Young Brother
Wooyoung
24:00
ผมมองเวลาที่โชว์อยู่บนมือถือ แล้วก็ต้องถอนใจยาว
เที่ยงคืนแล้วพี่คุณก็ยังไม่กลับ
ผมกวาดสายตามองไปรอบห้องพักที่เรียบหรูอย่างหงอยๆ
“อูยองนอนก่อนเลยนะครับไม่ต้องรอพี่”
นี่เป็นประโยคที่พี่คุณบอกผม ขณะที่เตรียมตัวจะออกไปข้างนอก
พี่คุณอยุ่ในชุด เสื้อสีชมพู กางเกงยีนส์สีซีด หมวกสีแดงแปร๊ด
แว่นใสกรอบดำยิ่งทำให้ใบหน้าดูเล็กเข้าไปใหญ่
ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีหวานแหววอย่างนี้คงดูแปลกๆ
แต่เพราะเสื้อผ้าชุดนี้อยู่บนร่างกายของพี่คุณ
มันกลับทำให้ดูอ่อนเยาว์ สดใส และมีเสน่ห์
“ผมนอนก่อนอยู่แล้ว ใครเค้าจะมานั่งถ่างตารอพี่คุณละ”
และนี่เป็นประโยคที่ผมตอบกลับคนเป็นพี่ไป
ทั้งที่เป็นประโยคที่กวนประสาท
แต่พี่คุณก็ยังทอดสายตามองผมอย่างอ่อนโยน
ก่อนที่จะใช้มือใหญ่จับศรีษะผมโยกเบาๆเหมือนหมั่นเขี้ยว
การเคลื่อนไหวร่างกายของพี่คุณทำให้กลิ่นหอมอ่อนๆโชยเข้าจมูกผมทันที
เหอะแต่งตัวก็อย่างกับเด็กม.ปลาย แถมกลิ่นน้ำหอมฟุ้งไปทั้งตัวอีก
ไปคุยงานหรือไปเหล่สาวกันแน่นะ
“ครับๆ งั้นพี่ไปก่อนนะ ถ้านอนไม่หลับก็ไปเล่นกับคนอื่นก่อนแล้วกัน”
ผมรีบปัดมือใหญ่ออก ทำไมพี่คุณชอบทำเหมือนผมเป็นเด็กๆอยู่เรื่อย
“เอ๊ะ พี่คุณ ทำไมผมจะนอนไม่หลับ พี่คุณไม่ต้องมาห่วงผมหรอกจะไปทำงานก็รีบไปเลย”
ผมพูดจาเหมือนไล่พี่คุณขนาดนี้
แต่คนถูกไล่ก็ยังคงมองผมอย่างเอ็นดูเหมือนเคย
แต่ก่อนสายตาเอื้อเอ็นดูของพี่คุณที่มองผม
ทำให้ผมมีความสุขจนหัวใจพองโต
แต่พักนี้เมื่อเห็นสายตาที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ทำให้ผมชักเริ่มรู้สึกแปลบๆในหัวใจ
ในสายตาพี่คุณ ผมจะดูเด็กตลอดไปเลยหรือไง
“พี่ไปแล้วนะครับ หลับฝันดีนะครับ”
พี่คุณยังไม่วายหันมาร่ำลา
พร้อมตากลมโตที่เป็นประกายแปลกๆ เหมือนรู้ทันอะไรก็ไม่รู้
ทำให้ผมอดที่จะแลบลิ้นใส่ไม่ได้
พี่คุณหัวเราะร่วนใส่หน้าผม
คว้าเป้ใบโปรด ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป
ห้องที่เงียบสงัด และเหมือนจะเย็มเฉียบขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน
ทำให้ผมรีบขึ้นไปนอนบนเตียงกว้าง คว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมกาย
แล้วเป็นไงละ คนปากเก่งอย่างผมตอนนี้
ทั้งนอนไม่หลับ ทั้งถ่างตารอพี่คุณ
หรือนี้เป็นบทลงโทษของคนปากดี.........
ผมรู้ว่าพอมาเมืองไทย พี่คุณจะต้องยุ่งเป็นเท่าตัว
ไหนจะทั้งเรื่องงาน และต้องแบ่งเวลากลับไปหาครอบครัว
อันเป็นที่รักของพี่เขา
แต่นี้มันก็เที่ยงคืนแล้วนะ ทำไมพี่คุณถึงยังไม่กลับมาสักที
พี่คุณบอกจะไปพบคุณพ่อ คุณแม่ช่วงหัวค่ำ
หลังจากนั้นจะเข้าบริษัทที่ดูแลพี่คุณเรื่องหนัง
ที่พี่คุณมาถ่ายทำเมื่อเดือนที่แล้ว
แต่บริษัทบ้าอะไรครับทำงานยันเที่ยงคืน
หรือพี่คุณไปเที่ยวต่อ
พอคิดถึงตรงนี้ ผมก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา ทันที
อยู่เกาหลีก็เพื่อนเยอะซะจน
พอมีเวลาว่างหน่อยก็จะมี คนนู้นชวนไปที่นั้น
คนนั้นชวนไปที่นู้นอยู่เสมอ
พอมาไทย ก็ยังจะไปหาเรื่องสังสรรค์ได้อีก
มนุษยสัมพันธ์ดีเหลือเกิ้นนนนนน
ทั้งที่ช่วงกลางวันก็มีงาน กลางคืนพี่คุณก็ยังลัลล้าได้
พอคิดถึงงานเมื่อช่วงกลางวัน
ผมก็ค่อยอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย
เพราะตั้ง 7 เดือนแล้วที่ผมไม่ได้เจอแฟนๆชาวไทย
เสียงกรี๊ดกับ รอยยิ้ม ที่มีให้กับพวกผมยังคงเหมือนเดิม
ขนาดผมพูดภาษาไทยผิดๆถูกๆ
เสียงกรีดร้องชอบใจปนเสียงหัวเราะก็ยังดังลั่น
แต่ภาษาไทยนี้ยากจริงๆน้า
พี่คุณเคยบอกว่าแค่ออกเสียงสูง ต่ำ ผิดไป
ความหมายก็ไม่เหมือนกันแล้ว
อย่างวันนี้ทั้งที่ผมแอบถามพี่คุณก่อน
ผมก็ยังจะพูดไอ้เย็น น้าน นานผิดอีก
ก็ไม่รู้พี่คุณจะระอากับลูกศิษย์หัวขี้เลื่อยอย่างผมหรือเปล่า
เพราะผมเห็นพี่คุณทำเพียงหมุนเก้าอี้เล่น พร้อมกับส่งรอยยิ้ม
และเสียงหัวเราะนุ่มๆมาให้ผมเท่านั้น
ผิดกับจุนโฮ ที่พูดชัดจนพี่พิธีกรยังชม พี่คุณยังยกนิ้วให้
แถมพูด ขอบคุณมาก เรียกเสียงกรี๊ดถูกใจจากแฟนๆดังลั่น
กับเรียกสายตาแปลกใจปนภูมิใจจากพี่คุณได้อีก
ผมก็พูดคำที่จุนโฮพูดได้นะ ไอ้เย็นมากเนี่ย
และผมคิดว่าผมพูดมันได้ชัดกว่าเย็น น้าน นานของผมเสียอีก
แถมตอนเล่นเกมส์ผมก็ดันเป็นคนเดียวในทีมที่ปาลูกดอกไม่ได้เรื่อง
แต่สายตาที่พี่คุณมองผม ก็ไม่มีความผิดหวัง หรือไม่พอใจ
พี่คุณยังคงยิ้มกว้าง มองผมอย่างเอ็นดู
เป็นผมเสียอีกที่กลับรู้สึกผิด
จนต้องทำท่าน่ารักกลบเกลื่อนความไม่ได้เรื่องของตัวเอง
นอกจากเรื่องเต้น และร้องเพลง ทำไมผมจึงทำเรื่องอื่นไม่ค่อยได้ดี
ผิดกับพี่คุณ ที่เหมือนจะทำอะไรก็ดูดี ได้เรื่องไปหมด
แต่ผมรู้ทุกอย่างที่พี่คุณทำมันมาจากทั้งความพยายาม
และความตั้งใจของพี่เค้าทั้งนั้น
แต่ตอนนี้ผมพยายามทำบางสิ่ง เพื่อให้พี่คุณภูมิใจว่าถ้าผมตั้งใจ
ถ้าผมพยายาม ผมก็สามารถทำได้เหมือนกัน
ขณะกำลังคิดอะไรเพลิน ผมก็ได้ยินเสียงก๊อกแก็กตรงประตูห้อง
ผมรีบหลับตาทันที พอประตูห้องเปิด ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ก้าวมาภายในห้อง
ผมก็แสร้งทำเป็นลืมตาขึ้นมาเหมือนเพี่งตื่นนอน
ใบหน้าพี่คุณมีร่องรอยเหน็ดเหนื่อยแต่พอเห็นหน้าผมก็รีบส่งยิ้มให้
“อูยองงี่ ขอโทษนะครับที่ทำให้ตื่น”
พี่คุณพูดเพราะและอ่อนโยนกับน้องทุกคนเสมอ
แต่พี่แทคที่ว่าไปก็เป็นน้องพี่คุณเหมือนกัน กับไม่ได้รับอภิสิทธิ์นั้น
“แทค”
เสียงทุ้มลงหนัก ติดสำเนียงอังกฤษหน่อยๆ
นี่คือที่พี่คุณใช้เรียกพี่แทคเวลาลับหลังกล้อง
แต่บางครั้งถึงต่อหน้ากล้อง ถ้าพี่แทคสติแตกมากไปนิด
เสียงทุ้มเข้มก็จะมาให้ได้ยินทันที
แต่สิ่งที่พี่แทคได้รับตอบแทนการเรียกแบบนี้คือ
สายตาที่แสดงถึงความสนิทสนม เท่าเทียม และรู้ใจ
พี่แทคไม่เคยได้รับสายตาเอ็นดูจากพี่คุณ
ถึงแม้สายตารู้เท่าทันเป็นสิ่งที่พี่แทคได้รับอยู่เสมอ
แต่มันก็สะท้อนให้เห็นความสนิทสนมอย่างยิ่งยวดด้วยเหมือนกัน
ส่วนพี่ใหญ่ของเราพี่จุนซู
“จุนซูย่าห์”
พี่คุณมักจะเรียกพี่จุนซูด้วย เสียงเข้มงวดปนระอา
เพราะรู้ไส้ รู้พุงกับพฤติกรรมบางอย่างของพี่จุนซู
ตั้งแต่ตอนเป็นเด็กฝึกหัด แต่สายตาที่เข้าใจพี่จุนซูอย่างถ่องแท้
และความเป็นห่วงเป็นใยเหลือแสนที่พี่จุนซูได้รับจากพี่คุณ
ตอนที่พี่จุนซูบาดเจ็บก็ทำให้พี่ใหญ่ของเราไม่เคยปริปากบ่นอะไร
หรือไม่กล้าก็ไม่รู้
“อูยองงี่??”
อ้าว ผมนั่งเหม่อจนพี่คุณต้องทักอีกครั้ง
“อะ เอิ่ม ไม่เป็นไรครับ ทำไมกลับดึกจังครับพี่คุณ”
“อ๋อ คุยเรื่องงานยาวเลยนะครับ เพราะมาคราวหน้าพี่คงไม่มีเวลาแล้ว”
แหง ละครับก็คราวหน้าเราต้องมาเล่นคอนที่นี้
คงไม่มีเวลามาคุยเรื่องอื่นนอกจากซ้อมคอนอยู่แล้ว
ผมมองพี่คุณที่กำลังถอดเสื้อยืดสีหวานออกจากตัว
เผยให้เห็นกล้ามอกแน่นปึ๊ก กล้ามแขนถึงไม่ใหญ่เท่าพี่แทค แต่ก็ได้รูปสวย
กล้ามท้องเป็นลอนแข็งปั๊ก เห็นซิกส์แพคชัดเจน
พี่คุณหน้าตาดีแถมหุ่นก็ดีจนน่าอิจฉา
“หลับต่อเลยครับอูยอง เดี๋ยวพี่อาบน้ำเสร็จก็จะรีบเข้านอนเหมือนกัน”
พี่คุณบอกผมเพราะเห็นผมยังนั่งมองพี่เขาตาเขม็ง
“ครับ พี่คุณ”
ผมรับคำ ก่อนที่รีบจะหลับตาเพราะรู้ดีว่าคนเป็นพี่จะไม่ไปไหน
ถ้าไม่เห็นผมเข้านอนจริงๆ
พอผมได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินห่างเตียงออกไป
รอสักพักจนได้ยินเสียงเปิด ปิดประตูห้องน้ำ
ก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงน้ำค่อยๆ
ผมก็ลืมตาโพลงขึ้นมาอีก
ถ้าสิ่งที่ผมกำลังทำประสบความสำเร็จ พี่คุณจะทำหน้ายังไงหนอ
ดวงตากลมโตจะฉายแววประหลาดใจไหมน้า
แต่ที่ผมอยากได้ที่สุดคือสายตาที่มองผมอย่างภาคภูมิใจบ้าง
แค่คิดว่าพี่คุณจะมองผมยังไง ผมก็ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ
จนได้ยินเสียงประตูห้องน้ำเปิดนะแหละ
เลยต้องรีบหลับตาลงอีกครั้ง
ผมได้ยินเสียงฝีเท้าพี่คุณที่ใกล้เข้ามาทุกที
ก่อนที่จะหยุดนิ่งอยู่ข้างเตียงผม
สักพักผมก็รู้สึกถคงที่นอนข้างกายที่ยุบยวบลงไป
ผมยิ่งพยายามหลับตาให้เหมือนคนนอนหลับสนิทที่สุด
ไม่กล้าทำตัวขยุกขยิก แต่กลิ่นสบู่หอมฟุ้งที่มาจากคนที่นั่งบนเตียง
ก็เกือบทำให้ผมสูดลมหายใจเข้ายาว ก่อนที่ผมจะตัวแข็งทื่อ
เมื่อรู้สึกถึงนิ้วใหญ่ที่ไล้อยู่บนแก้มของผมจนผมรู้สึกจั๊กจี้
สุดท้าย ผมต้องแสร้งทำเสียงงึมงำใส่
นิ้วที่ไล้แก้มผมชะงักทันที ก่อนที่จะหยิกแก้มผมเบาๆ ส่งท้าย
แล้วพี่คุณก็ลุกขึ้น
“พี่คุณ”
ความโหยหาแปลกๆที่ผุดขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน
ผมเลยเผลอเรียกชื่อพี่เขาออกไป
พอรู้สึกตัวก็แทบอยากจะกัดลิ้นตัวเอง
ผมรีบทำตัวให้เหมือนคนกำลังหลับสนิทอีกครั้ง
ผ่อนลมหายใจที่สะดุดไปช่วงหนึ่งเมื่อตะกี้ให้เป็นปกติ
ทั้งที่ร่างกายใต้ผ้าห่มแข็งเกร็งไปหมด
ภาวนาให้พี่คุณคิดว่าผมแค่ละเมอ
สักพักความเงียบที่น่าอึดอัดก็โดนทำลาย
เพราะพี่คุณที่คงไม่ผิดสังเกตเลยเดินห่างจากเตียงผมไป
คงจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมเข้านอน
ผมลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
เสียงปิดไฟ พร้อมเสียงสวบสาบของที่นอนข้างๆ
และเสียงห้าว นุ่มนวลที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ
คล้ายบทเพลงขับกล่อมให้ผมเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว
“Good Night Lovely Bro.”
Old Brother
Nichkhun
ผมเปิดประตูห้องน้ำ โดยที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวพันอยู่รอบสะโพก
ก่อนที่จะใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กที่คล้องอยู่รอบคอ
ซับหยดน้ำที่เกาะติดพราวตรงใบหน้า
สายตามองตรงไปยังคนที่นอนหลับสนิทบนเตียงตัวเอง
เห็นเพียงใบหน้ากลมใสโผล่พ้นผ้าห่ม
ก่อนที่จะอมยิ้มออกมา
ทำไมผมจะไม่รู้ว่าอูยองคอย ผม
ถึงเจ้าตัวพอเจอหน้าผม จะทำท่าเหมือนเพิ่งตื่นนอน
ทั้งๆที่ตาเรียวเล็ก ใสแจ๋ว
มีแต่ความยินดีไร้ซึ่งรอยง่วงงุน
ผมเห็นประกายตาที่แสดงความดีใจทันทีที่เห็นหน้าผม
ผมก็อดรู้สึกผิดไม่ได้
แต่ด้วยรายละเอียดเนื้องานที่ค่อนข้างมาก
ถึงผมอยากจะรีบกลับมาเท่าไหร่
แต่กว่าผมจะกลับมาให้น้องเห็นหน้าก็ล่วงเข้าวันใหม่
แต่อูยองไม่อยากให้ผมรู้ว่าตัวอเองรอผม
ผมก็เลยทำท่าไม่รู้เรื่องตามที่น้องอยากให้เป็น
ทุกครั้งที่ไปทำงานต่างประเทศ ทุกครั้งที่พักอยู่ห้องเดียวกัน
ถ้าผมยังไม่กลับเข้าห้อง อูยองก็จะไม่นอน
ถ้ายังไม่เห็นหน้าผม อูยองก็ไม่สามารถข่มตาให้หลับได้
อูยองจะรอผมจนกว่าผมจะกลับมา
และพอเห็นหน้าผมเท่านั้น อูยองก็จะหลับทันที
ผมนั่งลงที่เตียงของคนที่หลับสนิท
ทั้งที่อายุ 20 กว่าแล้ว แต่ในสายตาผม อูยองยังเหมือนเด็กน้อย
ผมไล่สายตาตั้งแต่ ผมสีน้ำตาลเข้มที่ยาวปรกหน้าผากเนียน
จมูกโด่งเล็ก ปากบางสีชมพู
และจุดเด่นที่สุดบนใบหน้าคือแก้มอิ่มย้อย
ผมอดไม่ได้ที่จะไล้แผ่วๆไปที่แก้มกลม
ที่เหมือนจะมีเนื้อหนังมากขึ้นกว่าเดิมเพราะน้ำหนักทีเพิ่มขึ้น
เนื่องจากอูยองต้องการเล่นกล้าม
ทำให้แก้มกลมๆตอนนี้ห้อยย้อย จนน่าหยิกเล่น
ตอนที่เจ้าน้องน้อยบอกว่าอยากจะเล่นกล้ามนั้น
ผมไม่เห็นด้วยเลย เพราะคิดว่ารูปร่างอูยองสมส่วนดูดีอยู่แล้ว
และที่ผมไม่อยากสนับสนุนน้องเท่าไหร่
เพราะการที่จะเล่นให้กล้ามขึ้นนั้นไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ
มันต้องอาศัยทั้งเวลา และความอดทน ความสม่ำเสมอในการเข้าฟิตเนส
และยิ่ง อูยองรูปร่าง สรีระไม่เหมือนกับแทคยอน ที่เล่นเพียงแป๊บเดียว
ก็ประสบผลสำเร็จ แต่ร่างกายของอูยอง เล็กบางกว่า
ไหนจะต้องเพิ่นน้ำหนัก
ไหนจะต้องทนกับการยกดรัมเบลที่หนักหลายสิบกิโล หลายร้อยครั้ง
และต้องทำเป็นประจำ อย่างสม่ำเสมอ กล้ามถึงจะขึ้นสวย
ผมไม่อยากให้น้องต้องมาลำบาก ทรมานกาย
ไหนมือที่เคยนิ่มๆจะด้านอีก ละ
แต่พอเห็นความตั้งใจจริงของอูยอง
ก็ทำให้ผมกลืนคำทักท้วงไปทันที
ผมชอบที่เห็นน้องพยายามในการทำอะไรสักอย่าง
ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องเล็กน้อย
แต่ถ้ามันประสบผลสำเร็จ มันก็น่าภาคภูมิใจอยู่ดี
อูยองเป็นคนที่เข้ามาเป็นเด็กฝึกหลังสุด
ทำให้คิดว่าต้องพยายามให้มากกว่าคนอื่นหลายสิบเท่า
ทั้งๆที่ตัวเองมีพรสวรรค์อยู่แล้วทั้งเรื่องเต้นและร้องเพลง
แต่เจ้าตัวก็มักจะกลัวว่าจะเป็นตัวถ่วงพี่น้องร่วมวง
เลยทำให้ความคิดนั้นกดดันตัวเอง
จนมันระบายออกมาเป็นหยดน้ำที่หลั่งไหลออกมาจากดวงตาเรียว
ตอนเป็นเด็กฝึกอูยองร้องไห้บ่อยมาก
ครั้งแรกที่เห็นผมเห็นอูยองร้องไห้ ผมอดตกใจไม่ได้
ก็อูยองเล่นร้องไห้ไม่ยอมหยุด
สะอึก สะอื้นอยู่อย่างนั้น จนผมสงสาร
แก้มก็บวมอยู่แล้ว พอมาร้องไห้จนตาบวมอีกเลยดูไม่จืดไปกันใหญ่
ตอนนั้นใครมาพูดจาปลอบยังไง
เจ้าเด็กแก้มย้อยก็ยังไม่ยอมหยุด
ผมรู้ว่าอูยองพยายามแล้วที่จะหยุดร้อง
มือเล็กโอบรอบกายตัวเองแน่น
ท่าทางที่เหมือนพยายามกลั้นน้ำตา กลั้นเสียงร้อง
แต่ร่างเล็ก ก็ยังสะอึกจนสั่นสะท้านไปทั้งตัว
ทำให้ผมต้องรีบคว้าคนตัวเล็กมากอดไว้แนบอก
เพราะความตกใจที่โดนกอด อูยองน้ำตาเลยหยุดไหลอัตโนมัติ
แต่ก็ยังมีเสียง สะอื้นแผ่วๆให้ได้ยิน
คนโดนกอด ร่างกายแข็งเกร็งเพราะตกใจในช่วงแรก
แต่พอผมลูบหัวทุยเล็ก ก่อนที่จะกระซิบปลอบเสียงเบา
ทั้งภาษาอังกฤษ ทั้งเกาหลีอย่างสุดความสามารถ
ร่างการที่แข็งขืนจึงเริ่มผ่อนคลาย
แถม มือเล็กๆเปลี่ยนจากกอดตัวเองมารัดตอบกลับผมแนบแน่น
ก่อนที่จะใช้เสื้อผมเป็นที่ซับน้ำตา ใช้อกผมเป็นที่กลั้นเสียงสะอื้น
สักพักใหญ่ถึงจะเงยหน้าขึ้นมามองผมตาปริบๆ
ตาที่บวมปูด ทั้งหน้า ทั้งจมูกแดงเรื่อ
ผมเลยอดไม่ได้ที่จะส่งยิ้มปลอบโยนไปให้
“ไม่ร้องแล้วนะครับ”
ตอนนั้นผมถามด้วยสำเนียงเกาหลีแปร่งๆ
เจ้าเด็กตัวที่สูงแค่อกผม สูดจมูกยาวก่อนพยักหน้าหงึกหงัก
อูยองไม่พูดอะไร แต่ตาเรียวที่ถึงแม้จะบวมเบ่งจนแทบจะปิดตาดำมิด
แต่ผมก็ยังเห็นว่าตาเล็กนั้นสะท้อนความขอบคุณและซาบซึ้งใจ
ผมเลยอดหัวเราะไม่ได้ ปากเล็กบางแย้มยิ้มตามทันที
ไปๆมาๆเลยกลายเป็นผมที่ต้องเป็นคนคอยปลอบทุกครั้ง
ที่เจ้าเด็กคนนี้ร้องไห้ คอยฟังทุกเรื่องราวทั้งสุข ทั้งเศร้า
ที่เด็กคนนี้มาเล่าให้ฟังแทบทุกวัน
แต่ก็เป็นหน้าที่ที่ผมยินดี
เพราะอูยองเหมาะกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
มากกว่าใบหน้าเปื้อนน้ำตา
ความสดใสมีชีวิต ชีวา ดูเข้ากับน้องมากกว่าใบหน้าเศร้าหมอง
ตอนนี้อูยองร้องไห้น้อยลงจนผมเริ่มเบาใจ
และยังมีความคิดที่จะทำอะไรนอกเหนือจากคำสั่งของบริษัทเองด้วย
อย่างเล่นกล้ามนี้ก็เหมือนกัน บริษัทไม่ได้บังคับให้น้องต้องทำ
แต่ไม่รู้ทำไมอูยองถึงคิดที่จะเล่นก็ไม่รู้
ผมเคยถามคำถามนี้กับคนที่กำลังขมักเขม้นยกดรัมเบล
ตอนที่เราไปฟิตเนสด้วยก้น
เจ้าเด็กน้อยไม่ตอบทันที แต่ตาเรียวเป็นประกายวาววับ
ก่อนที่จะวางดรัมเบลในมือลง หลังจากก็ก้มหน้านิ่งไปนาน
จนผมคิดว่าอูยองคงจะไม่ตอบแล้ว
ปากเล็กบางจึงอุบอิบ งึมงำอะไรสักอย่าง ที่ผมไม่ได้ยิน
พอผมบอกให้พูดใหม่ ก็กลับเงยหน้าที่แดงก่ำ มาค้อนผมตะหลับตะเหลือก
บอกว่าไม่พูดแล้ว ก่อนที่จะหันกลับไปยกดรัมเบลเอาเป็นเอาตายเหมือนเดิม
แต่อะไรหรือใครก็ตามที่ทำให้น้องผมตั้งใจทำอะไร ผมก็ขอขอบคุณแล้วกัน
เจ้าเด็กน้อยขี้แย ที่แต่ก่อนเวลาจะเสนอความคิดเห็น
ของตัวเองให้คนอื่นฟัง ก็มักจะบอกผ่านผม
แต่ตอนนี้เริ่มเติบโตเป็นชายหนุ่มที่มุ่งมั่น
ตั้งใจทำอะไรบางอย่างเพื่อตัวเอง หรือจะเพื่อใครก็ตาม
มันทำให้ผมต้องยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ
ที่ได้ป็นส่วนหนึ่งในการประคับประคอง
ให้อูยองก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ และสง่างาม
“อืมม”
อูยองทำเสียงอืออา คงจะรำคาญนิ้วผม
ที่ยังคงไล้เล่นอยู่บนแก้มเนียนเปล่ง
ผมจึงหยิกไปที่แก้มอิ่มเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยวส่งท้าย
ก่อนที่จะลุกขึ้นยืน
“พี่คุณ”
อ้าว...นี่ผมกวนจนน้องจนตื่นเลยหรือเนี่ย
แต่พอผมหันกลับไปมอง
ก็เห็นเพียงคนที่ยังคงนอนหลับสนิทเหมือนเดิม
สงสัยอูยองคงจะละเมอ
ผมเลยรีบเดินไปใส่เสื้อผ้า เพื่อที่จะได้พักผ่อนบ้าง
“Good Night Lovely Bro.”
ผมพูดเบาๆก่อนที่จะปิดไฟ พร้อมที่จะเข้าสู่ห้วงนิทราตามน้องรักไปอีกคน
บทส่งท้าย
It's very impressed.
ตอบลบ