดกันไปหมดแล้ว ถึงได้รับคำร่ำลาของไอดอลหนุ่ม
ที่ในปากยังมีลูกอมแสนหวานของตัวเอง อย่างมึนเหม่อ
โดยไม่มีการร่ำร้อง เหนี่ยวรั้ง อย่างที่ควรจะเป็น ทำเพียงใช้กาย
หยาบโบกมือส่ง ส่วนกายละเอียดคงกำลังไปฟินแลนด์ยังไม่
สามารถกลับเข้าร่างกันได้ทุกผู้ทุกนาง
 
ผมกับนิชคุณเดินผละออกจากสาวๆกลุ่มนั้น แต่เราสองคนก้าว
ห่างออกมาเพียงไม่กี่ก้าว เสียงโหยหวนก็ดังลั่นโรงแรมตามหลัง
จนผมสะดุ้งโหยง
 
กรี๊ดดดด เมื่อกี้เห็นใช่มั้ย แทคป้อนลูกอมคุณด้วย แล้วนิคคุณก็
ยิ้มให้ด้วย ละ... แล้ว นิ้ว...นิ้ว.แทค กับ ปาก...ปากคุณณณ
วะ..... หวาน ด้วยยยย แอร๊ยยยยยย กรี๊ดดดดดดดดด
ฟินนนนนนน
นี่คือ... แฟนเซอร์วิสสสสสสสสสสสสส?
 
 
เฮ้ออออออออออออออออออออออออออออ
ผมได้แต่ขอโทษขอโพยในใจให้กับพนักงานโรมแรมที่เดินผ่านไป
ผ่านมา แล้วต้องทำหน้าเลิ่กลั่กเมื่อได้ยินเสียงที่ยังคงดังแว่ว
โหยหวนมาให้ได้ยินเป็นระยะ ผมเหลือบมองไปยังคนข้างๆที่ยืน
รอลิฟท์เพื่อจะขึ้นไปยังห้องพักก็เห็นใบหน้าขาวเรียบเฉย ราว
ไม่ได้ยินเสียงกรีดร้องเหล่านั้นมีเพียงดวงตากลมที่เหมือนวับวาม
กว่าปรกติ ดูก็รู้ว่ากำลังพอใจยิ่งยวด
 
เก่งจังนะ
ผมอดไม่ได้ต้องพูดออกมาอย่างหมั่นไส้ ขณะที่ก้าวไปในลิฟท์ที่
ว่างเปล่า ทันทีที่ประตูลิฟท์เปิดออก
 
อะไรคนที่รอลิฟท์ปิดสนิทแล้วถึงค่อยหันมาถามผม
 
ไอ้เรื่องแฟนเซอร์วิสเนี่ย
ผมตอบหลังจาก เหลือบตามองเห็นว่าใกล้ถึงชั้นที่พักของตัวเอง
เลยเคลื่อนกายไปตรงหน้าประตูลิฟท์ ขยับผ้าขนหนูที่คล้องคอ
ซับเหงื่อตรงหน้าผาก ทำไมอยู่ดีๆมันร้อนจังว้า
 
ฮ่าๆๆๆ
นิชคุณหัวเราะร่วน สองเท้าก้าวออกจากลิฟท์พร้อมผม ส่วนมือก็
แกะเปลือกลูกอมง่วน ทั้งที่ตัวเองก็ยังอมลูกอมอยู่ในปาก
 
ฉันไม่ได้เก่งเฉพาะแฟนเซอร์วิสหรอกนะ
 
หืมม
 
ผมหันไปมองคนที่ตอนนี้ชะงักฝีเท้า หยุดยืนนิ่ง อยู่หน้าห้องพัก
ตัวเอง จนผมต้องพลอยทำตาม
 
นิชคุณยื่นลูกอมที่แกะเปลือกเรียบร้อยมาให้ ผมอ้าปากรับอย่าง
อัตโนมัติ แต่นิ้วขาวที่ส่งของหวานให้ผมเสร็จแล้วกลับยังคง
อ้อยอิ่งอยู่ตรงริมฝีปากผมสักครู่ถึงค่อยผละออก
 
ฉันไม่ได้เก่งเฉพาะแฟนเซอร์วิสหรอกนะ
 
นิชคุณพูดประโยคเดิมซ้ำอีกครั้ง
 
 “เซอร์วิส.........ฉันก็เก่ง
 
ถ้อยคำกลางประโยคที่ขาดหายมาพร้อมกับดวงตากลม
ระยิบระยับวับวาว ปากบางคลี่ยิ้มสวยกว่าตอนที่อยู่หน้าแฟน
เมื่อกี้นี้อีก  มือเรียวจับชายผ้าขนหนูขึ้นมาซับเหงื่อที่ซึมอยู่แถวไร
ผมไล่มาจนถึงข้างแก้มยันปลายคางให้ผมอย่างเชื่องช้าและเบา
มือทุกสัมผัสที่มือขาวลากผ่านถึงจะมีผ้าผืนบางขวางกั้นแต่มันก็
เรียกความร้อนผ่าวลามเห่อตามติดมาด้วย ผมก็ไม่เข้าใจ
เหมือนกันว่าทำไมใบหน้าผมตอนนี้ถึงร้อนจัดราวกับมีใครเอา
ถ่านแดงๆมาสุมอยู่เต็มหน้า
 
แต่พอมือเรียวละออกจากผ้าผืนน้อย ความรู้สึกเสียดายก็แล่น
ปลาบขึ้นมาในจิตใจ
 
แล้วนิชคุณก็หมุนตัว เสียบคีย์การ์ด พอประตูเปิด ก็เดิน
เข้าห้องไป แต่ก่อนประตูห้องจะปิด ยังขยิบตา ใช้มือแตะริม
ฝีปาก ส่งจูบตบท้ายมาให้ ก่อนจะหัวเราะร่วน เพราะเห็นผมที่ยืน
ตะลึง ตัวแข็ง เบิ่งตากว้าง อ้าปากค้าง แม้กระทั่งประตูห้องปิด
สนิทแล้วผมก็ยังไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ พอรู้สึกตัวผม
เหลียวไปทางซ้าย เบือนหน้าไปทางขวา ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่แถวนี้
เลยนอกจากผม
 
อันนี้ไม่ได้ทำให้ใครดู ไม่ได้เอาใจใคร ไม่ใช่แฟนเซอร์วิส
 
แอร๊กกกก ฟินนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
 
ห๊ะ!!!!....เฮ้ย!!!...เฮ้ยยยยยยย ไม่ใช่แล้ว ผมจะมาฟินอะไรเนี่ย
แต่ตกลง มะ..เมื่อกี้นี้....
มัน...ซะ เซอร์วิส...อะไร.... ใคร..... ยังไง.... ว่ะ
ไอ้คุณณณณณณณณ>/////<
 
 
และนี้ก็คือ............การกระทำลับหลังแฟน?
 
 
บทส่งท้าย
 
เก่งจังนะ
ไอ้เรื่องแฟนเซอร์วิสเนี่ย
 
 
ขณะที่ผมนั่งมองคนที่กำลังง่วนอยู่กับเครื่องไม้เครื่องมือแต่ง
เพลง กับของขวัญวันเกิดที่ผมซื้อให้ เสียงห้าวที่กล่าวประโยคนี้
ตอนที่พวกเราไปเล่นคอนที่ต่างประเทศเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนก็
ผุดขึ้นมาในความทรงจำ
 
ยิ่งได้ยินเสียงงึมงำถ้อยคำบันทึกลงไปในเพลง ผมก็ยิ่ง
หมั่นไส้
 
เหอะ นายก็เก่งเรื่องแฟนเซอร์วิส เหมือนกันละว้า เพลงบ้าอะไร
พล่ามบอกแต่ประทับใจไมค์ที่ฉันซื้อให้ไปตั้งครึ่งเพลง
 
คนที่กำลังขยับจะพูดอัดเสียง ชะงัก หันมามองผมอย่างงงๆ ผม
เลยพูดต่อ
 
ก็นายเคยบอกว่าฉันเก่งเรื่องแฟนเซอร์วิส แต่พอเห็นนายตอนนี้
ฉันว่านายเก่งกว่าอีกนะ
 
อะร้าย!!! อะไร แฟนเซอร์วิสอะไรคุนนี่ เค้าไม่เค้ย ไม่เคย
คนที่จีบปากจีบคอพูด ใบหน้าคร้ามเหรอหราใสซื่อ แต่แววตาคม
เต้นระริก
 
ผมได้แต่ส่ายหน้า ไม่เซอร์วิสเลยนะ ทั้งคุณแตงอี คุนนี่ My boy
Khun จัดเต็มออกซะขนาดนี้ ป่านนี้พวกแฟนที่ชอบจับคู่ผมกับ
มันคงกรีดร้องกันให้ระงมไปแล้ว
 
กลับห้องดีกว่าวุ้ย ขี้เกียจฟังมันบ่นงึมงำใส่เพลง
 
จะไปไหนอ่ะ อยู่ฟังเพลงก่อน ใกล้เสร็จแล้ว
มือคร้ามรั้งข้อมือผมไว้ ตอนที่ผมลุกขึ้นเตรียมก้าวออกจากห้อง
 
เฮ้ออออ ไม่ต้องห่วงหรอก พอนายปล่อยเพลงนี้ไป ก็ต้องมีคน
เมนชั่นส่งเพลงมาให้ฉันฟังจนTLแตกแน่นอน
ผมบอกมันอย่างปลงๆเตรียมตัวทำใจ
 
แต่ฉันอยากให้นายฟังคนแรกอ่ะ
เสียงอ่อยๆพร้อมดวงตาคมช้อนอ้อนวอน มือใหญ่จากที่จับข้อมือ
เปลี่ยนเป็นเลื่อนมากระชับมือผมแน่น
 
เพลงนี้ฉันร้องให้นายนะ
 
เพราะมืออุ่นๆเสียงอ่อนๆละมั้งที่ทำให้ผมแม้จะทำหน้าเบื่อหน่าย
กับประโยคที่ได้ยิน แต่ขากลับไร้เรี่ยวแรงที่จะก้าวจากไป
ต้องทรุดนั่งอยู่ที่เก้าอี้เคียงข้างมันเหมือนเดิม
 
อ๊ค แทคยอนยิ้มกว้าง ก่อนที่จะหันไปพร่ำเพ้อใส่ไมค์อีกครั้ง
ทั้งที่มือยังกุมแน่นอยู่กับมือผม....ไม่ยอมปล่อย
 
 

Fic TaecKhun : SF - Gift

Warning : ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมาเท่านั้นโปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน


ของขวัญฉันละ
 
เสียงที่ดังมาจากคนที่เดินเคียงข้างทำให้ผมต้องปรายตามอง
 
ทวงได้ทุกปีเลยนะ แล้วปีนี้อยากได้อะไร
 
ผมถามมันกลับ เพราะผมก็ไม่เคยคิดออกสักทีว่าจะซื้ออะไรให้เป็น
ของขวัญวันเกิด สุดท้ายก็เลยต้องถามจากเจ้าตัวทุกครั้งว่า
ต้องการอะไร จะได้แก้ปัญหาอาการคิดไม่ตกของผม
และจะได้ไม่ต้องหูชาถ้าซื้อของไม่ถูกใจพ่อเจ้าประคุณ
 
ยังนึกไม่ออกว่ะ
 
งั้นนึกออกเมื่อไหร่ก็บอกแล้วกัน
 
คนข้างกายหยุดเดินทำหน้าคิดหนัก
 
โอ๊ยยยปีนี้จะเสียเท่าไหร่ฟระเนี่ย ผมชักเริ่มใจไม่ดี
 
นิชคุณไม่รู้เป็นอะไร มันทวงของขวัญกับผมได้ทุกปี และทวงแต่ผม
แค่คนเดียว ทั้งที่คนอื่นมันไม่เคยคิดจะสนใจว่าใครจะเอาอะไรให้
มันหรือเปล่า แถมบางครั้งป่าวประกาศเองว่าไม่ต้องหาอะไรให้มัน
ด้วยซ้ำ แต่ยกเว้นผม ที่จะต้องมีของขวัญให้มัน แถมกำชับ
ปิดท้ายว่าเอาแพงๆอีกต่างหาก
 
งั้นนายก็ให้อะไรก็ได้ ที่นายเห็นแล้วนึกถึงฉัน
 
คนที่ยืนคิดอยู่นานพูดออกมา
 
หืมมม เห็นแล้วนึกถึงนาย?”
 
ช่าย ราคาเท่าไหร่ไม่เกี่ยง เป็นอะไรก็ได้ ที่นายเห็นปุ๊บแล้วนึกถึง
ฉัน
 
 หื... คราวนี้มันมาแปลก มันบอกไม่สนใจเรื่องราคา แต่มันก็ยาก
อยู่ดี
 
อะไรล่ะ ที่เห็นแล้วทำให้นึกถึงนิชคุณ
 
 
 

 
 
ตอนนี้ผมกับแทคยอนอยู่กันที่ประเทศญี่ปุ่น ณ.สวนสาธารณะ
เล็กๆแห่งหนึ่ง ที่อยู่ใกล้ร้านอาหารที่พวกเรา2PMจองห้องส่วนตัว
เพื่อใช้เลี้ยงฉลองวันเกิดผม พวกเราเลยทั้งกิน ทั้งดื่ม ทั้งเต้น อย่าง
เต็มที่
 
พอผมเริ่มมึนๆกะจะเดินมาสูดอากาศบริสุทธิ์ที่สวนเล็กใกล้
กับร้านอาหาร ไอ้เพื่อนผิวเข้มก็อยากตามมาด้วย หลังจากสั่งความ
บอกกล่าวสมาชิกคนอื่น ผมกับอ๊ค แทคยอนเลยออกมาเดิน
ทอดน่องอยู่ท่ามกลางสวนที่มีต้นไม้ใหญ่น้อยล้อมรอบสระน้ำเล็กๆ
ที่มืดมิด มีเพียงแสงจากไฟทางส่องมากระทบวับแวมให้พอรู้ว่า
ตรงไหนเป็นผืนผิวน้ำเท่านั้น
 
ผมสูดหายใจเอาอากาศเย็นยามค่ำคืนเข้าเต็มปอด สองมือเหยียด
ขึ้น พลางบิดลำตัว เพื่อคลายอาการเมื่อยล้าเหลียวหลังไปมอง
ร่างสูงใหญ่ อมยิ้มเมื่อเห็นใบหน้าตอบ ขมวดมุ่น แล้วจึงหันกลับมา
ดูต้นไม้ใหญ่ข้างสระที่กิ่งก้านสาขาแผ่กระจายกว้าง มีบางส่วนยื่น
ล้ำเหนือผืนน้ำ พอลมยามดึกพัดที กิ่งเล็กก็โยกไหวพาให้ใบไม้ที่
บางใบทนลมแรงไม่ได้ ปลิวเรี่ยร่วงหล่นอยู่เต็มสระ
 
ของที่เห็นแล้วนึกถึง.....คุณ
 
โอ๊ยยย ทำไมมันยากยิ่งกว่าข้อสอบมหาลัยอีกว่ะ ผมคิดอย่าง
กลุ้มใจ ขณะมองไปยังคนที่เปลี่ยนจากดูต้นไม้สองข้างทางมา
แหงนเงยดูท้องฟ้าดำมืดในคืนเดือนดับ
 
ผมไล่สายตาตั้งแต่ผมสั้นสีเข้มปกคลุมศรีษะทุยเล็ก ขนตายาว
ประดับดวงตากลมโต เสี้ยวจมูกโด่งเล็ก ริมฝีปากอิ่มได้รูปหยักโค้ง
นุ่มละมุนอย่างอารมณ์ดี ลำคอเรียวขาวเนียน ผิวที่พ้นเสื้อผ้าขาว
จัดจดเหมือนเรืองเรื่อส่องสว่างได้เองโดยไม่ต้องงอนง้อแสงจันทร์
 
นิชคุณเป็นผู้ชายที่เหมาะกับคำว่างดงามจริงๆ ถึงเจ้าตัวจะไม่
ค่อยอยากยอมรับเท่าไหร่ก็ตาม
 
ลมบางเบาหอบเอากลิ่นหอมจางๆมาให้สูดเข้าเต็มปอด กลิ่นหนึ่ง
เป็นกลิ่นที่ผมคุ้นชิน แต่อีกกลิ่นล่ะ ผมหันซ้าย แลขวา ทำจมูกฟุด
ฟิดหาที่มาของกลิ่นปริศนา และพอพบก็ต้องยิ้มกว้าง
 
 
คุณ....Happy Birth Day”
 
ผมมองดอกไม้สีขาวกลีบบางที่อยู่กลางฝ่ามือใหญ่ตรงหน้านิ่ง
 
 “ทำไมนายถึงให้ดอกไม้ฉัน
 
ผมเงยหน้ามามองหน้าแมวๆของมันเขม็ง ถามเสียงเครียด ถอย
หลังนิดนึง เพราะถ้ามันตอบว่าผมสวยเหมือนดอกไม้ จะได้
กระโดดถีบมันสะดวกหน่อย แต่ไอ้คนที่รู้ว่า เรื่องอะไรจะหาเรื่องให้
ตัวเองเจ็บตัว กลืนน้ำลายเอื๊อกเมื่อเห็นท่าทางผม แล้วรีบระล่ำระ
ลักตอบ
 
กะ...ก็มันสีขาว เหมือนสีผิวนายไง แล้วก็ถ้าใครได้ดอกไม้ห้ากลีบ ก็
จะโชคดี ฉันให้นายเอาไว้เป็นเครื่องราง
 
ผมมองหน้าอ๊ค แทคยอนนิ่งสักพักแล้วถึงยื่นมือไปหยิบดอกไม้จากฝ่ามือใหญ่มา
แต่ไม่วายบ่นงึม
 
มั่วแล้ว ฉันเคยได้ยินแต่ว่าใครได้ใบโคลเวอร์สีกลีบถึงจะโชคดี มีที่
ไหน ได้ดอกไม้ห้ากลีบแล้วจะโชคดี งั้นก็คงโชคดีกันทั้งโลกแล้วมั้ง
 
มันไม่เหมือนกันโว้ย ตรงนี้ เวลานี้ จากมือคู่นี้ ดอกไม้ดอกนี้ฉัน
เก็บให้นายเพียงคนเดียว มันมีเพียงดอกเดียวในโลกเลยนะ
 
ผมส่ายหน้ามองคนที่พูดเหมือนจะดูดีอย่างปลงๆเหลือบไปมอง
ข้างหลังมันก็เห็น ต้นไม้ทรงพุ่ม เล็ก เตี้ย ใบดกหนาเขียวจัด ดอกเล็กสี
ขาวพร่างพราวเต็มต้น ดอกไม้กลีบบางที่แย้มบาน พอลมพัดแผ่ว
พริ้วก็พากลิ่นหอมอ่อนจางๆมาด้วย
 
 

 
 “แล้วตกลงนายจะเอามั้ย ถ้าไม่... ก็เอาคืนมา
 
ผมชักน้อยใจมองคนที่ส่ายหน้าทำท่าแสนระอาใส่เหมือนไม่เชื่อใน
คำพูดของผม ทั้งที่ความรู้สึกแรกที่ผมเห็นดอกไม้สีขาวสะอาดตา
 ผมก็นึกถึงมันทันที แต่จะให้ผมพูด ว่าที่ผมให้ดอกไม้นี้ก็
เพราะมันทำให้นึกถึงนิชคุณตรงที่ ขาว... หอม..... และ สวย
เหรอ
 
หึ หึ หึ ถ้าผมพูดอย่างนั้น  ไอ้ขาวกับหอม มันคงพอรับได้ แต่ถ้า
บอกว่า สวยผมคงได้โดนมันถีบกระเด็นตกสระน้ำ ผมยังไม่
อยากตายอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นด้วยฝีมือเพื่อนสนิทหรอกนะครับ
 
 “เอาซิวะ แล้วนี้มันดอกอะไรอ่ะ 
 
พอได้ยินคำถาม ผมได้แต่ทำหน้าพิลึกใส่
 
หน้าอย่างฉัน นายคิดว่าจะรู้จักดอกไม้อย่างอื่นนอกจากดอก
กุหลาบ ทิวลิป ลิลลี่ หรืองัยวะ
 
เสียงหัวเราะสดใสมาทันทีหลังจากได้ฟังคำตอบ แล้วใบหน้าเล็กก็
ก้มมองของขวัญที่ผมให้ด้วยดวงตาวิบวับเป็นประกาย
ปากอิ่มหยักยกยิ้มน้อยๆ ท่าทางชื่นชมจริงใจทั้งที่เป็นของไร้ค่า
ขึ้นอยู่ข้างทาง ทำให้ผมชักจะรู้สึกผิดๆในใจยังไงชอบกล จนต้องหลุด
ปากถาม
 
แล้วเอาอย่างอื่นอีกไหม
 
หืมมม
คนตาสวยเบือนสายตาจากดอกไม้ในมือ เอียงคอมองผมอย่าง
สงสัย
 
ก็อันนี้เป็นที่ฉันอยากให้นาย แล้วอันที่นายอยากได้ละ
 
 
 
อันนี้นายตั้งใจให้ฉันหรือเปล่าผมย้อมถามเสียงเรียบ
 
ตั้งใจสิวะ ฉันเลือกดอกที่สวยที่สุดให้เลยนะเว้ย
 
ไอ้คนหน้าตอบทำเสียงเข้ม จริงจัง
 
งั้นฉันก็ไม่อยากได้อย่างอื่นแล้ว
 
ผมหยิบกระเป๋าสตางค์ ที่ไม่เคยมีธนบัตรหรือเศษเหรียญอะไร
หรอกนอกจากบัตรเครดิตเต็มกระเป๋า หย่อนดอกไม้ดอกน้อย
อย่างทนุถนอม ที่พอดีกับช่องใส่เศษเหรียญราวกับจับวาง
ก่อนจะเก็บเข้ากระเป๋ากางเกงแต่ดูเหมือนคนให้ของขวัญก็ยังคงไม่
สบายใจ
 
แล้วนายไม่อยากได้อย่างอื่นอีกเหรอ
มันยังเซ้าซี้
 
ไม่แล้ว
 
ทำไมอ่ะ ทุกปีนายให้ฉันซื้อของให้แต่ละอย่างแพงหูดับ แล้วทำไม
ปีนี้เอาแค่ดอกไม้ดอกเดียว อยากได้อะไรอีกบอกได้นะ ปีนึงหนนึง
ฉันทุ่มเต็มที่
 
ผมมองคนที่คะยั้นคะยอ อยากให้ของขวัญราคาแพง อย่างระอา
ของที่ผมอยากได้ที่สุด ก็คือของที่มันตั้งใจหาให้
ไม่ว่าราคาเท่าไหร่ผมก็เต็มใจรับ  แค่นี้ก็ไม่รู้ บื้อจริงไอ้แมวเอ๋ยยย
 
ทุกปีที่ผมบอกอยากได้นู่น ได้นี่ ก็เพราะ ถ้าปล่อยให้มันคิดเอง ผม
บนหัวมันคงจะร่วงหมดก่อน เพราะมันต้องคิดหาแต่ของที่ดีที่สุด
แพงสุด สมบูรณ์แบบที่สุด แล้วมันจะมีไหมไอ้ของที่ว่านั้น ไม่
มีอะไรหรือใคร ที่สมบูรณ์แบบ100 %หรอก เลยกลายเป็นว่าทุกปี
ผมต้องคอยคิดว่าจะให้มันซื้ออะไรให้เพื่อเป็นของขวัญวันเกิด
ตัวเอง  และที่ต้องเอาของมีราคาหน่อยก็เพราะผมรู้ว่าถ้าเอาของที่
ราคาไม่แพง มันก็จะต้องไม่พอใจต้องเซ้าซี้จะซื้ออย่างอื่นให้อีก
เหมือนอย่างตอนนี้
 
พอปีนี้ผมชักหมดมุข นึกไม่ออกเหมือนกันว่าอยากได้อะไร
แต่สุดท้ายกลับได้ดอกไม้ดอกน้อยมาเป็นของขวัญ
 
ของที่บางคนอาจคิดว่าไม่มีราคา แต่สำหรับผมมันแสนมีค่าทาง
จิตใจ เพราะต่อไปถึงแม้เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่เมื่อมันเห็น
ดอกไม้สีขาวที่สามารถหาได้ง่ายและมีอยู่แทบทุกหน ทุกแห่ง
บนโลกใบนี้ อาจทำให้มันหวนคิดถึงผมบ้าง
 
นอกจากวันนึงอ๊ค แทคยอนจะหลงลืมเองว่าเคยให้ดอกไม้สี
ขาวเป็นของขวัญกับเพื่อนคนนึง
 
พอคิดว่าจะมีวันไหน ที่ผู้ชายตัวใหญ่ หน้าตอบ ผิวคร้าม ตาคม
จะไร้ความทรงจำเกี่ยวผม ผมก็รู้สึกแปลกๆในใจจนต้องเสก้มหน้า
เพื่อสำรวจความรู้สึกตัวเอง
 
 
ผมมองคนที่อยู่ดีๆรอยยิ้มสวยก็เลือนหายไปจากใบหน้า ศรีษะก้ม
น้อยๆ จนเห็นสันจมูกชัด  ริมฝีปากอิ่มคลายเป็นเส้นตรง แม้
จะมีเพียงแสงสลัวจากไฟข้างทางแต่ก็ยังเห็นชัดถึงขนตาที่ทอดยาว
จนแทบจะสัมผัสผิวหน้าขาวจัดเพราะดวงตาที่หลุบต่ำราวต้องการ
ซ่อนความรู้สึก นิชคุณดูหม่นเศร้าจนพาใจผมกระตุกวูบ
 
 “เป็นอะไร
ผมส่งมือไปเกี่ยวกระหวัดกับมือขาว แต่ศรีษะเล็กกลับส่ายเบาๆจน
ผมสั้นสีเข้มพริ้วไปมา
 
 “ไม่เป็นอะไรแล้วก้มหน้าทำไม
 
ผมถามเสียงอ่อน ก้นหน้าไปหา พยายามสบดวงตากลม
ที่คล้ายจะเบือนหนี
 
ไม่อยากเห็นหน้านาย” 
 
ผมยืนอึ้งกลับคำตอบที่ได้รับ ก่อนจะถามอย่างอ่อนใจ
 
 “ฉันทำอะไรให้โกรธอีกล่ะ
 
 



เสียงระโหยคล้ายหมดแรง ทำให้ผมต้องอมยิ้ม
ที่ผมบอกไม่อยากเห็นหน้ามัน เพราะผมกลัวจะทำหน้าไม่ถูก
ต่างหาก แต่มันกลับนึกว่าผมโกรธมันอีกแล้ว
 
เฮ้อ... ผมจะคิดอะไรไร้สาระให้รู้สึกแปลกๆในใจไปทำไม 
แค่วันนี้มันยังจำผมได้ มันยังห่วงความรู้สึกผม มือคร้ามยังกุมมือ
ผม หน่วยตาใหญ่กว้างยังสะท้อนภาพผมอยู่ในนั้น
 
 แค่เพียงตอนนี้เรายังอยู่ด้วยกันก็พอแล้ว
 
เปล่า กลับกันเหอะ
 
ผมเงยหน้ามาสบตาคมที่ยังคงสะท้อนความเป็นกังวลสงสัยชัดเจน
 
นายโกรธอะไรฉันอีกแล้วอ่ะ
 
คนที่ยังถามคำถามเดิมไม่เลิก ทำให้ผมต้องถอนใจเฮือก
พยายามพูดเสียงอ่อน
 
ฉันไม่ได้โกรธนาย
 
โกรธ!!! นายโกรธฉันแน่ๆ ทำหน้าเฉย เสียงเย็นอย่างเนี่ย
เสียงห้าวยังยืนยันความคิดตัวเอง
 
โอ๊ะ ไอ้แมวนี้มันจะทำให้ผมโมโหจริงๆแล้วนะ
 
นั้นไง!!! ขมวดคิ้วแล้วอะ โกรธจริงๆด้วย
 
อ๊ค แทคยอนเริ่มโวยวายเสียงดัง ทำท่าจะเป็นจะตาย
จนผมต้องสบัดมือคร้ามที่จับมือผมออกอย่างแรง
 
ผมว่าผมค่อนข้างจะใจเย็นนะ แต่ทำไมกับไอ้เพื่อนสนิทคนนี้มัน
ช่างขยันทำให้ผมหงุดหงิดได้ทุกทีสิน่า ผมเดินกระแทกเท้าผละห่าง
ออกมา
 
ฮือออ คุณณณณ รอเค้าด้วย โกรธอะไรเค้า ทำไมไม่บอกอ่ะ
คนใจร้าย
 
เสียงที่คร่ำครวญปนตัดพ้อต่อว่าดังลั่นอยู่เบื้องหลัง ทำให้ผมที่เดิน
หนี  ทั้งที่ในใจพยายามควบคุมอารมณ์ กำลังนับ หนึ่ง ได้แค่สอง
 ไม่ทันถึงสาม ก็ต้องหันหลังกลับไปตวาดแว้ด
 
ฉันไม่ได้โกรธนายไอ้แมวบ้า!!!!”
 
ถ้ามันจะกวนประสาทผมขนาดนี้ ผมขอเป็นฝ่ายลืมมันก่อนดีไหม
 
แต่พอเห็นคนที่ยืนตระหง่าน ท่ามกลางความมืดมิด
แม้ไม่เห็นใบหน้าคร้ามชัดเจน แต่ดวงตาคมกลับเป็นประกายระยับ
ราวแสงดาว ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างจนฟันใหญ่ๆสะท้อนแวบ
วาบ ผมชะงักกึก
 
ยิ้ม... ทำ....ไม
 
คนที่เน้นเสียงถาม ดวงตากลมวาววาม ก่อนที่จะหรี่เล็กราว
ประเมินท่าที  ทำให้ผมแทบจะหลุดหัวเราะ
 
คุณมันเหมาะกับใบหน้ายิ้มแย้ม หรือไม่ก็ใบหน้าบึ้งขมึงถึง
ที่ทำให้แววตาวิบๆวับๆ มากกว่าใบหน้า หม่นหมองจนตาคู่สวย
สลดวูบตั้งเยอะ ผมเลยชอบแหย่ให้มันหัวเราะ พอๆกับขยันยั่ว
ประสาทให้มันโมโห
 
 “กลับกันดีกว่าคุณ เดี๋ยวคนอื่นเป็นห่วงน้า
 
ผมรีบสาวเท้ามาหาคนที่ยืนทำหน้าคว่ำ จับมือ ก่อนพาร่างโปร่งกึ่ง
เดิน กึ่งวิ่ง
 
เมื่อกี้นายยิ้มทำไม
 
นิชคุณยังคงข้องใจแม้โดนผมลากหัวซุก หัวซน
 
 “เปล๊าววว
 
เปล่าบ้าอะไร นายยิ้มจนฟันแทบจะเฉาะหน้าฉัน จนตีนกาขึ้น
เต็มหน้า
 
แหม่... แหม คร๊าบบบ ผมไม่เหมือน คุณนี้ครับ
พ่อเจ้าชายไทย พ่อสุดหล่อ พ่อคนหน้าตาดี
 
 ผมชะลอฝีเท้าจนเราสองคนเดินเคียงกันแต่ยังไม่ยอมปล่อยมือ
 
 
“Honey .....You Are My Valentine....
 
คนที่ปลายตาค้อน แต่ไม่ยอมตอบคำถามผม
อยู่ดีๆก็ร้องเพลงขึ้นมาทำให้ผมมองอย่างประหลาดใจ
มือคร้ามที่จับมือผมแกว่งขึ้นลงไปตามท่วงทำนองเพลง
อย่างร่าเริง มันดูน่าขันจนสุดท้ายผมต้องหลุดเสียงหัวเราะออกมา
 
เสียงห้าวที่ยังร้องเพลงแม้ขณะเวลานั้นจะเพิ่งล่วงเข้าเช้าวันใหม่
และ เมื่อผมสบตากับคนที่พยักเพยิดให้ผมทำตาม ก็ไม่รู้ว่าเพราะ
อะไรแต่สุดท้ายผมก็ยอมร้องประสานด้วยเบาๆ
 
เสียงหัวเราะดังลั่นถูกใจสะท้อนก้องไปมาในความมืดมิดทันที
 
 
บทส่งท้าย
 

 
ผมเคาะประตูห้องพี่ชายคนสนิทเบาๆพอได้ยินเสียงอนุญาติให้เข้า
ไปได้ ผมก็รับเปิดประตูเดินเข้าไปหาคนที่หมุนเก้าอี้มาส่งยิ้มกว้าง
อบอุ่นทันทีที่เห็นหน้าผม
 
พี่คุณครับผมขอยืมคู่มือภาษาอังกฤษหน่อยคร๊าบบบบ
 
ได้สิครับ
 
พี่คุณรีบหยิบหนังสือเล่มโตส่งมา แต่คงจะรีบจัดมือเลยปัดหนังสือ
ภาษาเกาหลีขั้นพื้นฐานของตัวเองตกลงพื้น
 
เอ๊ะ หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่พี่แทคซื้อให้พี่คุณตั้งแต่ยังไม่ได้
เดบิวท์นี้นา หนึ่งในหนังสือสุดรักของพี่คุณ
 
ผมรีบก้มลงไปเก็บหนังสือให้ แต่สิ่งที่คงหล่นมาจากหนังสือด้วย
ตอนที่พี่คุณทำตกพื้น ทำให้ผมต้องหยิบขึ้นมาอย่างสนใจ
 
ที่คั่นหนังสืออันนี้เหมือนของ Hand Made เลยนะครับ
 
ปากผมพูดแต่ตาก็มองไปยังดอกไม้สีขาว ที่ถูกนำไปเคลือบทับ
ด้วยพลาสติกใส ก่อนตัดเป็นสีเหลี่ยมผืนผ้ายาว เจาะรูกลมตรง
กลางไว้สำหรับห้อยเชือกสีแดงสวย กลายเป็นที่คั่นหนังสือง่ายๆแต่
สภาพกลีบดอกไม้ที่เกือบสมบูรณ์ 100% แสดงถึงความทะนุถนอม
ใส่ใจของคนทำได้เป็นอย่างดี
 
ครับ ของ Hand Made”
 
พี่คุณยื่นมือมาขอของที่อยู่ในมือผมคืน ผมรีบส่งไปให้แต่ไม่วาย
สงสัย
 
พี่คุณซื้อมาหรือครับ
 
ได้มาจากญี่ปุ่นนะครับ
 
คำตอบที่เหมือนจะกำกวมไม่ตรงคำถาม แถมแววตาอ่อนโยน
รอยยิ้มอ่อนละมุนขณะมองของที่อยู่ในมือยิ่งทำให้ผมแปลกใจ แต่
ก็ไม่คิดไถ่ถามต่อ เพราะของชิ้นนี้อาจเป็นความทรงจำที่สวยงามที่
เจ้าของอยากจะเก็บไว้ชื่นชมคนเดียวก็ได้
 
งั้นผมไปก่อนนะครับ
 
ครับ ราตรีสวัสดิ์ครับอูยอง
 
ราตรีสวัสดิ์ครับพี่คุณ
 
ดวงตากลมโตของพี่คุณยังจับจ้องอยู่ที่คั่นหนังสืออันน้อย นี้คือ
ภาพที่ผมเห็นเป็นภาพสุดท้าย ขณะที่ผมปิดประตูให้เจ้าของห้อง
รูปงามอย่างเบามือ

Fic 2PM : Angel or Demon ? Special

Warning : ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมาเท่านั้นโปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน

เป็นภาคต่อของ Angel or Demon ? Part III ,IV นะค้า
 
 
  
 
 
 
 
 
เฮ้อ..... ผมก็รู้ตัวนะว่ามีนิสัยไม่ดีหลายอย่าง
 
ห๊ะ... ไม่เชื่อเหรอครับ
โธ่.....ผมก็คนนะครับ มันก็มีนิสัยที่แย่ๆบ้าง
อย่างน้อยก็ไอ้นิสัย ชอบแกล้งคน ไม่ยอมใคร บวกกลับเจ้าคิด
เจ้าแค้นหน่อยๆ ทั้งหมดนี้ก็ทำให้ผมต้องมานั่งปวดหัวอยู่
ตอนนี้ไงครับ
 
ผมมองไปยังลูกเจี๊ยบแก้มป่องหน้าหงิก กับไอ้แมวดำแก้มตอบ
หน้างอ ที่นั่งอยู่ตรงกันข้าม อย่างเบื่อหน่าย
 
เพราะอยากแกล้งจาง อูยอง กับ จัดการอ๊ค แทคยอน ที่กล้ามา
กวนประสาท ผลสุดท้ายเลยทำให้ทั้งคู่มาทำท่างอนใส่ผมกัน
ใหญ่ เจ้าตัวเล็กตอนแรกนึกว่าผมเจ็บข้อมือก็หายเคืองเรื่องเมื่อ
คืนแล้ว แต่พอไอ้แมวตาคมบอกว่าผมไม่ได้เจ็บจริงก็เปลี่ยนมา
งอนผมต่อ ส่วนแทค ก็แค่ให้แบกน้ำอัดลมนิดๆหน่อยๆก็ทำ
เป็นน้อยอกน้อยใจไปได้ ชิส์
 
แต่สองคนนี้ก็แปลก งอนผมแทนที่จะหนีไปไกลๆกลับมานั่งเฝ้า
ผมกันอยู่ได้ น้อยใจผมแต่พอผมจะขยับไปไหนทั้งคู่ก็จะตาม
ประกบแจไม่ห่าง แถมผมพูด ด้วย ก็คุยกับผมนะครับ แต่พอผม
เงียบ ก็จะส่งสายตาตัดพ้อต่อว่า พร้อมใบหน้าที่งอง้ำ จนผมชัก
จะเริ่มเซ็ง
 
ผมเบือนหน้าหนีพวกที่นั่งจ้องผมเขม็ง แล้วก็อ้าปากหาวหวอด
เฮ้ออ ง่วงจัง เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบตี 5 เพราะมัวแต่วุ่นยัด
กระป๋องน้ำอัดลมที่สั่งให้รูมเซอร์วิสมาส่งจนเต็มกระเป๋าเป้
ระหว่างที่รูมเมทร่างยักษ์ก็นอนกรนครืดคราดไม่รู้เรื่อง
 
ตอนนี้พวกผมนั่งรอจุนโฮกับชานซองอยู่ที่เก้าอี้ตรงล็อบบี้ของ
โรงแรมครับเพื่อจะเตรียมขึ้นรถตู้ไปสถานที่แสดงคอนเสริต์พร้อม
กัน สำหรับซ้อมใหญ่ครั้งสุดท้าย และเตรียมตัวสำหรับการแสดง
ที่จะมีในค่ำคืนนี้
 
ผมกะว่าจะไปเดินเล่นแก้ง่วงพร้อมทั้งหนีเจ้าพวกสองคนนั้นสัก
หน่อย แต่พอขยับตัวนิดเท่านั้นแหละ
 
พี่คุณจะไปไหนเสียงจิกมาเชียวครับเจ้าลูกเจี๊ยบ
 
จริงด้วย จะไปไหนวะ เดี๋ยวพอจุนโฮ ชานซองมา นายหายไปก็
ต้องโทรตามกันอีกไอ้แมวก็ทำ หน้าเคร่งใส่ผม
 
ฉันจะไปหาจุนเคผมบอกหน้าตาเฉย ทั้งที่จริงไม่ได้จะต้องการ
ไปหาแพนด้าตาตกหรอกครับ แต่ไม่อยากอยู่กับไอ้พวกนี้
ต่างหาก
 
จุนเคมันเดินมาโน่นแล้วไม่ต้องถ่อสังขารไปหามันหรอก
ม้างงงง
แทคมันทำเสียงเยาะเหมือนรู้ทันผมยังไงก็ไม่รู้
 
คุนนี่ ... จุนโฮ บอกรอแป๊บนึงนะ ไอ้หมีหากระเป๋าตังค์ไม่เจออีก
แล้ว
 
จุนเคมาถึงก็รายงานผมเสียงแจ๋ว ตาเรียวๆกวาดซ้ายขวาเหมือน
หาที่นั่ง แต่ดันไม่มีเก้าอี้ว่างเหลือเลย ผมเลยตบเบาๆตรงที่เท้า
แขนหนานุ่มของเก้าอี้ตัวเอง จุนเคเลยรีบทรุดตัวลง ผมใช้มือ
ข้างนึงโอบรอบเอวหนาโดยอัตโนมัติ ส่วนจุนเคก็วางมือบน
ไหล่ผมเผื่อเสียหลักจะได้ไว้เป็นหลักยึด ไม่ล้มหน้าทิ่มให้เจ็บ
ตัวกันอีก
 
แต่พอผมหันหน้ากลับมา ก็ต้องแอบถอนหายใจกับสายตาของ
เจ้าลูกเจี๊ยบกับไอ้แมว
 
 ไม่พอใจอะไรผมอีกล่ะเนี่ย ทำตาขวาง หน้าหงิกใส่อีกแล้ว
โอ๊ยยยย น่าเบื่อจริง ผมเริ่มหงุดหงิดเลยชักสีหน้าดุตอบกลับ
ทั้งคู่ถึงค่อยทำหน้าเจื่อน หลบตา
 
ส่วนจุนเคก็ ยังคงบ่นเรื่องชานซองที่ลืมโน้น ลืมนี้ประจำไม่หยุด
ปาก ทั้งที่มีคนฟังรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่พอผมได้ยินเสียงเพราะที่เป็น
จังหวะสูงๆต่ำๆราวบทเพลงขับกล่อมความง่วงงุนก็เพิ่มขึ้น
สุดท้ายทนไม่ไหว  เปลี่ยนมาใช้สองมือโอบรอบเอว แล้วก็เอียง
ศรีษะ ซบหน้าลงไปบนต้นขาของคนที่นั่งอยู่บนที่เท้าแขน
 
เสียงเจื้อยแจ้วหยุดกึก มือที่อยู่บนไหล่ผมเปลี่ยนมาลูบ
เบาๆ
 
ง่วงเหรอคุนนี่ เมื่อคืนไม่ได้นอนรึไง
เสียงนุ่มๆที่ถามทำให้ผมต้องส่งเสียงอืออาตอบทั้งที่ยังหลับตา
 
ก็มัวแต่หาเรื่องแกล้งชาวบ้านเค้านี่ครับ
เสียงอูยองประชดประชันดังให้ได้ยินเต็มสองหู
 
ช่ายยยย ไม่ยอมหลับยอมนอนเพราะมัวแต่วางแผนให้คนแบก
กระป๋องน้ำจนหลังแอ่นไอ้แมวเอากับเขาบ้าง
 
เข้ากันเป็นปี่ เป็นขลุ่ย เป็นฉาบ เป็นฉิ่งกันทั้งคู่เลยน้า ถ้าไม่ติดว่า
ง่วงจะตายอยู่แล้ว ผมคงได้ลุกขึ้นมาอาละวาดใส่แต่ผมทำเพียง
แสร้งหลับตาไม่สนใจเสียงนกเสียงกา เสียงลูกเจี๊ยบ เสียงแมวดำ
 
อะไรวะ ใครแกล้งใคร แล้วใครแบกกระป๋องอะไรจนหลังแอ่น
จุนเคที่ไม่รู้เรื่อง รู้ราวอะไรกับเขารีบถาม
 
เจ้าสองคนนั้นเลยแย่งกันเล่าใหญ่ แถมแต่งเติมเสริมเรื่องจนผมดู
ร้ายชะมัด
 
เว่อร์แล้ว พวกนาย ฉันไม่ได้เจ้าเล่ห์ขนาดนั้นสักหน่อย
ผมทนไม่ไหวต้องเงยหน้ามาประท้วง แต่พอจุนเคฟังเรื่องจบกลับ
หัวเราะร่วน
 
อูยอง ไอ้คุณมันก็แค่แหย่นายเล่น นานๆครั้งก็ยอมมันหน่อย
เหอะว้า ส่วนไอ้แทคฉันบอกนายได้คำเดียวว่าสมน้ำหน้าว่ะ
กล้าดียังไงมาจับแขนคุนนี่กดเหอะ
 
แหมดีมากไอ้เพื่อนยาก มีนายคนเดียวนะเนี่ยที่เข้าใจฉัน ผมเลย
ยิ้มให้ พอจุนเคเห็นก็เลยยิ้มหวานตอบ ส่วนมือก็ลูบหัวผมเบาๆ
ส่วนสองคนที่นั่งตรงกันข้าม ก็ตาลุกวาบๆ หน้าเคร่ง เม้มปาก
แน่น แล้วก็ทำสะบัดหน้าไปทางอื่น
 
เหอะลูกเจี๊ยบขี้งอนกับไอ้แมวขี้น้อยใจเอ๋ยยยยย

แต่พอจุนโฮ กับชานซอง  เดินลงมาสมทบ พวกเราเลยยุติบท
สนทนาเพื่อเตรียมตัวขึ้นรถตู้ ผมลุกขึ้นยืน แล้วก็บิดตัวซ้ายขวา
คลายความเมื่อยขบ ไม่ลืมที่จะดึงมือจุนเคให้ลุกขึ้นตาม แต่มือ
เรียวกลับกุมมือผมกระชับไม่ยอมปล่อย  พร้อมชวนคุยหงุงหงิง
ขณะเดินพากันไปยังรถตู้ แต่ผมก็ยังรู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตที่ส่งมา
จากคนที่เดินตามไม่ห่าง
 
ถ้าเป็นทุกครั้งผมมักจะนั่งกับไอ้พวกขี้งอนไม่คนใด ก็คนนึง แต่
คราวนี้ผมรำคาญเจ้าพวกนั้นจัด พอเปิดประตูรถตู้ได้ ผมรีบผลัก
จุนเคไปเบาะหน้าแล้วก็รีบก้าวประกบนั่งใกล้ ไอ้สองคนที่เดิน
ตามหลังเลยได้นั่งคู่กันสมใจอยากเลยล่ะมั่ง
 
เฮ้ออออ ง่วงจัง  จุนเคเมื่อเห็นผมหาวหวอดอีกแล้วก็ส่งเสียง
หัวเราะเบาๆแล้วก็รีบใช้มือมาจับศรีษะผมให้ซุกซบตรงไหล่
ตัวเอง
 
นอนๆคุนนี่
ผมรีบหลับตาทำตาม แต่ทำไมเหมือนได้ยิน
เสียงกัดฟันกรอดดังมาจากเบาะข้างหลังด้วยก็ไม่รู้
.
.
.
.
 
คุนนี่ตื่นได้แล้ว
เสียงที่กระซิบแผ่ว ทำให้ผมฝืนลืมตาขึ้นมาถึงรู้ว่ารถจอดสนิท
แล้วพอเจอตาเรียวตกที่เป็นประกายวิบวับก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มให้
แต่ผมก็ยังไซ้หน้า คลอเคลียลงบนบ่าที่เป็นหมอนมาให้ผมสักพัก
แล้วอย่างไม่อยากจะตื่น
 
เอ้า!!!! จะลงจากรถกันไหมเนี่ย ถึงแล้วนะโว้ย!!!”
เสียงห้าวดังลั่นของไอ้คนที่ลงไปยืนอยู่ข้างรถแล้ว เล่นเอา
ผมสะดุ้งเฮือก
 
จะตะโกนทำไมวะไอ้แทค ก็เห็นอยู่ว่าคุณมันเพิ่งตื่น
 
แล้วจะลงจากรถกันไหมครับหรือจะนั่งในรถกันต่อไม่ต้องซ้อม
มันแล้วคอนเคิน
 
เสียงประชดจากปากบางเล็กๆ แล้วจางอูยอง ก็หมุนตัวกระแทก
เท้าเดินหน้าง้ำจากไป พร้อมพี่ชายตัวใหญ่ยักษ์
 
ไอ้พวกนี้ท่าทางจะอาการหนักว่ะ คุณ นายไปง้อพวกมันหน่อย
ไป๊ ไม่งั้นพวกมันก็งอแง ง้องแง้ง ใส่นายอยู่อย่างนี้ไม่เลิก
 
จุนเครีบบอกหลังจากยืนรอผมที่ลงจากรถเป็นคนสุดท้ายแล้ว
ค่อยสาวเท้าตามคนอื่น
 
ถ้างอนฉัน ก็ไม่ต้องพูดกับฉันสิวะ นี้อะไรฉันขยับตัวไปไหนไม่ได้
โดนตามประกบตลอด พอคุยด้วยก็ทำเสียงประชดใส่ แต่พอฉัน
ไม่คุยก็ทำตาตัดพ้อต่อว่าอยู่ได้ผมส่ายหน้าอย่างระอา
 
ปัดโธ่ ดูก็รู้ว่าพวกมันอยากให้นายไปง้อจนตัวสั่น มันถึงประกบ
นายแจแล้วอีกอย่างเรื่องอะไรมันจะไม่ยอมคุยกับนายว่ะ เพราะ
มันก็รู้ว่ายิ่งทำอย่างนั้น นายก็จะยิ่งทำเป็นไม่สนใจ  พวกมันก็
เลยเล่นสงครามประสาทดีกว่าว่านายหรือมันใครจะทนได้นาน
กว่ากัน แต่ฉันว่ามันสองคนรวมหัวกันอย่างนั้น นายคงทนได้
ไม่นานหรอก
 
เหอะผมฟังแล้วก็ได้แต่พ่นลมออกจากปากอย่างหงุดหงิด
 
 “คุณ ไปง้อหน่อยไป สงสารพวกมัน
 
สงสารพวกนั้นทำไม สงสารฉันดีกว่า โดนทำท่าประชดประชัน
ใส่อย่างนั้นอ่ะ
 
ผมทำตาขวาง แต่สายตาจุนเคที่มองผมเหมือนพี่ชายคนโต
เอ็นดูน้องน้อยที่เกเร เอาแต่ใจ  ทำให้ผมหน้าคว่ำยิ่งกว่าเดิม
ใบหน้าเรียวส่ายน้อยๆแล้วเสียงอ่อนนุ่มก็ตามมา
 
แต่นายก็แกล้งพวกนั้นตอบกลับแรงพอกันไม่ใช่เหรอ ตอนที่นั่ง
รอจุนโฮ ชานซอง นายคุยอยู่แต่กับฉัน นายโอบ นายกอด นาย
ยิ้มให้ฉัน แต่พอนายคุยกับพวกนั้น สีหน้านายมีแต่ความเฉยชา
หรือไม่ก็หงุดหงิดไม่สบอารมณ์ และที่สำคัญนายไม่ยิ้มให้พวก
นั้นเลยนะคุนนี่
 
จุนเคผ่อนฝีเท้าจนสุดท้ายยืนนิ่งแถมรั้งมือผมให้หยุดเดินตาม
 
 “เซ็งคนรู้ทันว่ะ
ผมมองสบตาเรียวตก เสียงผมเบื่อหน่าย แต่ปากกลับกระตุกยิ้ม
 
ก็เราอยู่ด้วยกันมาตั้งกี่ปีวะ ที่จริงไอ้แทคถ้าไม่มัวแต่
น้อยใจ มันก็น่าจะรู้แต่แรกแล้วว่านายแค่แกล้งทำเป็นไม่สนใจ
แต่อูยอง ไม่ว่าจะกี่สิบปีก็ตามนายไม่ทันหรอก
 
คราวนี้ผมหัวเราะร่วนเลยครับ
 
เพราะงั้นไปง้อมันไป๊ เดี๋ยวมันสองคนจะเฉาตายกันไปก่อน
เพราะเทวดาแสนดีไม่สนใจมัน
จุนเคส่งยิ้มล้อเลียน
 
 “เทวดาบ้าอะไรวะ ฉันมันคนธรรมดา
 
แต่สำหรับพวกเรานายมันไม่ธรรมดา คำว่าคนพิเศษยัง
น้อยไปด้วยซ้ำ แล้วโดนคนอย่างนายเมิน มันเจ็บปวดน่ะเว้ย
 
เสียงจริงจังที่ได้ยินทำให้ผมต้องถอนหายใจเฮือก เพราะสำหรับ
ผม เจ้าสองตัวนั้น คนที่ยืนอยู่กับผมตอนนี้ รวมถึงน้องเล็ก
กับรองน้องเล็กของวง ก็เป็นมากกว่า คนพิเศษเหมือนกัน
 
เฮ้ออออ ก็ได้วะ
 
สุดท้ายผมก็ต้องยอมจำนนทั้งที่ใจอยากจะแกล้งเจ้าพวก
นั้นต่ออีกซักหน่อย
.
.
.
.
 
ตอนนี้พวกผมกำลังยืนฟังพี่นัมยองอธิบายเรื่องตำแหน่ง และไลน์
การเต้นของทุกคนอีกครั้ง เนื่องจากแต่ละประเทศเวทีถึงจะ
คล้ายกันแต่ก็มีข้อแตกต่างบ้างนิดหน่อยจึงต้องมีการกำหนดจุด
กันใหม่
 
พอพี่นัมยองเลิกประชุม ต่างคนก็ต่างแยกย้ายไปพัก ก่อนที่
จะมาร่วมซ้อมกันต่อ ผมเห็นเจ้าตัวเล็กรีบรี่ไปข้างเวที ที่มักจะ
เป็นที่ไว้วางอาหารและขนมสำหรับพวกผมและทีมงาน อูยองนั่ง
ยองๆใช้มือเล็กตะกุยหาของกินในกองถุงพลาสติกง่วน แต่ท่าทาง
จะหาของที่ถูกใจเจ้าลูกเจี๊ยบไม่เจอ  ถึงเริ่มเป่าลมเข้าแก้มจน
บวมเบ่งยิ่งกว่าเดิม ปากบางเริ่มเบะ ผมเดินเข้าไปหา
ลูบหัวคนที่ทำหน้าตาเหมือนจะร้องไห้เบาๆ
 
อูยองช้อนดวงตาเรียวเล็กขึ้นมาสบ ทำท่าเหมือนกำลัง
จะฟ้องผม แต่คงนึกได้มั้งว่ากำลังงอนผมอยู่ เลยรีบหุบปากแทบ
ไม่ทัน
 
ผมไม่พูดจาทำเพียงมองเจ้าเด็กแก้มป่องนิ่ง ตาเล็กไหวระริกทันที
ก่อนที่จะก้มหน้างุด สุดท้ายก็ต้องเป็นฝ่ายพึมพำออกมาก่อน
 
ไม่มีอะไรให้กินเลยครับ พี่คุณ
 
แล้วไอ้กองของกินที่อยู่ข้างๆมันคืออะไรคร้าบบบบบ
 
อ้าปาก
อูยองทำหน้างุนงงชั่วครู่ เมื่อได้ยินผมสั่งแต่ก็ยอมอ้าปากน้อยๆ
ผมรีบล้วงของในกระเป๋ากางเกง มาแกะเปลือกออกก่อนที่จะ
หย่อนลงไปในปากที่อ้ารอราวกับลูกนก
 
พอลูกนกรับรู้รสชาติของที่อยู่ในปากก็ยิ้มกริ่ม ผมเลยยื่นช็อค
โกแลตที่ตอนนี้อูยองติดมันมากไปให้
 
อ่ะ พี่ให้ผมก้มไปบอกเบาๆ
 
ดวงตาเรียวเล็กเบิกกว้างอย่างดีใจเมื่อเห็นช็อคโกแลตหลายอัน
เต็มมือน้อยๆแต่ไม่วายถาม
 
แล้วพี่คุณไม่กินเหรอครับ
 
ไม่ล่ะครับ ก็อูยองตอนนี้ติดช็อคโกแลตไม่ใช่เหรอครับ พี่ให้ของ
พี่หมดเลยล่ะกัน
 
เจ้าตัวเล็กอุบอิบขอบคุณผมเป็นภาษาไทย ดวงตาเรียวเป็น
ประกายระยิบวิบวับ ผมอมยิ้มลูบไปที่ผมสีอ่อนอีกครั้ง แต่พอจะ
หมุนตัวเดินจาก จาง อูยองกลับดึงชายกางเกงผมไว้แต่ไม่ยอม
พูดจา ผมเลยถามลอยๆ
 
อยากให้พี่นั่งด้วยเหรอ
ศรีษะเล็กผงกเบาๆ ทั้งที่ยังก้มหน้า
 
เอ.....ไม่พูด แสดงว่าไม่อยากให้พี่นั่ง
 
ไม่ใช่ครับ ผมอยากให้พี่คุณนั่งด้วย
จาง อูยอง รีบเงยหน้ามาระล่ำระลักบอก แล้วก็ปลายตาค้อน
ขวับ เมื่อเห็นผมยืนมองอย่างขบขัน ผมรีบทรุดตัวนั่งแล้วก็โอบ
ร่างเจ้าเด็กปากแข็ง ขี้งอน มากอดอย่างหมั่นเขี้ยว เสียงอูยอง
ร้องลั่นโวยวาย แต่มือเล็กกลับโอบรอบเอวผมแน่น
 
ภารกิจง้อลูกเจี๊ยบสำเร็จเรียบร้อย
 
 ทั้งที่ในใจก็รู้สึกผิดนิดหน่อย เพราะไอ้ช็อคโกแลตที่ผมเอามาให้
อูยอง ผมก็แอบหยิบเอามาจากกองของกินข้างเวทีนั้นนะ
แหละ ผมเอามาจนหมด พออูยองไปหาถึงไม่เจองัยครับ แหะๆ
 
 
หลังจากเจ้าลูกเจี๊ยบบอกว่าจะไปหาชานซอง กับจุนโฮ ตอนนี้ผม
เลยนั่งอยู่ข้างเวทีคนเดียว
 
อืมมมม ต่อไปก็เหลือแต่ไอ้แมวตาคม เอางัยดีหว่า สงสัยต้องเอา
ตัวเข้าแลกหน่อยมั้ง  555
 
นั่น... เป้าหมายยืนหันหลังคุยอยู่กับจุนเคตรงกลางเวที ผมเลย
เดินตรงไปหา
 
จุนเค พี่นัมยองฝากฉันมาบอกว่าเมื่อกี้เพลง Hot นายเต้นผิด
ไปสองท่า
 
ผมพูดยิ้มๆกับนักร้องนำ แต่กลับยืนซ้อนหลัง อ๊ค แทคยอน มือ
เอื้อมไปโอบไหล่หนา เกยหน้าไปบนบ่ากว้าง ผมสัมผัสได้ถึง
อาการแข็งเกร็งของกล้ามเนื้อตรงที่ผมเอาคางไปวางไว้แต่ก็เป็น
แค่ชั่วไม่กี่วินาที ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นผ่อนคลายเหมือนปกติ แต่
ไร้เสียงพูดจา
 
แมร่งงงง  ไอ้นี้ทำเป็นเล่นตัว
 
จุนเคใช้ตาเรียวมองผมอย่างรู้ทันว่าตอนนี้ผมกำลังปฏิบัติภารกิจ
ง้อแม้วอยู่
 
ฉันเต้นผิดตรงไหนว่ะ
 
ก็ผิดตอนที่นายหมุนตัวจนมาชนฉันเกือบล้มไง
ไอ้แมวพูดเสียงเรียบ ยกมือขึ้นกอดอก แต่กลับไม่ยอมมองหน้า
ผมเลย
 
ผมมันคนความอดทนต่ำกับไอ้เรื่องอย่างนี้ด้วย ให้มางง มาง้อ
ผมยิ่งทำไม่ค่อยเป็นอยู่ ก็เลยโน้มตัวมาข้างหน้า แล้วก็เอียงคอ
มองไอ้คนผิวคร้ามตาปริบๆ แล้วก็ส่งยิ้มให้ แต่ใบหน้าเข้มก็ทำ
เมินไปอีกทางดู๊ ดูมันทำ 
 
คุนนี่ ไอ้แทคมันไม่อยากเห็นหน้านายก็มาหาฉันดีกว่า
 
จุนเค ที่คงเห็นปฏิกริยา ไอ้แทคแล้วก็คงทนไม่ได้ พูดเสียงแข็ง
หน้าตึง  ยี่นมือมาจับมือผมข้างที่ว่างกระชับแน่นแล้วดึงตัวผมไป
ใกล้ แต่ขาผมดันพันกัน เซถลาจนหน้าทิ่มอยู่ตรงอกของคนที่เริ่ม
ออกกำลังกายจริงจัง จนมีกล้ามเนื้อแน่นปึ๊ก
 
คุณระวังล้ม
จุนเคเตือนอย่างเป็นห่วง ส่วนมือก็โอบเอวผมไว้
 
ใครบอกว่าฉันไม่อยากเห็นหน้าไอ้คุณ
 
เสียงห้าวห้วนจัด มาพร้อมกับร่างผมที่เหมือนจะลอยกลับ
เพราะไอ้แมวเล่นรวบเอวผมแทบจะเรียกว่ายกให้กลับมายืนข้าง
มันเหมือนเดิม แถมยังส่งแขนใหญ่ยักษ์พาดตรงไหล่ผมพร้อมรั้ง
ตัวผมเข้าไปใกล้จนหัวผมแทบจะซุกอยู่ตรงลำคอหนา หน้าแทบ
จะซบอยู่บนอกกว้าง เอิ่ม ไอ้ท่านี้มันเหมือนจะเรียกว่ากอดอยู่
แล้วนะ โว้ยย
 
ฉันหิวน้ำ
 
มันกระแทกเสียงใส่ จุนเค แล้วก็โอบไหล่ผม พาเดินแต่เรียกว่า
ลากจะดีกว่ามั้งครับ จนห่างออกมาจากคนที่ผมหันกลับไปมองก็
เห็นยิ้มกว้าง ตาเรียวแทบจะปิดหมด  แถมมียักคิ้วให้ผมอีก
ต่างหาก
 
แต่แทค นายหิวน้ำแล้วจะลากฉันมาด้วยทำเพื่อ.....
 
 แต่ใบหน้าคร้ามที่เห็นก็บึ้งตึง จนผมไม่อยากถาม และที่สำคัญ
มันไม่ได้เดินไปกินน้ำอย่างที่มันบอก แต่มันลากผมมาหลังเวทีที่
ไร้ผู้คน ก่อนละแขนออกจากไหล่ผม แล้วดูท่ามันสิครับ หน้าง้ำ
ปากงี้เม้นแน่น เดินหมุนวนไปวนมาอย่างกับแมวติดจั่น  มันจะ
เอาผมมาฆ่าทิ้งหรือเปล่าครับเนี่ย ผมเริ่มมองซ้าย มองขวา
หาทางหนีทีรอด
 
เอ.....เวลาคนคลุ้มคลั่งเราต้องพูดดีๆด้วยใช่ไหมครับ ผมเลย
ถามมันเสียงอ่อน
 
เป็นอะไรอีกล่ะ ยังไม่หายโกรธฉันเรื่องเมื่อเช้าอีกเหรอ
 
เปล่ามันสวนตอบเสียงแข็ง
 
อ้าว ไม่ได้โกรธเรื่องเมื่อเช้า แล้วโมโหฉันเรื่องอะไร
ผมทำหน้าเหวอใส่
 
ฉันไม่ได้โมโหนาย
 
คราวนี้ผมยิ่งมึนหนัก ไม่ได้โกรธผมเรื่องที่ให้มันแบกกระป๋อง
น้ำอัดลม และไม่ได้โมโหผม แล้วไอ้ท่าทางเหมือนแมวเมายาบ้า
มันเพราะอะไรล่ะเฟ้ย
 
อ่ะ.... หรือว่า..... แล้วสมองที่ชาญฉลาดของผมก็เริ่ม
ประมวลผลท่าทางของไอ้แมวที่ผ่านมา แล้วก็สามารถสรุปได้ปั๊บ
ผมเลยลองแย็บหยั่งเชิงพื่อยืนยันว่าไอ้ที่ผมคิดนะถูกต้อง
 
ถ้าไม่ได้โมโห งั้นเดี๋ยวฉันไปหาจุนเคก่อนนะ
 
ใบหน้าคร้ามหันขวับ สายตาขวางเขียวปั๊ด มาพร้อมกับ
เสียงห้วนกระด้างดังลั่น
 
จะไปหามันทำไม!!!! เดี๋ยวนี้ตัวติดกันเหรือเกินนะ!!!!”
 
ก๊ากกกก ว่าแล้ว....ไอ้แมวมันไม่พอใจที่จุนเคมานัวเนียผมจริงๆ
ด้วย
 
งั้นฉันอยู่กับนายไม่ไปหาจุนเคก็ได้
 
ผมพูดเรียบๆ แต่คนฟังกลับชะงึกกึก แววตาคมสะท้อนประกาย
ยินดีแต่ก็เพียงวูบเดียว แล้วก็เปลี่ยนเป็นรี่มองผมราวหาเรื่อง ไม่
ไว้ใจ
 
นายยิ้มทำไม
 
 “ป่าววววววผมลากเสียงสูงปฏิเสธ
 
ก็เห็นอยู่ว่านายยิ้มชัดๆ
 
ก็ยิ้มให้นายแบบไม่มีเหตุผลบ้าง ไม่ได้เหรองัย
 
ผมถามก่อนมองสบตาคมตรงๆ พร้อมจงใจส่งยิ้มหวานระยับ
จนนัยน์ตาเรียวใหญ่ที่มีลูกแก้วกลมดำสนิท วูบไหวอีกครั้งแต่เจ้า
ตัวก็เหมือนพยายามจะควบคุมมันให้ราบเรียบ พอๆกับปากได้
รูปที่หยักโค้งนิดนึงแล้วก็เปลี่ยนเป็นเม้มแน่น ใบหน้าคร้ามแต่ก็
ยังเห็นชัดว่าซับสีเลือดขึ้นมาหน่อย
 
แหมมมม ไอ้แมวยักษ์ ทำเป็นเก็กขรึม กลั้นยิ้มนะ
 
แต่เสียงเรียกรวมพลของพี่นัมยองทำให้ผมกับแทคต้องรีบเดิน
ออกไปจากหลังเวที
 
แต่ทำไมขากลับมันถึงเดินลำบากกว่าขามาวะ โครงหล็ก
สายไฟ อะไรไม่รู้ระโยงระยางเต็มไปหมด
 
เดินดีๆนะคุณ ระวังล้ม
 
เสียงห้าวห่วงใยมาพร้อมกับมือคนที่เดินนำหน้ายื่นส่งมา
ทางด้านหลังโดยไม่หันมามอง ผมก้มหน้า อมยิ้มแล้วก็รีบนำมือ
ตัวเองให้ไปอยู่ในอุ้งมือคร้ามที่กระชับมือผมแน่นทันที ก่อนจะจับจูงพา
ผมเดินไปสมทบกับคนอื่นตรงกลางเวที
 
 
ผมว่าแทคมันคงหายงอนผมแล้วหล่ะ แต่มีหรือผมจะพอใจแค่
นั้น ผมไม่ทำอะไรค้างๆคาๆหรอกครับ มันต้องจัดการให้อยู่หมัด
และต้องเล่นมันตอนทีเผลอ 5555
 
 
บทส่งท้าย
 
ร่างสูงใหญ่โยกย้ายไปตามจังหวะเพลง เสียงดนตรีที่
กระหึ่มก้อง เสียงกรีดร้องของแฟนๆ เสียงร้องของสมาชิกในวง
ผสมปนเปไปหมด จนแทบจะจับใจความอะไรไม่ได้ สายตาคม
จับจ้องมองตรงไปแต่ข้างหน้าก็จริงแต่แทบมองไม่เห็นอะไร
เนื่องจากสปอตไลท์ที่ส่องมาเป็นลำใหญ่สะท้อนเข้าตาอย่างจัง
 
การเคลื่อนไหวเป็นไปแทบจะอัตโนมัติ เพราะฝึกซ้อมมาแทบจะ
เป็นร้อยรอบ เพียงแค่ต้องตั้งสติหน่อยเพราะเป็นเพลงเมดเลย์ที่
รวมเพลงญี่ปุ่นหลายเพลง  ดังนั้นต้องจดจำให้ได้ว่าเพลงที่กำลัง
แสดงอยู่จะจบตรงท่อนไหนเพื่อจะไปขึ้นเพลงอื่น
 
เหมือนตอนนี้เสียงไพเราะแอดลิปเพลง Ultra Lover ของนักร้อง
นำคลอลากยาว เป็นสัญญาณเตรียมจะเข้าสู่เพลงต่อไป อ๊ค
แทคยอน หมุนตัวกลับ ขยับเสื้อสูท เตรียมพร้อม กับเพลงที่มี
ท่าเต้นเท่ มาดแมน สมชาย แต่แฝงไว้ด้วยความเซ็กซี่
 
แต่ร่างกายโปร่งเพรียวที่เคลื่อนมายังตำแหน่งของตัวเอง เรียก
สายตาคมมองคนที่หันมายืนเผชิญหน้า ใบหน้าสวยห่าง
ไม่ถึงคืบ
 
และมันก็คงจะไม่มีอะไร ถ้าคิ้วเข้มบนใบหน้าขาวเล็กจะไม่เลิก
ขึ้นนิดๆราวทักทาย ดวงตากลมกระจ่างใสที่เป็นประกายระยับวับ
วาว อ่อนหวาน จะไม่ช้อนขึ้นมามองสบ และรอยยิ้มที่ประดับบน
ริมฝีปากอิ่มที่เห็นจะไม่แฝงรอยยั่วเย้าแกมเอ็นดู และทั้งหมดที่ว่า
มาก็สามารถทำให้ อ๊ค แทคยอน หัวใจกระตุก สมาธิแตกกระเจิง
ผิวหน้าร้อนซู่ ปากหยักยิ้มกว้างตอบกลับโดยอัตโนมัติทันที จน
เห็นฟันขาวซี่ใหญ่ชัด แม้กระทั่งพอได้สติรีบหมุนตัวกลับ รอยยิ้ม
เก้อเขินก็ยัง ประดับอยู่บนใบหน้าคร้าม
 
คนตัวโตที่ยังไงก็แพ้ทางคนที่ทำแค่เพียงอมยิ้ม ส่งสายตาระยิบ
วิบวับให้ แถมเจอในระยะประชิดใกล้อย่างนี้ หัวใจอ๊ค แทคยอน
ก็รู้สึกเหมือนจะรับไม่ค่อยไหว
 
ไอ้คุณณณณณณณณณณ
เพลง I’m your man นะเฟ้ย
นายจะมายิ้มให้ฉันทามมายยยยยยยยยยยยยยย >///<
 
.
.
.
.
 
 
ผมอมยิ้ม มองร่างสูงใหญ่ ที่หมุนตัว หันหลังกลับ
เห็นเพียงแต่แผ่นหลังกว้างที่อยู่ภายใต้เสื้อแจ็คเก็ตลายเสือ
 
คนที่ตอนนี้ผมไม่เห็นใบหน้า แต่ผมมั่นใจว่าต้องมีรอยยิ้มติดปลิว
ไปฝากแฟนเพลงด้วยแน่ๆ
 
ภารกิจง้อแมวสำเร็จเรียบร้อยแล้วครับ