Warning : ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมาเท่านั้นโปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน
“โอ๊ยยยย อยากจะเป็นบ้า โว้ยยยย”
นี้คือเสียงตะโกนลั่นในใจของนิชคุณ แต่ใบหน้างดงามที่แสดงออกกลับ
นิ่งสนิท มีเพียงดวงตากลมที่สะท้อนประกายแวบวาบตามห้วงอารมณ์ที่
ขึ้นๆลงๆ
ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในบ้านรับมือกับไอ้แมวยักษ์ เอาแต่ใจเป็นเพื่อนเขาสัก
คน ไม่รู้เขาคิดมากไปเองหรือเปล่าที่คิดว่าเจ้าพวกนั้นพากันชิ่งหนี ทิ้งให้
เขาต้องผจญเวร ผจญกรรมอยู่กับอ๊ค แทคยอน เพียงลำพัง
จุนซูหนีเข้าห้องอัด ชานซอง ไปฟิตเนสตัวเอง จุนโฮ เผ่นกลับ
บ้าน ส่วนอูยองก็ตาลีตาเหลือกบอกว่าวันนี้มีไลฟ์ ทั้งที่ต้องขึ้นเวทีตอน
เกือบสองทุ่ม แต่แหกขี้หู ขี้ตาไปตั้งแต่ 8 โมงเช้าเนี่ยนะ
ไว้ให้เขาจัดการไอ้คนตรงหน้าเรียบร้อยก่อนเหอะ แล้วค่อยคิดบัญชี
กับเจ้าพวกนั้นทีหลัง
นิชคุณแทบอยากจะเอามือทึ้งผมตัวเองระบายอารมณ์หงุดหงิด แต่พอ
คิดได้ว่าไอ้ที่มีอยู่ก็ค่อนข้างน้อยอยู่แล้ว ถ้าทำอย่างนั้นเดี๋ยวได้เหม่งยิ่ง
กว่าเดิม หรือ จะไปจัดการไอ้คนหัวฟู ที่ยืนตระหง่านแทนดี
คนร่างสูงใหญ่ที่ใส่เสื้อกล้ามสีดำ กับกางเกงสี่ส่วน ลายมิคกี้เมาส์สี
ชมพูที่เจ้าของมันชอบใส่จนเนื้อผ้าแทบจะเปื่อยยุ่ย นิชคุณเคยคิดจะเอา
ไปเผาทิ้งหลายหน แต่รู้ว่าถ้าทำอย่างนั้นเขาคงต้องรำคาญหู ไปอีก
หลายสัปดาห์
คนที่ปล่อยผมสยายฟูฟ่อง พอเห็นสายตาเหี้ยมเกรียมที่เขาสาดส่งไปให้
กลับทำเพียงยืนอมยิ้ม ทำหน้ายียวน สงสัยพอมันไม่สบายมันคงจะไม่
กลัวตาย เพราะทุกครั้งแค่เขาทำตาขวางใส่มันก็ทำหางลู่ หูตกแล้ว
ถ้าไม่ติดว่าแทคยอนอุตส่าห์ไปถ่ายโฆษณาแทนตอนที่เขาจำเป็นต้อง
เก็บตัว จนไม่สบาย เขาคงซัดมันสักตุ๊บแล้วลากศพไปทิ้งนอกบ้าน
มากกว่าจะต้องมายืนกล่อมมันอยู่อย่างนี้
“กินข้าว กินยา แล้วไปนอน”
นิชคุณพูดประโยค ที่ตั้งแต่เช้า เขาบอกมันเป็นหนที่สาม โดยพยายาม
ควบคุมน้ำเสียงให้กดต่ำราบเรียบมากที่สุด เพราะรู้ว่าไอ้คนที่ยืนกอดอก
ทำหน้ากวนประสาทอยู่กลางห้องนั่งเล่น กำลังรอให้เขา “หลุด”
“ไม่”
เสียงห้าวที่สวนทันควัน แม้ขณะตาคู่ใหญ่กว้างแดงก่ำเพราะพิษไข้แต่ก็
ไม่สามารถปกปิดอารมณ์สนุกสนานในใจไว้ได้มิด แถมด้วยอะไรแปลกๆ
ที่แฝงมาในแววตาคม ที่นิชคุณอ่านยังไงก็ไม่ออก
นิชคุณเมื่อได้ยินคำพูดปฏิเสธที่ครั้งนี้ได้ยินเป็นหนที่สามเหมือนกัน ชัก
จะเริ่มเดือด
“ทำไม”
อ๊ค แทคยอน หูตาพราว ระยับยิ่งกว่าเดิมขณะมองคนที่เริ่ม “หลุด”
กระชากเสียงถาม
“ฉันไม่กินข้าว เพราะยังไม่หิว ไม่กินยา เพราะฉันสบายดี ไม่นอน ก็
เพราะฉันเพิ่งตื่น ยังไม่ง่วงสักหน่อย”
“สบายดีบ้าอะไร ตาแดงก่ำ ไข้ขึ้นสูง น้ำมูกไหลยืดออกอย่างนั้น”
“ฉันไม่ได้ไข้ขึ้นสักหน่อย”
นิชคุณกระแทกเท้าเข้าไปใกล้ แต่มือเรียวกลับแตะหน้าผากคร้ามอย่าง
เบามือ พอสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่ค่อนข้างสูง ก็ยิ่งนิ่วหน้า
“ตัวร้อนจะตาย ยังบอกว่าไม่มีไข้อีก”
แทคยอนทิ้งสายตามองคนตรงหน้านิ่ง กระตุกยิ้มแปลกๆ เบี่ยง
ศรีษะออกจากมือขาวอย่างนุ่มนวลแต่ก็ไม่ วายส่งเสียงต่อล้อต่อเถียงต่อ
“มือนายเป็นปรอทหรือไง”
“งั้นถ้าฉันหาปรอทมาวัดไข้นายได้ ถ้าไข้ขึ้นสูงนายจะกินยาใช่ไหม”
“ถ้านายหาเจอนะ” เสียงห้าวพูดอย่างอารมณ์ดี
นิชคุณชะงักกึก หรี่ตามองคนที่ทำหน้าเฉย แต่ดวงตาเต้นระริก
“นายเอาปรอทไปซ่อนใช่มั้ย ไอ้แมวเจ้าเล่ห์”
“อ้าว คุนนี่ใส่ร้ายเขาอีกแล้ว เดี๋ยวฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทเลย”
“ฉันมีคดีติดตัวอยู่แล้ว ไม่ต้องมาตั้งข้อหาฉันเพิ่ม
ไปกินยาเลยอ๊ค แทคยอน น้ำมูกจะไหลเข้าปากอยู่แล้ว”
“ฉันไม่มีน้ำมูก”
“ไม่มีน้ำมูกแล้วไอ้น้ำใสๆที่ไหลออกจากจมูกนายมันเรียกว่าอะไรเหอะ”
“เลือดกำเดา”
เลือดกำเดาบ้านเตี่ยแกสิ ถึงเป็นน้ำใสๆ นิชคุณมองคนที่แถจนสีข้าง
ถลอกตาเขียวปั๊ด
“ไปกินข้าว จะได้กินยา”
นิชคุณพยายามพูดอย่างใจเย็น สงสารตัวเองที่ตอนนี้ต้องมาพูดจา
ซ้ำซากเหมือนแผ่นเสียงตกร่องยังไงก็ไม่รู้
“ไม่”
“งั้นก็เรื่องของนาย ฉันไม่ยุ่งด้วยแล้ว ใ ห้ไข้ขึ้นตายไปเลย”
นิชคุณตะโกนบอกอย่างเหลืออด ก่อนที่จะหมุนตัวเดินหันหลังเพื่อจะเข้า
ไปสงบสติอารมณ์ในห้องดีกว่าที่จะฆ่าคนป่วยให้ตายด้วยมือตัวเอง
“คนอะไร ใจร้าย เค้าอุตส่าห์ไปถ่ายโฆษณาแทนจนไม่สบาย ยังไม่สนใจ
แถมไล่เค้าให้ไปตายอีก “
เสียงตัดพ้อ ต่อว่าต่อขาน แถมมีทวงบุญคุณพ่วงมาด้วย ดังอยู่ข้างหลัง
ขาเรียวเล็กชะงักกึก หยุดเดิน มันมาไม้นี้อีกแล้ว ถ้ามันเห็นว่าการดื้อรั้น
ของมันไม่ได้ผล มันก็จะเปลี่ยนมาคร่ำครวญ โหยหวน นิชคุณ เริ่มปวด
หัวจี๊ดๆ ทำไมอ๊ค แทคยอนมันเก่งในการทำให้เขาเหมือนไมเกรนจะขึ้นได้
ทุกวันนะ
“หน้าตาน่ารัก แต่ใจดั้มมมม ดำ กลัวว่าอยู่คนเดียวแล้วจะเหงา อุตส่าห์
อยู่เป็นเพื่อน ยังไม่เห็นความดีของเค้าอีก”
ฝีเท้าที่ใกล้เขามาทุกที ถ้อยคำที่ยังกล่าวหาเขาไม่เลิก ส่วนความดี
ความชอบเอาเข้าตัวเองหมด
ที่นายอยู่บ้านวันนี้เพราะไม่มีงานต่างหากไอ้แมวบ้า
ท้ายสุดนิชคุณก็รับรู้ถึงคนที่มายืนซ้อนอยู่ด้านหลัง รู้สึกถึงไอร้อนผะผ่าว
ที่กำจายออกมาจากร่างสูง มืออุ่นจัดทั้งสองมาสัมผัสปลายนิ้วมือเล็ก
ขาวแล้วเลื่อนไล้ขึ้นไปยังข้อศอก จนถึงหัวไหล่ ก่อนที่จะหมุนร่างโปร่งให้
มาเผชิญหน้า พาดสองแขนใหญ่ล่ำบนบ่าสวย ใบหน้าเข้มคมอยู่ใกล้ จน
นิชคุณรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนจัดที่เป่ารด
ดวงตาใหญ่เรียวอิดโรยก็จริง แต่ไอ้ตาเยิ้มๆฉ่ำๆเวลามองเขา นิชคุณก็ได้
แต่สงสัย นั้นก็เป็นเพราะพิษไข้เหมือนกันใช่ไหม มือใหญ่ข้างนึงเลื่อนลง
จากบ่าไปจับมือเรียวให้มาสัมผัสตรงซอกคอ
“ตัวฉันร้อนจี๋ออกอย่างนี้ นายยังทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียวอีกเหรอ”
เสียงแหบห้าวออดอ้อน
นิชคุณขมวดคิ้วมุ่นเพราะสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่สูงจนแทบจะเรียก
ได้ว่าร้อนจัด สุดท้ายก็ต้องทำตัวเป็นแผ่นเสียงตกร่องอีกจนได้
“งั้นก็ไปกินข้าว กินยา จะได้นอนพัก”
อ๊ค แทคยอนมองคนที่ทอดเสียงบอกนุ่มนวล แววตากลมที่เห็น
สะท้อนความห่วงใยอย่างไม่ปิดบัง จนต้องใช้มือรั้งร่างคนที่เพรียวกว่า
ตนเข้ามาใกล้อีกนิด ก่อนก้มไปกระซิบเสียงแผ่วข้างหูขาว
“ฉันไม่อยากกินกับข้าวป้า”
นิชคุณเบี่ยงหน้าให้พ้นกับปลายจมูกโด่งที่เกือบกดลงบนแก้ม มือดันอก
กว้าง ของคนที่อยู่ชิดจนเกินไปหรือเปล่า แต่พอเขาดันอกมันปุ๊ปมือใหญ่
ก็โอบเอวเขาปั๊ป แถมไอ้ตาคมที่มองเขาปรือปรอยนี่อีก วันนี้แทคยอนมัน
เป็นบ้าอะไร มันถึงทำท่า เอิ่มมม จะเรียกว่าไงดีละ กรุ่มกริ่มละมั้ง ใส่เขา
“ทำไมนายต้องมาพูดข้างหู ฉันด้วย ทำไมต้องเข้ามาใกล้ขนาดนี้ แล้วก็
ทำไมต้องจับเอวฉันด้วยเหอะ”
คนที่ตรงไป ตรงมา ถามอย่างข้องใจ ส่วนมือก็ง่วนกับการแกะมือเหนียว
ให้ออกจากเอว
แทคยอนกระตุกยิ้ม
อีกแล้ว มันยิ้มแปลกๆอีกแล้ว ไอ้แมวไม่เคยเป็นคนที่อ่านยาก แต่วันนี้
ทุกท่าทาง ทุกคำพูด รวมถึงแววตามัน ทำยังไงนิชคุณก็ไม่เข้าใจว่ามัน
ต้องการอะไร
“ฉันเจ็บคอไม่อยากตะโกนพูด แล้วที่ว่าทำไมต้องอยู่ใกล้ ก็เพราะตอนนี้
หูฉันอื้อ ถ้าไม่อยู่ใกล้ๆฉันก็จะไม่ได้ยินว่านายพูดอะไรบ้าง แถมมึนหัวอีก
ต่างหากเลยต้องจับนายไว้เป็นหลักยึด กลัวจะเป็นลม ล้มหัวร้างข้าง
แตก”
แทคยอนกลั้นยิ้ม ขณะมองคนที่ทำหน้าคล้ายๆจะพยายามเชื่อ
คำอธิบายของเขา
“ถ้าไม่อยากกินข้าวป้า งั้นอยากกินอะไรล่ะ ข้าวต้มดีไหม”
นิชคุณรีบเปลี่ยนเรื่อง ส่วนมือก็ตีไปยังมือที่ตอนนี้มันไม่แค่จับแต่มันลูบ
อีกแหนะอย่างแรง มือซุกซนหยุดแต่ยังไม่ยอมละมือออกจากเอวเขา
ถ้าเป็นข้าวต้ม หรือกับข้าวอ่อนๆง่ายๆ เขาคิดว่าคง
พอทำให้ได้ 5 นาที 10 นาทีก็เสร็จ ก็แค่ตั้งน้ำ ใส่ข้าวสวยที่มีอยู่แล้ว
โยนหมู โยนไก่ หรืออะไร ที่มันอยากกินลงไป ปรุงรสอีกนิดหน่อยก็
เรียบร้อย
“ไม่...... อยากกินสปาเก็ตตี้ครีมซอส”
ดวงตาคมยิ้มกว้างใส่ตา คนที่ทำหน้าเหวอทันทีที่ได้ยินชื่ออาหารที่
เขาอยากกิน
“หะ” นิชคุณฟังคนที่ยืนประจันหน้าชิดใกล้ จนเห็นตาคมวิบวับ
แล้วก็ต้องเหงื่อตก มันไม่ใช่ทำง่ายๆเลยนะไอ้สปาเกตตี้นะ ไหนจะต้อง
ต้มเส้น ทำครีมซอส แล้วเขาไม่ใช่พ่อครัวมืออาชีพสักหน่อย อย่างน้อยก็
เป็นครึ่งชั่วโมงกว่าจะเสร็จ แล้วตอนนั้นเขาก็รู้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้น
อ๊ค แทคยอนจะไม่ยอมอยู่เฉย อ๊ค แทคยอนจะไม่ยอมหุบปาก
อ๊ค แทคยอนจะต้องป่วนจนกว่าเขาจะทำอาหารเสร็จ แค่คิดนิชคุณก็
เหมือนไข้จะขึ้นตามคนไม่สบายไปติดๆ
“ทำไมต้องอยากกินไอ้นี้ด้วยวะ”
นิชคุณถามอย่างข้องใจ มันไม่ใช่อาหารโปรดของไอ้แมวที่ชอบกินเนื้อ
เป็นอาหารหลักสักหน่อย
“ก็อูยองบอกว่านายเคยทำให้กินแล้วมันก็อร่อยมากด้วย”
“กินข้าวไข่เจียวแทนมั้ย อูยองก็บอกว่าอร่อยน้า”
นิชคุณตะล่อม แต่พอเห็นปากได้รูปเริ่มจะติดเชิด หน้ากำลังจะคว่ำ มือ
ใหญ่ละจากเอวเขา นิชคุณถอยหลังกรูด สองมือรีบอุดหู
“ไม่อาววว เค้าจะกิน สปาเก็ตตี้ ทำไม อ่ะ ทำไม ที่กับอูยองยังทำให้กิน
ได้ แล้วทำไมไม่ทำให้ฉันกินบ้าง ใช่ซี้ ฉันไม่ใช่น้องรักนายนี่ ขนาดไม่
สบาย ขอร้องให้ทำให้กิน ยังไม่ทำให้....”
เสียง โหยหวน ต่อว่า ดังลั่น ขนาดอุดหูอยู่ยังทะลุให้ได้ยิน
“โอ๊ยยย รู้แล้ว ทำให้กินก็ได้ เลิกแหกปากโวยวายได้แล้ว”
นิชคุณรีบบอก แทคยอนหุบปากทันควัน ยิ้มกว้าง จนริ้วขึ้นรอบตา
นิชคุณรีบเดินเข้าไปในครัว หาวัตถุดิบ โดยมีคนร่างสูงเดินตามประชิด
เป็นเงาตามตัว
สปาเก็ตตี้มีอยู่ไม่ถึงครึ่งห่อพอกินไหมเนี่ย มีเท่าไหร่ก็กินแค่นั้นแล้วกัน
“นายไปดูสิ ในตู้เย็นมีแฮม,วิปครีม รึเปล่า”
นิชคุณสั่งคนที่มาวนเวียนใกล้ ที่พอเขาขยับไปทางไหน ถ้าหน้าไม่ชน
อกกว้าง มือร้อนก็คอยแต่จะมาสัมผัสโดน ไม่มือเขา แขนเขา ก็เอวเขา
พอปัดมือนึงออก อีกมือนึงก็ตามมาราวกับแทคยอนมีมือสักสิบมือได้
“ชิส์ เค้าไม่สบายนะ สั่งเค้าจริง”
เสียงห้าวกระซิบพูดข้างหูให้ขนลุกเล่น ก่อนที่จะรีบผละออกไปเปิดตู้เย็น
เมื่อเจอสายตาขุ่นขวาง
“แฮมหมด วิปครีมมี” เสียงคนป่วยรายงาน
นิชคุณที่กำลังหาถ้วย ไห กะละมัง หม้อ ต้องยู่หน้าเมื่อได้ยิน
“แฮมหมด แล้วจะใส่อะไรแทนดีวะ ของมีไม่ครบ ไม่ทำดีไหมน้อ”
ประโยคท้ายที่เบาราวกับจะพูดกับตัวเอง แต่พอดวงตากลมเงยไปมอง
คนที่ยืนหน้าตู้เย็น ปะทะกับสายตาคมเอาเรื่อง ก็รีบก้มหน้าเสพูดอย่าง
อื่น
“มะ ไม่มีแฮม มีทูน่า งั้นใส่ทูน่าแทนแล้วกันนะ” ควานเจอกระป๋องทูน่า
ในน้ำมันตั้งแต่ชาติปางไหนก็ไม่รู้ กลิ้งโคโล่อยู่เลยรีบหันไปถามความเห็น
แทคยอนพยักหน้าหงึก นิชคุณ จึงไปคว้าหม้อใส่น้ำ เพื่อเตรียมจะต้ม
เส้นสปาเก็ตตี้ เป็นอันดับแรก ใส่เกลือในน้ำนิดหน่อย ขณะรอน้ำเดือดก็
คว้าหอมใหญ่ที่อยู่ในครัวเนิ่นนานจนต้นอ่อนเริ่มแทงขี้นมาแล้ว หั่นครึ่ง
เพื่อจะเตรียมสับให้เป็นชิ้นเล็ก
“คุณ นายทำให้ฉันกินแค่นี้ ซึ้งจนต้องร้องไห้เลยหรือไงวะ”
คนที่ยืนกอดอกมอง ทักอย่างขบขัน
“หืออ อะไรนะ”เสียงสูดจมูก มาพร้อมตาโตที่แดงก่ำเพราะการหั่นหอม
“มานี่เลยฉันสับหอมเอง ฉันไม่อยากกินสปาเก็ตตี้เคล้าน้ำตานาย”
แทคยอนรีบยื่นมือมาแย่งมีด แย่งหอม
“งั้นสับกระเทียมด้วยนะ” นิชคุณรีบสั่งลูกมือ
“เออๆได้ทีละสั่งใหญ่ ตกลงใครทำให้ใครกินกันแน่วะ”
เสียงห้าวบ่นงึม แต่มือก็จัดการของตรงหน้าอย่างคล่องแคล่ว
พอน้ำเดือดนิชคุณใส่เส้นสปาเก็ตตี้ลงไป รอให้เส้นเริ่มอ่อนตัว จึงกดให้
จมลงในน้ำร้อนจนหมด ปล่อยทิ้งไว้ เหลือบตามองนาฬิกาที่ติดอยู่ตรง
ผนังเหนือตู้เย็น ตอนนี้ 9 โมงตรง พอ 9 โมง 20 ค่อยมาเช็คว่าเส้นสุกดี
หรือยัง
“คุณ สับหอม กระเทียมเสร็จแล้ว”
“อืมมม Thank You แทค” นิชคุณที่กำลังหาอะไรง่วนหันไปบอก
“หาอะไรอยู่นะ” แทคยอนถามคนที่ก้มๆเงย ๆตรงตู้เก็บเครื่องปรุง
“ออริกาโน่อยู่ไหนวะ”
“โหยยย ไม่มีหรอก”
“คราวที่แล้วฉันยังใส่อยู่เลย”
“ไอ้หมีเอาไปเขย่าใส่พิซซ่ากินหมดแล้วมั้ง”
นิชคุณทำหน้าพิลึก ออริกาโน่ที่เหลือตั้งค่อนขวด ถูกเขย่าใส่ในพิซซ่าจน
หมดเนี่ยนะ
ทำตามมี ตามเกิดแล้วกันวุ้ย ผักหญ้าก็ไม่มีสักอย่าง กินได้ก็กิน กินไม่ได้
ก็ทิ้งแล้วกัน
นิชคุณคิดอย่างปลงๆ เปลี่ยนมาเปิดกระป๋องทูน่า เทน้ำมันออก แล้วเอา
แต่เนื้อปลาใส่ถ้วยเตรียมไว้
พอเส้นสุก รีบตักพัก คว้ากระทะขึ้นตั้ง ใส่หอม กระเทียมที่สับแล้ว
“เฮ้ยยย ไอ้คุณ นายไม่ใส่น้ำมันก่อนหรือไงวะ”แทคยอนทัก
“อ้าวว เวร ลืมวะ” นิชคุณรีบใส่น้ำมันมะกอกพรวดลงไปในกระทะ ที่มี
หอม กระเทียมที่ขึ้นสีน้ำตาลคล้ายกำลังจะไหม้
“ว๊ากก น้ำมันกระเด็นใส่อ่ะ” นิชคุณร้องเสียงหลงเมื่อน้ำมันกระเด็น
ขึ้นมาถูกมือขาวจนแทบจะเขวี้ยงตะหลิวในมือทิ้ง
“เฮ้ย เป็นไงบ้าง”
แทคยอนรีบปิดเตาแก็ส แล้วถึงมาคว้ามือที่สะบัดเร่าๆ ไปรองใต้ก๊อกน้ำ
เปิดให้น้ำไหลผ่านมือเพื่อบรรเทาความปวดร้อน
ตอนนี้ใบหน้าขาวแดงเถือก มันเยิ้ม เพราะยืนอยู่หน้าหม้อต้ม หน้า
กระทะที่ร้อนจัดมาสักพัก หัวหูกระจุยกระเจิง ดวงตากลมโตเหมือนมี
หยาดน้ำคลอ แดงก่ำ แถมมือข้างนึงก็เริ่มพองแดงจากน้ำมันที่กระเด็น
ใส่
“นายไม่ต้องทำแล้ว เดี๋ยวฉันทำเอง นายบอกแล้วกันว่าให้ใส่อะไร
ก่อนหลัง”
แทคยอนตัดสินใจ หลังจากเห็นสภาพดูไม่จืดของพ่อครัวใหญ่ รีบกดไหล่
คนตัวบางกว่าให้นั่งลงบนเก้าอี้ในครัว
“ใส่ทูน่าแล้วก็ผัดให้เข้ากัน แล้วตักใส่ถ้วยพักไว้” นิชคุณสั่งเสียงแจ๋ว
คนป่วยที่เปลี่ยนมาเป็นพ่อครัวจำเป็นเปิดเตาแก็ส คว้าตะหลิว ใส่เนื้อ
ทูน่าลงไปในกระทะผัดรวมกับหอม กระเทียมที่ไหม้ไปล่วงหน้า
สักพักก็ตักทูน่ากับผักสีตุ่นๆใส่ถ้วยเล็ก
“ต่อไปก็ใช้กระทะใบเดิม ใส่น้ำมันมะกอก แป้งสาลี ผัดจนแป้งสุก”
“ใส่แป้งท่าไหร่วะ”
“ใส่ๆไปเหอะ กะๆเอา”
คนทำได้แต่ส่ายหน้า ชักสงสัยตอนนิชคุณทำให้อูยองกินมันมั่วอย่างนี้
ด้วยหรือเปล่า และมันกินได้จริงเหรอ แถมเจ้าด้งดันบอกว่าอร่อยอีก
แหนะ
แทคยอนใส่ส่วนผสมแบบ”กะๆ”เอาตามคำสั่ง
“แล้วรู้ได้ยังไงว่าแป้งสุกแล้ว”
“ก็ดูๆเอา”
เอิ่มมม ขอบคุณสำหรับคำตอบเลยไอ้คุณ
“แล้วไงต่อ” แทคยอนถามหลังจาก “ดูๆ” แบบเดาๆว่าแป้งที่ผัดน่าจะ
สุกแล้ว
“ใส่น้ำลงไป รีบคนให้แป้งเข้ากัน แล้วก็ใส่วิปครีม”
คราวนี้แทคยอนไม่ถามแล้วว่าต้องใส่อะไรเท่าไหร่ กะๆเอาอย่างเดียว
“เคี่ยวสักพัก”
“ไอ้สักพักนะ กี่นาที”
“สักพัก ก็สักพักสิวะ “
เสียงฉุนเฉียวของเจ้าของสูตร ทำให้คนอยากกินสปาเก็ตตี้ ยืนนิ่ง ใช้
ตะหลิวคนน้ำสีขาวขุ่น อย่างอ่อนใจ จะกินได้ไหมเนี่ย รู้งี้กินข้าวไข่เจียว
ยังจะดีกว่า
“ใส่ทูน่าที่ผัดไว้ ปรุงรส เกลือ พริกไทย”
แทคยอนใส่ทูน่า สาดเกลือ เขย่าพริกไทย แถมมี นอกสูตรเติมพริกป่น
ลงไปนิดหน่อย
“เอ้า ใส่เส้นสปาเก็ตตี้ได้แล้ว....มั้ง”
แทคยอนเทเส้นสปาเกตตี้พรวดลงไปตั้งแต่ได้ยินคำสั่ง แต่ไอ้ “มั้ง”
สุดท้ายทำให้ต้องร้องลั่น
“เฮ้ย ไอ้มั้ง ของนายเนี่ยใส่ได้หรือยังวะ”
“ใส่ได้ไม่ได้นายก็ใส่ไปแล้วนี่. ถ้ากินไม่ได้ก็เพราะนายนะแหละ”
อ้าว เวรเป็นความผิดตรูอีก แทคยอนถอนหายใจ
“ผัดให้น้ำซอสเคลือบเส้นให้หมดนะ”
มันเคลือบหมดอยู่แล้วละ เส้นที่ใส่ลงไปกระจิดนึงแต่ไอ้น้ำซอสมีตั้งค่อน
กระทะแต่จะว่าไปไอ้ของในกระทะที่หน้าตาพิลึกพิลั่นก็ส่งกลิ่นหอม
อ่อน ๆยั่วน้ำลายอยู่ไม่น้อย
คนที่นั่งสั่งงานอยู่นานชะโงกหน้ามาดูผลงานตัวเอง (?)
“ทำไมน้ำซอสมันเยอะจังวะ หาเส้นแทบไม่เจอ นายทำยังไงของนาย
เนี่ย”
“เออๆช่างมันเหอะ” แทคยอนพูดตัดบท เริ่มจะปวดหัว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไข้ขึ้น
หรือเพราะเจ้าของสูตรอาหารพิสดารที่ยืนบ่นอยู่ ข้างๆก็ไม่รู้
แทคยอนตัดสินใจปิดเตาแก็ส แล้วเทไอ้ของที่น่าจะเรียกว่าแกงครีมซอส
ใส่วิญญานสปาเกตตี้ลงไปในถ้วยใหญ่พราะจานก้นตื้นไม่เพียง
พอที่จะรองรับน้ำซอสครึ่งกระทะได้
พอยกมาตั้งที่โต๊ะ ช้อน ส้อม เตรียมไว้ในมือ ใช้ส้อมม้วนเส้นสปาเกตตี้ที่
มีน้อยนิดมาเป่าให้คลายร้อน ก่อนที่จะยื่นให้คนที่นั่งตรงข้ามที่กำลังใช้
ตาโตๆจ้องเขาเขม็ง
“ไม่อ่ะ นายกินเหอะ ฉันไม่อยากแย่งคนป่วยกิน เดี๋ยวฉันกินกับข้าวป้า
ดีกว่า”
ไม่อยาก หรือไม่กล้ากินกันแน่วะ แทคยอนคิด ก่อนที่จะส่งเส้นยาวเข้า
ปาก รสชาติที่ได้รับจะเรียกว่าอร่อยเทพก็คงไม่ได้ แต่ก็พอแหลกล่ายอยู่
“เป็นไง อร่อยไหม”นิชคุณรีบถาม
แทคยอนพยักหน้า คนถามยิ้มกว้างจนตาหยี
“เป็นงัยละ ฝีมือฉัน มันต้องอร่อยอยู่แล้ว”
เสียงโอ่ที่ได้ยิน เรียกให้แทคยอนค้อนขวับอย่างหมั่นไส้
“ฝีมือนายตรงไหน ฉันทำคนเดียวเหยงๆ”
“แต่ฉันเป็นคนบอกสูตร ถ้าสูตรไม่ดี จะใครทำมันก็ไม่อร่อยหรอก”
“เหอะ สูตรดีมากเลยนะ กะๆเอา กับ ใส่ๆไปเหอะเนี่ย”คนที่ปากบ่น แต่ก็
ซดไอ้น้ำครีมซอส โฮก
“แล้วมันออกมาอร่อยไหมล่ะ กินไปเลยไม่ต้องพูดมาก จะได้กินยา”
เสียงถึงจะแข็ง แต่แววตาที่มองดูคนที่แทบจะยกถ้วยขึ้นซด ก็เป็น
ประกายวิบวับพอใจ
นิชคุณปล่อยให้แทคยอนจัดการอาหารตามลำพัง ส่วนตัวเขาลุกไป
จัดการถ้วยชามที่เต็มอ่างล้างจาน สักพักร่างใหญ่มายืนเคียงใกล้ พอนิช
คุณแบมือจึงส่งถ้วยที่ไม่มีแม้กระทั่งน้ำซอสเหลืออยู่ไปให้ นิชคุณล้าง
จานเงียบๆโดยมืแทคยอนถือผ้าสะอาดคอยเช็ดจานชามที่คนล้างส่งมา
ให้ทีละใบ ก่อนเก็บเข้าที่เรียบร้อย
“ไป เข้าห้องไปได้แล้ว เดี๋ยวฉันเอายาไปให้”
นิชคุณดันแผ่นหลังกว้าง หลังจากล้างจาน ทำความสะอาด ครัวจน
เรียบร้อย คราวนี้แทคยอนไม่ลีลา หรือโอดครวญอะไรอีก ร่างใหญ่ เดิน
เข้าห้อง ตัวเองไปเงียบๆ
นิชคุณหายาที่มีติดบ้านอยู่แล้ว มืออีกข้างถือแก้วน้ำเดิมตามเข้าไป
เจ้าของห้องนั่งพิงหมอนรออยู่ นิชคุณส่งยาเม็ดขาวกลม 2 เม็ด กับเม็ดสี
เหลืองเล็กอีก 1 เม็ดให้
“เอ้า ยาแก้ไข กับยาลดน้ำมูก”
“ฉันไม่อยากกินยาลดน้ำมูก”
คนป่วยมองยาในมือขาวแล้วเบ้ปาก ไม่ยอมรับ
“ทำไม”
“พอกินแล้วมันง่วง”
“ก็ดีนี่ ง่วงจะได้นอน พักผ่อนเยอะๆจะได้หายเร็วๆ”
นิชคุณจับมือคร้ามหงายขึ้นวางยาไว้บนฝ่ามือ ใช้ตากลมบังคับให้คนที่
ทำท่าอิดออดต้องส่งยาเข้าปาก แล้วตามด้วยน้ำที่นิชคุณส่งให้ทันที
“เด็กดี” คนตาโตยิ้มกว้าง ลูบหัวทุยที่ปกคลุมด้วยผมฟูฟ่อง หยักหนา
เบาๆอย่างลืมตัวเหมือนตอนที่เขาชอบทำกับอูยองเวลาเอ่ยคำนี้ พอจะ
ดึงมือกลับ เปลือกตาของคนที่เปลี่ยนจากนั่งมาเป็นนอนเหยียดยาวแล้ว
กลับค่อยๆหรื่ปรือ
“นอนซะนะ” นิชคุณลองลูบผมหยิกฟูแต่นุ่มมือต่อ คราวนี้ดวงตา
คนตรงหน้าแทบจะปิดสนิทแต่ยังไม่วายส่งเสียงงึมงำ
“ฉันไม่อยากนอน”
“ทำไมล่ะ”
“ฉันกลัวว่าพอตื่นมาจะไม่เจอหน้านาย”
และนั้นเป็นประโยคสุดท้าย ก่อนที่ดวงตาคมจะปิดสนิท คนที่หลับไป
แล้ว ไม่รู้ว่าเพราะฤทธิ์ยาหรือเพราะรอยสัมผัสเบาๆบนกลุ่มผมหนากัน
แน่
“ตอนนี้ฉันจะไปไหนได้ นายจะเห็นหน้าฉันจนเหม็นเบื่อทุกวันนะแหละ”
นิชคุณพึมพำใส่คนที่นอนอยู่บนเตียงกว้าง สบัดผ้าห่มผืนหนามาคลุม
ร่างใหญ่ ก่อนเดินออกจากห้องเงียบๆ
.
.
.
.
.
“นายไปไหนมา” เสียงดังลั่น ทำให้นิชคุณที่เพิ่งก้าวขาเข้ามาภายใน
บ้านพักสะดุ้งโหยง
“พี่ชินชอลมารับฉันเข้าบริษัท”
คนที่ยืนกอดอก ใบหน้าบูดบึ้ง เปลี่ยนเป็นกระวีกระวาดเข้ามาจับจูงคนที่
ตัวเองทำเสียงดังใส่ไปนั่งบนโซฟาหลังจากได้ยินนิชคุณบอกเสียงเรียบ
เพราะเรื่องที่จะทำให้นิชคุณออกจากการเก็บตัวไปบริษัท มีเพียงเรื่อง
เดียวคือคดีที่ยังไม่จบสิ้น
“เรื่องคดีใช่มั้ย ถึงไหนแล้ว”เสียงห้าวถามอย่างร้อนรน
“ใกล้แล้วแทค ใกล้จบแล้ว” นิชคุณพึมพำ พิงศรีษะไปด้านหลัง ปิด
เปลือกตาจนเห็นแพงขนตายาวตรง ท่าทางเหนื่อยอ่อน ล้าทั้งกายและ
ใจชัด จนมือคร้ามต้องเอื้อมไปจับมือคนหมดแรงมาบีบอย่างปลอบ
ประโลม ไม่ซักไซ้ต่อเพราะรู้ เมื่อพร้อมนิชคุณจะเล่าทุกอย่างให้ฟังเอง
“นายกินข้าวเย็นหรือยัง”
นิชคุณนั่งหลับตาสักพักก่อนเปิดเปลือกตามาถามไถ่
“ยัง ทั้งข้าวเที่ยง ข้าวเย็นก็ยังไม่ได้กิน”
“ทำไมล่ะ”
“ก็ฉันตื่นมาเกือบบ่ายสี่ เดินหานายให้ทั่ว โทรหาก็ไม่ติด”
“โทษที ฉันลืมเอามือถือไป”
“แล้วนายกินข้าวยัง”
ศรีษะเล็กสั่นจนผมสีน้ำตาลเข้มปลิวไสว
“ป้าแกเพิ่งเอากับข้าวมาส่งเมื่อกี้เอง นายจะอาบน้ำก่อน หรือกินข้าว
เลย”แทคยอนทอดเสียงถามเอาใจ
นิชคุณอดขำไม่ได้ ทำไมเขาเหมือนสามีที เหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน
เพิ่งกลับบ้าน แล้วมีภรรยามาคอยต้อนรับอย่างอ่อนหวาน
“จะอาบน้ำก่อน หรือจะกินข้าวเลยคะ คุณพี่”
“ยิ้มอะไร”แทคยอนถามคนที่อยู่ดีๆก็อมยิ้ม ตาโตวิบวับ
นิชคุณไม่ตอบแต่กลับใช้มือสัมผัสหน้าผากกว้างและซอกคอใหญ่ ปาก
บางแย้มยิ้มกว้างกว่าเก่า
“ไข้ลดลงแล้วนี่ เป็นเพราะสปาเก็ตตี้ฝีมือฉันแน่ๆ”
แทคยอนยิ้มตอบกลับจนหน้าย่น
“ใช่ สงสัยจะเพราะฝีมือนายจริงๆ”
บทส่งท้าย
“คุณ แทคเป็นงัยบ้างวะ”
คนที่เปิดประตูห้องพรวดพราดเข้ามาถาม ต้องทำหน้าเจื่อนเมื่อเห็น
เจ้าของห้องมองอย่างไม่พอใจ
“เมื่อไหร่จะหัดเคาะประตูก่อนเข้ามาเหอะ ส่วนแทคไข้มันลดแล้ว ฉันให้
มันกินข้าวเย็น กินยานอนเรียบร้อย”
นิชคุณบ่นแล้วค่อยตอบคำถาม ก่อนจะบิดกายซ้ายขวาคลายความเมื่อย
ขบ คิม จุนซู มองคนที่บิดเอวไปมา แล้วต้องยิ้มขำ
“เหนื่อยละซิ ไอ้แทคตอนไม่สบาย มันน่ากลัวจะตาย”
“หืมม”
นักร้องนำประจำวง เห็นคนที่เลิกคิ้วเข้ม หน้าตาสงสัย เลยชักเอะใจต้อง
รีบถาม
“มันไม่ได้ทำท่าหงุดหงิดใส่นายเหรอ”
ศรีษะเล็กส่ายปฏิเสธ
“ไม่ได้ตะคอกใส่”
“แล้วมันเขวี้ยงข้าวของใส่หรือเปล่า”
“ตามันขวางเหมือนหมาบ้าไหม”
“มันไล่นายให้ไปไกลๆไม่ต้องมายุ่งกับมันไหม”
คนถามทำหน้าประหลาดใจ เพราะคนตอบส่ายหัวปฏิเสธท่าเดียว
“มันเคยทำอย่างนั้นใส่นายเหรอ”นิชคุณชักข้องใจบ้าง
“ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียว ทุกคนเคยโดนกันหมด แทคนานๆ
มันเป็นหวัดที พอมันเป็นทีไร มันจะหงุดหงิดง่ายมาก ใครทำอะไรก็ขวาง
หูขวางตาไปหมด แต่ ถ้ามีคนอื่นอยู่ด้วยมันก็ได้แต่ทำหน้าหงิก
แต่มันจะอาละวาดใส่คนที่อยู่กับมันสองต่อสองทุกครั้ง ฉันนะโดนบ่อย
สุด เพราะแต่ก่อนเป็นรูมเมทกับมัน จนพอมันไม่สบาย ฉันต้องหนี
ไปนอนที่อื่นทุกที ”
อืมมม จะว่าไปนี่ก็เป็นครั้งแรกที่นิชคุณอยู่กับแทคยอนตอนที่มันเป็น
หวัดตามลำพังสองคน
“ทำไมฉันไม่เคยรู้”
“ก็ส่วนใหญ่เวลาไอ้แทคไม่สบายนายอยู่ซะที่ไหน มีงานตลอด และ
แทคเป็นเร็วหายเร็ว วันเดียวก็หายแล้ว พวกน้องๆก็รู้กันหมด เพราะ
เคยโดนกันคนละที สองที แต่พอแทคมันหายมันก็มาขอโทษ ขอโพย ทุก
ครั้ง ก็เลยไม่มีใครติดใจอะไร และมันคงเลี้ยงขนมปิดปากไม่ให้บอกนาย
ด้วยมั้ง เพราะมันก็ทำอย่างนี้กับฉันเหมือนกัน นายเลยไม่เคยรู้เรื่อง”
คิม จุนซู มองคนที่นั่งฟังเรื่องที่เขาเล่า ทำหน้าตาอย่างไม่อยากจะเชื่อ ก็
ทำหน้าเหมือนคิดอะไรออก แล้วเดิจเข้าไปตบไหล่สวยเบาๆ
“ดีเลย ถ้ามันไม่หงุดหงิดใส่นาย คราวหน้าถ้ามันไม่สบายอีก นายก็ดูมัน
ไปคนเดียวแล้วกันนะ”
“เฮ้ย” นิชคุณร้องลั่นเมื่อโดนยัดเยียดหน้าที่ให้ แต่ไม่ทันปฎิเสธ คิม จุนซู
ก็เดินลอยหน้า ลอยตาออกจากห้องไปแล้ว
แทคยอนไม่อาละวาดใส่เขาก็จริง แต่การที่ต้องมารับมือกับคนที่เอาแต่
พูดจากวนประสาท ตัดพ้อ ต่อว่า ออดอ้อน มือไม้ขวักไขว่ราวกับ
ปลาหมึก ปากที่หยักยกยิ้มพิลึกๆ และที่ร้ายสุดก็ไอ้ตาปรือๆปรอยๆเยิ้มๆ
ที่เอาแต่ทอดมองเขา มันก็ทำให้เหนื่อยใจ เหมือนกัน นะ คิม จุนซู
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น