Warning : ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมาเท่านั้นโปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน
ตอนนี้ผมไม่มีเสียงเลยครับ
พอดีเมื่อปลายอาทิตย์ที่แล้วผมไม่สบาย
แต่อาทิตย์นี้มันลามกลายเป็นหวัดลงคอซะงั้น
ไข้ไม่มี น้ำมูกก็หมดแล้ว
แต่ไอ้อาการไอค่อกแค่ก กับไอ้เสียงที่หายไป ยังหาไม่เจอเลย
เนี่ยละครับที่เป็นปัญหา
ตอนนี้ใครพูดอะไรมาผมก็ได้แต่พยักหน้า ส่ายหัว
ไร้เสียงไว้พูดโต้ตอบ
“พี่คุณอย่าลืมกินยานะครับ” เสียงเจ้าเด็กแก้มบวมสั่ง
คร๊าบบบไม่ลืมครับ อูยองไปอัดรายการเหอะครับ
“อย่ากินน้ำเย็นด้วยนะครับพี่คุณ” อันนี้เด็กตาตี่บอกครับ
พี่จะกินแต่น้ำอุ่นครับ จุนโฮ ก็ไปหาหมอให้หมอดูแขนเหอะครับ
“เฮ้ย คุณอยู่คนเดียวได้ใช่ไหม”
เฮ้อ.... จุนซู ทำไมฉันจะอยู่คนเดียวไม่ได้ฟระ
ไปห้องอัดเลยไป๊ นายนะ
“พี่คุณให้ผมอยู่เป็นเพื่อนไหมครับ”
ชานซองไปหาหมอเหอะครับ หมอนัดดูแผลผ่าตัดไม่ใช่เหรอ
กว่าพวกนั้นจะสั่งเสีย เอ๊ยยย สั่งความเสร็จผมก็พยักหน้าจนคอ
แทบเคล็ด แล้วเจ้าพวกนั้นก็ยกโขยงกันออกไปข้างนอกกันหมด
แต่ยังเหลือไอ้ตัวเจ้าปัญหาอีกคนหนึ่ง
“เฮ้ย คุณไอ้พวกนั้นมันส่งเจี๊ยวจ๊าวอะไรกันหนักกันหนาวะ
คนจะนอนสักหน่อยเลยต้องตื่นแต่เช้าเลย”
เช้าบ้านมันครับ 11 โมงตรงพอดี
ที่จริงวันนี้ไอ้แมวยักษ์มันก็มีงานต้องไปมหาลัยมอบทุนอะไรของ
มันด้วย แต่พ่อกว่าจะตื่นก็ล่อเอาเกือบเที่ยง ทั้งที่งานมันมีช่วง
บ่ายโมงตรงนะนั้น
ผมมองคนที่ยืนหน้าย่น เกาพุงแกรกๆ บนศรีษะโตปกคลุมด้วย
ผมหนาฟูบานฟ่อง ดวงตาดำใหญ่อยู่ใต้แว่นสายตากรอบหนา
มันยังอยู่ในชุดนอนสุดโปรดของมันซึ่งก็คือ เสื้อกล้ามยานย้วย
หาทรงไม่เจอ กับไอ้กางเกงวอร์มที่ยางยืดคงจะเสื่อมตาม
กาลเวลา ขอบเอวถึงมากองอยู่ตรงสะโพกอย่างนั้น
ผมส่ายหน้า ให้กับสภาพที่เรียกได้ว่าดูไม่จืด เดินผละหนีมัน
มายังโต๊ะกินข้าว เมื่อเช้าผมกินแค่กาแฟกับขนมปังแผ่นนึง
ยังไม่ทันเที่ยงเลยเริ่มหิวแล้วครับ
“วันนี้มีอะไรกินบ้างวะคุณ”
อ๊ค แทคยอน ยังลากสารรูปโทรมๆของมัน ตามผมมาอีก
ผมพยักเพยิด ไปยังกับข้าวที่วางอยู่บนโต๊ะ
นายก็ดูเอาเองสิวะ ว่ามีอะไรบ้าง
“แหม วันนี้หยิ่งนะเนี่ย ไม่ยอมคุยกับฉันเลย”
คนที่แสร้งทำเสียงต่อว่าตัดพ้อ ทั้งที่ตาเต้นระริก
ผมทำเป็นไม่ได้ยินเสียงนก เสียงแมว คว้าช้อน ถือส้อมไว้ในมือ
เตรียมจะนั่ง เพื่อจัดการอาหารตรงหน้า แต่มือคร้ามกลับมาจับ
มือผมไว้
“ฮือออออ โกรธอะไรเค้าอีกล่ะคุนนี่ เค้าพูดด้วยก็ไม่ยอมตอบ”
คนที่ทำเสียงออดอ้อนสบัดสบิ้ง ขัดกับหน้าตายียวน
กวนประสาท
ผมได้แต่ถลึงตาตอบ พยายามดึงมือออกจากการเกาะกุม
แต่มือไอ้แมวมันก็เหนียวเป็นบ้า แถมมันยังแกล้งกระชากมือ
จนร่างผมผวาพรวด หน้าแทบจะชนอกมัน
ผมเงยหน้ามองไอ้คนที่ตอนนี้อยู่ใกล้จนเห็นหน้าผากกกว้างที่มี
ผมยาวหยักดำสนิทปรกบ้างส่วน ตาคมพราวระยับ จมูกโด่งเป็น
สัน ปากยิ้มกว้างจนผมกลัวฟันมันจะมาเฉาะหัวผมจริงๆ
“ปล่อย”
ผมพยายามเปล่งเสียงแหบๆออกมา สองจิตสองใจว่าพอมัน
ปล่อยมือผมแล้ว ผมจะเอาส้อมที่อยู่ในมือทิ่มทักทายตรงส่วน
ไหนของร่างกายมันดี ระหว่างแขนใหญ่ยักษ์กับพุงปลิ้นๆของมัน
“อารายน้า” อ๊ค แทคยอนแกล้งลากเสียงถาม
“แค่ก”
ผมไอไปทีนึง ไอ้แมวนิ่งอึ้ง ปล่อยมือผมทันควัน มันคงคิดว่ามัน
แกล้งผมจนผมกลับมาไออีกแน่ๆ ผมเลยแสร้งทำเป็นไอหนัก
“แค่กๆๆ”
ไอ้แมวหน้าตาตื่น ท่าทาง ร้อนรน กระวนกระวาย
ยืนแทบไม่ติดขึ้นมาทันที
หึๆๆ สมน้ำหน้า ให้มันรู้สึกผิดซะบ้าง กวนประสาทกันดีนัก
“คุนนี่ เป็นอะไรเปล่า”
ฉันก็ไออยู่ไงไอ้แมวบ้า
แล้วเวรกรรมก็ตามผมทันภายในชาตินี้
จากที่ทำเป็นแกล้งไอกลับกลายเป็นน้ำลายไหลลงคอจนสำลักไอรัวเข้าจริง ๆ คราวนี้ผมไอไม่หยุด เริ่มเจ็บร้าวไปทั้งหน้าอก
เสียดท้อง หายใจแทบไม่ทัน ต้องปล่อยช้อน วางส้อม
ที่อยู่ในมือ ไม่กงไม่กิน ไม่เอาไปทิ่มพุงมันแล้ว
ผมไอไป กุมหน้าอกที่ปวดแปลบเดิน โซซัดโซเซ ไปนอนบนโซฟา
โดยมีอ๊ค แทคยอนที่หน้าเสีย โหวกเหวกโวยวาย เดินตามหลังมา
“คุณ.. คุณ... เป็นงัยบ้าง คุนนี่~~ ”
ผมนอนไอรัวจนตัวงอทั้งเจ็บหน้าอก แสบคอ แถมยังรำคาญไอ้
คนที่นั่งคุกเข่าเกาะโซฟาส่งเสียงเรียกชื่อข้างหูอย่างกับเชียร์มวย
เลยได้แต่โบกมือไหวๆ
“อะไรคุณ นายจะให้ฉันจับมือนายไว้เหรอ”
มืออุ่นจัดรีบจับมือข้างนึงของผมกุมไว้แน่น
ฉันโบกไล่นายให้ไปไกลๆต่างหาก
ผมถลึงตาใส่มัน
“โธ่คุณ นายไม่ต้องมองฉันตาละห้อยอย่างนั้นฉันไม่มีวันทิ้ง
นายไปไหนหรอก”แหนะ.... มันยังเพ้อไม่เลิก
ผมทั้งหมดแรง ทั้งไม่มีเสียงที่จะบอกว่ามันโคตรจะเข้าใจผิด
และผมคงจะยินดีมากๆถ้าตอนนี้มันทิ้งผมไปจริงๆ
ผมได้แต่ใช้มืออีกข้างทีเหลือกดตรงหน้าอก ก่อนที่จะหลับตา
พยายามควบคุมกำหนดลมหายใจตัวเองที่ขาดช่วงเพราะไอรัว
“คุณ นายเจ็บหน้าอกด้วยเหรอ คงไม่ได้เป็นโรคหัวใจใช่มั้ย
โธ่ คุนนี่~ นายอย่าตายน้า~~ ”
อ๊ค แทคยอนคร่ำครวญ โหยหวน เสียง แหลม บาดหู
ฮือออออ ใครช่วยเอาไอ้แมวไปหน่อยได้ไหมครับ
ผมแถมข้าวสารให้อีกถังด้วย เอ้า!!!
แต่ว่าไปไอ้มือที่จับกระชับแน่นอยู่กับมือผมก็ใช่ว่าจะไม่มี
ประโยชน์นะครับเพราะไม่รู้ผมคิดไปเองหรือเปล่าแต่พอผมไอ
แล้วเผลอบีบมือใหญ่ ความเจ็บแปลบตรงอกกลับลดลง
ผมเลยไอไป หลับหูหลับตาบีบมือแทคยอนไป จนอาการ ค่อยๆ
ทุเลา ที่เจ็บหน้าอกก็พลอยลดลงด้วย จนสามารถสูดลมหายใจ
เข้าไปจนเต็มปอด ไม่ติดขัด ผมถึงค่อยเปิดเปลือกตามามอง
คนที่ยังพร่ำเรียกชื่อผมอยู่ข้างหูไม่ขาดปาก ใบหน้าคร้ามตอนนี้
ซีดเผือด ดวงตาคมฉายความเป็นกังวลห่วงใยชัดเจน จนเกือบจะ
เรียกได้ว่าวิกลจริต เอ๊ยยยไม่ใช่ วิตกจริต
“คุณณณณ”
เสียงห้าวเรียกชื่อผมด้วยความยินดีทันทีที่เห็นผมลืมตา
ผมมองไปยังมือที่ยังกุมแน่น พอผมคลายมือออก
ขนาดผิวคร้ามก็ยังเห็นเป็นรอยมือแดงประทับชัดเจน
คนที่ก้มมองตามสายตาผม รีบพูดรัวเร็ว
“ฉันไม่เจ็บหรอก”
ฉันไม่ได้กลัวนายเจ็บสักหน่อย
“ค่อยยังชั่วรึยัง”
ผมพยักหน้า แทคยอนมองหน้าผมนิ่ง
“นายร้องไห้”
คำพูดคล้ายต่อว่า คิ้วเข้มขมวดราวไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองเห็น
เหอะร้องไห้อะไร ไอ้แมวดำท่าจะบ้า อย่างผมเนี่ยนะร้องไห้
แทคยอนใช้ข้อนิ้วปาดไปตรงปลายหางตาผมอย่างเบามือ หยด
น้ำใสที่ติดมาด้วยทำให้ผมต้องยิ้มเจื่อน สงสัยผมจะไอมากจน
น้ำตาเล็ดเลยครับ แล้วผมก็ต้องรีบหลับตาเพราะไอ้แมวมันใจดี
เช็ดหยาดน้ำตรงดวงตาที่เหลืออีกข้างให้อีก ก่อน ทิ้งสัมผัสอุ่นจัด
เหลือเป็นที่ระทึก เอ๋ย ระลึกไว้
“น้ำ”ผมพยายามพูดด้วยเสียงแหบพร่า
“หา อะไรนะ”
อ๊ค แทคยอนเอียงหน้ามาจนหูกางๆของมันแทบจะชิดปากผม
“น้ำ” ผมเร่งเสียงขึ้นอีกนิด
“จะเอาน้ำเหรอ ได้ๆเดี๋ยวฉันไปเอามาให้”
แล้วมันก็วิ่งหูตั้งไปในครัว ไม่วายวิ่งชนเก้าอี้ล้มไปตัว กดน้ำใส่
แก้วแล้วก็วิ่งตึงตังจนน้ำกระฉอกหกมาตลอดทาง
“เอ้า คุณน้ำมาแล้ว โอ๊ะ!!!”
มันวิ่งสะดุดขาเก้าอี้ตัวที่มันทำล้ม โชคดีที่มันไม่หกคะเมนจนแข้ง
ขาหักไปอีก แต่โชคร้ายคือมันเซถลา แก้วน้ำในมือเลยเอียงจน
น้ำอุ่นๆหกรดใส่ผมจนหมดแก้ว
ผมค่อยๆก้มมองเสื้อที่เปียกไปเกือบครึ่ง แล้วถึงเงยหน้าขึ้นมา
มองไอ้แมวที่ยืน ตาเบิ่งกว้าง อ้าปากค้าง
ใครช่วยเอาไอ้แมวดำไปฝังกลบให้ผมหน่อยได้มั้ยครับ
คราวนี้ผมแถมบ้านพร้อมที่ดินไว้สำหรับฝังมันให้เลย
ผมลุกพรวดไข้วแขนถอดเสื้อที่เปียกชื้น ออกจากตัว เดินกระแทก
เท้าเข้าไปในห้องตัวเองโดยมีอ๊ค แทคยอนเดินดักหน้า ดักหลัง
พร่ำขอโทษไม่ห่าง
“ฮืออออ คุณ เค้าขอโทษ”
ผมโยนเสื้อที่ถอดออกลงตะกร้าที่ไว้ใส่เสื้อผ้าสำหรับส่งซัก
เปิดตู้เสื้อผ้ากระชากเสื้อยืดแขนยาวสีแดงสดมาใส่ เพราะเริ่ม
รู้สึกสบัดร้อน สบัดหนาวยังไงก็ไม่รู้ ไม่ใช่ว่าไข้กลับอีกนะ
พอสวมเสื้อเสร็จ ผมก็เดินออกมาจากห้อง โดยมีไอ้แมวพันแข้ง
พันขา ส่งเสียงเงี้ยวง้าว ตามหลัง
“คุณ อย่าทำหน้าอย่างนั้นดิ ฮืออออออ”
ผมเดินเข้าครัว คว้าถุงยาที่อยู่บนตู้เย็น
“คุณ นายยังไม่ได้กินข้าวเลยนะจะกินยาเลยเหรอ”
เสียงท้วง อ่อย ที่ได้ยินทำให้ผมหันขวับไปมองมันตาเขียวปั๊ด
ก็ที่ฉันไม่ได้กินข้าวก็เพราะใครวะ!!!!???
คราวนี้มันเหมือนจะอ่านสายตาผมออกใบหน้าเข้มหงอย
จ๋อย หนักกว่าเก่า
“ฉันขอโทษ”
เสียงห้าวเสียใจสุดซึ้ง ดวงตายาวเรียวสำนึกผิด ใบหน้าโศกสลด
ยืนคอตก ราวดอกไม้โดนน้ำร้อนจัดสาดใส่จนคอหัก ห้อย
ต่องแต่ง
เฮ้ออออ
ผมมองมันนิ่ง ก่อนจะถอนใจยาว จะโทษว่าเป็นความผิดมัน
ทั้งหมดก็ไม่ได้ ส่วนนึงก็เป็นเพราะผมทำตัวเองด้วย
สุดท้ายผมก็ต้องไปนั่งที่โต๊ะกินข้าวแล้วก้มหน้าก้มตาจัดการ
อาหาร โดยมีเจ้าแมวยืนจับจ้องมองเงียบๆไม่กล้าพูดจา
พอผมกินอิ่ม วางช้อน มือคร้ามก็รีบยื่นยามาให้พร้อมแก้วบรรจุ
น้ำที่อุ่นกำลังพอดี ผมกรอกยาใส่ปาก ก่อนที่จะดื่มน้ำตาม แล้ว
ถึงเดินสะโหลสะเหล ไปนอนที่โซฟาตัวเดิม
“นายจะนอนบนโซฟานี่เหรอ”เสียงถามเบาๆราวเกรงใจยิ่ง
“อืมมม” ผมส่งเสียงตอบในลำคอ ก่อนที่จะหลับตา แนบหน้าลง
ไปที่โซฟาด้วยความอ่อนเพลีย ผมได้ยินเสียงฝีเท้าหนักเดินห่าง
ออกไป ได้ยินเสียงเปิดประตูห้อง ไอ้แมวคงกลับเข้าห้องตัวเอง
แล้วมั้ง แต่สักพักผมก็สัมผัสได้ถึงผ้าห่มนุ่มอุ่นที่มาคลุมจนแทบ
ปิดถึงหน้า รู้สึกถึง มือใหญ่ที่ยกศรีษะผมอย่างนุ่มนวลก่อนที่จะ
สอดหมอนใบใหญ่รองใต้ต้นคอ
“เดี๋ยวฉันต้องออกไปข้างนอก นายอยู่คนเดียวได้ใช่มั้ย”
ความเป็นกังวลในน้ำเสียงที่มีมาก ผมเลยต้องพยักหน้าทั้งที่ยัง
หลับตา
“คุณ”
เสียงเรียกชื่อเบานุ่มทำให้ผมต้องฝืนเปิดเปลือกตามามอง
ดวงตาดำยาวใหญ่ที่เห็นสะท้อนความห่วงใยชัดแจ้ง
นิ้วคร้ามเขี่ยผมที่ค่อนข้างยาวแล้วไม่ให้ทิ่มปรกหน้าปรกตาผม
“ฉันจะรีบไปรีบกลับนะ”
แทคยอนปากก็พูด ส่วนมือก็ลูบศรีษะผมเบา
ใบหน้าคมที่ยังดูไม่สบายใจ ผมเลยต้องยิ้มก่อนพยักหน้า
ให้มันไปที มันถึงค่อยทำท่าโล่งใจ ยิ้มออกมาได้“นอนๆ”
มันสั่งผมครับ ส่วนมือก็ลูบหัวผมต่อ ผมปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง
ค่อยๆผ่อนลมหายใจยาว พอกำลังเคลิ้มๆก็ได้ยินเสียงห้าวที่
กระซิบแผ่วข้างหูราวบทเพลงขับกล่อม
“หายเร็วๆนะคุณ ฉันคิดถึงเสียงนุ่มๆของนายจัง”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น