หน้าเว็บ

nichkhun

nichkhun
You are my sunshine

วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

Fic TaecKhun : SF - Dance2night

Warning : ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมาเท่านั้นโปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน



นิชคุณไม่อยากลืมตาตื่นขึ้นมาหรอกนะ แต่เพราะรำคาญไอ้เสียงตึกตัก ที่
ดังอยู่ข้างหู มันดังลั่นจนทำให้เสะเทือนไปถึงศรีษะจนปวดตุบๆ แถม
ร่างกายยังรู้สึกหนักอึ้ง ขยับตัวไม่ได้  เขาพยายามฝืนลืมตาขึ้นมา แสง
สว่างที่สาดกระจายทั่วห้องแยงเข้ามาในตาทำให้ต้องหยีตาโดยไม่รู้ตัว
 ต้องใช้เวลาสักพักกว่าดวงตาอันพร่ามัวจะมองเห็นภาพได้ชัดเจน  แต่
ภาพที่เห็นทำให้เขางุนงง ใบหน้าคมเข้ม จมูกโด่งเป็นสันตรง ริมฝีปาก
ได้รูป เปลือกตาปิดสนิท ผมด้านหน้าที่ค่อนข้างยาวตกลงมาปรก
หน้าผากกว้าง
 
สมองอันชาญฉลาดของนิชคุณกำลังประมวลผลภาพที่เห็นตรงหน้า  
เขารู้ว่าไอ้คนที่เขากำลังจ้องมองอยู่มันเคือแทคยอนเพื่อนสนิทของเขา
แต่ที่เขาไม่เข้าใจคือทำไมหน้าของมันอยู่ใกล้เขาขนาดนี้
 
ขณะที่เขาพยายามคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น ดวงตาที่ปิดสนิทของคนที่เขา
กำลังจ้องมองอยู่ก็ลืมขึ้น ดวงตากลมโต ประสานกับ ดวงตาคมสีดำที่ยัง
สะท้อนความง่วงงุน ดวงตาสองคู่จ้องกันอยู่สักพัก ก่อนที่แทคยอนจะ
เป็นคนทำลายความเงียบที่น่ามึนงงนั้นเอง
 
“Morning Khun”
 
 เสียงห้าวต่ำแหบนิดๆที่งัวเงียทักทาย ทำให้นิชคุณตอบกลับโดย
อัตโนมัติ
 
“Good Morning Taec”
 
เสียงแทคยอนว่าแหบแล้ว แต่เสียงนิชคุณที่เคยทุ้มนุ่ม กลับแหบแห้งยิ่ง
กว่า ทำไมเสียงเขาแหบอย่างนี้ล่ะและไอ้เสียงตึกตักที่ข้างหู ทำให้นิช
คุณรำคาญขึ้นมาอีก มันเสียงอะไรกันวะเนี่ย
 
“ทำไมนายมานอนอยู่บนอกฉันวะคุณ”
 
“หา !!!”
 
ประโยคคำถามของแทคยอนทำให้นิชคุณต้องขมวดคิ้ว สมองที่เฉื่อยชา
กว่าปกติพยายามทำความเข้าใจกับคำถามนั้น
 
นอนอยู่บนอก  นอนอยู่บนอก  
 
แล้วสติสตัง ที่เริ่มจะเข้ารูปเข้ารอย ก็ทำให้นิชคุณเข้าใจสถานการณ์
ตอนนี้ว่าเขากำลังนอนเอาหน้าซบอยู่บนอกกว้างของเจ้าเพื่อนสนิทตัวดี
และไอ้เสียงตึกตักน่ารำคาญที่ได้ยินก็คือเสียงหัวใจของแทคยอนนั้นเอง
 
“แล้วเมื่อไหร่นายจะลุกซะที” คำถามแรกยังไม่ได้รับคำตอบ คำถามที่
สองที่ตามมาเลยทำให้นิชคุณตอบไปตามความรู้สึก ณ ขณะนั้น
 
“ฉันขยับตัวไม่ได้”
 
“หา!!!”
 
คราวนี้เป็นฝ่ายแทคยอนที่ไม่เข้าใจ
“มันหนักไปหมดทั้งตัวเลยอ้ะ ปวดเอว ปวดหลัง ปวดขา ขยับไม่ได้เลย
ฉันเป็นอะไรวะแทค”
 
นิชคุณที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ทำให้แทคยอนค่อยๆยืดคอ
ไปดูร่างของคนที่นอนทับอกเขาและสิ่งที่เห็นทำให้ต้องถอนใจยาวออกมา
 นิชคุณนอนคว่ำหน้าโดยที่ลำตัวช่วงบนพาดอยู่บนอกแทคยอน
หน้าขาวเล็กเอียงซบแนบสนิทอยู่บนอก มือขาวสองข้างโอบรอบลำตัว
เขา  ส่วนช่วงล่างพาดไปตามความกว้างของเตียง   บนเอวของนิชคุณมี
หัวโตๆของชานซองที่หลับสนิททับอยู่ ส่วนขายาวเล็กทั้งสองข้าง
ด้านล่างก็เป็นหมอนให้จุนซูที่ก็หลับไม่รู้เรื่องรู้ราวหนุนหมือน
กัน เห็นสภาพนี้แล้วมันคงจะขยับตัวได้หรอก
 
ตอนนี้พวกเรา 2PM อยู่ที่สิงคโปร์  หลังจากเล่นคอนเสิรท์เสร็จ แท
คยอน ชานซอง จุนซู และนิชคุณ ก็ไปเที่ยวผับกันต่อ อาจเป็นเพราะ
ตารางงานที่แน่นเอี๊ยดจนแทบไม่มีเวลาขยับตัวไปไหน ทำให้เมื่อมี
โอกาส พวกเขาเลยตักตวงความสนุกกันเต็มที่ ทั้งกิน ทั้งดื่ม ทั้งเต้น กัน
อย่างสนุกสนาน กว่าที่พี่ผู้จักการจะจับพวกเขาที่เมาแอ๋กันทั้งหมดลาก
ขึ้นรถตู้เพื่อกลับโรงแรมก็เข้าเช้าวันใหม่  แต่พวกเขามาอยู่ในสภาพนี้
ได้ยังไงอันนี้ แทคยอนก็คงให้คำตอบไม่ได้ เลยได้แต่มองเจ้าเพื่อนซี้
หน้าขาว ที่หน้ายังดูมึนๆงงๆ ตากลมโตยังเหมือนฉ่ำเยิ้ม ท่าทางที่
เหมือนยังไม่สร่าง ทำให้แทคยอนอดอมยิ้มไม่ได้  คิ้วหนาบนใบหน้า
หวานเลิกสูง ดวงตาคู่สวยเหมือนจะถาม ขำบ้าอะไรของแก
 
“คุณ นายยังแฮงค์อยู่ใช่มั้ย “
 
“หืม”
 
“นายถึงไม่รู้ว่าไอ้ที่นายขยับตัวไม่ได้เพราะ จุนซู กับ ชานซอง มันนอน
ทับนายอยู่นะสิ “
 
“เหอ”
 
 นิชคุณทำหน้าเหรอหรา พยายามใช้สองแขนดันตัวเองขึ้น แต่ทั้ง
หลัง ทั้งขาที่หนักอึ้ง และอยู่ดีๆแขนก็อ่อนแรงทำให้ต้องทิ้งหน้าลงไป
กระแทกอกคนที่อยู่ใต้ร่างอย่างแรง
 
“โอ๊ยยย” เสียงที่ประสานกันลั่นทั้งสองเสียงดังก้องไปทั่วห้องแต่ก็ไม่
สามารถปลุกคนที่หลับอยู่อีกสองคนให้ตื่น
 
แทคยอนที่โดนนิชคุณใช้คางกระแทกอกกว้างจนจุก ส่วนนิชคุณก็เจ็บ
คางจนต้องโอดโอยพร้อมกัน
 
“โหย ไอ้คุณ เอาคางกระแทกมาได้นะ เล่นเอาจุกเลย”
 
“ฉันก็เจ็บคางเหมือนกันแหละ ทำไมอกนายมันแข็งอย่างนี้วะ”
 
“อกผู้ชายนี้หว่า จะให้นุ่มนิ่ม หมือนอกผู้หญิง ที่นายเคยหนุนหรืองัย
วะ”
 
เสียงยั่วเย้าติดเรท ทำให้หน้าขาวๆซับสีเลือดขึ้นมาทันที
 
“ไอ้นี้ทะลึ่งแล้ว ฉันเคยไปหนุนอกผู้หญิงตอนไหนวะ เลิกพูดจาไร้
สาระได้แล้ว ช่วยฉันคิดหาวิธีปลุกเจ้าสองตัว ก่อนที่เอวกับขาฉันจะหัก
เลย”
 
“โอ๊ย ปลุกไอ้สองคนเนี่ยนะ จุนซู กับ ชานซอง ถ้าหลับแล้วปลุกยากจะ
ตาย แถมเมาหลับอย่างนี้อีก ต้องรอให้พวกมันตื่นเองนะแหละ”
 
“เฮ้ย จะบ้าเหรอ แล้วฉันต้องนอนซบอกนายอย่างนี้จนกว่าพวกมันจะ
ตื่นเนี่ยนะ” นิชคุณโวยวาย
 
“มันจะทำไงได้วะ นายทับฉันอยู่อย่างนี้ ฉันก็ขยับไม่ได้เหมือนกัน แล้ว
ตอนนี้มันกี่โมงแล้ววะเนี่ย”แทคยอนถึงจะโดนทับไปครึ่งตัวแต่ก็ไม่
รู้สึกอึดอัดอะไรมากมาย มีแต่ความง่วงงุนที่ยังคงมีอยู่จนอยากจะหลับ
อีกสักรอบมากกว่า
 
 “แปดโมง เฮ้ย เราต้องขึ้นเครื่องตอน 10 โมงไม่ใช่เหรอวะ”นิชคุณ
ที่เหลือบมองเวลาที่นาฬิกาสีแดงสดที่อยู่บนข้อมือขาว แล้วต้องตกใจ
 
“พี่ผู้จัดการเลื่อนไฟท์แล้ว เมื่อคืนพี่เขาเห็นสภาพพวกเราคงรู้ว่าไป
ไฟท์เช้าไม่ไหวแน่ เลยเลื่อนเป็นไฟท์บ่าย”
 
นิชคุณพอได้ฟังค่อยโล่งใจ
 
“โอ๊ย ปวดคอ” ท่าที่ต้องเกร็งคอขึ้นมาคุย ทำให้ต้นคอปวดไปหมด
 
“แล้วจะชูคอขึ้นมาทำไมวะ”
 
“แล้วจะให้ฉันนอนซบลงไปบนอกคุยกับนายเนี่ยนะ”
 
“ก็นอนมาทั้งคืนแล้ว ถ้านอนต่อมันจะเป็นไรไป”
 
เออจริง นิชคุณจึงค่อยเอียงหน้าซบลงไป เสียงตึกตักที่ได้ยิน พอฟังไป
มันก็เป็นจังหวะสม่ำเสมอ จนน่าง่วงนอน เลยเผลอหาวออกมาหวอด
ใหญ่
 
“นอนต่ออีกสักพักดีกว่ามั้ง สายๆหน่อยชานซองกับจุนซูคงตื่นพอดี”
แทคยอนรีบเสนอ
 
“เอางั้นเหรอ แล้วนายหนักหรือเปล่าเนี่ย แต่ถึงจะหนักก็ช่วยไม่ได้
หรอกนะ” คนที่หลับตาพริ้มเห็นเพียงขนตายาวที่ทาบทับแก้มเนียน
ปากแดงๆงึมงำ
 
“ฉันก็หนักมาทั้งคืนแล้ว หนักอีกซัก 2-3 ชั่วโมงคงไม่ตายหรอก” เสียง
ห้าวตอบเบาๆ แล้วค่อยๆปิดเปลือกตาลงบ้าง
 
 “อืมมม ปวดเอว ปวดขาจัง  ถ้าเจ้าสองคนตื่นได้โดนดีแน่” เสียงที่ลาก
ยาว พร้อมเสียงบ่นคาดโทษนั้นเป็นประโยคสุดท้ายที่แทคยอนได้ยิน
ก่อนที่จะทั้งสองจะพากันหลับสนิทอีกครั้ง
 
 
 
 
ร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่แถวเคาน์เตอร์น้ำหอมแบรนด์ดัง ภายใน Duty Free
ของสนามบินประเทศสิงคโปร์ แต่งกายเด้วยสื้อผ้าเรียบง่าย เสื้อ
ยืดสีอ่อน พอดีตัวที่แนบอกกว้างบึกบึน กางเกง 5 ส่วน สีขาวครีมเน้นขา
เพรียวยาว สะพายเป้สีแดงสดอยู่ที่หลัง ถึงแม้ ศรีษะเล็กจะมีหมวกสี
แดงปกปิดผมสีน้ำตาลเข้มเกือบหมด แต่ยังพอเห็นผม ข้างหน้าที่ตัด
ค่อนข้างสั้น ทำให้ดวงหน้าเรียวเล็กขาวจัดดูอ่อนกว่าวัย จมูกโด่งเรียว
ริมฝีปากอิ่มสีสด แต่น่าเสียดายที่ดวงตากลมโตคู่สวยที่เป็นจุดเด่นที่สุด
บนใบหน้ากลับถูกบดบังด้วยแว่นตาสีดำอันโต การแต่งกายที่ดูอ่อน
เยาว์เหมือนเด็กนักเรียน กับหน้าตา รูปร่างที่โดดเด่น ทำให้ผู้คนที่เดิน
ผ่านไปมา รวมทั้งพนักงานแถวนั้นต้องหันมาเมียงมอง
 
ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น ขณะยืนทดสอบกลิ่นน้ำหอมแต่ละกลิ่นโดยไม่
สนใจว่าตอนนี้ตนเองได้ตกเป้าสายตาของใครหลายคน มือขาวเรียว
หยิบกระดาษน้ำหอมที่มีไว้ให้ลูกค้าทดสอบว่าชอบกลิ่นไหน ขึ้นมาที
ละแผ่นพลางใช้จมูกโด่งสวยสูดกลิ่นหอม แต่ท่าทางที่ตัดสินใจไม่ได้
สักที  ทำให้คิ้วเข้มยิ่งขมวดใหญ่ 
 
สักพักชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ผิวเข้ม ตาคม จมูกโด่ง ผมดำ ก็เดินมา
สมทบ คนตัวโตใส่ เสื้อยืดสีเทาที่แนบสนิทไปกับร่างกายกำยำช่วงบน
เน้นให้เห็น หน้าอกแกร่ง ไหล่กว้าง ต้นแขนล่ำ  ขาใหญ่อยู่ในกางเกงขา
ยาวสีดำสนิท  แต่ที่ทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมานอกจากประทับใจใน
หน้าตาที่ดูดี แล้ว สิ่งที่ทำให้เป็นจุดสนใจยิ่งกว่านั้นก็คือกระเป๋าเป้ที่อยู่
บนแผ่นหลังกว้างทำไมถึงมีตุ๊กตาแมวสีเขียวหน้าตาประหลาดโผล่หน้า
ออกจากกระเป๋ามาทักทายผู้คน
 
คนที่ดูมาดแมนสมชายแต่ดันมีตุ๊กตาตัวใหญ่ห้อยติดตัวมาด้วย
และยิ่งมาอยู่ใกล้กับคนหน้าหวาน สูงโปร่ง ผิวขาวจัดที่ตัดกับเป๋สีแดง
แปร๊ด ทำให้ทั้งสองยิ่งเป็นที่จับตามอง ท่าทีที่สนิทสนมของทั้งคู่ทำให้
พอเดาได้ว่าเป็นมากกว่าคนรู้จัก
 
พนักงานขายหญิงอดไม่ได้ที่จะสนใจลูกค้าหน้าตาดีสองคนตรงหน้า  
จึงขอเสียมารยาท ขยับตัวไปใกล้แสร้งทำท่าเหมือนกำลังจัดสินค้า
รักษาระยะห่างพอไม่ให้น่าเกลียด แต่ก็ไม่ไกลเกินจนไม่ได้ยินบท
สนทนาของทั้งคู่
 
“ซื้อน้ำหอมหรือคุณ”
ภาษาอังกฤษห้าวทุ้มมาจากคนที่พนักงานสาวขอรียกในใจว่า
พ่อหนุ่มโกโก้ตามสีผิวที่เข้มกว่าหนุ่มผิวขาวผ่อง หน้าหวานเหมือนไอ
ติมวนิลา
 
 “อืม ฉันอยากลองเปลี่ยนกลิ่นดูบ้าง นายว่ากลิ่นนี้หอมไหม”
หนุ่มวนิลาตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษเหมือนกัน พลางยื่นกระดาษ
น้ำหอม ส่งให้เพื่อนที่ใช้จมูกโด่งก้มลงสูดกลิ่น
 
“แรงไป”
 
“เหรอ งั้นอันนี้ละ”
 
“อ่อนไป”
 
“ฉุนอ้ะ”
 
“อันนี้ไม่หอม”
 
“กลิ่นหวานไป”
 
กลิ่นจากกระดาษน้ำหอมกี่อันก็ไม่เป็นที่พอใจของคนทำหน้าที่
ทดสอบกลิ่น  จนคนอยากได้น้ำหอมขวดใหม่ชักจะหงุดหงิด
 
“กลิ่นนั้นก็ไม่หอม กลิ่นนี้ก็ไม่ดี แล้วฉันจะได้น้ำหอมใหม่ไม่เนี่ย”
พ่อวนิลาบ่นงึม แล้วคนที่ลอบสังเกตการณ์ก็แทบจะกรี๊ดสนั่นให้ดังลั่น
สนามบิน เมื่อคนตัวสูงกว่าก้มหน้าลงมาจนชิดซอกคอขาวของคน
ตรงหน้า พลางสูดกลิ่นเข้าไปลึกเต็มปอด
 
“ฉันว่ากลิ่นที่นายใช่อยู่ตอนนี้นะหอมแล้ว”
 
คนที่โดนหอมซอกคอ ชะงักไปนิดนึง แต่ใบหน้าเรียบเฉยไม่มีปฏิกริยา
ใด เหมือนกับคุ้นชินกับการที่คนหน้าเข้มทำอย่างนั้น แต่ถ้าสังเกตให้ดี
จะพบว่าหูเล็กๆ ทั้ง 2 ข้างตอนนี้แดงก่ำ
 
 “เหรอ งั้นเอากลิ่นเดิมเนอะ”
 
ลูกค้าหน้าหวานมองซ้ายมองขวา ก่อนที่จะแห็นพนักงานขายยืน
ทำตาโตอยู่ใกล้ ๆ
 
“ขอโทษครับ  ผมขอขวดนี้ครับ”
 
“อะ เอ่อ ได้ ได้ค่ะ” หลังจากตั้งสติได้ พนักงานสาว รีบกลับมาทำ
หน้าที่ตัวเอง ยื่นมือไปรับขวดน้ำหอมพร้อมบัตรเครดิตสีทองในมือขาว
แต่ไม่วายที่จะเมียงมองพ่อหนุ่มรูปหล่อทั้งคู่ต่อ  
 
หนุ่มวนิลลา ใบหน้าเหมือนดูเหนื่อยๆ ทำให้พ่อหนุ่มผิวโกโก้ รีบขยับ
ร่างเข้าไปซ้อนอยู่ข้างหลัง มือหนึ่งแตะที่บ่าคนข้างหน้าพลางบีบเบาๆ
 
 “หน้านายซีดจัง ไหวไหมคุณ”เสียงห้าวไม่ซ่อนเร้นความห่วงใย
 
“ไหวแทค”แต่ร่างสูงโปร่งกลับทำตรงกันข้ามกับคำตอบ โดยยืนให้ร่าง
โปร่งเพรียวแนบไปกับร่างสูงใหญ่ แล้วใช้ศรีษะเล็กๆพิงไปที่อกกว้าง
ของคนที่ยืนซ้อนหลังอยู่
 
“แต่เหนื่อยอ้ะ”ปากแดงจัดบ่น พลางถอนใจยาว
 
เหนื่อย ?????
 
“ก็เราไม่ได้ทำอย่างนี้มานานแล้วนี่” พ่อโกโก้กระซิบตอบที่ข้างหู เล็ก
ขาว
 
ทะ... ทำ อะไร แล้วทำไมต้องกระซิบข้างหูด้วยค้า 
 
“นั้นสิ คราวหน้าไม่ต่อยันเช้าแล้วนะ ทั้งเหนื่อย ทั้งเมื่อยไปหมด”
 
ยันเช้า!!!!!
 
“ที่เมื่อยก็เพราะนายโดนทับมากกว่า  แต่เมื่อคืนมันก็สนุกไม่ใช่เหรอ”
 
โดนทับ !!!!??????? OMG
 
“อืม สนุก แต่ ปวดเอว ปวดขา จังแทค”
 
เสียงอ้อนที่นานๆครั้งจะออกจากปากคนที่ยืนพิงเขาอยู่ ทำให้คนตาคม
อดอมยิ้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้ เลยรีบใช้มือใหญ่นวดไปที่ช่วงเอวคนที่
พิงอกตัวเองอยู่อย่างเอาใจ
 
ประโยคสนทนาที่ได้ยินทำให้พนักงานสาวมือไม้สั่นจิ้มเครื่องคิดเงิน
ผิดๆถูกๆ หน้าแดงแจ๊ด จินตนาการบรรเจิด ทำอะไรกันยันเช้า ที่ทำให้
ทั้งเหนื่อย ทั้งเมื่อย ปวดเอว ปวดขา แถมมีโดนทับอีกกรี๊ดดดดดดดด
แล้วดูยืนพิงซ้อนหลังกัน น่ารักอะ น่ารักเวอร์ ไม่ใช่แค่เพื่อนกันแน่ ๆ
เพื่อนที่ไหนเขาจะยืนพิงกันอย่างนี้ นวดเอวให้กันอย่างนั้น แอร๊ยยยย
 
“เอ่อ น้ำหอมผมได้หรือยังครับ”
นิชคุณถามพนักงานขาย ที่ยืนถือถุงใส่น้ำหอม ตาลอย หน้าแดง
ก่ำอยู่ตรงเครื่องคิดเงิน
 
“อุ๊ย ได้แล้วคะ ขอบคุณที่อุดหนุนค่ะ”
พนักงานสาวรีบส่งถุงสินค้าให้  แต่มือคร้ามกลับคว้าเอาไปถือแทน นิช
คุณไม่พูดอะไร แค่ยิ้มอ่อนโยน ส่งสายตาอ่อนหวานแทนคำขอบคุณ
ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินเคียงกันออกจากร้านไป
 
 
“พนักงานเขามองเราแปลกๆไงก็ไม่รู้วะแทค” เมื่อเดินออกห่างมาสัก
พักนิชคุณก็รีบพูดออกมา
 
“หืม แปลกๆยังไงเหรอ”
 
“ไม่รู้สิบอกไม่ถูก มัน เป็นประกายแปลกๆ วาวๆวับๆ เยิ้มๆอ้ะ”
 
“สงสัยเขาตะลึงกับความหล่อของฉันมั้ง”
 
“ไม่ใช่แล้ว เพราะความหล่อ ของฉันมากกว่า”
 
“ของฉัน”
 
“ของฉัน”
 
ไม่ต้องเถียงกันหรอกค่า ที่เป็นอย่างนั้นเพราะความหล่อกับบทสนทนา 
ที่ชวนให้จั๊กจี้ของพวกคุณทั้งคู่นั้นแหละจ้า 


3 ความคิดเห็น:

  1. ^[]^)/ โย่!!! จะกลับมาไล่อ่านใหม่ให้หมดเลยยยยย Lets Go!!!

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ27 กรกฎาคม 2557 เวลา 06:05

    แต่งได้ดีมากๆๆคะขอบคุณนะคะ

    ตอบลบ