Warning : ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมาเท่านั้นโปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน
ในสายตาของ นิชคุณ
อ๊ค แทคยอน ตอนนี้ ก็เป็นเพียงแค่
Just A Friend...............
.
.
.
อ๊ค แทคยอน คล้ายหมดแรง จนต้องทรุดนั่งที่เก้าอี้ตัวใกล้สุด
แผ่นหลังกว้างที่เคยตั้งตรงตระหง่านตอนนี้ค้อมต่ำแววตาที่มักจะเปล่งประกายรื่นเริง เบิกบาน กลับขุ่นมัว
หมองเศร้า
ก้มมองมือที่เหลือดีเพียงข้างเดียวอย่างเฉยชา ทั้งที่ ผิวหนัง
บริเวณหลังมือเริ่มแดงจัด
ทำไมเขาจึงเป็นคนแบบนี้นะ
รู้ทั้งรู้ว่านิชคุณ ให้ความสำคัญกับพวกน้องๆขนาดไหน
แต่ทำไมเขาเก็บเอาคำพูดของชานซอง มาคิดมาก
ทำไมเผลอพาลกับท่าทีที่นิชคุณมีให้กับอูยอง
ทุกครั้งที่คิดถึงบทสนทนาระหว่างเพื่อนสนิทกับน้องเล็ก
หรือกับอูยอง เขาก็ยังรู้สึกเจ็บแปลบในใจ
สำหรับนิชคุณ เขาไม่ใช่น้องคนสำคัญ ที่นิชคุณจะตามใจ
สำหรับนิชคุณ เขาไม่ใช่น้องรักที่นิชคุณจะคอยดูแลหรือ
อยู่ด้วยตลอดเวลา
แต่พอนึกถึงมือขาวที่มีรอยแดงจัด
ดวงตากลมฉายแววเจ็บปวด แต่ไร้ซึ่งคำต่อว่า
เขาก็แทบอยากจะทึ้งหัวตัวเองนัก
ท่าทีอ่อนโยนกับคำพูดอ่อนหวานที่นิชคุณมีให้เพียงกับพวกน้องๆ
มันไม่ใช่ข้ออ้างที่เขาจะสามารถพาลจนทำให้นิชคุณต้องเจ็บตัว
เสียงเลื่อนบานประตูไม้ ทำให้คนที่กำลังก้มหน้าอยู่เงยหน้าขึ้น
คนที่เดินเข้ามาทำให้ใบหน้าคมแช่มชื่น
นิชคุณยังไม่ทิ้งเขา
แต่นอกจากจะไม่ทิ้งกันแล้ว
มือเรียวยังยื่นแก้วกระเบื้อง
ที่บรรจุน้ำชาหอมกรุ่นเต็มแก้วให้
ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปอีกครั้ง
โดยปราศจากคำพูดเหมือนเดิม
แทคยอนนิ่งมองแก้วชา ที่มีควันขาวลอย อ้อยอิ่ง
ก่อนที่จะยกขึ้นจิบอย่างเลื่อนลอย
ชากลิ่นหอมร้อนจัดแทบลวกลิ้น
รสชาติหวานแหลมแทบแสบคอ
แต่ลิ้นเขายังไม่เป็นอะไร คอยังไม่ระคาย
มีเพียงกระบอกตาที่ร้อนผะผ่าว น้ำตาแทบร่วง
แทคยอนรีบดื่มชาจนหมด
ก่อนที่จะวางถ้วยชาไว้บนโต๊ะใกล้ตัว
นิชคุณรู้ว่าเขาไม่ชอบรสขม แถมติดรสหวาน
ชาร้อนที่ชงให้จึงใส่น้ำตาลมาเต็มที่
เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ นิชคุณก็ยังไม่ละเลย
ไม่รวมกับตอนที่แสดงคอน ช่วงที่ต้องคุยเล่นกับแฟนเพลง
พอถึงช่วงที่เขาต้องทำท่าอะไรสักอย่างให้แฟนๆดู
ร่างโปร่งจะยืนวนเวียนไม่ห่าง ทั้งคอยถือไมค์ให้
คอยถอดเสื้อนอกออก ก่อนที่จะถือไว้อย่างทะนุถนอม
หลังจากที่เขาแสดงเสร็จ ก็จะช่วยใส่เสื้อให้อย่างนุ่มนวล
คอยยื่นมือเพื่อให้เขาใช้เป็นหลักจับเวลาจะขึ้นมาบนเวที
ทุกการกระทำแสดงออกถึงความห่วงใย ใส่ใจและอ่อนโยน
โดยปราศจากคำพูด แล้วดูสิ่งที่เขาทำลงไปสิ
เสียงบานประตูดังให้ได้ยินอีกครั้ง พร้อมเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคย
นิชคุณเดินมายืนอยู่ข้างหน้าคนตัวใหญ่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้
ดวงตากลมสบกับดวงตาคมที่เงยหน้ามามอง
ลูกแก้วดำสนิทเป็นประกายวาบด้วยความยินดี
ทันทีที่เห็นหน้าเขา
หัวใจนิชคุณกระตุกวูบ เริ่มรู้สึกผิดหน่อยๆ(?)
เฮ้ออออออออ
เขาทำท่าเฉยชาใส่ไอ้แมวนี้มากไปหน่อยหรือเปล่าน้า
ไอ้รอยน้ำร้อนลวกที่ได้เหมือนเป็นการลงโทษ
ที่ใจร้ายกับแทคยอนมากไปหน่อยละมั่ง
ก็เวลาเพื่อนตัวดีทำหน้างอน บูดบึ้ง หรือน้อยใจ
หน้าตามันเหมือนแมวจะตาย
เขาก็อดไม่ได้ที่จะแกล้งมันนี่
นิชคุณลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งประจันหน้ากับคนที่มองตามเขา
ตาไม่กระพริบ
ใบหน้าคมเจื่อนจ๋อยทันที เมื่อเหลือบไปมองหลังมือขาวที่แดงก่ำ
ท่าทางเหมือนแมวที่สำนึกผิด และกลัวโดนเจ้าของดุ
จนหางลู่ หูตก
“ขอมือ”
อยู่ดีๆคนที่เขาไม่ได้ยินเสียงมาสักพัก กลับสั่งเสียงห้วน
แทคยอนสะดุ้งเฮือก รีบส่งมือข้างที่ไม่ได้ใส่เฝือกไปให้โดยเร็ว
มือคร้ามที่อูมๆเหมือนอุ้งเท้าแมวยื่นพรวดมาตรงหน้า
ทำให้คนออกคำสั่งแทบจะขำพรืด
โอ๊ยยยย มันเหมือนแมวจริงๆเลยเฟ้ย
นิชคุณพยายามเก็กหน้าขรึม ซ่อนแววตาที่สะท้อนความเบิกบาน
ไว้โดยการก้มไปมองมือที่อยู่ตรงหน้า เปิดตลับเล็กที่เขาไปขอกับ
พนักงานโรงแรมเมื่อครู่ ข้างในบรรจุ ยาที่ใช้บรรเทาอาการปวด
แสบ ปวดร้อนเมื่อโดนน้ำร้อนลวก ก่อนที่จะป้ายครีมขาวลงบน
รอยแดงที่อยู่บนมือคร้ามให้อย่างเบามือ
แทคยอนมองคนที่ก้มหน้า ก้มตาทายาให้เขาอย่างปวดใจ
ทำไมนิชคุณต้องเป็นอย่างนี้ทุกที ขี้โกงที่สุด
คนที่ไร้คำพูดอ่อนโยน แต่การกระทำกลับอ่อนหวานยิ่งกว่า
ดังนั้นไม่ว่าเขาจะหงุดหงิด จะไม่สบอารมณ์ จะน้อยใจ ขนาด
ไหน สุดท้ายก็เป็นเขาเองอีกเหมือนเดิมที่รู้สึกผิด จนต้อง......
“ขอโทษ”
“เรื่องอะไร” เสียงถามราบเรียบ สายตาจับจ้องอยู่แต่รอยแดง
บนหลังมือใหญ่
“กะ... ก็ทุกเรื่อง”
แทคยอนอึกอัก มองคนทีก้มหน้าจนเห็นเพียงศรีษะเล็กที่มีผมสั้น
สีเข้มปกคลุมอย่างไม่แน่ใจว่าคนที่ทายาให้เขาตอนนี้อยู่ใน
อารมณ์ไหน กันแน่
นิชคุณเงยหน้ามามอง หลังจากทายาเสร็จ ปิดตลับขาว
วางไว้บนโต๊ะเรียบร้อย แล้วถึงส่งเสียงถามเอื่อยเฉื่อย
“เรื่องอะไรบ้างละ”
“เรื่องที่ฉันทำน้ำร้อนหกใส่มือนาย เอ่อ... มือนายเป็นยังไงบ้าง
เจ็บมากไหม แล้วนายทายาหรือยัง”
แทคยอนถามเป็นชุด แววตาเต็มไปด้วยความห่วงใย
“มันเป็นอุบัติเหตุ มือฉันแดงนิดหน่อย ไม่เจ็บมาก ทายาเรียบร้อยแล้ว”
คำตอบที่ได้ยินครบถ้วนทุกข้อ เรียกให้แทคยอนถอนใจยาวอย่าง
โล่งอก มองคนที่ยังทำหน้านิ่ง แต่แววตาวิบๆวับๆแล้วรีบพูดต่อ
ทั้งที่เริ่มตงิดๆในใจ
“แล้วก็ขอโทษเรื่องที่ฉันเดินชนนายเมื่อตอนเช้า”
“ก็นายจะรีบไปไหนไม่ใช่เหรอ”
เสียงที่แก้ตัวแทนให้อีกแล้ว ทำให้ปากได้รูปเริ่มจะยิ้มได้บ้าง
“หมดแล้วใช่ไหมเรื่องที่นายจะขอโทษฉัน”
คิ้วเข้มเลิกถาม หน้าตายังเฉยเมย
“ยัง... อีกเรื่อง.... ก็..... ก็ เรื่องที่ฉันทำท่าหงุดหงิดใส่นาย”
คนตัวโตผิวเข้มก้มหน้าพูดอุบอิบ
“เอ๋.. เหรอ นายทำอย่างนั้นเหรอ ทำไมอ่ะ”
เสียงใสถามเหมือนไม่รู้เรื่อง รู้ราว
“ก็... ก็... เพราะ... “
แทคยอนที่เงยหน้ามาตอบ สะดุดใจอีกครั้งเมื่อเห็นตาโตระยิบวิบ
วับ ริมฝีปากอิ่มสั่นระริกทั้งที่เม้มแน่น ราวพยายามกลั้นยิ้มเต็มที่
แทคยอนหรี่ตาราวประเมินคนตรงหน้า ก่อนพูดช้าชัดที่ละคำ
“นาย..รู้...อยู่แล้วนี่”
คราวนี้คนหน้าจ๋อย เปลี่ยนมาทำแก้มป่อง หน้างอ
นิชคุณแกล้งเขาอีกแล้วล่ะซิ คนอะไรหน้าตาก็ดี
แต่ชอบแกล้งเขาอ่ะ ฮือออออ
นิชคุณเมื่อได้ยินเสียงห้าวใหญ่ตัดพ้อ ดวงตาคมที่ค้อน
ตลับเตลือก ทนไม่ไหวต้องหลุดเสียงหัวเราะออกมาจนได้
แต่ก็ยังไม่วายบ่น
“ทำไมชอบงอนทุกครั้งที่เห็นฉันตามใจน้องเหอะ ”
“ฉันไม่ได้งอน”คนที่ปากเชิดแทบจะติดจมูกกระแทกเสียงใส่
“เหรอ..... แหมฉันก็นึกว่านายงอน เลยว่าจะเลี้ยงเครป
ปลอบใจ”
นิชคุณ เอาของกินมาล่อ ดูสิมันจะปากแข็งได้นานแค่ไหน
แทคยอนทำตาโต แววตาเต้นระริก แล้วถึงพูดอ้อมแอ้มยอมรับ
“ก็แค่คิดมากนิดๆหน่อยๆเอง”
“นายอยากเป็นน้องฉันเหมือนกันเหรอ”
เสียงถามอย่างอารมณ์ดีของคนตาโต เรียกให้แทคยอนนิ่งคิด
ก่อนที่จะส่ายหัวปฏิเสธ
“ไม่อ่ะ ฉันรู้ว่าจะเป็นน้องนาย ต้องฟังที่นายพูด นายเตือนทุกคำ
ไม่งั้นนายก็จะไม่สนใจใยดี”แทคยอนพูดอย่างรู้ทัน
“ช่ายยยย น้องฉันต้องเชื่อฟังฉัน ไม่เหมือนนายนี่ ขาเจ็บฉันห้าม
ไม่ให้เต้นก็ไม่ฟัง ให้นอนกันแต่หัวค่ำก็แอบไปเล่นงัดข้อจนแขน
หัก ให้ทำผมดีๆก่อนออกจากบ้าน ก็ปล่อยผมสยายฟูฟ่องไม่แคร์
สายตาใคร ถ้าเป็นน้องฉันจริง ดื้ออย่างนี้ ฉันไม่เอาไว้อยู่แล้ว”
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียม เสียงเข่นเคี้ยวมาพร้อมประกายตาวาววับ
ของคนตรงหน้าทำให้ แทคยอนกลืนน้ำลายเอื๊อก
ดีแล้วโว้ยที่เขาไม่ใช่น้องมัน
นิชคุณเมื่อเห็นคนที่ทำหน้าขนพองสยองเกล้า ก็เปลี่ยนมายิ้ม
กว้างอบอุ่น ตบไหล่หนาเบาๆ
“เพราะฉะนั้นนายเป็นเพื่อนฉันนะดีแล้ว
และฉันก็คิดว่าฉันโชคดีมากที่ได้พบ ได้รู้จัก และได้เป็นเพื่อนกับนาย”
อ้า.... ตอนนี้แทคยอนอยู่บนสวรรค์ใช่ไหมเนี่ย ทำไมหูมันอื้อๆ ตัว
มันเบาๆหวิวๆ หัวใจฟูๆฟ่องๆ สมองมึนเบลอไปหมด ยิ้มอย่างไม่
กลัวปากจะฉีก ตาก็พร่ามัวกับประกายดาววิบวับในตากลม
ปลื้มใจและโคตรมีความสุขกับคำพูดหวานหูที่นานครั้งจะได้ยิน
“ถึงแม้ฉันจะไม่รู้จักคำว่าสงบสุขเลย ตั้งแต่ฉันได้รู้จักนายก็เหอะ”
นิชคุณพึมพำต่อราวกับจะยอมรับชะตากรรมอย่างปลงๆ
แทคยอนยิ้มปากกระตุกกับประโยคที่ชักทะแมร่งๆหู แต่ถือว่าเป็น
คำชมแล้วกันเนอะ
ชีวิตจะมีรสชาติอะไร้ ถ้ารู้จักแต่คำว่า “ปกติ”
อยู่กับเขานิชคุณจะตื่นเต้น เร้าใจ สดใส ซาบซ่า มีชีวิตชีวาตลอด
อ๊ค แทคยอนให้สัญญา
แต่เดี๋ยวก่อน.....
“แค่เพื่อน!!!???? ฉันเป็นแค่เพื่อนนายเหรอ ระดับอ๊ค แทคยอน
มันต้องเป็นมากกว่านั้นสิ”
อ๊ค แทคยอนถามเสียงสูงปรี๊ด เรียกสติสตัง กลับคืนหลังจาก
เสียศูนย์เพราะเจอรอยยิ้มสวยกับคำพูดหวานๆ
พอรู้ว่านิชคุณไม่ถือโกรธกับการกระทำของตัวเอง นิสัยที่ชอบ
เรียกร้องความสนใจ แถมมั่นใจในตัวเองยิ่งยวดจนเกือบจะเรียก
ได้ว่าหลงตัวเอง ที่แก้ไม่หายสักทีหรือไม่คิดที่จะแก้ก็ไม่รู้ ก็
กลับมาทันควัน แถมยิ่งฮึกเหิมหนักเพราะได้คำพูดของนิชคุณ
มาเป็นน้ำหล่อเลี้ยงใจ
ระดับเขาจะเป็นแค่เพื่อนได้เยี่ยงไร มันไม่ใช่ อ่ะ มันไม่ช่ายยยย
“เอ้า!!!มากกว่าเพื่อนก็ได้”
นิชคุณวันนี้อารมณ์ดีจนยอมตามใจ คนที่ได้คืบจะเอาศอก
“มากกว่าเพื่อนแล้วมันคืออะไร”คนตาคมยังคงคาดคั้น
“งั้นเพื่อนสนิท”
นิชคุณตอบอย่างขอไปที เพราะตัวเองก็ยังสับสนกับ
ความสัมพันธ์ที่ตัวเขาเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้เหมือนกัน
“สนิทขนาดไหน”
“แล้วมันมีกี่ขนาดวะ ไอ้สนิทเนี่ย” นิชคุณชักสงสัย
“ก็สนิทธรรมดา สนิทมาก แล้วก็สนิทมั่กมากกก”
แทคยอนพูดจบก็เฝ้ารอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ
นิชคุณนิ่งฟังคนที่สาธยาย แจกแจงระดับความสัมพันธ์
ทั้งที่ก็รู้ว่าคนตรงหน้าอยากได้ยินคำตอบไหนจากปากเขา
แต่ก็แสร้งทำท่าครุ่นคิด หนักใจ
“ทำไมต้องคิดนานวะ ก็ตอบมาสิว่าสนิทมั่กมากกก”
เสียงห้วนที่เริ่มเอาแต่ใจแกมบังคับ จนนิชคุณต้อง
ส่ายหน้าน้อยๆอย่างระอา
ไอ้แมว เอ๊ยยยยยย พอตามใจหน่อยเอาใหญ่เลยนะ
“ไปกินเครปกันดีกว่า ฉันเลี้ยงเอง”
นิชคุณตัดบทลุกขึ้นยืนก่อนที่จะส่งมือให้คนที่นั่งหน้างอง้ำ
เพราะยังไม่ได้คำตอบอันเป็นที่น่าพอใจ
“ไม่ไป?” นิชคุณเลิกคิ้วถาม คนที่ยังนั่งทำปากเริดเชิดถึงจมูก
“ไป ๆ”
แทคยอนไม่เล่นตัวรีบกระวีกระวาดจับมือคนที่ส่งมาให้พยุงตัว
ลุกขึ้นยืน ก่อนที่จะเดินตามคนจับจูงต้อยๆ
.
.
.
.
นิชคุณนั่งอยู่ในร้านขนมชื่อดังกลางกรุงโตเกียวอย่างมีความสุข
ไม่ต้องคอยหลบสายตาจากทั้งแฟนคลับ หรือ ทั้งสื่อมวลชน
เท่าไหร่
ตรงด้านหน้าก็มีเครปเนื้อบางหอมนุ่ม โปะด้วยไอศกรีมวนิลาสี
สวย ราดด้วยซอสช๊อคโกแลตรสเข้ม ส่วนแทคยอนที่รู้สึกเหมือน
จะกินอะไรไม่ลงเพราะค้างคาใจเลยสั่งแต่ชอ๊คโกแลตร้อนหวาน
จัดเพียงอย่างเดียว
“ตกลงฉันเป็นเพื่อนสนิทมั่กมากกกของนายใช่ไหม”
คนผิวคร้ามยังข้องใจ เรียกให้คนที่มองทิวทัศน์ ผู้คนเบื้องนอก
กระจกใสต้องหันกลับมา ยิ้มหวานเจี๊ยบใส่ตาคม ให้คนถามดีใจ
เล่น ก่อนตอบ
“ไม่ใช่”
“หา..... งั้นเพื่อนสนิทมาก” หน้าหงอย แววตาเริ่มสลด ผิดหวัง
“ก็ไม่ใช่”
“ฉันเป็นแค่เพื่อนสนิทธรรมดาเหรอ”
คนตัวโตรีบสรุปเสียงอ่อยเพราะกลัวว่าถ้ายิ่งถามต่อ คำตอบที่
ได้รับจะยิ่งบาดใจ เดี๋ยวโชคร้ายโดนลดระดับเป็นแค่เพื่อนเฉยๆ
ล่ะตายห่านกันพอดี
“เอ้า...... อ้ามมมม”
คนที่ไม่ตอบคำถาม แต่กลับตักเครปเนื้อนุ่มโปะไอศกรีม
เย็นหวานยื่นจ่อตรงปากได้รูป
แทคยอนรีบอ้าปากรับ แต่ไม่วายงึมงำ
“เพื่อนสนิทธรรมดาก็ได้ฟระ ดีกว่าเป็นแค่เพื่อนเฉยๆ”
เสียงเหมือนปลงตกที่ได้ยินทำให้นิชคุณแอบขำในใจ ตักขนม
แสนอร่อยเข้าปากตัวเองบ้างขณะมองคนนั่งตรงข้ามเคี้ยวขนม
ตุ้ยๆมีไอศกรีมบางส่วนติดตรงริมฝีปากหยักสวย มือขาวจึงดึง
ทิชชู่ที่อยู่บนโต๊ะก่อนที่จะเช็ดปากให้ ตาคมทอดมอง
อย่างขอบคุณ
ถ้าเป็นเพื่อนสนิทธรรมดาฉันคงนั่งป้อนเครป เช็ดปากให้อยู่อย่าง
นี้หรอกนะ
นายน่ะเป็น แมวของฉัน ที่ขี้งอนมั่กมากกกกต่างหาก
ฉันถึงได้ต้องมาคอยดูแล ให้อาหาร และก็ชอบแกล้งเล่นอยู่อย่าง
นี้ไง
“อ่ะ..... อ้ามมมม”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น