หน้าเว็บ

nichkhun

nichkhun
You are my sunshine

วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

Fic Taeckhun : SF - Promise

Warning : ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมาเท่านั้นโปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน

วันนี้พวกผมต้องไปขึ้นเครื่องเพื่อบินไปต่างประเทศแต่เช้า สมาชิก 2PM
ทุกคนจึงตื่นแต่เช้าตรู่ แล้วก็วุ่นวายกับการแต่งองค์ทรงเครื่องอยู่ในห้อง
ของตัวเอง ยกเว้นผม ที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วกับไอ้คนที่ยืนหมุนไป
หมุนมาอยู่ตรงกลางบ้าน
 
ผมมองคนที่วันนี้ใส่เสื้อข้างในเป็นเสื้อยีนส์สีฟ้า ทับด้วยเสื้อฮู๊ดสีขาว มี
เสื้อแจ็คเก็ตสีเข้มทับอีกที กางเกงยีนส์สีน้ำตาล ที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการ
ใส่หมวกไหมพรม อย่างงสงสัย
 
ตอนนี้อากาศก็ใช่ว่าจะหนาวจัด นิชคุณมันจะใส่หมวกไหมพรมทำไมว้า
แล้วดูมันใส่ดิ เบี้ยวไป เบี้ยวมา ผมยืนดูมันสักพัก มันก็ยังไม่สามารถทำ
ให้หมวกเป็นรูปเป็นทรงได้ ผมเลยเดินเข้าไปใกล้ ก่อนที่จับปลายคางเล็ก
ให้หันมาทางผม นิชคุณคงตกใจเพราะมันทำหน้าเหวอใส่
 
 “ฉันใส่หมวกให้เอง นายใส่ยังไงของนายฟระ เป่ไป เป๋มา
 
เป๋ตรงไหนวะ ฉันใส่ออกจะตรง
 
นิชคุณปัดมือผมอย่างแรงให้ออกจากคางมัน
 
ตรงมากเลยนะ หางไอ้ลูกตุ้มของนายมันยาวเท่ากันไหมเนี่ย อีกข้างยัง
ยัดอยู่ในหมวกอยู่เลย
ผมดึงสายไหมพรมที่ถักเป็นเปียยาวที่ตรงปลายมีพู่กลมติดอยู่ ให้มันดู
ไอ้คนปากดีถึงเงียบกริบ ผมเลยดึงไอ้หมวกเบี้ยวที่อยู่บนศรีษะเล็กออก
ก่อนเพื่อที่จะสวมให้ใหม่
 
ผมมองหมวกไหมพรมสีแดง ชมพู ลายมิคกี้เมาส์ สลับกับมองหน้านิช
คุณที่ตอนนี้ตัดผมข้างหน้าจนสั้นเต่อ จนหน้าตายังกับเด็กม.ปลาย  แล้ว
ก็อดไม่ได้ต้องถามออกไป
 
ฉันไม่เห็นนายใส่ไอ้หมวกไหมพรมสีสดๆอย่างนี้นานแล้ว ทำไมวันนี้ถึง
ใส่ได้ละ
 
นิชคุณ มองหมวกที่ผมกำลังหมุนเล่นในมือ สายตาขบขันปนอ่อนโยนที่
สะท้อนในดวงตากลมโต ที่ผมเห็นทำให้ยิ่งแปลกใจ
 
นายจะหมุนหมวกฉันเล่นอีกนานไหม ถ้านายไม่ใส่ให้ฉันก็เอาคืนมา
 
นิชคุณบ่นใส่ผมแทนการตอบคำถาม
 
แหม...ที่มองหมวก มองซะหวานเชียว แต่พอหันมาพูดกับผม เสียงงี้ห้วน
ตาก็ขวาง
 
นายได้หมวกใบนี้มาจากไหน
 
หมวกที่ดูก็รู้ว่าเป็นงานแฮนด์เมด ไม่มีป้ายยื่ห้อบ่งบอก  นิชคุณคงไม่ได้
นั่งถัก หรือหาซื้อมาใส่เองหรอก แต่ใครให้มันมาละ
 
ได้มาจากไหนมันก็เรื่องของฉัน เอาหมวกฉันคืนมา มัวแต่เล่นอยู่ได้ 
 
เสียงที่บ่งบอกว่ารำคาญผมเต็มที ทำให้ผมเริ่มชักจะหงุดหงิดอย่างไม่รู้
สาเหตเหมือนกัน
 
ไม่คืน จนกว่านายจะบอกว่าได้หมวกใบนี้มาจากไหน
 
ผมพูดเสียงห้วน นิชคุณพอได้ฟังผมพูดจบ ก็ทำตาวาว คอแข็ง หน้าบึ้ง
แล้วก็ นิ่งไปสักพักก่อนที่จะกระแทกเสียงตอบเหมือนตัดความรำคาญ
 
ได้มาจากผู้หญิง!!!”
 
ผมผิดคาด  ไม่ใช่เพราะได้ยินคำตอบของนิชคุณ แต่เพราะมันยอมตอบ
กลับผมง่ายเกินไป  ทั้งที่น่าจะโวยวายหรือใช้กำลังเพื่อมาเอาของตัวเอง
คืน มากกว่า ผมเลยต้องหรี่ตามองหมวกในมือสลับกับมองหน้าเจ้าของ
หมวกอีกครั้ง  หมวกใบนี้ต้องสำคัญและนิชคุณต้องการมันคืนมากๆถึง
ขนาดยอมอ่อนข้อให้
 
 “ใคร
 
ใครจะให้ฉันแล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย เอาหมวกฉันคืนมา
 
เสียงที่ราบเรีบบเหมือนพยายามสะกดกลั้นความโกรธของตัวเองเต็มที่
ยิ่งทำให้ความไม่สบอารมณ์ของผมเพิ่มมากขึ้น อีก
 
 มันไม่ใช่แล้ว ปกตินิชคุณไม่ใช่แบบนี้ กับผมมันสามารถแสดงอาการ
โมโห ไม่พอใจได้ตลอด แต่นิชคุณยิ่งทำเหมือนพยายามระงับอารมณ์
ของตัวเองเท่าไหร่ ทำไมผมยิ่งรู้สึกว่ามันกำลังบิดบังอะไรผมมากไป
เท่านั้น
 
ใครผมถามย้ำ
 
แล้วนายจะมายุ่งอะไรกับฉันนักหนา คืนหมวกฉันมาได้แล้ว
 
มือขาวยื่นมาข้างหน้าเพื่อรอเอาของตัวเองคืน
 
ก็อยากรู้อะ บอกหน่อยดิ
 
ผมจับมือที่ยื่นมารวบไว้แน่นก่อนที่จะถามเสียงอ่อน
 
ไม่บอกนิชคุณสะบัดมือผมออกทันที
 
ถ้าไม่บอกก็ไม่คืน
 
ชิส์... ไม้แข็งก็ไม่ได้เรื่อง ไม้อ่อนก็ไม่ได้ผล ผมเลยทำหน้ายียวนต่อรอง
แทน นิชคุณส่ายหัวก่อนที่จะมองผมอย่างเอือมระอา
 
แทค เอาหมวกฉันคืนมา เล่นอะไรเป็นเด็กๆไปได้
 
ไม่!!!  บอกก่อนว่าใครให้หมวกใบนี้
 
โอ๊ยยย!!!  น่ารำคาญจริง ถ้านายไม่คืน แล้วนายจะเอาหมวกฉันไป
ทำไม
 
ผมฟังคำถามก็อึ้งไปสักพัก ก่อนที่จะตอบแบบส่งๆ
 
กะ... ก็เอาไปใส่เอง
 
นิชคุณพอได้ยินคำตอบ หน้าที่ตอนแรกขมวดบึ้ง กับคลายออก ก่อนที่จะ
คลี่ยิ้มแปลกๆให้ พอผมเห็นรอยยิ้มที่ไม่น่าไว้วางใจ ก็ชักเริ่มใจไม่ดี
 
 “งั้นนายก็เอาไปเลย!!! แล้วใส่ด้วยนะ !!!! ใส่วันนี้ด้วย!!!!”
 
เสียงที่สั่ง พร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ทำให้ผมต้องกลีนน้ำลายดังเอี๊อก
 
นิชคุณพอพูดจบก็สบัดหน้า เดินกระแทกเท้าเข้าห้องตัวเองไปทิ้งให้ผม
มองตามตาค้าง ก่อนที่จะก้มมองหมวกใบเล็กในมืออย่างกลุ้มใจ ว่าผม
จะสามารถยัดหัวโตๆลงไปในหมวกใบจ้อยนี้ได้หรือเปล่า
 
ตายแน่เลยพี่แทค
 
 เสียงอูยองที่ดังมาจากทางด้านหลังทำให้ผมสะดุ้งเฮือก พอหันกลับไปก็
เห็นเจ้าน้องทั้ง 3 คน ยืนแอบอยู่ตรงบันได สงสัยมันจะมาแอบฟังนาน
แล้ว รวมทั้งจุนซูที่โผล่หน้าออกจากห้องมาดูด้วย
 
ตะ ตาย อะไรว้า แค่หมวกใบเดียวเอง
 
ผมท้วงแต่เสียงสั่นๆของผม ก็พาให้คนที่มุงอยู่ฮากันกลิ้ง
 
แต่หมวกใบนี้แฟนคลับพี่คุณให้มานะ และพี่คุณสัญญาว่าจะใส่ด้วย
 
อูยองบอกก่อนที่จะทำหน้าสะใจเมื่อเห็นหน้าที่คงซีดเผือดของผม
หลังจากได้ฟัง
 
สะ สัญญาว่าจะใส่เหรอ
 
ผมตะกุกตะกักถาม
 
ใช่ครับ ผมเห็นพี่คุณได้มาสักพักแล้วละ ตอนงานแฟนไซน์ล่าสุดผมยัง
เห็นแฟนพี่คุณถามอยู่เลยว่าทำไมพี่คุณไม่ใส่หมวกที่เค้าให้ พี่คุณเลย
สัญญาไว้ว่าจะใส่ให้ดู เขียนลงในไปในใบที่เซ็นต์ให้แฟนคลับด้วยนะ
เจ้าเด็กแก้มป่องเล่าต่อ
 
ถ้าวันนี้พี่แทคเอาไปใส่ แฟนพี่คุณเห็นคงงอนพี่คุณแน่เลยว่าไม่ยอมใส่
หมวกของเค้าแล้วยังเอาไปให้คนอื่นใส่แทนอีก
 
เสียงเจ้ามักเน่ พูดบ้าง พลางทำหน้ากลุ้มใจ กลัวว่าแฟนคลับจะ
เข้าใจพี่คุณมันผิดไป
 
แต่ฉันว่าหัวพี่แทคโตยังงี้ กว่าจะยัดหัวเข้าไป หมวกคงจะขาดก่อน แล้ว
คราวนี้พี่คุณก็จะโกรธหนักกว่าเดิม ข้อหาเอาหมวกพี่คุณไปแถมทำให้
หมวกพี่คุณพังอีก 555”
 
 เสียงไอ้เด็กตาตี่ อี จุนโฮหัวเราะร่วน หลังจากพูดจบ
 
 จุนซู เดินเข้ามาตบไหล่ผมดังป๊าบ หลังจากที่คงยืนมองผมหน้าเสียอยู่
สักพัก
 
ขนาดวันนี้ไม่หนาวเท่าไหร่ มันยังคิดจะใส่หมวกให้แฟนๆดู ไอ้คุณมัน
อุตสาห์จะรักษาสัญญากับแฟนคลับ แกยังจะไปแกล้งมันอีกนะ เฮ้อ
อออ
 
อดีตรูมเมทผม พูดไปก็ทำหน้า ทำตาเหมือนผมเป็นแม่เลี้ยงใจร้าย คอย
คิดแต่จะกลั่นแกล้งลูกเลี้ยง
 
สายตากล่าวหาของพวกนี้ มันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกผิดไปมากกว่าที่ต้อง
มาทนมองหมวกไหมพรมสีสวยในมือที่ไม่ใช่ของผม
 
ประตูห้องเจ้าของหมวกไหมพรมตัวจริงทีเปิดออกทำให้พวกผมที่ตั้งวง
กันอยู่กลางบ้านสะดุ้งโหยงกันหมด
 
ใบหน้าขาวใส ที่ตอนนี้มีแว่นดำบังไปครึ่งหน้า ผมสั้นเต่อ ถูกปกปิดด้วย
หมวกสีเข้ม นิชคุณสะพายเป้สีแดงใบโปรดเรียบร้อย ก่อนที่จะเดินผ่าน
หน้าผมเหมือนเดินผ่านเฟอร์นิเจอร์ประดับห้องสักชิ้นที่เจ้าของไม่ใส่ใจ
 
ฉันไปรอที่รถก่อนนะ
 
เสียงทุ้มเรียบไม่ได้บอกผมหรอกครับ แต่ไปบอกจุนซู ที่รีบพยักหน้า
รับทราบ
 
ผมมองร่างโปร่งที่เดินผ่านหน้าผมไป คนที่ไม่ทำแม้กระทั่งเหลือบตามา
มอง  พอหันกลับมาก็เจอแววตากล่าวโทษของพวกที่สมาชิกวงที่เหลือ
ทันที
 
เออๆๆ ฉันรู้แล้ว เดี๋ยวฉันเอาหมวกไปคืนมันเอง
 
ผมรีบวิ่งไปคว้าเป้ลายเสือในห้องตัวเองก่อนที่จะวิ่งตามนิชคุณที่คงจะ
เข้าไปนั่งบนรถตู้เรียบร้อยแล้ว
 
คนที่นั่งอยู่ตรงเบาะหน้า พอเห็นผมเปิดประตูรถ ไปนั่งข้างๆ ก็ทำเมิน
มองไปทางอื่น
 
คุณ ฉันเอาหมวกมาคืน
 
ผมพูดเสียงอ่อนก่อนที่จะยื่นหมวกคืนเจ้าของ แต่นิชคุณไม่มีปฏิกิริยา
อะไรโต้ตอบ ไม่ยื่นมือมารับของคืน ไม่มองหน้า สุดท้ายคงไม่อยากจะฟัง
เสียงผมด้วย มือขาวถึงล้วงไปในกระเป๋าเสื้อเพื่อหยิบหูฟัง ผมรีบจับมือ
คนที่กำลังจะยัดหูฟังเข้าหูทันที
 
คุณณณณณ ฉันขอโทษนะ อย่าทำเมินอย่างนี้ดิ
 
ผมชักเริ่มใจเสีย แต่ก็ยังพอใจชื้นที่นิชคุณยังไม่กระชากมือหนี ผมส่ง
สายตาทั้ง เสียใจ และขอโทษ ไปให้กับคนใส่แว่นดำ ที่นั่งนิ่งประสาน
สายตากับผมเงียบเหมือนจะค้นหาความจริงใจในตาผม ก่อนที่จะก้ม
หน้าลงไปมองมือตัวเองที่โดนผมกุมไว้แน่น
 
 “นายอยากได้นักไม่ใช่เหรอ หมวกนะ อยากได้ก็เอาไปสิ แล้วก็ปล่อยมือ
ฉันได้แล้ว
 
เสียงที่ลอยมาเบาๆแต่ผมได้ยินชัดเต็มสองรูหู ทำให้
หัวใจที่เหี่ยวเฉาเหมือนลูกโป่งโดนเจาะรู พองฟูขึ้นมาทันที
 
ฉันขอโทษ ฉันแค่อยากรู้ว่านายได้มายังไงเท่านั้นเอง หมวก(น่ารักๆ)
อย่างนี้ไม่เหมาะกับฉันหรอก
 
ผมขอโทษนิชคุณอีกครั้งแต่ไม่ยอมทำตามคำสั่งที่ให้ปล่อยมือ
 
เมื่อไหร่จะเลิกนิสัยอยากรู้ อยากเห็นเรื่องชาวบ้านสักทีนะ
 
คนที่เงยหน้าขึ้นมาถาม ด้วยหน้าตาสงสัยยิ่งยวด  แต่เสียงกลับออกแนว
ปลงๆผมเลยได้แต่ยิ้มแห้งๆ ก็มันเป็นสัน .....เอ๋ย นิสัยที่คงจะแก้ไม่หาย
แล้วละครับ
 
เค้าขอโต๊ดดดด อย่าโกรธเค้าน้า
 
เออๆ เอาหมวกฉันคืนมาได้แล้ว
 
ฉันใส่ให้
 
ไม่ต้อง
 
เค้าใส่ให้น้า... นะ.... น้า.....
 
โอ๊ยยยย เซ้าซี้จริงเว้ย จะใส่ให้ก็รีบๆเลย แล้วก็ปล่อยมือฉันได้แล้ว
 
นิชคุณ ใช้มืออีกข้าง ถอดแว่นดำออก ก่อนที่จะยื่นหน้ามาใกล้หลังจากที่
พูดจบ
 
ผมยิ้มกว้างรีบปล่อยมือก่อนที่จะเอื้อมไปเอาหมวกที่อยู่บนศรีษะเล็กมา
ใส่ที่หัวผมแทน ปัดผมสั้นที่ยุ่งเหยิงให้เข้าทรง ก่อน ที่จะบรรจงสวมหมวก
ไหมพรมคลุมทับลงไป จัดหมวกให้เข้าที่เข้าทางอีกครั้งก่อนที่จะมองดู
ผลงานตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ
 
คนที่สวมหมวกไหมพรมสีแดงสลับชมพูลายมิคกี้เมาส์ ด้านข้างมีไหม
พรมสีน้ำตาลเส้นยาวที่ปลายสุดมีลูกไหมพรมกลมฟูห้อยอยู่ สีแดงจัด
ของหมวกยิ่งขับเน้นให้ใบหน้าเล็กดูขาวผ่อง ดวงตากลมโตตอนนี้หลุบ
ต่ำจนเห็นขนตายาวตรงชัดเจน  จมูกโด่งเล็ก แก้มอิ่ม ปากได้รูป อืมมม
ไอ้หมวกใบนี้ทำให้นิชคุณมันดูน่าระ........ เอิ่มผมไม่พูดต่อดีกว่า เพราะรู้
นิชคุณโคตรไม่ชอบคำนี้
 
ขอโทษนะที่ฉันเกือบทำให้นายต้องผิดสัญญากับแฟนคลับ
 
ผมพูดเสียงแผ่ว ส่วน นิ้วก็พันสายไหมพรมที่ถักเป็นเปียยาวเล่นไปด้วย
นิชคุณเงยหน้าขึ้นมาสบตา ภายใน ลูกตากลมสะท้อนหน้าผมที่เจื่อน
จ๋อยชัดเจน แต่ไม่พูดอะไร ผมเลยดึงสายไหมพรม รั้งให้หน้าเจ้าของ
หมวกใกล้เข้ามาอีก ดวงตากลมเบิกกว้างเพราะความตกใจที่ตอนนี้หน้า
ของเราใกล้กันจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย
 
คุณณณ
 
 “อืมมมม รู้แล้ว ถอยไปได้แล้ว
 
นิชคุณรีบกระชากหางไหมพรมของตัวเองออกจากมือผม ก่อนที่จะงึมงำ
ตอบกลับมาพร้อมกับหูเล็กๆที่แดงเถือก ทำให้ผมอดยิ้มกว้างไม่ได้ ผม
รีบขยับมานั่งตัวตรงปกติตามเดิม นิชคุณพอเห็นผมห่างออกไปแล้วก็
คว้าแว่นดำมาสวมทันที
 
 “คุณ ฉันว่าถ้านายใส่หมวกใบนี้ นายอย่าใส่แว่นดำดีกว่า
 
ผมขมวดคิ้วทัก
 
ทำไมละ
 
 แต่เสียงประตูรถตู้ทีเปิดออก พร้อมเสียงสมาชิกทีเหลือที่ทักทายผมกัน
วุ่นวายว่าเคลียร์กับนิชคุณเรียบร้อยแล้วใช่ไหม ทำให้ผมลืมเลือนที่
จะตอบคำถามไปว่า
 
ก็ใส่หมวกไหมพรมแล้วสวมแว่นดำมันไม่น่ารักเลยอะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น