หน้าเว็บ

nichkhun

nichkhun
You are my sunshine

วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2556

Fic TaecKhun : SF - I Miss You (Special-All about 2PM by Junsu)

Warning : ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมาเท่านั้นโปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน

ผมขออนุญาตทีมงานที่กำลังลำเลียงโฟโตบุ๊คออกจากกล่องกระดาษใบโต
เพื่อจะนำไปจัดเรียงก่อนจะจำหน่ายหน้างานคอนวันนี้
 
ทีมงานใจดีพยักหน้าอนุญาต ผมจึงหยิบหนังสือภาพของพวกผมที่ถ่ายเมื่อ
หลายเดือนที่แล้วติดมือมาเล่มนึง มองหาที่นั่ง เงียบไม่พลุกพล่าน ห่างไกล
จากศิลปินในบริษัทคนอื่น รวมถึงเพื่อนร่วมวง
 
ผมต้องอมยิ้มเมื่อเปิดมาเจอภาพข้างในที่สมกับชื่อหนังสือ
เจ้าพวกน้อง Young Boy ทีม ที่น่ารัก ร่าเริง
 และ Old Boy ทีม ที่คึกคัก สดใส
แต่ ณ ที่นี้ เวลานี้ ทีมพี่จากสามกลับเหลือเพียงสอง
 
ผมไล้นิ้วไปบนรูปของคนที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันกับพวกผมตอนนี้
ภาพใบหน้างดงามที่ประดับด้วยรอยยิ้มกว้างขวาง สดใสที่เห็น
ทำให้ผมต้องเผลอยิ้มกว้างตาม
แต่ความรู้สึกที่พยายามกดเก็บไว้แทบปะทุเดือด
 
หวนคิดไปถึงช่วงเวลานั้น ก็ต้องให้นึกขำ
กับท่าทีที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ของนิชคุณ
มันเริ่มจากตากลมโตที่แดงก่ำทำให้ผมร้อนรน ผวาตัวเข้าไปใกล้
และกว่าจะรู้ว่าตัวเองทำพลาดก็สายไปเสียแล้ว
ใบหน้าที่เห็นกันอยู่แทบทุกวัน
แต่ผมกลับไม่รู้สึกคุ้นชินเมื่อเห็นดวงตากลมในระยะประชิด
ถึงแม้ดวงตาสวยข้างนึงจะแดงจัด แต่ความใสแจ๋วราวลูกแก้วเนื้อดี
จนสะท้อนใบหน้าผมชัดเจน ก็ทำให้หัวใจผมเต้นถี่ขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
จมูกโด่งเล็ก ที่ส่งลมหายใจอุ่นๆให้ผมได้รู้สึกปั่นป่วนในอก
แก้มเนียนที่เพียงผมขยับตัวใกล้อีกนิด ปลายจมูกผมก็คงสัมผัสถึง
 ปากอิ่มที่เอาแต่พร่ำบ่นไม่หยุด แต่สีแดงจัดของปากสวยเรียกสายตาผมให้
เผลอวนเวียน เฝ้ามอง อ้อยอิ่ง
แม้กระทั่งร่างกายโปร่งเพรียวที่ขยับยุกยิก การเคลื่อนไหวที่ส่งกลิ่นหอม
อ่อนๆกำจายไปทั่ว
 
ผมที่พยายามตั้งสติจดจ่อกับการนำสิ่งที่ทำให้ตาคู่งามระคายเคืองออก
ห่วงคนตรงหน้าก็ห่วง แต่หัวใจตัวเองก็เต้นแรงจนเจ็บร้าวไปทั้งอก
 กลิ่นหอมหวานวนเวียนรอบทำให้ผมมือไม้สั่น ดวงตาก็คอยแต่
จะหลุบมองปากได้รูปที่ขยับเรียกร้องความสนใจอยู่นั้น
แถมต้องซ่อนความรู้สึกที่สับสนไม่ให้จุนซูที่จับตามองใกล้ชิดได้รู้อีก
ห้วงอารมณ์หลากหลายที่ประเดประดังสาดซัดใส่ราวคลื่นลูกโต
ทำให้ผมสติแตก จนเผลอตัวตวาดใส่นิชคุณไปเสียนี้ 
ร่างโปร่งติดนิ่งทันควัน กลิ่นหอมที่ทำให้ในอกผมปั่นป่วนบางเบาลงทันที
ปากบางที่ไม่เคลื่อนไหวเรียกให้สายตาผมกลับมาอยู่ยังที่ที่มันควรมอง
ผมค่อยผ่อนคลาย มือหายสั่น รีบจัดการเขี่ยไอ้ขนตาเจ้ากรรมออก
ผมถอนใจอย่างโล่งอกเมื่อปฏิบัติภารกิจเรียบร้อย
ทั้งโล่งใจที่ไม่ต้องหัวใจวายตายตั้งแต่ยังหนุ่ม
 
แต่ใบหน้างอง้ำ ปากเม้นแน่น ดวงตาตัดพ้อที่เห็นก็ทำให้ผมแปลกใจ
ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเบิกบานหลังจากรู้ถึงความหมายของภาษาทางร่างกายที่
นิชคุณแสดง
 
ถ้อยคำต่อว่าที่มาพร้อมกับท่าทางที่ไม่เคยเห็นมาก่อนทำให้ผมทอดสายตา
มองคนตรงหน้าด้วยความเอ็นดู
 
ให้ตายสิ นิชคุณมันน่ารักจริงๆ น่ารักจนอยากจะแหย่ จะยั่ว จะแกล้งเล่นให้
หน้าบึ้ง แก้มป่อง ตาคว่ำกว่าเดิม แต่ใบหน้าที่ร่าเริง ยิ้มจนตาหายก็เหมาะ
กับนิชคุณมากกว่า ผมเลยต้องทำสิ่งที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นกิจวัตร
ประจำตัวคือการ ง้องอน
 
ผมอธิบายถึงเหตุผลที่ผมเผลอทำเสียงดังใส่ ซึ่งเป็นเหตุผลที่แท้จริงเพียง 20
% อีก 80% ผมจะบอกได้ยังไงละ ในเมื่อผมเองก็ยังสับสนว่าทำไมคน
ตรงหน้าถึงมีอิทธิพลกับทั้งร่างกายและจิตใจผมมากเพียงนี้ แต่สายตาผมที่
คงแฝงอะไรบ้างอย่างที่แม้กระทั่งตัวผมเองยังไม่แน่ใจ และมือของผม
ที่ยื่นสัมผัสมือขาว คล้ายจะระบายความรู้สึกที่ตีรวนวุ่นวาย เรียกให้ใบหน้าที่
เคยหงิกง้ำเหมือนจะขึ้นสีชั่ววินาที ก่อนจะเฉยเมยราวกับว่าไม่รับรู้ หรือ ไม่
อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น
 
นิชคุณ หลังจากที่พยักหน้าตอบผมว่าหายงอน
 แต่ท่าทางกลับเหม่อลอย ปากสีแดงสดที่เคยพูดเจื้อยแจ้วปิดสนิท
ทำตัวว่าง่ายจนน่าแปลกใจผมบอกให้ทำอะไรก็ทำตาม ไม่โต้แย้ง
เหมือนทุกครั้ง  ส่งขนมให้ก็เอาเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ผมชวนคุยก็เอา
แต่อืออาในลำคอ ดวงตากลมที่หลุบต่ำจนเห็นเพียงขนตายาวตรงเหมือน
พยายามปกปิดความรู้สึกบางอย่างไม่ให้ผมอ่านออก แต่พอดวงตากระจ่าง
ใสเผลอเงยช้อนมาสบ แววตากลับเป็นประกายสวย มันสวย จนผมไม่สนใจ
ว่านิชคุณต้องการปิดบังอะไร ขอเพียงนิชคุณชายตามองผมด้วยตาคู่นี้
ตลอดไปก็พอ
 
ผมปิดโฟโตบุ๊คทันทีเมื่อหวนคิดถึงความทรงจำช่วงนั้น
ความรู้สึกที่พลุ่งเดือดพล่านอยู่ในใจทำให้ผมต้องหาทาง
ระบายมันออกไปบ้าง
 
ผมหยิบโทรศัพท์คู่กาย ใช้นิ้วพิมพ์ข้อความอย่างคล่องแคล่ว
อ่านทบทวนอีกครั้งก่อนกดส่ง
 
Got 6o'clock jyp nation left><
missing my homie @Khunnie0624 !!
 Having a hard time memorizing his lyrics~
 
สักพักไทม์ไลน์ในโซเชียลเน็ตเวอร์คผมก็แทบถล่มทลาย และเกือบทุกคนที่
เมนชั่นมาหาผม ไม่สนใจคอนที่เกิดขึ้นวันนี้ ไม่ใส่ใจการคร่ำครวญของผม
เกี่ยวกับการจำเนื้อร้อง ทุกคนพุ่งเป้าไปที่ข้อความที่สองของผมทั้งนั้น
ตัวอักษร ทั้งสัญลักษณ์แสดงความเสียใจ ร่ำไห้ ถูกนำมาใช้ พร้อมกับ
ข้อความคิดถึงคนหน้าขาว ตาใส ยิ้มสวย
 
แต่ตอนนี้ผมกำลังเฝ้ารอ คนที่ผมส่งความรู้สึกไปถึง แต่ 5 นาทีก็แล้ว 10
นาทีผ่านไป นิชคุณ ไม่ได้ดูโทรศัพท์ ไม่เห็นข้อความผม หรือ เห็นแต่ไม่สนใจ
 
และสุดท้ายก็เป็นผมเองที่ทนไม่ได้กับคำถามที่ถาโถมเข้ามาในใจ  ต้องใช้
โทรศัพท์โทรหา ผมฟังเสียงรอสายที่แสนน่าเบื่ออย่างกระวนกระวาย
จนกระทั่งมีความรู้สึกว่ามีคนรับ แต่ปลายสายยังคงเงียบงัน
 
 “คุณผมเรียกชื่อ หยั่งเชิง
 
ว่าไงเสียงทุ้ม เฉยชา ทำให้ผมต้องขมวดคิ้ว
 
เมื่อกี้ฉันทวิต นายเห็นหรือเปล่า
 
นายโทรมาหาฉัน  เพื่อบอกแค่ให้ฉันดูทวิตนายเหรอ
 
เสียงราบเรียบถามกลับแต่ทำไมผมรู้สึกถึงความหงุดหงิด ไม่พอใจ คุกรุ่น
 
ไม่ใช่ ฉันโทรมาเพื่อจะบอกว่า.......
 
แล้วผมก็บอกความรู้สึกที่อยู่ในหัวใจผมตั้งแต่ผมย่างกรายมาอยู่ที่ญี่ปุ่น
จนถึง ณ วินาทีนี้
 
ฉันคิดถึงนาย
 
ไม่เท่ากับที่ฉันรู้สึกตอนนี้หรอก
 
 เสียงทุ้มห้วนสวนกลับรัวเร็ว ก่อนที่นิชคุณจะตัดสายไปอย่างไร้คำลา
 
ผมนิ่งงัน มองโทรศัพท์ที่ถูกวางสายอย่างเย็นชาเนิ่นนาน
ประโยคที่ได้ยินเมื่อกี้ ทำให้ผมต้องแค่นยิ้ม
 
ผมจะดีใจหรือเสียใจดี ที่นิชคุณบอกว่าความคิดถึงของผมนั้นไม่เท่ากับ
ความรู้สึกของนิชคุณที่มีให้
 
ถ้อยคำต่อว่า แต่ผมกลับรู้สึกถึงความอ่อนไหวในจิตใจที่มีมาก
จนน่าใจหาย เรียกให้ขอบตาร้อนผ่าว ผมพยายามเงยหน้าขึ้น
 เพื่อให้ไอ้น้ำบ้าที่กำลังจะไหลตามแรงโน้มถ่วงโลกย้อนกลับ
แต่ผมมั่นใจอยู่อย่างนึง ถึงปลายเสียงที่ได้ยินจะสั่นไหวแค่ไหน แต่
ผมรู้ นิชคุณจะไม่มีวันร้องไห้
 
ผมพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ซึ่งก็ทำได้อย่างยากเย็น เพราะตอนนี้
เหมือนอากาศในปอดของผม มันไม่รับอะไรเข้าและไม่สามารถระบายอะไร
ออกไปได้ ลมหายใจเหมือนจะติดขัดอยู่ตรงหน้าอกข้างซ้ายจนปวดร้าวไป
หมด
 
 อีกไม่นานหรอก นิชคุณ อีกไม่นาน ต่อไปความคิดถึงของเราจะเท่ากัน ไม่มี
มากกว่าหรือน้อยกว่า เพราะเราจะกลับมาอยู่เคียงข้างกันเหมือนเดิม
 
อีกไม่นาน......... ผมสัญญา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น