สวัสดีครับ ผมนักร้องนำ สุดหล่อ แห่งวงไอดอลสัตว์ป่า 2PM
คิม จุนซู รายงานตัวครับ
วันนี้ถึงคิวผมที่จะมาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสมาชิกวงใช่มั้ยครับ
ที่จริงผมก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่องเกี่ยวกับคนอื่นเท่าไหร่นะครับ (เหรอ...)
ให้เล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวผมไม่ได้เหรอครับ
หะ ไม่อยากฟังเรื่องของผม ชิส์..เอาแต่ใจตัวเองกันจังเลยนะครับ
งั้นผมเล่าเกี่ยวกับบรรยากาศการถ่ายโฟโต้บุ๊ควันนี้ก็แล้วกัน
คอนเซปโฟโต้บุ๊คเล่มนี้คือ น่ารัก
โหยยยย พอผมรู้คอนเซป ผมคิดในใจทันทีเลยครับว่าหวานหมู
เพราะไอ้ความน่ารักนะผมมีอยู่เต็มเปี่ยมไม่ต้องเก็ก ไม่ต้องวางมาด
มันเป็นธรรมชาติของผมอยู่แล้ว โฮะ โฮะ โฮะ
หา..... อะไรนะครับ ให้ผมรีบเล่าต่อไม่ต้องโม้มาก
แหม โม้ เอ้ยยยย คุยนิดคุยหน่อยก็ไม่ได้นะครับ
เฮอะงั้นผมเล่าต่อก็ได้
ภายในสตูดิโอขนาดใหญ่ นอกจากพวกผมก็มีทีมงานมากมายเลยฮะ
ทั้งฝ่ายแต่งหน้า ทำผม จัดฉาก จัดไฟ ช่างภาพ
บรรยากาศก็เลยทั้งคึกคัก ครึกครื้นกันไปใหญ่
รูปแบบการถ่ายภาพ มีทั้งแบบเดี่ยว แบบคู่ แบบหมู่
ช่างภาพให้พวกเราครีเอทภาพกันเองว่าจะทำยังไง
ให้ภาพที่ถ่ายออกมาดูตรงคอนเซปที่สุด
อย่างตอนนี้พวกน้องๆหรือที่ใครๆพากันเรียกว่า Young Boy
ก็กำลังถ่ายภาพกันอยู่
เจ้าหมีรับกรรมเหมือนเคยครับ นั่งบนโซฟาโดยที่หัวโต
มีคางของเจ้าเด็กเกรียนจุนโฮที่ยิ้มจนตาหายไปหมดทับอยู่
และเจ้าด้งก็ทำแก้มป่อง ตาแบ๋วหน้าตาเหมือนลูกลิง
ใช้คางกดบนหัวหยอยของจุนโฮอีกที
ภาพที่ออกมาจึงดูน่ารักน่าชัง ปนขบขัน เรียกเสียงหัวเราะ
ให้กับทุกคนที่เห็น นิชคุณที่ยืนมองพวกน้องๆก็ชมไม่ขาดปาก
ว่าน่ารักๆอยู่ข้างผม ใบหน้าขาวเหมือนจะปลาบปลื้มเหลือแสน
ที่เห็นว่าน้องตัวเองน่ารักขนาดไหน ผมเลยได้แต่ส่ายหัว
ให้กับความหลงน้องของนิชคุณ
“อูยองงี่ น่ารักจังเลยครับ”
เอ่อ... อันนี้เป็นเสียงผมเองครับหลังจากที่เจ้าเด็กแก้มป่อง
ที่พอถ่ายเสร็จก็มายืนข้างๆให้ผมกอดรัดฟัดเหวี่ยงเล่น
หา..ผมอ่ะนะ รักน้องเว่อร์กว่านิชคุณ ไม่ใช่ครับ
ผมแค่ให้กำลังใจน้อง ก็แค่นั้นเอ๊งงงง
ต่อไปก็เป็นคิวพวกผม Old Boy บ้างครับ
ผมไม่อยากแพ้เจ้าพวกเด็กน้อยที่ถ่ายภาพออกมาดูดีมาก
จึงเสนอขึ้นมา
“เฮ้ย ไอ้แทค ไอ้คุณ เรามาแข่งกันไหม ว่าใครจะทำท่าได้น่ารักที่สุด”
ต้องเอาเรื่องการแข่งขันมาอ้างครับ พวกมันจะได้ตั้งใจกันหน่อย
“แล้วถ้าชนะได้อะไร”
เสียงห้าวใหญ่ถามทันควัน แหมไอ้นี่ ไม่ค่อยงกเลยนะ
“คนแพ้ วันนี้จะต้องทำตามที่คนชนะสั่งทุกอย่าง ดีมะ”
ดวงตาคมเป็นประกายวาบ ท่าทางอยากแข่งขึ้นมาทันที
ผิดกับนิชคุณที่ยืนฟังผมสองคนคุยกันเงียบๆ
“คุณ เอาตามนี่นะ”ผมหันไปถามคนที่ใส่เสื้อแขนสามส่วนริ้วแดง
“อืมมม” เสียงตอบรับแบบขอไปที ทำให้ผมพุ่งเป้าไปหาคนที่น่าจะเป็น
คู่แข่งอันดับหนึ่ง ที่ยืนซ้อมเตรียมทำท่าแอ๊บแบ๊ว
นายไม่มีวันชนะฉันหรอก อ๊ค แทคยอน ผมกระหยิ่มยิ้มย่อง
คิดไปถึงรายการที่จะให้ทั้งนิชคุณและแทคยอนทำ
เมื่อผมเป็นผู้ชนะล่วงหน้าไปแล้ว
พี่ช่างภาพเรียกให้พวกผมไปนั่งบนโซฟาเพื่อถ่ายภาพแล้วครับ
พอผมประจำที่เสร็จ เสียงบอกให้เตรียมตัว พอพี่ช่างภาพนับ 123
ผมทำท่าน่ารักเต็มที่ เสียงฮือฮาที่มาจากพวกทีมงานร่วมทั้งพวกน้องๆ
ที่มารุมดู ทำให้ผมยิ้มกริ่ม เป็นยังไงล่ะ ท่าแอ๊บของผมกระชากใจ
ทุกท่านเลยใช่มั้ยละคร๊าบบ
พอถ่ายเสร็จผมรีบวิ่งมาดูรูปตรงหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่พอเห็น
ผมรีบหันกลับไปมองคนที่เดินเอื่อยเฉื่อยตามหลังผมมา
แทคยอนไอ้คนที่ผมคิดว่าเป็นคู่แข่งอันดับหนึ่ง แต่กลายเป็นว่า
มันโพสท์ท่าได้ธรรรมดามากกกก อันนี้ผมชนะขาด
แต่นิชคุณที่เดินอมยิ้มตามหลังมานี่ซิทำให้ผมต้องมองตาขวาง
และยิ่งเสียงน้องๆกับทีมงานที่ตื่นเต้นชมกันไม่ขาดปากทำให้ผม
ทำตาเขียวปั๊ดใส่
นิชคุณมักบอกว่าไม่ชอบให้ใครชมตัวเองว่าน่ารักบ้างละ
บอกไม่ชอบทำท่าแอ๊บแบ๊วออกอากาศบ้างละ แต่ผมลืมสนิท
ว่าถ้าเป็นการแข่งขัน ฮีทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองชนะ
เพราะท่าที่นิชคุณโพสท์ ร้อยทั้งร้อยถ้าใครเห็นแล้วบอกว่าไม่น่ารัก
ให้มากระทืบผมได้เลย ขนาดผมเห็นยังคิดในใจ แมร่งน่ารักเป็นบ้า
เห็นแล้วยังอยากจะวิ่งเข้าไปกอดนัวเนียด้วยเหมือนตอนนี้ที่เจ้าพวกน้องๆ
กำลังทำอยู่
“พี่คุณ น่ารักจังเลยครับ”อูยองรีบบอก
“จริงด้วยครับ ผมเห็นตอนแรกยังครางฮือเลย”
“ไม่เฉพาะนายนะจุนโฮ ทีมงานยังงึมงำไม่ขาดปากว่าน่ารักมาก
ถ้าแฟนๆเห็นคงกรี๊ดกันสติหลุด”เจ้าหมีเอากะเขาบ้าง
นิชคุณพอเห็นน้องๆเข้ามาชื่นชมก็ทำหน้าภูมิใจซะ
ทีอย่างนี้ไม่บ่นหรอกนะ ว่าไม่ชอบให้ใครชมว่าน่ารัก
“สรุปฉันชนะ เพราะฉะนั้นวันนี้พวกนายสองคนต้องเป็นข้ารับใช้ฉัน”
เสียงนุ่มสั่งทันทีเมื่อพวกเราอยู่เพียงลำพังสามคม
แทคยอนกับผมต้องจำใจพยักหน้า มองคนตาโตที่หัวเราะถูกใจ
เมื่อเห็นหน้าตาบอกบุญไม่รับของผมกับแทคอย่างหมั่นไส้
แล้ววิบากกรรมของพวกผมก็เริ่มขึ้น
“จุนซู เอาน้ำให้กินหน่อย”
“ไม่เอาน้ำเย็น จะเอาน้ำอุ่น แทคไปเอามาให้ใหม่เลย”
“เฮ้ย เนี่ยอ่ะนะอุ่นของนาย ร้อนจนจะลวกลิ้นฉันอยู่แล้ว จุนซูไปเอามาใหม่”
“แทค อยากกินขนม”
“ไม่เอาขนมปังอ่ะ กินแล้วอ้วน เอาไอติม”
ไอติมกินแล้วไม่อ้วนหรือไงเหอะคุณมรึง
ผมตะโกน(ในใจ)แต่ไม่กล้าพูดอะไรออกมาเพราะกลัวเจ้าชาย
ท่านจะใช้งานผมหัวหมุนกว่าเดิม ได้แต่วิ่งขาขวิดไปขอไอติม
กับทีมงาน แต่หลังจากนั้นทั้งผมและไอ้แทคก็หัวปั่นอยู่ดี
เพราะไอ้คุณมันแกล้งใช้โน่นใช้นี่เวลาที่พวกเราไม่ต้องถ่ายภาพ
จนผมต้องแอบมานั่งหอบแฮ่ก
“จุนซู”
โอ๊ยยย อะไรอีกวะ พอผมหันขวับเตรียมจะแยกเขี้ยวใส่
แต่พอเห็นใบหน้าขาวเหยเกก็ต้องรีบผวาเข้าไปหา
“เป็นอะไรคุณนี่”ผมถามอย่างร้อนรน
“อะไรเข้าตาก็ไม่รู้ เคืองจัง”
ตอนนี้ดวงตากลมข้างนึงแดงจัด จนผมยังตกใจ
“โหยยย ตาแดงเถือกเลยว่ะ”
“เจ็บอ่ะ”
ปากบ่น ส่วนมือที่ทำท่าเหมือนจะยกขึ้นมาขยี้ตาทำให้ผมร้องลั่น
“เฮ้ย!!!! อย่าขยี้ตา เดี๋ยวตาแดงกว่าเดิมหรอก”
แต่ผมก็ต้องโล่งอกเมื่อแทคที่เดินมาจากไหนไม่รู้
ใช้มือคร้ามจับมือที่จะยกขึ้นมาขยี้ตากลมโตไว้ได้ทัน
“เป็นอะไรกันวะ จุนซูโวยวายอย่างกับจะคลอดลูก”
“ฉันเป็นผู้ชายจะคลอดลูกได้งัยเหอะไอ้บ้านี่”
ผมว่ามันก่อนที่จะรายงานสถานการณ์ตรงหน้า
“ไอ้คุณ อะไรเข้าตามันไม่รู้ ตาแดงก่ำ แถมมันยังจะเอามือ
ขยี้ตาอีกฉันก็เลยร้องห้ามมันเสียงหลง”
“ก็มันเคืองนี้หว่า” ไอ้คนที่ยังโดนจับมืออยู่ข้างนึงเถียง
“ไหนดูดิ”
แทคปล่อยมือจากข้อมือขาว แล้วใช้นิ้วใหญ่งัดคางไอ้คุณขึ้น
หน้าเข้มๆเคลื่อนเข้าไปใกล้ ก่อนที่จะใช้ปลายนิ้วรั้งเปลือกตาลง
อย่างเบามือ ผมอ้าปากค้างมองภาพตรงหน้า ก็จะไม่ให้ผมตะลึง
ได้ไงละครับ เพราะไอ้ท่าเชยคาง กับใบหน้าคมที่ก้มจนใกล้
ใบหน้าขาวเล็ก จมูกโด่งแทบจะชนกับแก้มอิ่ม เหมือนภาพ
บนปกนิยายน้ำเน่า ที่มีพระเอกดาร์ก ทอล แอนด์แฮนซั่ม
เชยคางนางเอกทอมบอย หน้าหวาน ตาโต ผมสั้น
เพื่อที่จะจูบเลยนี่ครับ
“โอ๊ยยย ไอ้บ้าทำไมต้องดึงเปลือกตาฉันแรงด้วยวะ”
เสียงโวยวายของนางเอก เอ๊ยยย ไม่ใช่ครับเสียงแหกปาก
ของไอ้คุณปลุกผมให้ตื่นจากภวังค์
“ไม่ดึงลงสุดแล้วจะเห็นเหรอ ว่าอะไรเข้าตานาย นี้ไงขนตามันติดอยู่เนี่ย”
ไอ้แทคบอกอย่างโคตรจะใจเย็น
“เอาออกเลย เอาออกเลย” ไอ้คุณสั่งเสียงแจ๋ว
“จุนซูไปเอาทิชชู่มาหน่อยไป”
วันนี้ดวงผมต้องเป็นข้ารับใช้พวกมันใช่ไหมครับถึงโดนสั่งจริง
แต่ผมก็ไม่ได้บ่นอะไร รีบวิ่งไปขอทิชชู่จากพี่ช่างแต่งหน้ามาส่งให้
แทคพอได้ทิชชู่ก็พับให้เป็นปลายแหลมเพื่อจะนำมาเขี่ยขนตา
ให้ไอ้คนที่มันเชยคางอยู่
“โอ๊ยยยเจ็บ นายเขี่ยขนตาหรือจะเอามาทิ่มตาฉันวะ”
“ก็ขนตามันเส้นเล็กเขี่ยออกลำบากนี่”
“แล้วทำไมต้องก้มหน้ามาใกล้ขนาดนั้นด้วยเหอะ
จมูกนายจะทิ่มแก้มฉันอยู่แล้ว”
“ก็ฉันมองไม่เห็นนี้หว่า”ไอ้แมวสายตาสั้นแก้ตัว
“แล้วทำไมไม่ใส่แว่นตา”
“ลืมเอามา”
“ทำไมไม่ใส่คอนแทคเลนส์”
“ฉันไม่ชอบใส่คอนแทคนายก็รู้”
“เจ็บนะโว้ย!!! เขี่ยมันออกเร็วๆสิฟระ”
“ไอ้คุณ!!!เงียบก่อนได้ไหมวะ”
เสียงตวาด ทำให้ผมกับไอ้คุณสะดุ้งโหยง
ไอ้บ้าตะโกนมาได้ ตกใจหมด
ใบหน้าคร้ามดุที่เห็น ทำให้ผมที่ยืนฟังมันสองคนเถียงกันอยู่นาน
ทำตาโตแทบถลน เพราะผมไม่เคยได้ยินแทคยอน
ขึ้นเสียงหรือทำหน้าเข้มใส่นิชคุณมาก่อน ส่วนไอ้คนถูกดุ
คราวนี้ไม่กล้าทำปากดีต่อ ได้แต่ยืนอึ้ง เม้มปากแน่น
รอมือใหญ่เขี่ยขนตาออกจากตากลมจนสำเร็จ
“เอ้า!!!! ออกแล้ว ดูดิเส้นยาวอย่างนี้ไม่เคือง ไม่เจ็บก็แปลกแล้ว”
แทคทำหน้ายินดียังกะได้ลูกชาย คุณมองตามแล้วพยักหน้า
เหมือนเห็นด้วยไปหงึกนึง
“อะไร อุตส่าห์ช่วย ขอบอก ขอบใจ กันสักคำไม่ได้รึงัย”
เสียงใหญ่เริ่มทวงบุญคุณ
“ก็นายบอกให้ฉันเงียบ”
แทคชะงัก คิ้วเข้มขมวด มองคนที่ทำหน้าเฉย เสียงเรียบ
ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างจนหน้าย่น
“งอนเหรอที่ฉันดุนาย”
แทคเหมือนชอบใจกับปฏิกิริยาของคนตรงหน้า
ดวงตาคมเป็นประกายระยับ
“ไม่ได้งอนเว้ย”
นิชคุณตะโกนลั่น โหยยยย ไม่ได้งอนเลยนะคุณชาย
ยืนหน้าคว่ำ ปากเชิด ออกอย่างนั้น หน้าขาวแดงก่ำ
ไม่รู้ว่ามันโมโห หรือมันเขินที่ไอ้แทครู้ทัน
“ก็นายเล่นพูดไป หยุกหยิกไปนี้ ฉันเลยเขี่ยไอ้ขนตานายไม่ออกสักที”
แทคยอนมองคนที่ทำหน้าบึ้ง แล้วต้องรีบพูด
ก่อนจะก้มหน้าไปใกล้ไอ้คนขี้งอนเอ๊ยขี้โมโห
“ไม่งอน เอ๊ยยย ไม่โกรธแล้วนะ”
นิชคุณทำหน้านิ่ง ตากลมวาววับ แต่ไม่ยอมพูดอะไร
มันยังงอนอยู่แน่ๆเลยครับ ทำหน้าเฉย หูทวนลมอย่างนี้
ผมยืนอมยิ้ม ดูสิ แทคมันจะง้อคุณยังไง อยู่ใกล้ไอ้สองคนนี้
ก็สนุกไปอีกแบบครับ อะไรไม่เคยเห็นก็ได้เห็น
อย่างคุณผมไม่เคยเห็นมันทำหน้างอน
ส่วนแทคผมก็ไม่เคยนึกมาก่อนว่ามันจะกล้าตวาดไอ้คุณ
“คุณณณณ”
ไอ้แทคที่คงเห็นท่าไม่ดีเหมือนกันรีบเรียกคุณเสียงลากยาว
“ยังโกรธอยู่เหรอ”
เงียบครับ คุณมันยังเงียบไม่ยอมตอบ แล้วมันสองคน
ก็เล่นเกมส์จ้องตากันสักพัก ก่อนที่ไอ้คุณจะขยับ
ปากที่ตอนแรกเม้มแน่นพอคลายออกก็เป็นสีแดงจัด
“บอกดีๆก็ได้ ทำไมต้องพูดเสียงดังใส่ด้วย”
แทคพอฟังคุณพูดจบ ปากได้รูปสั่นระริกเหมือนพยายาม
กลั้นยิ้ม แต่สุดท้ายคงทนไม่ไหว หลุดเสียงหัวเราะทุ้มๆเบาๆ
ออกมา ตาคมเป็นประกายวิบวับ
ส่วนผมก็ยิ้มกว้าง จนตาหยี แทคมันคงคิดเหมือนผม
ว่าท่าทางไอ้คุณตอนนี้มัน น่ารัก น่าเอ็นดูจริงๆ
คำพูดตัดพ้อ หน้างอ แก้มป่องๆ ตาวาว ปากยื่นๆ น่ากอดจังเว้ย
แต่ถ้าตอนนี้ผมทำอย่างนั้นคงโดนมันถีบหลังหัก
นิชคุณสบัดหน้าไปทางอื่น หน้าหงิกหนักกว่าเดิม
เมื่อเห็นท่าทางของผมกับแทคยอน
ท่าทางไอ้คุณมันจะงอนไอ้แทคเป็นจริงเป็นจังแฮะ
ถึงหลุดท่าทางที่ไม่ค่อยมีใครเคยเห็นออกมา
“ฉันหงุดหงิดที่ทำยังไงก็เขี่ยขนตาไม่ออก
เลยเผลอทำเสียงดังใส่ ขอโทษนะ
ก็ฉันอยากให้ขนตามันออกจากตานายเร็วๆ
เพราะฉันห่วง กลัวว่าถ้าเอามันออกช้า
ตานายจะแดงและจะเจ็บกว่าเดิม”
แทครีบอธิบาย แต่ทำไมนายต้องทำเสียงนุ่มด้วยวะ
แถมเขยิบร่างเข้าไปใกล้จนร่างสูงใหญ่แทบจะชิด
กับร่างโปร่งเพรียว เรียกให้นิชคุณต้องเงยหน้ามามอง
“ไม่โกรธแล้วนะ”เสียงห้าวถามนุ่มนวล
“อืมมม”
ก็ไม่รู้ว่าหน่วยตาใหญ่กว้างสะท้อนอะไร แต่นิชคุณ
พอช้อนตากลมสบ ถึงส่งเสียงตอบงึมงำอยู่ในลำคอ
คนตัวสูงผิวเข้มทอดสายตาอ่อนละมุนมองคนหน้าหวาน
ผิวขาวจัดตรงหน้า มือคร้ามเอื้อมมาจับมือนิชคุณ
ก่อนที่จะไล้นิ้วโป้งไปมาบนหลังมือขาวอย่างเอาใจ
เอ๊ะ.... เอ๊ะ.... มันชักแปลกๆแล้วนะ
ทำไมผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกินยังไงก็ไม่รู้
แล้ว.......
ทำไมพวกนายสองคนต้องจับมือกันด้วย
ผมมองมือที่กุมกันอย่างสงสัย
ทำไมนายสองคนต้องจ้องตากันขนาดนั้น
ผมมองดวงตาคมสลับกับดวงตากลมโตที่ประสานกันอย่างข้องใจ
อยู่ดีๆผมก็รู้สึกถึงบรรยากาศหวานๆเลี่ยนๆน่าขนลุกฟุ้งตลบไปทั่ว
จนต้องมองซ้าย มองขวาหาที่มา แล้วทำไมผมมองไปทางไหน
ก็เห็นแต่สีชมพู ครับเนี่ย หรือตาผมบอดสีขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน
“ตานายยังแดงอยู่ คงอีกสักพักกว่าจะหาย อย่าเพิ่งถ่ายรูป
ต่อเลยเดี๋ยวโดนแฟลชจะทำให้เคืองตากว่าเดิม ให้จุนซู
มันถ่ายรูปเดี่ยวของมันไปก่อนแล้วกันนะ”
แทคยอนบอกนิชคุณ ปลายเสียงติดหวานนิดๆ พอเห็นคนที่
ตอนนี้ปากมันหายไปไหนไม่รู้ ไม่พูดไม่จา ทำได้แต่กระตุกคอตอบ
ก็ตะโกนบอกทีมงานขอเลื่อนการถ่ายภาพเดี่ยวของนิชคุณ
หันมาสั่งผมที่ยืนมองพวกมันตาปริบๆให้ไปถ่ายรูป
แล้วก็จูงมือไอ้คนที่ตาหายเจ็บแล้วแต่ปากคงเจ็บแทน
เลยพูดไม่ได้ละมั้ง ไปนั่งชมนก ชมไม้ กินขนม
กันอย่างเพลิดเพลิน ทิ้งให้ผมเดินอย่างงงๆ
ไปทำท่าน่ารักให้ช่างภาพถ่ายภาพต่อ
เอิ่มมม งั้นวันนี้ผมก็ต้องขอตัวก่อนนะครับ เพราะต้องไปทำงานแล้ว
ไว้คราว หน้าพบกันใหม่นะคร๊าบบบบ
บทส่งท้าย
“ไอ้คุณ!!!เงียบก่อนได้ไหมวะ”
เสียงตวาดที่มาจากปากไอ้แมวบ้า ทำให้ผมสะดุ้งเฮือก
ก่อนที่จะเม้มปากแน่น ทำไมต้องทำเสียงดังใส่ด้วย
ความผิดมันนะแหละ
ที่ก้มมาใกล้จนไอ้จมูกโด่งๆ แทบจะชนกลับแก้มผม
ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดใบหน้าทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ
มือคร้ามที่จับคางผมไว้เรียกเลือดมาสูบฉีดบนใบหน้าผมอย่างแรง
ดวงตาคมสะท้อนควมห่วงใยแทรกอะไรบ้างอย่าง
ที่ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ที่รู้ก็คือมันสามารถทำให้
หัวใจผมเต้นผิดจังหวะ จนผมต้องทำเสียงโวยวาย
เพื่อกลบอาการประหลาดๆที่เกิดขึ้น
แต่มันก็ดันมาทำเสียงดังดุผม ไอ้อาการพิลึกๆที่เกิดขึ้น
เลยถูกแทนที่ด้วย
ความโกรธเหรอ.....ไม่ใช่นะ
ไม่พอใจเหรอ......ก็ไม่ใช่อีก
ขณะที่ผมกำลังคิดอยู่ว่าไอ้ความรู้สึกที่กำลังเป็นอยู่นี้มันเรียกว่าอะไร
“งอนเหรอที่ฉันดุนาย”
มันก็ถามคำถามแทงใจที่ทำให้ผมตัวชาวาบ
ก่อนที่จะแหกปากปฏิเสธลั่น
“ไม่ได้งอนเว้ย”
ไอ้แมวบ้า ผู้ชายแมนๆอย่างฉันเนี่ยนะ งอน
แล้วมันก็บอกเหตุผลที่มันดุผม หาว่าผมอยู่ไม่สุข
มันเลยเขี่ยขนตาออกไม่ได้
แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจ.....
“บอกดีๆก็ได้ ทำไมต้องพูดเสียงดังใส่ด้วย”
เสียงหัวเราะของมัน กับรอยยิ้มกว้างจนตาปิดของจุนซู
ที่มาพร้อมกับสายตาทั้งคู่ที่มองผมเหมือนกับ
สายตาที่ผมชอบใช้มองน้องๆเวลาทำท่าทางน่ารัก
ทำให้หน้าผมหงิกกว่าเก่า
ไอ้พวกบ้าทำไมต้องมามองผมแบบนี้ด้วยวะ
“ฉันหงุดหงิดที่ทำยังไงก็เขี่ยขนตาไม่ออก
เลยเผลอทำเสียงดังใส่ ขอโทษนะ
ก็ฉันอยากให้ขนตามันออกจากตานายเร็วๆ
เพราะฉันห่วง กลัวว่าถ้าเอามันออกช้า
ตานายจะแดงและจะเจ็บกว่าเดิม”
แทคมันพูดไป พร้อมเดินมาใกล้ จนร่างใหญ่แทบจะบังผมมิด
จนผมต้องเงยหน้ามามอง มันจะใกล้ไปมั้ย
“ไม่โกรธแล้วนะ”
เสียงทุ้มๆพร้อมกับสายตาที่ทอดมองผมแปลกๆ อีกแล้ว
เรียกให้หัวใจผมเต้นละโลดแรงอีกครั้ง ผมเลยได้แต่ตอบมันไปส่งๆ
“อืมมมม”
แต่มันก็มาจับมือผมไว้อีกทำไมก็ไม่รู้ แถมนิ้วโป้งใหญ่
ก็ลูบไปมาบนหลังมือผมเบาๆ ดวงตาคมๆทอดมองผม
อย่าง.......อย่าง...........
โอ๊ยยยย ทำไมมันต้องมองผมอย่างนี้ด้วยวะ >////<
สายตามันทำให้เหมือนมีกระแสไฟวิ่งพล่านไปทั่วตัวผม
หลังมือที่โดนมันสัมผัส ร้อนผ่าว
อยากกระตุกมือหนี แต่ก็ดันเสียดายความอบอุ่น
อยากจะเบือนหน้าหลบสายตา แต่ทำไมถึงทำไม่ได้ก็ไม่รู้
ทุกครั้งมันมองผมอย่างนี้หรือเปล่า ผม.....จำไม่ได้แล้ว
ทุกครั้งเวลามันจับมือผม ผมรู้สึกอย่างนี้เหรอ ผม....ลืมไปแล้ว
ตอนนี้สมองผมว่างเปล่า คิดอะไรไม่อออก บอกอะไรไม่ถูก
มันพูดอะไร ถามอะไร ผมเลยได้แต่พยักหน้าหงึกหงักอย่างเดียว
สุดท้ายมันก็จูงมือผมเดินต้อยๆพาไปนั่ง หาขนมให้กิน
ชวนคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ แต่ผมไม่รู้รสของที่เอาเข้าปากสักนิด
เสียงมันก็แค่ทะลุเข้าหูแต่ผมก็ไม่รู้ว่ามันพูดเกี่ยวกับอะไร
เพราะมันตวาดผมนะแหละ ทำให้ผมทั้งเบลอ ทั้งมึน ไปหมด
เพราะมันทำเสียงดังใส่ เลยทำให้สติ สตัง ผมไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
มันเป็นความผิด ของอ๊ค แทคยอน คนเดียวเลย.......ใช่มั้ยครับ?
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น