Warning : ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมาเท่านั้นโปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน
หวัดดีครับ ผม อ๊ค แทคยอนแมวเหมียวสุดน่ารักของ Hottest รายงานตัวครับ
ตอนนี้ใกล้จะถึงวันคอนเสริตใหญ่แล้วนะครับ พวกผมก็กำลังขยันซ้อมกันอย่าง
เอาเป็นเอาตายทุกวัน แต่ตอนนี้เป็นช่วงเวลาพักครับ ผมเลยออกมาหาอะไรดื่ม
นิดหน่อยให้พอหายง่วงขณะกำลังรอกาแฟเย็นอยู่ที่ร้านคอฟฟี่ช๊อบที่อยู่ภายใน
บริษัท ผมยืนพิงเคาท์เตอร์พลางหาวหวอดๆและ เพื่อไม่ให้เสียเวลาโดยเปล่า
ประโยชน์ผมเลยใช้ I Pad คุ๋ใจท่องโลกอินเตอร์เน็ตไปด้วย
“หือ โพลอะไรอีกละเนี่ย”ประเทศนี้นี่บ้าโพล บ้าการจัดอันดับกันจริงๆครับ มีโพ
ลออกมาแทบจะทุกวัน
“ไอดอลหน้าตาน่ารัก (Pretty Face)” ผมไล่ดูอันดับท้ายๆขึ้นไป เออ แปลกดี
เว้ย โพลจัดอันดับนักร้องหน้าตาน่ารักแต่รวมทั้งไอดอลชาย ไอดอลหญิง อยู่ใน
โพลเดียวกันเลย
“กาแฟได้แล้วคะ” เสียงหวานของพนักงาน มาพร้อมกับมือเล็กๆที่ส่งแก้วกาแฟ
เย็นให้ ผมยื่นมือรับ กล่าวขอบคุณพร้อมส่งยิ้มหวานหยด ตายสิครับตาย
พนักงานร้านอายม้วนต้วนไปเลยครับ แหงละครับ คนมันหล่อออกอย่างนี้ใครละ
จะต้านทานเสน่ห์ไอดอลสัตว์ป่าสุดหล่ออย่างผมได้ละครับ โฮะ ๆๆๆ
ผมเดินลอยชายเพื่อกลับไปที่ห้องซ้อม หลังจากผมดูดกาแฟไปเกือบครึ่งแก้ว ก็
หันมาสนใจ I-Pad ที่อยู่ในมือต่อ ผมใช้จักกะแร้ หนีบแก้วกาแฟ เย็นจักกะแร้ดี
เหมือนกันนะครับ แหะ แหะ และใช้ 2 มือประคองไอแพดเครื่องโปรด
ผมเดินก้มหน้าก้มตาไล่ดูอันดับโพลต่อ มันต้องมีสิ มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะไม่
มี เปล่านะครับ ผมไม่ได้หาดูว่ามีชื่อผมติดอันดับหรือเปล่า หน้าอย่างผมห่างไกล
คำว่าน่ารักไปหลายล้านปีแสงเลยละครับ ถ้าหล่อละใช่แน่นอนนน ผมกำลังดูว่า
นิชคุณอยู่อันดับที่เท่าไหร่ต่างหาก ไอ้หมอนี่มันเป็นเจ้าพ่อโพลอยู่แล้วด้วย แล้ว
อย่างโพลเนี่ยถ้ามันไม่ติดผมให้ Hottest มารุมดูซิกส์แพคของผมที่ตึก JYP ได้
เลยครับ
อันดับ15 14 13 ก็ยังไม่มี เฮ้ย ลืมไป อย่างคุณ มันต้องติด top ten อยู่แล้ว เอ๋ 9
8 7 6 ทำไมยังไม่มีฟะ หรือติด Top Five 5 4 3 เฮ้ย 3 ก็ยังไม่ใช่อีก เป็นไปได้ไง
ครับอย่างไอ้คุณเหรอไม่ติดอันดับ โอ๊ะ อันดับ 2 เป็นยุนอาครับ หืมมมม ขนาด
ยุนอายังได้อันดับ 2 ผมอยากรู้จริงๆครับว่ามีใครสวย น่ารักกว่า ยุนอาอีก พอผม
เห็นชื่อคนที่ติดอันดับ 1 เท่านั้นละครับ ผมโยนแก้วกาแฟที่หนีบไว้ทิ้งลงถังขยะ
ใบใกล้สุดทันที ทั้งที่ยังเหลืออีกตั้งครึ่งแก้ว แล้วรีบก้าวยาวๆเพื่อไปให้ถึงสถานที่
ที่ใจของผมแล่นลิ่วไปถึงแล้วครับ (อ้อ ที่ถามผมว่าทำไมไม่วิ่งไป ก็ผมยังเจ็บเข่า
อยู่เลยครับ ถ้าวิ่งเดี๋ยวได้เดี้ยงหนักกว่าเดิม)
“คุ๊ณณณ คุณ” ผมร้องเรียกหามันตั้งแต่ยังไม่ได้ผลักประตูเห้องซ้อมเลยครับ
นั่นไง นิชคุณหยุดซ้อมเต้นทันที แล้วหันมามองผมที่แทบจะเต้นระบำไปหา ผม
ละเบื่อมันจริ๊ง จริง ขนาดหน้าตาก็ไม่ได้แต่ง ผมก็ไม่ได้เซ็ต แถมอยู่ในชุดซ้อม
เสื้อยืด กางเกงวอร์ม เหงื่อซึมเต็มหน้าผาก มันก็ยังดูดี๊ ดูดี หน้าขาวเล็กใสปิ๊ง
อย่างกับคนไม่เคยถูกแดด ยิ่งตอนนี้มันตัดผมข้างหน้าสั้น ทำให้หน้าตายิ่ง
บ้องแบ๊วอย่างกับเด็กม.ปลาย ออร่าเจ้าชายสาดกระจายเต็มห้องซ้อม ผิดกับผม
แค่ใส่แว่นสายตาหน่อยเดียว คนก็หาว่าอายุ 30 กว่า พอยิ้มให้ก็ว่าหน้าย่น แถม
ยังโดนล้อว่าหูกางอีก เฮ้อ สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมกับอ๊คจริงๆเล้ยยย
“อะไรของแกวะ แทค แล้วกาแฟฉันละ”นิชคุณยืนขมวดคิ้วถามผม
อ้าว ตายห่าน ผมดันลืมกาแฟที่นิชคุณฝากซื้อ โอ๊ย ช่างมันก่อนแล้วกัน ค่อยให้
มันบ่นที่หลัง
“คุณ..คุณ นายเห็นโพลล่าสุดหรือยัง” ผมไม่สนใจที่ มันถามผมหรอกครับ มันยัง
พูดไม่จบประโยคผมก็สวนถามมันกลับไป
“โพลอะไรวะ แล้วแกตื่นเต้นอะไรของแกเนี่ย”จุนซูที่ไม่ค่อยอยากรู้อยากเห็น
เรื่องชาวบ้านเท่าไหร่ เดินเข้ามาหาพร้อมถามผมด้วยความสงสัย คนอื่นที่เหลือ
ก็พลอยหยุดซ้อมแล้วเดินมาด้วย
“โพลนี่งัย” ผมยื่นไอแพดให้ดู ทุกคนเลยมาสุมหัวล้อมไอแพดผมกันหมด
“หือโพลนักร้องหน้าตาน่ารัก โห มีทั้งผู้ชาย ผู้หญิง งั้นพี่คุณก็ต้องติดด้วยนะสิ”
เสียงอูยองพูด ทุกคนพยักเพยิดเห็นด้วย ยกเว้น “พี่คุณ”ของมันที่พอเห็นชื่อโพล
ก็ทำหน้าตาบอกบุญไม่รับ บาปก็ไม่เอาอยู่ข้างเจ้าหมีตัวโตชานซอง
“อันดับ 15 14 13 ยังไม่ใช่ เออ ลืมไปอย่างไอ้คุณมันต้องติดท๊อปไฟว์”
อันนี้เสียงจุนซูงึมงำ พลางไล่สายตาหาเป้าหมายอีกครั้ง
“5 4 3 อันดับ 2 ยุนอานี่งัย อันดับ 1 นิชคุณ”
เสียงจุนโฮอ่าน โดยมีผมยืนพยักหน้าด้วยความภาคภูมิใจอยู่ข้างๆ พอจุนโฮ
อ่านจบทุกคนเงียบกริบไปชั่วขณะ หลังจากนั้นเสียงหัวเราะ เสียงเฮก็ดังสนั่นลั่น
ห้องซ้อมโดยที่มีเสียงผมดังสุดหรือเปล่าหว่า
“สุดยอดเลยพี่คุณ ได้อันดับ 1 ชนะยุนอาด้วยนะพี่” ชานซองพูดไปหัวเราะไป
“แกเนี่ยสุดยอดเลยคุณ หน้าตาน่ารักจนชนะผู้หญิง”คิมจุนซูก็ขำ น้ำหูน้ำตาไหล
“ยินดีด้วยนะครับพี่”อูยองพูดกลั้วหัวเราะ
“สุดยอด สุดยอด”จุนโฮงึมงำชื่นชม พร้อมยิ้มกว้างจนตายิบหยี
คุณที่ยืนหน้าเสีย เงียบกริบ ตั้งแต่เห็นชื่อโพล และหลังจากพอรู้ว่าได้อันดับ 1
หน้าขาวๆก็เปลี่ยนเป็นแดงก่ำ สงสัยมันจะดีใจม๊ากกกก มาก มั้งครับ โฮะ โฮะ โฮะ
“โพลมันมั่วเห็นๆ ฉันน่ารักตรงไหนวะ”
นิชคุณแหกปากตะโกนถามลั่นห้องเลยครับ พอทุกคนได้ยินคำถามที่ผมขอใช้คำ
ว่าคำถามงี่เง่า ก็พากันเงียบกริบ อูยองสบตากับจุนซู ตาตี่ๆของเจ้าโฮก็
เหลือบไปที่ชานซอง ส่วนผมมองทุกคนที่ไม่ใช่ไอ้คุณ แล้วสายตาทั้ง 5 คน 5 คู่
10 ข้างก็เปลี่ยนเป้าหมาย มองตรงไปที่คนที่กำลังยืนฟึดฟัด หน้าดำ หน้าแดง
อยู่กลางห้องซ้อม แล้วก็ พร้อมใจกันส่ายหน้า บางคนก็ทำเสียงจิ๊จ๊ะด้วยความระอา
“คุณนี่อา...... ทำไมไม่ยอมรับความจริงน้า......ว่าคุนนี่นะน่าร้ากกกกกก” ผม
ลากเสียงยาว พร้อมทำตาหวานใส่แล้วก็ใช่แขนอันเต็มไปด้วยกล้ามใหญ่ๆไป
โอบรอบไหล่ ”คุนนี่”
เจ้าของอันดับ 1ของโพล ใช้ศอกกระทุ้งท้อง ขอบคุณผมหนึ่งที ไม่แรงมากหรอก
ครับ แค่เล่นเอาผมจุกไปเลย ก่อนจะรีบเบี่ยงไหล่หลบ ทำตาขวางใส่
โถ...... โธ่...... คุนนี่ ขนาดทำตาขวาง หน้าบึ้ง แต่ไอ้แก้มแดงๆ ตาวาวๆ ปากอิ่มๆ
มันดูยังไง ก็..... เอิ่ม คุณนี่ไม่ชอบคำว่าน่ารัก งั้นเอาเป็นว่า มันน่าเอ็นดู๊ น่าเอ็นดู
แล้วกันเนอะ ผมคิดในใจครับ เพราะไม่อยากให้กล้ามท้องสวยๆของผมเป็นรอย
เขียวช้ำเพราะศอกของคนน่าเอ็นดูอีก
“แกไม่ต้องมาเยาะเย้ย ฉันเลยไอ้แทค โพลนี้มันเชื่อถือไม่ได้เว้ย อย่างฉันเขา
เรียกว่าหล่อเฟ้ย หล่อ”
Hottest ที่รักครับ ดูนิชคุณสิครับ เห็นอาการที่ผมยินดีที่เขาได้ที่ 1 กลายเป็น
เยาะเย้ยอีก น่าสงสารอ๊ค แทคยอน จริงๆ ทำดีไม่ได้ดี ผมแทบอยากจะนั่งพับ
เพียบ กัดผ้าเช็ดหน้า ร้องไห้สะอึก สะอื้น เหมือนนางเอกหนังน้ำเน่า ที่โดน
คุณชายใจร้ายต่อว่าจริงๆ แต่ก็กลัวว่าถ้าทำอย่างนั้น คุณชายขี้โมโหนอกจากจะ
ไม่เห็นใจแล้วคงจะใช้ลีลา แม่ไม้มวยไทย จัดการผมแทนก่อน
จุนซู คงเห็นว่าถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างให้ไอ้คุณมันยอมรับความจริง คงไม่ได้แล้ว
เลยเดินเข้ามา พร้อมถอนใจยาวใส่
“เฮ้อออออ คุณเอ๋ย คุณ มานี่ฉันจะให้ความกระจ่างกับแกเอง แกไปยืนหน้า
กระจกเลย เอ้าไอ้แทค ชานซองไปยืนข้างๆมันดิ”จุนซูสั่งการ โดยมีอูยอง กับจุน
โฮ หัวเราะคิกคักอยู่ใกล้ๆ ผมรีบทำตามที่จุนซูสั่ง ชานซองก็กระโดดโลดเต้นทำ
ตามเหมือนกัน
นิชคุณที่โดนจุนซูลากแขนมายืนหน้ากระจกที่ไว้ดูตอนซ้อมเต้น โดยมีผมกับ
ชานซองยืนยิ้มกว้างประกบมันซ้ายขวา กระจกสะท้อนหน้าของคนที่ยืนตรง
กลางระหว่างผมกับชานซอง ใบหน้าขาวเล็กถึงจะงอง้ำ แต่ตากลมๆโตๆของมัน
ยังเหมือนมีประกายดาวระยิบระยับอยู่ข้างใน จมูกโด่งเป็นสันสวย ปากอิ่มสี
ชมพูเม้นแน่น แก้มเนียนแดงจัดตามแรงอารมณ์
“เอ้า ไอ้คุณแกดูเอา ที่จริงแกบอกว่าแกหล่อมันก็ถูก แต่พอแกลองมายืนใกล้ไอ้
แทค กับชานซอง แกยังเห็นว่าแกหล่ออีกไหมเฮอะ หล่อมันต้องแบบพวกมันนี่
หน้าคมๆเข้มๆ ไม่ใช่ หน้าเล็กๆหวาน ๆตาโตๆอย่างแก” จุนซูพูดจบทุกคนขำ
ก๊ากเลยครับ ผมยืนหัวเราะตัวหงิก ตัวงออยู่ข้างมัน จนมันถลึงตาโตๆส่งมาให้
นิชคุณยืนอึ้งจ้องไปที่เงาที่ปรากฎบนกระจกสักพัก ก่อนที่จะหลุดพูดเสียงกร้าว
ออกมา
“ถ้าฉันยืนใกล้ไอ้ 2 คนนี้แล้วดูน่ารัก งั้น ต่อไปนี้พวกแก 2 คนไม่ต้องมาอยู่ใกล้
ฉันเลย”
เฮ้ย นิชคุณมันเอาจริงเว้ย
หลังจากวันที่มันประกาศลั่นห้องซ้อมว่าไม่ให้ผมกับชานซองอยู่ใกล้มัน มันก็
ออกคำสั่งห้ามผมกับชานซองเข้าใกล้ในรัศมี 3 เมตร ยกเว้นเวลาซ้อมเต้น กับ
เวลาเล่นคอนเสริท์ ชานซองบ่นอุบเลยครับ เพราะตอนนี้เจ้าชานมันโดนคำสั่ง
จากเบื้องบนให้ลดน้ำหนัก แต่ มันก็มักจะอ้อนให้นิชคุณแอบซื้อขนมให้มันกิน
ประจำ แต่พอโดนประกาศิตจากพี่ชายคนดีของมันห้ามเข้าใกล้ เจ้าหมีที่
โคตรจะหงุดหงิดจากการลดน้ำหนักอยู่แล้ว แถมไม่มีขนมให้กิน จะอ้อนคนอื่น
ก็กลัวความแตกถึงหูพี่เทรนเนอร์ มันจะโดนพี่เขาดุเอา เพราะถ้าเป็นนิชคุณถึงพี่
เทรนเนอร์จะจับได้ แต่นิชคุณก็สามารถหาวิธีที่ทำให้เทรนเนอร์ไม่ว่าอะไรพวก
มันได้ จะเอาเงินตัวเองซื้อก็เสียดายตังค์ เจ้าชานอารมณ์เสียหนักจนพาลจุนซู
ว่าเพราะให้มันไปยืนเทียบกับไอ้คุณมันเลยพลอยซวยไปด้วย จุนซูมันก็โบ๊ยผม
ทันทีเลยครับว่าเป็นเพราะผมนะแหละทีเริ่มก่อน ผมไม่สนใจทั้งจุนซูกับชานซอง
หรอกครับเพราะผมก็มีปัญหาของผมเหมือนกัน เพราะตั้งแต่วันนั้นไอ้คุณมันก็
งอนไม่ยอมพูดกับผม เวลาผมจะถามมันเรื่องงานก็จะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ครับ
“เฮ้ย ไอ้คุณ งานวันนี้เริ่มกี่โมงวะ”ผมตะโกนถามมันจากอีกฟากของห้องพักที่ใช้
เป็นที่แต่งตัว แต่งหน้าทำผม ก่อนขึ้นมินิคอน ระยะห่างระหว่างผมกับมันเกิน 3
เมตร ตามกฎ กติกา มารยาท ที่คุณชายท่านกำหนดไว้
นิชคุณใช้หางตามองผมแป๊บนึง ก่อนที่หันไปพูดกับจุนซู ให้จุนซูบอกผ่านอูยอง
แล้วอูยองก็กระซิบบอกจุนโฮอีกที ก่อนที่จุนโฮ...... (ไอ้พวกนี้มันก็บ้าจี้ตามไอ้
คุณไปด้วย)
“ไอ้คุณเป็นบ้าอะไรของแกวะ แกไม่อยากใกล้ฉันแกก็ตะโกนบอกมาสิ บอกผ่าน
คนอื่นมาอยู่ได้”ผมตะโกนบ่นมันไปครับแล้วเป็นงัยหรือครับมันก็ยังกวน
ประสาทเหมือนเดิม มันก็ยังคงปรายตาโตๆของมันมามองผม ก่อนที่จะหันไป
กระซิบบอกจุนซู ให้จุนซูบอกอูยอง แล้วอูยองก็......
“โอ๊ะ ไอ้บ้านี่ กวนประสาทจริงๆ ไอ้คนไม่ยอมรับความจริง”ผมชึ้นเสียงเพราะ
เริ่มโมโห จุนซู อูยอง จุนโฮ ที่อยู่ตรงกลาง เห็นท่าไม่ดีรีบถอยกรูดไปหลบมุมห้อง
กันหมด ยกเว้นเจ้าชานที่ยังคงนั่งหน้าหงิกอยู่
“ฉันไม่ยอมรับความจริงอะไรวะไอ้แมวบ้า”คราวนี้มันยอมตะโกนกลับมาครับ
“ก็ที่แกมันน่ารักงัยละ”
“ไอ้แมวดำหน้าย่น ไอ้แอ๊บแบ๊ว ไอ้หูกาง แกว่าใครน่ารักวะ อย่างฉันเรียกว่า
หล่อเว้ย” มันด่าผมเป็นชุด แถมเถียงกลับ หน้าดำ หน้าแดง
แม่งไอ้นิชคุณ พอเวลาพูดเป็นเรื่อง เป็นราวทำเป็นพูดไม่ชัด ไม่อยากพูด แต่พอ
ด่าเนี่ยชัดเปรี๊ยะทุกคำเลยนะคุณมรึง แถมคำด่ามันแต่ละคำ อ๊ค รับม่าย
ด้ายยยยยย
“หล่อมันอย่างชั้นกับไอ้ชานเว้ย อย่างแกนะมันน่ารัก น่ารัก เข้าใจไหม”ผม
ตะโกนตอกย้ำ มันเข้าไป ตอนนี้จุนซู อูยอง จุนโฮ ไปยืนกอดกันกลมด้วยความ
หวาดหวั่นขณะ มองดูผมกับไอ้คุณเถียงกัน
“อ๊ากกกกก ไอ้แมวกลัวน้ำ ไอ้ซกมก ไอ้จิ้งจกหางด้วน ขอให้ฟันเหยินยันชาติ
หน้าเลย ต่อไปนี้แกไม่ต้องมาใกล้ฉันเลยนะ”
ดู๊ ดูมันสิครับ ดูไอ้เจ้าชายไทยของ Hottest สิครับ มันขุดคำมาทั้งแช่ง ทั้งด่าผม
ใครสอนมันวะเนี่ย ผมอยากจะตบกะโหลกไอ้คนสอนมันจริงๆ
(เอิ่ม ฉันเองแหละ – จุนซู)
“ใครเขาอยากไปใกล้แกกันวะ ไอ้น่าร้ากกกกกกก”ผมลอยหน้าลอยตาตะโกน
ตอบมันไป หน้าขาวๆของมันตอนนี้แดงกล่ำ คงทั้งโมโหผม ทั้งเหนื่อยที่ต้อง
ตะโกน มันอ้าปากคงเตรียมจะด่าผมอีก แต่ทั้งผม ทั้งไอ้คุณก็ต้องสะดุ้งโหยง
เมื่อชานซอง ที่นั่งเงียบมานาน ดันแหกปากขึ้นมาดังลั่น
“โอ๊ยยยยยย อยากกินขมนโว๊ย อยากกินขนม อยากกินขนม”
ชานซองมันบ้าไปแล้วครับ มันทำตาขวาง แถมพูดจาซ้ำๆวนๆไปวนมา น้ำลาย
มันเหมือนจะยืดออกมาด้วยครับ ขณะที่มันมองมาทางผม ให้ผมได้สะดุ้งโหยง
อีกครั้ง ผมรีบเข้าไปรวมกลุ่มกับไอ้พวกที่ยืนเบียดกันตัวสั่นอยู่มุมห้องตอนแรกก็
คงกลัวผมกับไอ้คุณ แต่ตอนนี้มันคงเปลี่ยนไปกลัวไอ้ชานกันหมด
แล้วชานซองมันก็หันไปทางนิชคุณ แล้วก็ค่อยสาวเท้าเดินเข้าไปหา นิชคุณเห็น
ท่าทางเหมือนหมีเมายาบ้า ก็ได้แต่หันซ้าย หันขวาพลางถอยหลังกรูด จนหลัง
พิงผนังห้อง ไม่มีที่ให้มันหนีแล้ว
“พี่คุณ”ชานซองเรียกไอ้คุณเสียงเครียดเลยครับ งานนี้มรึงตายแน่ไอ้คุณ ไอ้หมี
มันของขึ้นแล้ว
“อะ อะไรครับชานซอง แล้วมองพี่อย่างนี้ทำไมกันครับ”นิชคุณตะกุกตะกักถาม
เสียงสั่น แหมพูดจาสุภาพทันทีเชียวนะครับคุณ
โหย จุก ครับ จุก ไอ้คุณมันจุกแน่ๆครับ เพราะโดนวัว เอ้ย ชานซอง พุ่งเข้าชน
แล้วก็รวบตัวพี่ชายแสนดีของมันเข้าไปกอด ไว้แน่น ก่อนที่จะแหกปากร้อง
โหยหวนเสียงดังลั่น
“ฮืออออ พี่คุณ ๆซื้อขนมให้ผมกินหน่อย ผมอยากกินขนม ผมอยากกินขนม แล้ว
ถ้ามีใครมาว่าพี่คุณน่ารักอีกผมจะจัดการเอง” ประโยคท้ายมันปลายตาเหี้ยม
เกรียมมองผมครับ เอิ่ม....ตรูกลัวแล้วคร๊าบบบ
ที่จริงไอ้คุณก็ตัวไม่ใช่เล็กๆแต่ตอนนี้ผมแทบจะมองไม่เห็นมันแล้วครับ เพราะ
แผ่นหลังชานซอง กับแขนใหญ่ๆของมันบังตัว บังหน้าไอ้คุณมิดเชียว มันกอดรัด
ฟัดเหวี่ยง แล้วก็ใช้หน้าโตๆไซร้ไปที่ผมสีน้ำตาลเช้มของพี่คุณของมัน ใหญ่
นิชคุณดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดของเจ้าหมี พลางบอกให้ไอ้หมีอย่ากอดมัน
แน่น เพราะมันกลัวจะ กลายเป็นเทวดาจริงๆก่อนที่จะซื้อขนมให้ พอเจ้าหมีได้
ฟังก็รีบคลายอ้อมกอดทันที คงกลัวจะไม่ได้กินขนมมากกว่ากลัวพี่มันกลายเป็น
เทวดาไปอยู่บนสวรรค์
“โอ๋ๆๆๆเดี๋ยวพี่ซื้อขนมให้กินนะครับ อย่าร้องน้า แล้วก็เลิกกอดพี่ได้แล้ว พี่
อึดอัด”นิชคุณพอเริ่มหายใจออก ก็รีบลูบหัว พลางโอ๋เ จ้าหมีเสียงอ่อนเสียง
หวาน
ชิส์...ทีกลับพวกน้องๆมันปลอบเสียงหวาน ทีกับผมมันขุดคำมาด่าได้แทบไม่ซ้ำ
กัน
ไอ้คุณมันสปอย์น้องจนเคยตัว ตามใจน้องจนเสียเด็กกันไปหมด ผมได้แต่ส่าย
หน้า นิชคุณคงไม่มีเวลารบกับผมแล้ว เพราะคงต้องไปซื้อขนมให้ชานซองก่อน
เอิ่ม..... แล้วตกลงงานวันนี้มันเริ่มกี่โมงครับเนี่ย
วันนี้เรามีงานที่ต้องไปหลายงานเลยครับ หลังจากที่เราเล่นมินิคอนเสร็จ ก็ต้อง
ไปงานเปิดห้างสรรพสินค้าอะไรสักอย่างนึง ตอนนี้พวกผมยืนอยู่ตรงแสตนด์
เตรียมรอถ่ายรูปครับ พอถ่ายรูปเสร็จก็จะได้กลับบริษัทเพื่อไปซ้อมเต้นต่อ
ผมยืนตรงหัวแถว ส่วนไอ้คุณโน่นครับมันยืนหัวโด่อยู่ท้ายแถวติดกับจุนโฮ วันนี้
ตอนเล่นมินิคอนเหมือนกัน พอถึงช่วงที่ต้องทักทายแฟนเพลง พอผมยืนท้ายแถว
มันก็เผ่นไปยืนหัวแถว
ผมเหลือบไปมองคนยืนท้ายแถวที่กำลังส่งยิ้มหวานหยด ยกมือโบกประหนึ่งเป็น
นางงานมิตรภาพให้ช่างภาพรัวชัตเตอร์กันอย่างเมามัน แหมดูท่ามันสิครับน่า
หมั่นไส้จริงๆ พอมันเห็นผมกำลังมองมันอยู่มันยังโบกมือเป็นนางงามอยู่ครับ แต่
ปากมันขยับ“ไอ้แมวบ้า” ด่าผมครับ แม่งเอ้ย ผมเลยขยับปากสวนมันกลับไป
“ไอ้น่ารักกกกก”
จุนซูที่ยืนใกล้ผมเห็นผมทำปากขมุบขมิบเลยมองตามสายตาผมไปเห็นนิชคุณที่
กำลังแยกเขี้ยวยิงฟันใส่ ก็ได้แต่ส่ายหัว แล้วก็แอบตีแขนผมดังเปรี๊ยะ ตาเรียวๆ
ของจุนซูเหมือนกำลังบอกว่า “ทำงานอยู่นะพวกมรึง ยังจะเล่นกันอยู่ได้”
ขิส์ ผมโดนอยู่คนเดียวอีกแล้วครับ ส่วนไอ้คุณพอเห็นจุนซูตีแขนผม มันยิ้มเยาะ
ส่ง สายตาสะใจ มาทันที ใครว่ามันเป็นเทวดาครับผมข้อเถียงหัวชนฝาอย่างมัน
นะผู้ร้ายชัดๆ
“อูยยยย”ตายละครับ อยู่ดีๆผมก็เจ็บเข่าขึ้นมา วันนี้ผมไม่ได้ใส่เฝือกอ่อน แถม
ลืมกินยามาอีก ความปวดที่แล่นเป็นริ้วๆ ทำให้ผมต้องรีบก้มหน้า กัดฟันแน่น
เพื่อสะกัดกลั้นความเจ็บที่เหมือนจะเพิ่มขึ้นทุกที เสียงเรียกชื่อผมของพี่นักข่าว
ทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นมา พยายามทำหน้าให้เป็นปกติ ฝืนยิ้มอย่างเต็มที่ พอ
พวกพี่นักข่าวถ่ายรูปเสร็จ ผมรีบก้มหน้าก้มตา เตรียมจะก้าวขาเพื่อลงเวที แต่ก็
รู้สึกว่ามีมืออุ่นๆมาสอดกระชับเข้ากับมือของผม ไม่ต้องมองหน้าก็รู้ครับว่าเป็น
มือใคร มือข้างนั้นบีบกระชับกับมือผมแน่น เหมือนปลอบใจ
ความปวดที่เพิ่มขึ้นมาทำให้ผมเผลอบีบมือนั่นเต็มแรง แต่ไอ้เจ้าของมือไม่
โวยวายสักแอะ กลับจูงมือผมพาเดินลงเวที ผมข่มเความเจ็บ พยายาม
เดินให้เป็นปกติที่สุด
ภาพที่พวกพี่ๆนักข่าว กับแฟนเพลงเห็นก็คงนึกว่าเป็น Fan Service ของผมกับ
นิชคุณ คนข้างตัวผมเดินจูงมือผม ใบหน้าสวยที่มาพร้อมกับยิ้มหวานหยด ทำให้
ทุกคนพุ่งความสนใจไปกับคนข้างกายผมมากกว่า
ผมรีบก้มหน้า ก้มตาเดิน ทำใบหน้าเรียบเฉย มือไอ้คุณจับจูงผมเดินตลอดทาง
จนไปถึงรถตู้ พอเปิดประตู ก้าวขาเข้าไปนั่งตรงเบาะแถวหน้า ผมก็หลุดคราง
ออกมาเบาๆ
เสียงผมทำให้สมาชิกคนอื่นที่นั่งด้านในหันมามองเป็นตาเดียว
“เฮ้ย เป็นไรวะแทค”จุนซูชะโงกหน้ามาถามผมมาจากเบาะตัวหลัง
“เจ็บขาวะ” ผมตอบกลับไป พลางหลับตา เหมือน บอกเป็นนัยว่า “เมิงไม่ต้อง
ถามกูอีกนะ กูจะหลับแล้ว”
“พี่แทค ไหวไหมพี่”
“แล้วทำไมอยู่ดีๆถึงเจ็บละพี่”
“แล้วพี่จะซ้อมเต้นคืนนี้ไหวเหรอ”
เสียงชานซอง อูยอง และ จุนโฮ รัวถามกันเป็นชุด ผมก็ได้แต่ข่มความเจ็บ งึมงำ
“ไหวๆพี่เต้นไหว แต่ตอนนี้ขอนอนก่อนนะ”
ความปวดที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผมต้องขบกรามจนปวดหนึบ มือสองข้างกำแน่น
เล็บจิกเข้าไปที่ฝ่ามือจนเป็นรอย เม็ดเหงื่อเล็กๆเริ่มซึมตามไรผม เมื่อไหร่รถจะ
ออกสักที ผมจะได้ไปหายาที่บริษัทกินระงับความปวด
“รอใครอยู่ครับเนี่ย”ผมฝืนลืมตามาถามพี่คนขับ
“รอนิคคุนอยู่ครับ”
หือ เออจริงสิ พอมันประคองผมขึ้นรถเสร็จ มันก็หายหัวไปเลย
“พี่คุณไปไหนเหรอครับ” เจ้าชานแกสนใจพี่คุณแกจริงๆเลยนะ
“เห็นนิคคุณบอกว่าจะไปซื้อของครับ”
แ หม มันยังมีเวลาไปช๊อปปิ้ง ผมได้แต่ค่อนแคะในใจ แล้วก็รีบหลับตาเมื่อความ
ปวดปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
สักพักประตูรถก็เปิดออก ผมรู้สึกถึงเบาะนั่งข้างกายที่ยุบฮวบไป ที่มาพร้อมเสีย
งกร๊อบแกร๊บของถุงพลาสติก
“ขอโทษครับที่มาช้า”เสียงนิชคุณขอโทษ ขอโพยพี่คนขับ
เฮ้อ กว่าจะมาได้นะ คุณชาย
“แทคๆ หลับแล้วเหรอ ตื่นมากินยาก่อน” เสียงทุ้มของมันทำให้ผมต้องลืมตาอัน
พร่ามัวขึ้นมามอง ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความกังวล พอเห็นผมลืมตามันยิ้ม
น้อยๆ มือขาวยื่นยาเม็ดกลมๆให้ 2 เม็ด
“นายเอามาจากไหน”
“ก็แวะซื้อเมื่อกี้ ปวดขามากมั้ย นายกินยานี่แก้ขัดไปก่อน นะ ไม่งั้นปวดขาตาย
เลยกว่าจะถึงบริษัท”คุณพูด พลางก้มหน้าก้มตาใช้ มือความง่วนหาอะไรในถุง
ใบใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยถุงขนม
ผมรับยามาใส่ปาก นิชคุณรีบยื่นขวดน้ำที่เพิ่งหาเจอในถุง แล้วก็เอี้ยวตัวส่งถุงไป
ข้างหลัง
“เอ้า พี่ซื้อขนมมาฝาก เอาไว้กินรองท้องก่อนกินข้าวเย็น หิวกันแล้วใช่ไหมละ”
เสียงเฮประสานดังลั่นรถ มือใครไม่รู้รีบยื่นมารับถุงใบโต แล้วเสียงกร๊อบแกร๊บก็
มาแทนที
“แทคกินอะไรหน่อยมั้ย ว้าลืมไป น่าจะให้นายกินอะไรก่อนแล้วค่อยกินยา เดี๋ยว
ยากัดกระเพาะตายเลย”นิชคุณบ่นงึม
ผมส่ายหัวความรู้สึกตื้นตั้นที่อัดแน่นจุกขึ้นมาถึงคอทำให้พูดอะไรไม่ออก เฮ้อ
พ่อเทวดา บทมันจะดีมันก็ดีจนผมอยากร้องไห้ ผมรีบหลับตาลงอีกครั้งไม่อยาก
เห็นแววตาเป็นห่วงเป็นใยที่ดวงตาคู่สวยส่งมาให้ แต่ผมก็ยังรู้สึกได้ถึงมืออุ่นที่
เช็ดเหงื่อที่หน้าผากให้อย่างอ่อนโยน
“นายบอกว่าไม่ให้ฉันเข้าใกล้นายไม่ใช่เหรอ”ผมอดถามไม่ได้ ทั้งที่หลับตา นิช
คุณหัวเราะเสียงใสก่อนจะตอบกลับมา
“ฉันห้ามนายเข้าใกล้ฉัน แต่ไม่ได้บอกว่าห้ามฉันเข้าใกล้นายนี่นา นอนๆเดี๋ยวพอ
ถึง บริษัทฉันปลุกเอง”นิชคุณพูดจบก็จับหัวผมให้ซบลงที่ไหล่ ผมได้กลิ่นหอม
อ่อนๆโชยมา กลิ่นที่คุ้นเคย กลิ่นที่ทำให้ผมผ่อนคลาย ตกลงผมกับนิชคุณสงบ
ศึกกันแล้วใช่ไหมเนี่ย ไอ้ที่ทะเลาะกันแทบเป็นแทบตายก่อนหน้านี้เหมือนกับไม่
เคยเกิดขึ้น ปากอิ่มสีสดที่เคยขยับด่าผมแทบไม่ซ้ำคำกัน ตอนนี้กลับพูดจา
อ่อนโยน มือขาวที่เคยชี้หน้า เคยทุบ เคยถองผมตอนนี้เจ้าตัวกลับใช้
มันมากุมมือ เช็ดเหงื่อส่งยาแก้ปวด ให้กับผม ไหล่สวยที่ตอนเจ้าของโมโหผมจน
ไม่ยอมให้โอบ แต่ตอนนี้กลับเป็นเหมือนหมอนให้ผมหนุนหัวนอน ตาโตที่เคย
มองผมขุ่นขวางมาตอนนี้แววตาใสไม่ซ่อนเร้นความห่วงใย
รถค่อยๆแล่นออกเพื่อตรงไปตึก JYP เพื่อพาพวกผมไปซ้อมเต้นต่อ ผมค่อยๆ
ผ่อนลมหายใจช้ๆ ยาที่กินเข้าไปคงเริ่มออกฤทธิ์ ความปวดค่อยๆจางหาย พร้อม
กลับเปลือกตาทีเริ่มหนักอึ้ง ก่อนที่ผมจะเข้าสู่ห้วงนิทรา ผมความหามืออุ่นของ
คนข้างกาย พอพบผมรีบตวัดมือกระชับแน่น เจ้าของมือไม่ว่าอะไรบีบมือผม
ตอบเบาๆที่นึง นั้นคือความรู้สึกสุดท้ายก่อนที่ผมจะหลับไป
ในฝันผมยืนอยู่บนเวทีใหญ่ แสงไฟเจิดจ้า เศษกระดาษปลิวโปรยปรายอยู่
รอบตัวเต็มไปหมด เสียงแฟนๆเรียกชื่อผมดังสนั่น แต่เป็นเสียงที่เศร้าสร้อย ปน
เสียงสะอื้น ทำไมทุกคนทำหน้าเศร้าอย่างนั้นละครับ แล้วทำไมผมถึงยืนก้มหน้า
น้ำตาคลอ ผมทำให้แฟนเพลงผิดหวังจนต้องร้องไห้เลยเหรอ ในผันผมทั้งเศร้า
ทั้งเสียใจ ทั้งรู้สึกผิดแต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงรอยสัมผัสอุ่นที่แขน ผมหันไปมองคนที่ใช้
มือขาวๆแตะที่ท่อนแขนผม คนที่มักจะยืนเคียงข้าง ไม่ห่างไปไหน ใบหน้าสวย มี
รอยยิ้มเศร้าๆประดับอยู่ ดวงตากลมสะท้อนความรู้สึก ทั้งสงสาร ทั้งเป็นห่วง ผม
ใจหายวาบ เงาสะท้อนแวบวับในตากลม มันคือน้ำตาใช่ไหม
ผมผวา สะดุ้งเฮือก ลืมตาตื่น ภายในรถมีดสนิท เงียบสงัด ได้ยิน เสียงกรนเบาๆ
แทรกมากับเสียงเพลงที่หลุดรอดออกมาจากหูฟังของใครสักคนแว่วๆ
“ตื่นแล้วเหรอ หายปวดขาหรือยัง” เสียงแผ่วที่ได้ยินอยู่ข้างหู ทำให้ผมเพิ่งรู้ตัวว่า
หัวโตๆของผมยังซบลงที่ไหล่ของนิชคุณ
“อืม... เฮ้อออ....” ความรู้สึกตอนฝันยังเหมือนตกตะกอนอยู่ในจิตใจ ทำให้เผลอ
ถอนใจยาวออกมา
“เป็นอะไร”เสียงนุ่มที่ถามอย่างห่วงใย ยิ่งทำให้ผมนึกถึงความฝันนั้นอีกครั้ง
ดวงตากลมที่มีน้ำตาคลอ
“ถึงนายจะห่วงฉันแค่ไหน นายก็ไม่ต้องร้องไห้หรอกนะ ฉันไม่เป็นอะไรมาก
หรอก” ผมหลุดปากพูดออกไปตามที่ใจผมคิด
“ร้องไห้อะไรวะ ละเมอรึเปล่าเนี่ย อะไร นายเจ็บขาแค่นี้ คิดว่าฉันจะห่วงนายจน
ร้องไห้เรอะ ฝันไปเหอะ 555”นิชคุณส่งเสียงหัวเราะร่วนอยู่ข้างหู
ผมอมยิ้มอยู่ในความมืดมิด นั้นนะสิ คนใจแข็งอย่างนิชคุณนะเหรอ จะร้องไห้
ให้กับเรื่องแค่นี้ ขอให้มันเป็นแค่ความฝันอย่างที่นิชคุณพูดก็แล้วกัน และที่
สำคัญผมก็ไม่อยากเห็นมันร้องไห้เท่าไหร่ โดยเฉพาะถ้ามันต้องร้องไห้เพราะผม
แค่คิดภายในใจก็อึดอัด เหมือนจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว
“นอนต่อเลยแทค ตื่นมาก็พูดจาไร้สาระ ยังอีกนานกว่าจะถึงบริษัท”เสียงที่
หงุงหงิงอยู่ข้างหู ทำให้ผมปิดตาลงอีกครั้งอย่างเชื่อฟัง คราวนี้ผมคงจะฝันดีแล้ว
ใช่ไหมครับ
สนุกและน่ารักมากค่ะ ฮาตลอด นั่งอ่านไปหัวเราะไป ชอบสไตล์การเขียนแบบนี้มากที่สุดเลยค่ะ อ่านแล้วเห้นมิตรภาพที่อบอุ่นและละมุนละไมมากๆ (เพิ่งเริ่มอ่าน fic ค่ะ แต่ชอบสไตล์ของไรท์ที่สุดค่ะ) จะติดตามเรื่อยๆนะคะ
ตอบลบ