Warning : ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมาเท่านั้นโปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน
Listen to my heartbeat
“แทค ไปเที่ยวกัน” นิชคุณเอ่ย ชวน เพื่อนสนิทที่นอนหงายอยู่บนเตียงชั้นล่าง ห้องทั้งห้องมืดสนิทมีเพียงแสงสว่างจางๆของ Net Bookสีขาวที่พาดอยู่กลางอกกว้าง ส่องให้ความสว่างเท่านั้น
“ไม่” คนบนเตียงตอบโดยไม่เงยหน้ามองคนถาม ยังคงเล่นคอมพิวเตอร์ท่าแปลกประหลาดต่อ สายตาจับจ้องอยู่แต่กับหน้าจอตรงหน้า ส่วนมือก็พิมพ์ง่วนอยู่บนคีย์บอร์ด
“ทำไม” คนชวน ถามกลับเสียงขุ่น
“ขี้เกียจ” คนตัวใหญ่กว่าตอบไม่รักษาน้ำใจ
“แทคยอนอา~ ~ ไปเที่ยวกันนะ” เมื่อไม้แข็งไม่ได้ผล คนที่ยืนอยู่เลยเปลี่ยนวีธี มาใช้ไม้อ่อนแทน เสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยชวน มือเรียวที่ดึงแขนใหญ่ข้างที่อยู่ใกล้ ทำให้แทคยอนต้องเงยหน้ามามองคนชวนจนได้ แล้วก็ต้องนึกประหลาดใจทุกที ที่เห็น นิชคุณยืนอยู่ในความมืดแต่ทำไมถึงเหมือนมีแสงเรืองๆออกจากผิวบางขาวใส มันกินโอโม่เป็นอาหารหรืองัยวะ
“ไม่” แทคยอนย้ำคำตอบเดิม
“แทคยอนอา นะ นะ ไปเหอะนะ”
“ไม่”
“โอ๊ยยยยย พวกแกจะไป ไม่ไป ไปตกลงกันข้างนอกเลยไป๊ ฉันจะนอน” เสียงนักร้องนำตวาดมาจากชั้นสองของเตียง ทำให้ทั้งนิชคุณ และ แทคยอน สะดุ้งเฮือก เผ่นออกมาจากห้องแทบไม่ทัน
“อะไรวะ ไอ้คุณ บอกไม่ไปๆ ขี้เกียจโว้ย แล้วนี่มันกี่โมง กี่ยาม ทำไมแกไม่หลับ ไม่นอนวะ”แทคยอนโวยวายทันที่ ที่หนีมาตั้งหลักกันที่ห้องของนิชคุณ พลางเสยผมดกหนาสีดำสนิทอย่างหงุดหงิด แถมมัวแต่ตกใจเสียงจุนซู เลยลืม Net Book ไว้บนเตียงอีก
“ก็ฉันดันเผลอหลับไปตอน 2 ทุ่ม แล้วพอตอนนี้มันตื่น แล้วมันนอนไม่หลับอีกอะ ไปเหอะนะ แทคนะ ตอนนี้เพิ่ง 5 ทุ่มเอง ไปแป๊บเดียวก็ได้” มือขาวเขย่าแขนแกร่ง
“ไปแป๊บเดียว จะไปทำไม”เสียงห้าวสวนกลับ
“งั้นไปนานๆ ก็ได้ ยังไงพรุ่งนี้ช่วงเช้าก็ไม่มีงาน ตื่นสายๆก็ได้ นะ นะ” นิชคุณ อ้อนเสียงหวานอย่างที่นานๆจะทำที
“เฮ้อ” แทคยอนถอนหายใจยาว นิชคุณรู้วิธีที่จะทำให้ตัวเองได้สิ่งที่ต้องการจริงๆ แถมท่างทางจะมั่นใจมากว่าเขาต้องไปด้วย เพราะเจ้าชายไทยแต่งตัวเตรียมไปข้างนอกเต็มที่ คนตัวขาวใส่ เสื้อมีฮู๊ดแขนยาวสีแดงตัวโปรด ทับกางเกงยีนส์สีเข้ม สวมแว่นตา สวมหมวกบังใหน้าหวานเรียบร้อย
นิชคุณพอได้ยินเสียงถอนหายใจยาวของเพื่อนสนิท ก็รู้แล้วว่ายกนี้ตนชนะ รีบลากข้อมือใหญ่ออกไปจากห้อง โดยคนตัวสูงกว่าไม่จำเป็นแต่งตัวใหม่ เนื่องจากแทคยอนยังอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวพอดีตัว กางเกงยีนส์สีดำ เหมือนตอนที่กลับมาจากข้างนอก แค่คว้าหมวกสีเข้มในห้องตัวเองมาให้ใส่เพื่อบังใบหน้าคม ไม่ให้เป็นที่สังเกตมากนัก ก็เรียบร้อย Let’s Go
“แล้วนายจะไปไหน” แทคยอนถามขณะที่ยืนรอ Taxi ที่หน้าหอพัก
“คลับแถวคังนัม” นิชคุณตอบ
“ไปคลับอีกแล้วเหรอ”
“แล้วนายอยากไปไหน”นิชคุณถามโดยไม่หันมามอง มือก็โบก Taxi ที่เห็นในระยะสายตาคันใกล้สุด
“ไม่รู้เหมือนกันวะ เออ คลับ ก็ คลับ” แทคยอนตอบ พลางก้าวขาขึ้นรถหลังจากที่จอดสนิทแทบเท้า โดยมีนิชคุณกล่าวตามหลังมาติดๆ
หลังจากบอกจุดหมายปลายทางกับคนขับเรียบร้อย คนร่างสูงก็หันมาเล่นเกมส์ในมือถือ ไม่สนใจคนข้างกาย ปล่อยให้คนชวนไปเที่ยว เหลียวซ้ายแลขวา ดูวิว 2 ข้างทาง พอเริ่มเบื่อเลยถอดหมวกมาหมุนเล่นพร้อมกับชะโงกหน้ามาสนใจกับมือถือของคนข้างตัว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆที่โชยมาแตะจมูก ปนกับกลิ่นแชมพูจางๆจากกลุ่มผมนุ่ม ทำให้คนหน้าเข้มเผลอสูดลมหายใจเข้าลึก พอรู้สึกตัวก็รีบผลักศรีษะ ที่ปกคลุมด้วยผมสีน้ำตาลทอง ให้พ้นจากตัว คนที่โดนผลักศรีษะ เงยหน้ามองตาขุ่น แต่พอดีถึงจุดหมาย จึงจ่ายค่าโดยสารแล้วรีบลงจากรถ แต่คลับที่ต้องการไปต้องเดินอีกหน่อย แต่ไม่มีปัญหาเพราะทั้ง 2 คนอยากเดินยืดแข้ง ยืดขา อยู่แล้ว
ทั้ง 2 หนุ่มไม่รีบเร่ง เดินทอดน่อง ดูบรรยากาศโดยรอบที่สว่างไสวทั้งที่ เวลาก็ย่างเข้าวันใหม่แล้ว ผู้คนที่ยังพลุกผล่าน มีทั้งกำลังจะไปสถานบันเทิงเหมือนกับพวกเขา บางคนก็เดินสวนทางเพื่อจะกลับที่พัก หรือจะไปต่อที่อื่น
แทคยอนเดินด้านที่ติดถนน ให้นิชคุณเดินอยู่ริมด้านใน ขณะนิชคุณมองดูรถที่วิ่งกันขวักไขว่ ก็เหมือนมีใครเดินมาชนไหล่ จึงหลุดปากงึมงำ ขอโทษ ไปโดยอัตโนมัติ แต่ก็ต้องชะงักเพราะมีมือมาบีบต้นแขนรั้งให้ต้องหยุดเดิน
“เฮ้ย หาเรื่องหรืองัยวะ” นิชคุณเหลือบตามองคนที่จับแขนตนอยู่อย่างงงๆใบหน้าหยาบใหญ่ที่แดงก่ำ มาพร้อมกับร่างที่ยืนโงนเงน ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอลล์
แทคยอนเมื่อเห็นนิชคุณหยุดชะงัก พอมองไปเห็นมือใหญ่ที่บีบแขนคนหน้าหวานอยู่ ก็ขมวดคิ้ว จะก้าวเท้าเข้ามาหา แต่นิชคุณส่ายศรีษะห้าม
“ขอโทษครับ” เพราะไม่อยากมีเรื่องจึงกล่าวขอโทษไปอีกครั้ง ทั้งที่ยังไม่เข้าใจว่าตัวเองไปมีเรื่องอะไรกับคนตรงหน้า
“เฮ้ย ทำไมพูดเสียงแปร่งๆวะ คนเกาหลีเปล่าเนี่ย ขอดูหน้าหน่อยดิ” มือหยาบอีกข้างกระชากหมวกของคนหน้าหวานออกทันที ผมสีน้ำตาลทองยาวสลวยตกมาปิดหน้า แม้มีแว่นตา แต่ไม่สามารถบดบังใบหน้าได้หมด นิชคุณรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทางเพื่อซ่อนใบหน้าทันที
แทคยอนรีบมากระชากข้อมือใหญ่ออกจากต้นแขนของนิชคุณ และดึงหมวกที่อยู่ในมือคนหาเรื่องมาสวมให้เจ้าของหมวกเหมือนเดิม
“พี่ครับ พอแค่นี้เหอะครับ น้องเขาก็ขอโทษไปแล้ว” ประโยคที่กล่าวสุภาพ ราบเรียบแต่เสียงที่แข็ง ไม่อ่อนข้อ ทำให้คนฟังมองหน้าคนตัวใหญ่ที่ถึงปีกหมวกจะบดบังใบหน้าคร้ามคม แต่ก็รู้ว่าเป็นคนที่ไม่ยอมให้ใครมาหาเรื่องโดยที่ตัวเองไม่โต้ตอบแน่
“เฮ้ย มีปัญหาอะไรกันวะ” เสียงวัยรุ่นกลุ่มใหญ่ ที่ท่าทางเอาเรื่องไม่ต่างกับคนที่ยืนโงนเงนตรงหน้า เดินมาสมทบ
“ไอ้เสื้อแดงมันจงใจมาเดินชนข้าวะ แถมไม่ขอโทษอีก”เมื่อเห็นพวกของตัวเองมา เจ้าคนหาเรื่องเลยได้ใจ
“ 1 2 3 4 5 6 คน”แทคยอน นับจำนวนคนที่มาสมทบในใจ พลางใจหายวาบ พวกนั้นเยอะกว่าเขาเกือบ 4 เท่า ถ้าเขาไม่เป็นศิลปิน คงไม่สนใจเท่าไหร่ คงลุยกันไปข้าง แต่ที่สำคัญเขาห่วงคนหน้าหวานมากกว่า เพราะนิชคุณ ถ้าเกิดมีเรื่องอื้อฉาวขึ้นมา คงได้ลงข่าวหน้าหนึ่งแบบไม่ต้องสงสัย ซึ่งเรื่องอย่างนั้นเขาไม่ยอมให้เกิดขึ้นแน่
นิชคุณมองคนกลุ่มใหญ่ที่เดินเข้ามา เหลือบตาดูแทคยอนและก็รู้ว่าคนตัวสูงคิดอะไร ถ้าเขาเป็นคนธรรมดา เขาไม่กลัวหรอกที่จะเจ็บตัว แต่ตอนนี้ขนาดให้พวกนั้นมองหน้าเขาเต็มตา เขายังทำไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นมีทางเดียวคือถอย
นิชคุณดึงหมวกให้ปิดใบหน้ามากขึ้น แทคยอนทำตาม พวกคนกลุ่มใหญ่เดินใกล้เข้ามาทุกที มือเรียวเกี่ยวกระหวัดเข้ากับมือใหญ่ข้างกาย สูดลมหายใจเข้าลึก
“ 1 2 ซ่ำ” หลังจากนิชคุณให้สัญญาน ขาเรียวยาว พร้อมกับขาใหญ่ กระโดดถีบคนที่อยู่ใกล้อย่างแรง จนไปปะทะกับพวกที่มาสมทบ ท่าทางที่โงนเงน เมื่อเจอแรงปะทะ จึงล้มระเนระนาดไปหลายคน
“วิ่ง โว้ย แทค” แล้วทั้งสองก็จับมือ วิ่งหนีกันหน้าตั้ง ถึงจะมีสายลมเย็นปะทะหน้า แต่ทั้งคู่ที่ต้องมาวิ่งมาราธอนกันตอนเกือบตีหนึ่ง อุณหภูมิในร่างกายขึ้นสูง ร้อนจนเหงื่อแตกพลั่ก เสียงตะโกนโหวกเหวกที่ตามหลังมา ทำให้ยิ่งต้องเร่งฝีเท้ามากขึ้น
แทคยอนเห็นทางข้างหน้าที่ ทางนึงเป็นทางที่ตรงไปคลับที่พวกเขากำลังจะไป เป็นเส้นทางที่คนส่วนใหญ่ไปกันเนื่องจากมีสถานที่บันเทิงอยู่เรียงรายสองข้างทาง ส่วนทางแยกที่เห็นอีกทาง ทางนี้เขาไม่คุ้นแต่ก็น่าจะเหมาะสำหรับหลบพวกที่วิ่งตามหลังมา มือใหญ่พอถึงทางแยกจึงรีบกระตุกมือเรียวให้วิ่งเลี้ยวไปทางแยกข้างหน้าอย่างแรง
“อ๊ะ ไอ้แทค”คนร่างบางกว่าอุทานเนื่องจากอยู่ดีๆถูกกระตุกข้อมือให้วิ่งเปลี่ยนทิศทาง ร่างเพรียวกว่าเซถลา หน้าเกือบคว่ำ หมวกปลิวหล่นก่อน ตามด้วยแว่นตาตกตามหลัง นิชคุณมองตามด้วยความเสียดายแว่นอันโปรด แต่เขาก็ไม่มีปัญญาก้มเก็บ ได้แต่วิ่งตาม แต่ที่จริงเรียกว่าถูกกระชากลากถูจะดีกว่าเพราะถ้าเขาไม่ตั้งหลักให้ดี คงหน้าทิ่ม หน้าคว่ำจากแรงกระชากของคนที่พาวิ่งหน้าตั้งอยู่ หมวกของคนพาวิ่งก็ท่าทางจะหล่นหายไปอีกคน เพราะตอนนี้เขาเห็นแต่ผมสีดำสนิทของแทคยอนปลิวไสว
เสียงโวยวายตามหลังเริ่มเลือนหาย แทคยอนกระตุกมือคนร่างเล็กกว่าให้เข้าไปในซอยเล็กมืด กลางซอยมีถังขยะใบใหญ่ตั้งอยู่ คนตัวใหญ่กระชากร่างเพรียวให้เข้าไปหลบที่ด้านข้างของถังขยะ ใช้แผ่นหลังของตัวเองพิงกำแพง กระชับร่างคนตัวบางกว่ามากอดไว้ไม่ให้ลำตัวโผล่พ้นถังขยะ มือแกร่งโอบรอบเอวรั้งร่างคนหน้าหวานให้มาแนบสนิทกับอกกว้าง มืออีกข้างโอบศรีษะทุยสวยซบอยู่กับบ่าแกร่ง
ร่างทั้ง 2 ที่แนบสนิทจนแทบไม่มีช่องว่าง เสียงหัวใจที่เต้นระรัวจากการวิ่ง และเสียงหอบหายใจ ประสานกัน จนไม่รู้ว่าเป็นเสียงใคร ลมหายใจอุ่นร้อนของแทคยอนเป่ารดต้นคอสวย เพราะความเหนื่อยอ่อนร่างบางจึงผ่อนร่างกายให้พิงกับร่างแกร่งทั้งตัว มือเรียวปล่อยตกข้างกาย ฟังเสียงหัวใจเต้นของคนตรงหน้าที่ประสานไปกับเสียงหัวใจของเขา จนทุกอย่างเริ่มเงียบสงบ ลมหายใจเริ่มราบเรียบ เสียงหัวใจที่เคยเต้นระรัว ค่อยเต้นช้าลงจนเข้าสู่จังหวะปกติ แต่ร่างบางยังคพิงร่างสูงไม่ขยับเขยื้อน
แทคยอนเงี่ยหูฟังเสียงจากภายนอก แต่มีแต่ความเงียบสงัด จึงค่อยผ่อนลมหายใจยาว พอเหตุการณ์น่าตื่นเต้นผ่านพ้นไป ประสาทสัมผัสเริ่มกลับมา จึงได้รู้ว่ามือข้างหนึ่งของเขายังคงโอบรอบเอวคนตัวบาง ส่วนอีกข้างยังสัมผัสอยู่กับศรีษะทุย จมูกโด่งแตะอยู่ที่กลุ่มผมนุ่ม ได้กลิ่นแชมพูหอมกรุ่น ใบหน้าหวานยังซบอยู่กับซอกคอเขา ลมหายใจแผ่วผิวสัมผัสผิวเนื้อจนขนอ่อนเริ่มลุกชัน อกที่บางกว่าแต่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ยังแนบสนิทอยู่กับอกกว้าง ต้นขาเพรียวเล็ก ยังแนบอยู่กับต้นขาใหญ่แข็งแรง
“ตึก ตัก” เสียงหัวใจที่เริ่มจะถี่รัวอีกครั้ง ทำให้แทคยอนต้องรีบดันไหล่นิชคุณออกทันที
“เป็นไงละ อยากมาเที่ยวนัก เกือบมีเรื่องแล้วไหมละ” คนร่างสูงทำเสียงดังปกปิดปฎิกริยาอื่นที่เกิดขึ้น
นิชคุณที่กำลังงุนงงว่าทำไมอยู่ดีๆ คนหน้าเข้ม ผลักเขาจนเกือบกระเด็น รีบยกมือมาปิดปากคนตรงหน้า พลางกระซิบดุเสียงเข้ม
“เฮ้ย จะแหกปากทำไมวะ เดี๋ยวพวกมันก็ยกโขยงกันมาอีกหรอก”พอพูดจบนิชคุณเหมือนจะแว่วเสียงฝีเท้าคน จึงรีบดันคนร่างสูงจนหลังกระแทกกำแพง แล้วก็แนบร่างของตนเองเข้ากับร่างสูงอีกครั้ง
“ตึก ตัก ตึก ตัก” เสียงหัวใจที่ระรัวยิ่งกว่าเดิม ทำให้แทคยอน รีบดึงมือที่ปิดปากเขาออก และดันร่างเจ้าของมือให้ออกห่างอีกครั้ง
“จะบ้าหรือได้ ดันมาได้ หลังฉันเกือบพัง แล้วพวกมันก็ไปกันหมดแล้ว ไม่ต้องหลบแล้ว” แทคยอนทำเสียงเข้มใส่ พลางเสยผมดกหนา จึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าหมวกที่สวมอยู่หายไปรวมทั้งของคนที่ยืนทำหน้าหงิกอยู่ตรงหน้าด้วย
สำหรับเขามันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เพราะผมสั้นดำสนิทและใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอาง ถึงใบหน้าจะคมเข้ม และความสูงที่ค่อนข้างโดดเด่น แต่ยังไงก็ค่อนข้างกลมกลืนกับคนเกาหลีทั่วไป แต่คนตรงหน้าเขานี้สิ ผมสีน้ำตาลอมทองยาวสลวยปรกต้นคอ ถึงจะไม่ได้แต่งหน้า แต่ใบหน้าขาวผ่องเรียวเล็ก ที่ยังหลงเหลือหยดเหงื่อเม็ดเล็กเกาะอยู่ที่ข้างขมับ จมูกโด่งสวย ตากลมโต ริมฝีปากอิ่มสีชมพู มองยังไงก็แตกต่างจากคนธรรมดา แถมใส่เสื้อฮู๊ดสีแดงแปร๊ด หุ่นก็เพรียวสูง ด้วยรูปลักษณ์อย่างนี้ถ้าเดินบนท้องถนนคนก็ต้องมองจนเหลียวหลังอยู่ดี
“แล้วหมวกทั้งของฉันของนายมันหล่นไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย แล้วแว่นตานายละ” คนร่างสูงถามด้วยความเป็นกังวลถ้าให้นิชคุณเดินไปทั้งอย่างนี้ต้องมีคนจำได้แน่
“มันหล่นตอนที่นายกระชากฉันให้วิ่งเข้าในซอยเนี่ยแหละ จะย้อนไปเก็บมั้ยละ” คนใส่ฮู๊ดแดงย้อนถาม
“จะบ้าเหรอ เกิดไปเจอพวกนั้นดักอยู่ซวยตายชัก พวกนั้นต้องจำนายได้อยู่แล้ว ใส่มาได้นะไอ้ฮู๊ดแดงเนี่ย ไม่ค่อยจะเด่นเลย หมวกก็ดันมาหาย แว่นตาก็หล่นอีก แล้วจะไปต่อยังไงเนี่ย” แทคยอนยิ่งพูดก็ยิ่งหงุดหงิด ไม่น่าตามใจหนีเที่ยวจนเกิดเรื่องเลย
“โอ๊ย บ่นจริง ก็ไปทั้งอย่างเนี่ยแหละ จะเป็นไรไป” คนตัวขาวชักอารมณ์เสียที่โดนบ่นใส่เป็นชุด
“จะบ้าเหรอ นายเป็นใครลืมแล้วเหรองัย ไม่มีอะไรปิดหน้ายังงี้ พอเดินออกไปคนก็จำได้แล้ว ผมก็สีอย่างนี้ หน้าตาก็ยังงี้”คนตัวโตเริ่มเสียงดังใส่
“ งั้นเอาฮู๊ดมาคลุมอย่างนี้แล้วกัน” นิชคุณตัดความรำคาญ คว้าฮู๊ดสีแดงสดขึ้นมาคลุมศรีษะบดบังผมสีสวย แต่สีแดงยิ่งขับให้ใบหน้าขาวเด่นขึ้นมาอีก แทคยอนได้แต่มองด้วยความกลุ้มใจ เอาไงดีฟะ
“เอางี้ เราไปซื้อหมวก ซื้อแว่นตามาใส่ดีกว่า แล้วกลับหอกันเหอะ ฉันหมดอารมณ์เที่ยวแล้ว” คนร่างสูงตัดสินใจ
“ว้า จะกลับเลยเหรอ” นิชคุณเสียดายแต่พอสบตาขวางของเพื่อนสนิทก็ได้แต่งึมงำ
“เออๆ กลับก็กลับ”
“ร้านขายหมวก ขายแว่นอยู่แถวไหนวะ ทางนี้ไม่เคยมาด้วย เออ แล้วเวลานายเดินก็ไม่ต้องเงยหน้ามาเลยนะ ก้มหน้าเดินไปเลย”แทคยอนสั่งพลางเดินนำออกไปปากซอย
“ก้มหน้าเดิน แล้วมันจะไม่ชนอะไรหรือไงวะ โอ๊ะ ” พูดยังไม่ทันขาดคำนิชคุณที่ก้มหน้าเดินก็ชนกับป้ายโฆษณาที่ลอยจากพื้นแขวนอยู่ระดับอกเขา แทคยอนได้แต่ส่ายหน้า ถอนหายใจ จากเดินนำหน้าก็เลยต้องย้อนกลับมาจูงมือขาวให้เดินเคียงกัน
“เฮ้ย ทำไมต้องจูงมือวะ ไม่ต้องเลย ฉันเดินเองได้” นิชคุณโวยวาย
“เงียบเลยไอ้คุณ”แทคยอนสั่งเสียงเฉียบ
“ชิ” นิชคุณไม่สบอารมณ์ แต่ก็ไม่อยากทำตัวให้เป็นภาระมากกว่านี้ จึงก้มหน้าเดินเคียงกับร่างใหญ่ที่จูงมือเขาไปส่วนสายตาก็สอดส่งหาร้านขายแว่น ขายหมวกเงียบๆ
เขารู้ว่าหน้าตาของตนเองเป็นทั้งข้อดี และ ข้อเสีย ข้อดีคือมันทำให้เขาขายได้ ใช่ ขายได้ เขาได้แต่ยิ้มขื่นเมื่อคิดถึงคำนี้ หน้าตาที่ไม่เหมือนกับคนในประเทศบ้านเกิด ผิวที่ขาวจัด รูปลักษณ์ที่โดดเด่น ทำให้คนจดจำเขาได้แทบจะทันทีที่เห็นหน้า ตั้งแต่เดบิวท์เขาก็เหมือนเป็นจุดขายที่ทำให้คนจดจำวงของเขา 2PM นิคคุณ แต่ข้อเสียคือความเป็นส่วนตัวของเขาแทบหมดไป แทบจะไม่สามารถไปไหนเพียงลำพังคนเดียวได้เลย แม้จะไปกับคนอื่น ถ้าเป็นที่สาธารณะ ก็ต้องหาอะไรมาบดบังใบหน้า อย่างวันนี้เหมือนกัน เขารู้ถ้ามีคนจำได้ ถ้ามีข่าวออกมานิชคุณ2PM มาเที่ยวคลับและไปมีเรื่องกับคนอื่น คนที่เสียเต็มที่ก็คือเขาถึงเขาจะเป็นฝ่ายหาเรื่องก่อนหรือไม่ก็ตาม การอยู่ในที่แจ้งทำให้เขาตกเป็นเป้าได้ง่าย ถ้ามีเรื่องขึ้นมาไม่ใช่แต่เฉพาะตัวเขาเท่านั้นที่จะมีผลกระทบ พี่ น้อง ร่วมวงที่เหลือจะต้องเดือดร้อน โดยเฉพาะคนจูงมือเขาอยู่ตอนนี้จะโดนหางเลขไปกับเขาด้วย
“หิวหรือเปล่า หาอะไรกินกันมั้ย”แทคยอนถามเสียงอ่อน เมื่อเห็นคนข้างตัวเงียบเสียงไป ก้มไปมองก็เห็นเพียงเสี้ยวหน้าขาวใส กับปลายจมูกโด่งเท่านั้น
คนฮู๊ดแดงส่ายหัว ปฎิเศษ อ๊ค แทคยอนชักเริ่มไม่สบายใจ พอมันพูดเขาก็ปวดหัว แต่ถ้ามันไม่พูด เขากับไม่สบายใจยิ่งกว่า แต่ไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่รีบหาร้านขายของที่ต้องการ
แต่เหมือนว่ามันจะลำบากไม่พอ ขณะที่กำลังจะเดินย้อนไปทางถนนใหญ่ หยดน้ำเล็กๆที่ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย และเหมือนจะค่อยๆเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว ทำให้แทคยอนยิ่งหงุดหงิด ไอ้คนที่เขากำลังจูงมือเพิ่งหายจากแป็นหวัดมาไม่ถึงอาทิตย์ เดี๋ยวมันโดนฝนก็ได้ไม่สบายอีก มือใหญ่จึงกระชับแน่นกับมือขาว ขายาวๆเร่งความเร็วขึ้น จนสุดท้ายก็ต้องพากันวิ่งหาที่หลบฝน เนื่องจากฝนเริ่มหนาเม็ด
“โอ๊ย มันจะซวยอะไรกันหนัก กันหนาวะเนี่ย” คนตัวสูงกว่าบ่นงึมงำ
นิชคุณเม้มริมฝีปากแน่น ไม่พูดอะไร เนื่องจากรู้สึกผิดที่ทำให้เพื่อนสนิทต้องมาลำบากเพราะความเอาแต่ใจของเขาซ้ำแล้ว ซ้ำอีก
แทคยอนพานิชคุณไปหลบอยู่ในตู้โทรศัพท์ที่ใกล้สุด โชคดีที่ทันทีที่พอปิดประตูตู้โทรศัพท์ ฝนก็เทลงมาหนักจนเมื่อมองผ่านกระจกไปแทบไม่เห็นอะไรเนื่องจากอากาศที่เย็นยะเยือกจนทำให้เกิดฝ้ามัวที่กระจกตู้ เหมือนพวกเขาถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ได้ยินเพียงเสียงฝนที่ตกกระทบกับตู้โทรศัพท์อย่างแรงเท่านั้น
ร่างสูงสบัดผมดำขลับที่เปียกชื้นเบาๆ พลางมองไปยังคนที่เงียบมาสักพัก นิชคุณหันหน้าออกไปมองโลกภายนอกผ่านกระจกใส ถึงมองไม่เห็นอะไรแต่คนตัวขาวก็ยังจ้องอยู่อย่างนั้น แทคยอนไม่เห็นใบหน้าสวย เห็นแต่เพียงฮู๊ดสีแดงสดที่คลุมศรีษะเล็กจนมิด แทคยอนกระตุกมือขาวที่ตัวเองจับไว้เบาๆ
“คุณ”
“หือ”คนข้างกายขานรับโดยที่ไม่ยอมหันหน้ามา
“หนาวมั้ย”คนตัวสูงกว่าถามเสียงอ่อน
“ไม่” เสียงทุ้มนุ่มที่ตอบกลับมาราบเรียบ
มันเป็นอะไรของมันอีกเนี่ย เขาอยากให้มันถียงเขาฉอดๆด้วยสำเนียงเกาหลีแปร่งๆของมันมากกว่าที่จะถามคำตอบคำอย่างนี้
“คุณ”เขากระตุกมือเรียกอีกรอบ
“หือออ” เสียงขานรับลากยาวแต่ไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ แต่ก็ยังไม่หันมาเหมือนเดิม จนแทคยอนชักเริ่มหงุดหงิด
“ไอ้คุณ ข้างนอกกระจกมันมีอะไรหนักหนาวะ ฉันเห็นแกมองอยู่นั้นแหละ”
“…….” คราวนี้มีเพียงความเงียบที่ตอบรับกลับมา แทคยอนเลยตัดสินใจกระตุกมือขาวที่ตัวเองกุมไว้อย่างแรง จนร่างบางกว่าผวามาตามแรงดึง ใบหน้าที่ปรากฎให้เห็นขาวจัด ปากที่เคยเป็นสีชมพูอ่อนตอนนี้ซีดจนเกือบขาว ตากลมโตที่เบิกกว้างนิดๆมีประกายงุนงง ที่โดนกระตุกมือแบบไม่ทันตั้งตัว
แทคยอนใจหายวาบ เมื่อเห็นหยดน้ำเล็กๆที่ปลายขนตายาวตรง ถึงจะรู้ว่ามันไม่ใช่หยาดน้ำตา แต่ก็รู้สึกไม่สบายใจจนต้องใช้นิ้วใหญ่แตะไปที่หยดน้ำนั้นเบาๆ นิชคุณหลับตาขณะมือใหญ่เช็ดหยดน้ำฝนออกให้ แล้วมือใหญ่ก็เลื่อนไล้ไปที่แก้มขาว แต่ก็ต้องขมวดคิ้วเข้ม เมื่อพบว่าแก้มขาวซีดนั้นเย็นเฉียบ มือคร้ามจึงนวดแก้มนิ่มเบาๆทั้ง 2 ข้าง จนความอบอุ่นที่เกิดขึ้นจากมือใหญ่ทำให้แก้มสองข้างเริ่มมีสีเลือด
แทคยอนปัดฮู๊ดออกจากศรีษะทุย ผมสีสวยชื้นเล็กน้อย จึงใช้มือขยี้ไปบนกลุ่มผมนุ่มเบาๆ เหมือนจะพยายามไล่ความชื้นออกไปให้ นิชคุณยืนนิ่ง ดวงตากลมโตคู่สวยหลุบต่ำ ก่อนพูดเสียงแผ่ว
“แทค ขอโทษนะ”
“เฮ้ย ขอโทษเรื่องอะไรวะ”แทคยอนก้มลงมองแต่เห็นเพียงศรีษะทุยที่ก้มต่ำ
“ก็เรื่องวันนี้ไง ฉันเกือบทำให้นายซวยไปด้วย ถ้ามีคนเห็นว่าพวกเราไปมีเรื่อง คงเป็นข่าวหน้าหนึ่งแหงๆ แล้วนายก็จะลำบากกว่าเดิมอีก เพราะความเอาแต่ใจของฉัน”คนที่ก้มหน้าพูดเสียงหม่น
นิชคุณไม่ได้ห่วงตัวเองเท่าไหร่ แต่มันห่วงเขาว่าจะลำบากมากกว่าเดิม เฮ้อ ก็ต้องยอมรับว่าตอนนี้เขาก็โดนมรสุมข่าวลือมากอยู่เหมือนกัน แต่ตอนที่เขาพามันหนี เขาก็ไม่ได้สนใจตัวเองเท่าไหร่ ห่วงแต่มันมากกว่า
“เฮ้ย ฉันโดนข่าวลือมามากอยู่แล้ว ถ้าจะโดนอีกซักเรื่องจะเป็นไรไป แล้วยังไงนายก็มันเพื่อนฉัน ถ้าฉันไม่ช่วยนายจะไปช่วยหมาที่ไหนวะ”แทคยอนพูดด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ พลางใช้มือขยี้ลงไปที่ผมนุ่มอย่างเมามัน
“เฮ้ย ไอ้นี้ ว่าใครเป็นหมาวะ” คนตัวขาวโวยวาย พลางปัดมือที่อยู่บนศรีษะตัวเองออก มองคนตรงหน้าที่ขำเขาที่กำลังพยายามจัดผมให้เป็นทรงหลังจากถูกแกล้งจนผมยุ่งเหยิง
รอยยิ้มกว้างที่ส่งมาจากคนตรงหน้า ทำให้ต้องเผลอยิ้มตอบกลับไป ความไม่สบายใจก่อนหน้านี้หายไปหมดสิ้น จริงด้วยสินะเพื่อนไม่ช่วยเพื่อน แล้วจะไปช่วยหมา เอ้ย...ใครที่ไหนกัน ถ้าแทคยอนมีปัญหาเขาก็ต้องช่วยมันเหมือนกันแหละ
นิชคุณถอนใจยาว พอสบายใจก็ชักจะเริ่มรู้สึกหนาวขึ้นมา จนต้องยกมือขึ้นกอดอก
“หนาวเหรอวะไอ้คุณ” แทคยอนถามขณะที่ยืนพิงกระจกตู้โทรศัพท์มองคนตรงหน้า
“อืม”คนตอบถึงขนาดต้องถูมือเพื่อให้มือที่เย็นเฉียบค่อยอุ่นขึ้น
“มานี่ ไอ้คุณ” คนตัวสูงดึงมือให้ร่างของเพื่อนสนิทเข้ามาใกล้ แล้วกอดกระชับไว้แน่น โดยที่ให้แผ่นหลังคนหน้าสวยแนบกลับอกแกร่ง นิชคุณตกใจเลยขืนตัวเล็กน้อยในตอนแรกแต่สุดท้ายเมื่อสัมผัสกับความอบอุ่นที่ส่งตรงมา ก็ค่อยๆผ่อนร่างให้แนบชิด
คนตัวโตใช้มือโอบผ่านเอวมาจับมือขาวซีดเย็นเฉียบ ส่งความอบอุ่นผ่านมาให้ ใบหน้าคมแนบอยู่ตรงซอกคอขาว ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดให้ความรู้สึกแปลกๆ ได้ยินเสียงหัวใจเต้นเป็นจังหวะหนักแน่นส่งผ่านจากอกกว้างสู่แผ่นหลังเรียบส่งมาถึงหัวใจของคนที่อยู่ด้านหน้า
ร่างกายที่เคยเย็นเฉียบค่อยๆเปลี่ยนเป็นอบอุ่น เสียงลมหายใจแผ่วเบาสอดประสานจนแทบจะเป็นเสียงเดียวกัน ฝนที่ตกกระหน่ำกระทบกับตู้โทรศัพท์จากที่เสียงดังสนั่น ค่อยๆซาเม็ดลง จนสุดท้ายเหลือเพียงเสียงเบาๆ เหมือนเสียงดนตรีขับกล่อม บรรยากาศสุขสงบโอบล้อมทั้งสองคนไว้
“แทค”เสียงทุ้มนุ่มเรียกเบาๆ
“หืมมมม”คนที่หลับตาซบอยู่ตรงซอกคอนิชคุณ ทำเสียงเหมือนมีคนมาขัดความสุข
“ฝนซาแล้ว”
“แล้วงัย”
“จะกลับยัง”
“อีกสักพักคุณ ขออยู่อย่างนี้อีกสักพัก นะ”
“อืม” นิชคุณตอบรับ พลางหลับตาลง ผ่อนลมหายใจยาว มือขาวเล็กกระชับแน่นกับมือคร้ามใหญ่
แทคยอน : ก่อนที่จะต้องไปเผชิญโลกภายนอกที่แสนวุ่นวายสับสน ก่อนที่จะต้องไปพบกับโลกแห่งความเป็นจริงที่แสนโหดร้าย เขาขอแค่ช่วงเวลานี้เท่านั้น ช่วงเวลาที่แสนสงบ อบอุ่น ขอแค่เขาได้กุมมือเรียวนี้อีกสักพัก ให้ลมหายใจของเขาสอดประสานกับคนในอ้อมกอดอีกสักหน่อย ให้ร่างเพรียวยังอยู่ในอ้อมกอดของเขาต่อไปอีกสักครู่ เพื่อเติมพลังให้กับจิตใจที่เหนื่อยล้า ให้สามารถต่อสู้ต่อกับปัญหาในวันพรุ่งนี้ได้ต่อไป
นิชคุณ : ขอเวลาอีกสักนิด ขอแค่เวลาไม่กี่นาทีหรือแค่ไม่กี่วินาทีก็ได้ แต่อย่าพึ่งพรากความสงบสุขอันนี้ไปจากเขาเร็วเกินไปเลย เขา ขอให้ความอบอุ่นจากร่างกายคนตัวใหญ่ได้ซึมลึกเข้าไปถึงข้างในกายเขา ให้ความอุ่นร้อนของมือแกร่งผ่านส่งจากมือขาวเข้าไปถึงหัวใจ ให้ลมหายใจอุ่นร้อนเปลี่ยนลมหายใจเย็นเฉียบของเขาเป็นร้อนผ่าว เขาขอเพียงเท่านั้น ขอเวลาถึงแค่ฝนหยดสุดท้ายก็พอ
บทส่งท้าย
“แทค กี่โมงแล้ววะเนี่ย” นิชคุณถามอยู่ตรงหน้าประตูหอพัก มือเรียวจับอยู่ที่ลูกบิดประตู
“จะตีห้าแล้ว ง่วงเป็นบ้าเลยวะ” แทคยอนหาวหวอดเหมือนจะยืนยันคำพูด
“งั้นรีบเข้าไปนอนเหอะ ดีนะวันนี้มีงานช่วงบ่าย” นิชคุณพูดพร้อมผลักประตู เดินเข้าไปในห้อง แต่ก็ต้องแปลกใจ เมื่อเห็นสมาชิกวงที่ใช้ห้องนั่งเล่นเป็นที่หลับนอน เจ้ามักเน่ตัวโต กับเด็กแก้มอูม ทั้ง 2 คนตื่นแล้วและกำลัง นั่งจ้องหน้าพวกเขาตาเขม็ง
“อ้าว ทำไมสองคนนี้ตื่นเร็วจัง”นิชคุณทักเสียงเรียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“พี่คุณ กับ พี่แทค ไปเที่ยวคลับกันอีกแล้วใช่มั้ย” อูยองยิงคำถามกลับ ตาเรียวๆขุ่นขวาง
“เฮ้ย คลับอะไร ไม่ได้ไปสักหน่อย”แทคยอนตอบ ไม่ได้โกหกนะ ก็พวกเขาไปไม่ถึงคลับจริงๆ ถึงเจตนาเดิมจะใช่ก็เหอะ
“ไม่ต้องมาโกหกเลยพี่แทค”เจ้าหมีโวยวายใส่บ้าง แต่ประเด็นน่าจะเป็นเพราะมันอยากไปด้วยมากกว่า
“พี่คุณ วันนี้มีงาน พี่คุณยังจะหนีเที่ยวอีกนะ” เจ้าเด็กแก้มป่องหันมาเล่นงานพี่ชายหน้าสวย
“แต่วันนี้มีงานช่วงบ่ายนี่ครับ”นิชคุณตอบเสียงอ่อนพลางยิ้มหวานเอาใจ
“ แต่เมื่อกี้พี่มินแจ เพิ่งโทรมาปลุกพวกผม บอกว่าวันนี้เรามีงานด่วนช่วงเช้า ผมกับชานซองถึงต้องรีบตื่น”อูยองทำหน้าสะใจ เมื่อเห็นทั้งแทคยอนและนิชคุณยืนตะลึงเมื่อเขาพูดจบ
“สมน้ำหน้าพวกคนชอบหนีเที่ยว ไม่ยอมหลับยอมนอน วันนี้ไม่ต้องบ่นว่าง่วงกันเลยนะ”อูยองบ่นใส่พี่ชายทั้งสอง ก่อนที่จะใช้ตาเล็กๆจ้องมาทางเจ้าชายประจำวงที่ยืนทำหน้าตามึนงง
“พี่คุณทำไมชอบเที่ยวคลับนักเหอะ นิสัยไม่ดี”เด็กแก้มอูมกระแทกเสียงใส่แล้วก็สบัดหน้า เดินจ้ำพรวดจากไป ทิ้งให้นิชคุณยืนอ้าปากค้าง ทำตาปริบๆ
“เดี๋ยวก่อน อูยอง พี่ไม่ได้ไปเที่ยวคลับจริงๆนะครับ”นิชคุณตะโกนไล่หลัง แต่เมื่อรู้สึกถึงรังสีอำมหิตจากด้านหลัง จึงค่อยๆหันไปมอง เพื่อนสนิทที่ยืนทำหน้าตาถมึงทึง ตาคมๆแดงก่ำเนื่องจากอดนอนทั้งคืน คิ้วหนาของแทคยอนขมวดจนแทบจะชนกัน ปากได้รูปก็เหมือนจะกระตุกนิดๆ นิชคุณได้แต่หัวเราะแห้ง ก่อนที่จะค่อยๆก้าวถอยหลังอย่างช้า ๆ และขณะที่กำลังจะเร่งสปีดโกยอ้าว มือใหญ่ก็ตะปปข้อมือขาวหมับ
“ไอ้คู๊ณณณณณ” เสียงแทคยอนตะโกนใส่ดังลั่น จนปลุกสมาชิกร่วมวงคนอื่นที่ยังหลับสนิทตื่นกันหมด
แล้วหลังจากนั้นนิชคุณก็ได้แต่คร่ำครวญในใจ ใครช่วย เอาไอ้แทคมันไปไกลๆเขาหน่อยได้มั้ย เขาฟังมันบ่นจนหูชาไปหมดแล้ว ฮือ ฮือ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น