คำแนะนำ โปรดฟังเพลงนี้ให้จบ จะรู้สึกอินเพิ่มขึ้นอีก 10%
อาจจะเป็นฟ้าแกล้งกันหรือเปล่า เรื่องเธอและเขา
อยากให้ตัวฉันได้ลองพิสูจน์ จุดยืนในหัวใจ
“พี่คุณจะเลือกใคร ผมหรือพี่แทค”
ผมมองคนที่ยิงคำถามกระแทกใจ จนทำให้ผมต้องยืนอึ้ง นิ่ง เงียบ
เด็กน้อยที่ทำผมสีอ่อน เพื่อให้เข้ากับคอนเซปอัลบั้มเดี่ยวตัวเอง รูปร่าง
เพรียวบาง ใบหน้าขาวจัด จมูกโด่งเล็ก ปากบางสีชมพูอ่อน แก้มห้อย
ย้อยแฟบลงนิดหน่อยจาการหักโหมโปรโมทอัลบั้มเดี่ยว จาง อูยอง
“ใช่ นายตอบมาเลยดีกว่า ว่านายจะเลือกใคร”
เสียงห้าวห้วนถามบ้าง ผมเผลอขยับกายอย่างอึดอัด
ไม่อยากสบตากับ
ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ผิวเข้ม ผมหยักหนา หน่วยตาใหญ่กว้าง
จมูกเป็นสัน แก้มตอบ ปากหยักสวยได้รูป อ๊ค แทคยอน
คนสองคนที่แตกต่างกันทุกอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง หน้าตา นิสัย
แม้กระทั่งความสัมพันธ์ในจิตใจของผมที่มีให้กับทั้งคู่
แต่สองคน ตอนนี้กลับทำสิ่งที่เหมือนกันอยู่อย่างคือ
ใช้คำพูดบาดใจและสายตาบาดลึก
มาบีบบังคับให้ผมต้อง “เลือก”
และในเกมส์นี้ ต้องมีน้ำตาหนึ่งคนที่ไหล
ผมได้แต่ยืนก้มหน้านิ่ง แต่ในใจ.... สับสน.....วุ่นวาย......
ทำไมตอนนี้ผมถึงมาอยู่ ตรงสถานการณ์น่ากระอักกระอ่วนนี้ได้
คงต้องโทษตัวเองละมั่ง ผมแค่นยิ้ม
แต่จะให้ฉันถอนตัวทุกอย่างก็คงสายไป
ทั้งที่ ช่วงเช้าอากาศยังสดใส
แต่ตอนนี้ราวกับมีเมฆฝน ครึมทะมึนอยู่รอบกาย
ถึงผมจะอยู่ในช่วงการเก็บตัว แต่สภาพจิตใจตอนนี้ก็นับได้ว่าดีขึ้นมาก
ส่วนนึงอาจเป็นเพราะการให้กำลังใจ ยืนเคียงข้าง ไม่ห่างไปไหน
ในวันที่ผมทุกข์ทนที่สุด ของทั้งครอบครัวผมที่อยู่ห่างไกล
สมาชิกวงคนอื่น รวมถึงคนสองคนที่ตอนนี้ยืนทำหน้าเครียดขึ้งใส่ผม
และอีกส่วนอาจจะเป็นเพราะการได้ไปทำงานเป็นอาสาสมัครดูแล
เด็กพิการ ที่ผมทำมาเป็นอาทิตย์แล้ว
การที่มีใครมาห่วงใย ใส่ใจ ทำให้ผมรู้สึก ”อบอุ่น”
แต่การได้ดูแลคนอื่น ทำให้จิตใจผม ”อิ่มเอม”
ถึงแม้ร่างกายจะไม่สมบูรณ์ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความเยาว์วัยของพวกเขา
ลดลง ความไร้เดียงสา สดชื่น สดใส มีชีวิต ชีวา ช่วยทำให้จิตใจผมที่
เจ็บปวดทรมาน ทุกครั้งที่หวนคิดถึงเหตุการณ์นั้น ค่อยๆบรรเทาเบาบาง
แต่ผมไม่ได้ต้องการที่จะลืมความเจ็บปวดเหล่านั้น
ผมเพียงแค่”เรียนรู้”ที่จะอยู่กับมัน ที่คงจะอยู่กับผมไปชั่วชีวิต
อย่าง “สงบ” ก็เท่านั้น
“พี่คุณ!!!” “คุณ!!!”
ทั้งคู่พร้อมใจกันเรียก หลังจากเห็นผมยืนนิ่ง เหม่อ เลื่อนลอย
“พี่คุณฟังที่ผมพูดไหมเนี่ย”
“ยืนใจลอยไปไหนวะไอ้คุณ ตกลงนายจะเลือกใคร ฉัน หรือ อูยอง”
อีกแล้ว....... ให้ผมเลือกอีกแล้ว
“ไม่เลือกได้ไหม” ผมพูดเสียงแผ่ว ช้อนตาอ้อนวอน
อย่างนานครั้งจะทำที และก็มักจะได้ผลทุกคราว
แต่สำหรับครั้งนี้
“ไม่ได้!!!!” ทั้งคู่ประสานเสียงตอบดังลั่น
อา........ สามัคคีกันตะโกนใส่ผมขนาดนี้ ไปอยู่ด้วยกันสองคน
ไม่ต้องมาสนใจผมดีกว่าไหม ผมมองทั้งคู่อย่างขุ่นเคือง
แล้วก็ต้องถอนใจยาว พวกนี้ใจร้ายจริง รู้ว่าผมลำบากใจ
แต่ก็ยังกดดัน.....บังคับ กันอยู่ได้
จะยังไงคนนึงก็ต้องเจ็บ หากฉันตัดสินใจ
จะยังไงคนนึงก็ต้องปวด จะให้ฉันทำยังไงกับเหตุการณ์นี้
ทำไมผมต้องเลือกใครคนใดคนหนึ่ง
ไม่เลือกก็ไม่ได้........
แล้วถ้าผมบอกว่า ขอเลือกทั้งคู่
สองคนนี้จะยอมไหม......
ทั้งที่ทั้งสองก็รู้ว่าพวกเขามีความสำคัญกับผมมากขนาดไหน
และถ้าผมตัดสินใจเลือกใคร คนที่ไม่ถูกเลือกจะเสียใจ ขนาดไหนทั้งคู่ก็รู้
แล้วทำไมจะต้องให้ผมทำอะไรที่โหดร้ายทั้งกับจิตใจของคนที่เลือก
และคนที่ถูกเลือกด้วยเล่า
แต่จะบอกว่ารักเธอไหม....ก็รัก
“พี่คุณ” เสียงออดอ้อนพร้อมมือเล็กที่มาเกาะแขนขวา ซบหน้าเล็กลงไปบนต้นแขนผม
แต่จะบอกว่ารักเขาไหม....ก็รัก
“คุณนี่” เสียงห้าวทุ้ม มือคร้ามประสานนิ้วทั้งหมดเข้ากับมือซ้ายของผมก่อนกระชับแน่น
ผมเลือกไม่ได้จริงๆ.........
ผมโดนขนาบด้วยการกระทำคล้ายเอาใจ.... อ่อนหวาน
แต่ที่แฝงไว้คือการคาดคั้นให้ตัดสินใจ
และจะบอกว่ามีนึงคนเท่านั้น ที่จะได้เข้ามาอยู่ภายในหัวใจ
และไม่ว่าอย่างไร ในคำตอบสุดท้าย....ก็ไม่ได้อยากทำร้ายใคร
หรือผมจะเป็นฝ่ายสะบัดแขน และปล่อยมือจากทั้งคู่แทนดี
แต่สายใยบางๆที่มองไม่เห็นแต่ผมรู้ว่ามันเชื่อมโยงอยู่ระหว่าง
ผมกับพวกเขา สายใยเล็กบางที่เหนียวแน่นขึ้นตามกาลเวลาที่พ้นผ่าน
เส้นใยเล็กๆที่เชื่อมระหว่างหัวใจผมกับหัวใจของทั้งคู่
แล้วผมจะสามารถ “ตัดใจ” ได้หรือ
.
.
.
“ยืนทำอะไรกันอ่ะ”
เสียงทุ้มดังลั่น ทำให้พวกเราพากันสะดุ้งโหยงกันหมด
“ชานซอง” ผมยิ้มกว้าง เมื่อเห็นคนที่เข้ามาทำลายบรรยากาศ
ที่ทำให้ผมอึดอัดราวจะหายใจไม่ออก
ผมผวาจะไปหาคนที่ยืนทำหน้าเหรอหรา แต่มือที่เกาะแขน กับอีกมือที่
กระชับแน่น รั้งร่างผมกลับ
“ทำไมอูยองกับพี่แทค ต้องเกาะติดพี่คุณขนาดนั้นด้วยเนี่ย”
คิ้วเข้มเลิกขึ้นอย่างสงสัยและยิ่งยู่หน้าเมื่อเห็นผมยืนทำหน้ากลืนไม่เข้า
คายไม่ออก ระหว่างเพื่อนรักแก้มห้อยกับพี่ชายตัวใหญ่ ที่จ้องหน้ากัน
เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ราวโกรธกันมาแต่ชาติปางไหน
ชานซองก้าวพรวดเข้ามาปลดแขนอูยอง พร้อมดึงมือแทคยอน
ออกเพื่อให้ผมเป็นอิสระ
“ชานซองอ่า!!!!”
“ไอ้หมี!!!!”
เสียงที่ไม่พอใจประท้วงมาทันควัน
“ผมไม่รู้ว่าพี่แทคกับอุด้งเป็นอะไรกัน แต่รู้ไหมว่าที่ทำไปมันทำให้พี่คุณ
ลำบากใจ”
น้องเล็กที่ใครว่า ชอบมึน ชอบเหม่อ แต่กลับเป็นคนที่จับความรู้สึกของ
คนอื่นได้เร็วที่สุด
“นายไม่รู้อะไรไม่ต้องมายุ่งเลย”
เสียงเจ้าตัวเล็กขู่ฟ่อใส่คนที่ตัวโตกว่าตัวเองเกือบเท่าตัว
“นายก็บอกมาสิว่ามีเรื่องอะไร ฉันจะได้รู้”
จาง อูยอง ยืนกัดปาก ท่าทางลังเลไม่แน่ใจว่าจะบอกดีหรือไม่
“ก็พี่คุณบอกว่า ถ้าวันนี้ใครทำข้าวเช้าให้พี่คุณกินแล้วถูกใจที่สุด
เมื่อไหร่ที่พี่คุณเลิกเก็บตัว พอพวกเราไปญี่ปุ่น จะพาไปช๊อบของ
เล่นแบบไม่อั้น”
“หา!!!! ไม่อั้น”
ชานซองทำตาโตแต่ทำไมผมรู้สึกสังหรณ์ใจยังไงชอบกล
ผมถอยหลังนึงก้าว
“ช่าย ไอ้หมี ไม่จำกัดวงเงินด้วยนะเว้ย เนี่ยชั้นอยากได้โมเดลหุ่นตัวใหม่
อีกตั้งหลายตัว”
“ไม่จำกัดวงเงิน”ชานซองอ้าปากกว้างจนน้ำลายแทบจะไหลยืด
ท่าทางจะไม่ดีแล้วครับ คราวนี้ผมมองซ้าย มองขวา ถอยกรูดยาว
“แล้วพี่คุณเลือกของใครไปหรือยัง”น้องเล็กระล่ำระลักถาม
“ยังอะดิ ฉันนะอุตส่าห์ตื่นมาทำไก่ทอดให้พี่คุณเลยนะ”
“ชิส์ อูยอง ไก่ทอดมันจะสู้ต๊อกป๊อกกิสูตรเด็ดของฉันได้ไงวะ.”
“พี่คุณไม่เห็นบอกว่าไอ้ที่พี่แทคทำอร่อยสักหน่อย”ลูกเจี๊ยบจิก
“ของนายมันก็ไม่ได้บอกว่าอร่อยเหมือนกัน”แมวยักษ์ข่วนกลับ
“พี่คุ๊ณณ พี่คุณอย่าเพิ่งเลือกใครนะครับ เดี๋ยวผมทำข้าวผัดให้พี่คุณกิน
เอง แล้วพี่คุณเลือกผมนะครับ ของผมอร่อยกว่าสองคนนั้นอยู่แล้ว”
หมีตะปบทั้งลูกเจี๊ยบ และแมวยักษ์อย่างไม่เกรงใจ
“เฮ้ย ไอ้หมี มาทีหลังไม่เกี่ยวโว้ย”
“ชานซองนายไปทื่อื่นเลย”
“ไม่สนโว้ย ฉันก็อยากได้โมเดลหุ่นตัวใหม่เหมือนกัน”
ผมค่อยๆย่องหลบจากสมรภูมิรบของแมวยักษ์ หมีมึน ลูกเจี๊ยบแก้ม
ห้อย ที่กำลังคุกรุ่น เดือดพล่าน
คู่กรณีแค่สอง ผมก็รับมือไม่ไหวแล้ว แต่ตอนนี้เพิ่มมาเป็นสาม
ทำให้ผมตัดสินใจรีบคว้ากระเป๋า เตรียมเผ่น ชิ่งหนี
“พี่คุณ!!!” “ไอ้คุณ!!!!” “พี่คุณ!!!!”
“จะไปไหน กลับมาบอกเดี๋ยวนี้เลยนะว่านายจะเลือกใคร”
ผมไม่คิดว่าคำพูดยั่วเย้า แหย่เล่นของผม
จะทำให้เจ้าพวกนี้ คิดเป็นจริง เป็นจังได้ขนาดนี้
ทุกคนมีความสำคัญกับผมทั้งน้านนนนน ผมจึงเลือกใครไม่ได้จริงๆครับ
เพราะฉะนั้นขอตัวไปเป็นอาสาสมัครก่อนแล้วกัน ฟิ้ววววว
ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง หน้าตา นิสัย
แม้กระทั่งความสัมพันธ์ในจิตใจของผมที่มีให้กับทั้งคู่
แต่สองคน ตอนนี้กลับทำสิ่งที่เหมือนกันอยู่อย่างคือ
ใช้คำพูดบาดใจและสายตาบาดลึก
มาบีบบังคับให้ผมต้อง “เลือก”
และในเกมส์นี้ ต้องมีน้ำตาหนึ่งคนที่ไหล
ผมได้แต่ยืนก้มหน้านิ่ง แต่ในใจ.... สับสน.....วุ่นวาย......
ทำไมตอนนี้ผมถึงมาอยู่ ตรงสถานการณ์น่ากระอักกระอ่วนนี้ได้
คงต้องโทษตัวเองละมั่ง ผมแค่นยิ้ม
แต่จะให้ฉันถอนตัวทุกอย่างก็คงสายไป
ทั้งที่ ช่วงเช้าอากาศยังสดใส
แต่ตอนนี้ราวกับมีเมฆฝน ครึมทะมึนอยู่รอบกาย
ถึงผมจะอยู่ในช่วงการเก็บตัว แต่สภาพจิตใจตอนนี้ก็นับได้ว่าดีขึ้นมาก
ส่วนนึงอาจเป็นเพราะการให้กำลังใจ ยืนเคียงข้าง ไม่ห่างไปไหน
ในวันที่ผมทุกข์ทนที่สุด ของทั้งครอบครัวผมที่อยู่ห่างไกล
สมาชิกวงคนอื่น รวมถึงคนสองคนที่ตอนนี้ยืนทำหน้าเครียดขึ้งใส่ผม
และอีกส่วนอาจจะเป็นเพราะการได้ไปทำงานเป็นอาสาสมัครดูแล
เด็กพิการ ที่ผมทำมาเป็นอาทิตย์แล้ว
การที่มีใครมาห่วงใย ใส่ใจ ทำให้ผมรู้สึก ”อบอุ่น”
แต่การได้ดูแลคนอื่น ทำให้จิตใจผม ”อิ่มเอม”
ถึงแม้ร่างกายจะไม่สมบูรณ์ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความเยาว์วัยของพวกเขา
ลดลง ความไร้เดียงสา สดชื่น สดใส มีชีวิต ชีวา ช่วยทำให้จิตใจผมที่
เจ็บปวดทรมาน ทุกครั้งที่หวนคิดถึงเหตุการณ์นั้น ค่อยๆบรรเทาเบาบาง
แต่ผมไม่ได้ต้องการที่จะลืมความเจ็บปวดเหล่านั้น
ผมเพียงแค่”เรียนรู้”ที่จะอยู่กับมัน ที่คงจะอยู่กับผมไปชั่วชีวิต
อย่าง “สงบ” ก็เท่านั้น
“พี่คุณ!!!” “คุณ!!!”
ทั้งคู่พร้อมใจกันเรียก หลังจากเห็นผมยืนนิ่ง เหม่อ เลื่อนลอย
“พี่คุณฟังที่ผมพูดไหมเนี่ย”
“ยืนใจลอยไปไหนวะไอ้คุณ ตกลงนายจะเลือกใคร ฉัน หรือ อูยอง”
อีกแล้ว....... ให้ผมเลือกอีกแล้ว
“ไม่เลือกได้ไหม” ผมพูดเสียงแผ่ว ช้อนตาอ้อนวอน
อย่างนานครั้งจะทำที และก็มักจะได้ผลทุกคราว
แต่สำหรับครั้งนี้
“ไม่ได้!!!!” ทั้งคู่ประสานเสียงตอบดังลั่น
อา........ สามัคคีกันตะโกนใส่ผมขนาดนี้ ไปอยู่ด้วยกันสองคน
ไม่ต้องมาสนใจผมดีกว่าไหม ผมมองทั้งคู่อย่างขุ่นเคือง
แล้วก็ต้องถอนใจยาว พวกนี้ใจร้ายจริง รู้ว่าผมลำบากใจ
แต่ก็ยังกดดัน.....บังคับ กันอยู่ได้
จะยังไงคนนึงก็ต้องเจ็บ หากฉันตัดสินใจ
จะยังไงคนนึงก็ต้องปวด จะให้ฉันทำยังไงกับเหตุการณ์นี้
ทำไมผมต้องเลือกใครคนใดคนหนึ่ง
ไม่เลือกก็ไม่ได้........
แล้วถ้าผมบอกว่า ขอเลือกทั้งคู่
สองคนนี้จะยอมไหม......
ทั้งที่ทั้งสองก็รู้ว่าพวกเขามีความสำคัญกับผมมากขนาดไหน
และถ้าผมตัดสินใจเลือกใคร คนที่ไม่ถูกเลือกจะเสียใจ ขนาดไหนทั้งคู่ก็รู้
แล้วทำไมจะต้องให้ผมทำอะไรที่โหดร้ายทั้งกับจิตใจของคนที่เลือก
และคนที่ถูกเลือกด้วยเล่า
แต่จะบอกว่ารักเธอไหม....ก็รัก
“พี่คุณ” เสียงออดอ้อนพร้อมมือเล็กที่มาเกาะแขนขวา ซบหน้าเล็กลงไปบนต้นแขนผม
ก่อนจะเงยหน้าใช้ดวงตาเรียวกระจ่างใสจ้องมอง
น้องรัก….ใจผมอ่อนยวบแต่จะบอกว่ารักเขาไหม....ก็รัก
“คุณนี่” เสียงห้าวทุ้ม มือคร้ามประสานนิ้วทั้งหมดเข้ากับมือซ้ายของผมก่อนกระชับแน่น
สายตาคมอ่อนละมุน ก้มมาสบ
เพื่อนรัก….ใจผมสั่นไหว
แต่จะบอกว่า ตัวฉันเองก็ลำบากไปทั้งหัวใจ
ผมโดนขนาบด้วยการกระทำคล้ายเอาใจ.... อ่อนหวาน
แต่ที่แฝงไว้คือการคาดคั้นให้ตัดสินใจ
และจะบอกว่ามีนึงคนเท่านั้น ที่จะได้เข้ามาอยู่ภายในหัวใจ
และไม่ว่าอย่างไร ในคำตอบสุดท้าย....ก็ไม่ได้อยากทำร้ายใคร
หรือผมจะเป็นฝ่ายสะบัดแขน และปล่อยมือจากทั้งคู่แทนดี
แต่สายใยบางๆที่มองไม่เห็นแต่ผมรู้ว่ามันเชื่อมโยงอยู่ระหว่าง
ผมกับพวกเขา สายใยเล็กบางที่เหนียวแน่นขึ้นตามกาลเวลาที่พ้นผ่าน
เส้นใยเล็กๆที่เชื่อมระหว่างหัวใจผมกับหัวใจของทั้งคู่
แล้วผมจะสามารถ “ตัดใจ” ได้หรือ
.
.
“ยืนทำอะไรกันอ่ะ”
“ชานซอง” ผมยิ้มกว้าง เมื่อเห็นคนที่เข้ามาทำลายบรรยากาศ
ที่ทำให้ผมอึดอัดราวจะหายใจไม่ออก
ผมผวาจะไปหาคนที่ยืนทำหน้าเหรอหรา แต่มือที่เกาะแขน กับอีกมือที่
กระชับแน่น รั้งร่างผมกลับ
“ทำไมอูยองกับพี่แทค ต้องเกาะติดพี่คุณขนาดนั้นด้วยเนี่ย”
คิ้วเข้มเลิกขึ้นอย่างสงสัยและยิ่งยู่หน้าเมื่อเห็นผมยืนทำหน้ากลืนไม่เข้า
คายไม่ออก ระหว่างเพื่อนรักแก้มห้อยกับพี่ชายตัวใหญ่ ที่จ้องหน้ากัน
เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ราวโกรธกันมาแต่ชาติปางไหน
ชานซองก้าวพรวดเข้ามาปลดแขนอูยอง พร้อมดึงมือแทคยอน
ออกเพื่อให้ผมเป็นอิสระ
“ชานซองอ่า!!!!”
“ไอ้หมี!!!!”
เสียงที่ไม่พอใจประท้วงมาทันควัน
“ผมไม่รู้ว่าพี่แทคกับอุด้งเป็นอะไรกัน แต่รู้ไหมว่าที่ทำไปมันทำให้พี่คุณ
ลำบากใจ”
น้องเล็กที่ใครว่า ชอบมึน ชอบเหม่อ แต่กลับเป็นคนที่จับความรู้สึกของ
คนอื่นได้เร็วที่สุด
“นายไม่รู้อะไรไม่ต้องมายุ่งเลย”
เสียงเจ้าตัวเล็กขู่ฟ่อใส่คนที่ตัวโตกว่าตัวเองเกือบเท่าตัว
“นายก็บอกมาสิว่ามีเรื่องอะไร ฉันจะได้รู้”
แต่สุดท้ายก็พูดโพล่งออกมา
“ก็พี่คุณบอกว่า ถ้าวันนี้ใครทำข้าวเช้าให้พี่คุณกินแล้วถูกใจที่สุด
เมื่อไหร่ที่พี่คุณเลิกเก็บตัว พอพวกเราไปญี่ปุ่น จะพาไปช๊อบของ
เล่นแบบไม่อั้น”
“หา!!!! ไม่อั้น”
ชานซองทำตาโตแต่ทำไมผมรู้สึกสังหรณ์ใจยังไงชอบกล
ผมถอยหลังนึงก้าว
“ช่าย ไอ้หมี ไม่จำกัดวงเงินด้วยนะเว้ย เนี่ยชั้นอยากได้โมเดลหุ่นตัวใหม่
อีกตั้งหลายตัว”
“ไม่จำกัดวงเงิน”ชานซองอ้าปากกว้างจนน้ำลายแทบจะไหลยืด
ท่าทางจะไม่ดีแล้วครับ คราวนี้ผมมองซ้าย มองขวา ถอยกรูดยาว
“แล้วพี่คุณเลือกของใครไปหรือยัง”น้องเล็กระล่ำระลักถาม
“ยังอะดิ ฉันนะอุตส่าห์ตื่นมาทำไก่ทอดให้พี่คุณเลยนะ”
“ชิส์ อูยอง ไก่ทอดมันจะสู้ต๊อกป๊อกกิสูตรเด็ดของฉันได้ไงวะ.”
“พี่คุณไม่เห็นบอกว่าไอ้ที่พี่แทคทำอร่อยสักหน่อย”ลูกเจี๊ยบจิก
“ของนายมันก็ไม่ได้บอกว่าอร่อยเหมือนกัน”แมวยักษ์ข่วนกลับ
“พี่คุ๊ณณ พี่คุณอย่าเพิ่งเลือกใครนะครับ เดี๋ยวผมทำข้าวผัดให้พี่คุณกิน
เอง แล้วพี่คุณเลือกผมนะครับ ของผมอร่อยกว่าสองคนนั้นอยู่แล้ว”
หมีตะปบทั้งลูกเจี๊ยบ และแมวยักษ์อย่างไม่เกรงใจ
“เฮ้ย ไอ้หมี มาทีหลังไม่เกี่ยวโว้ย”
“ชานซองนายไปทื่อื่นเลย”
“ไม่สนโว้ย ฉันก็อยากได้โมเดลหุ่นตัวใหม่เหมือนกัน”
ผมค่อยๆย่องหลบจากสมรภูมิรบของแมวยักษ์ หมีมึน ลูกเจี๊ยบแก้ม
ห้อย ที่กำลังคุกรุ่น เดือดพล่าน
คู่กรณีแค่สอง ผมก็รับมือไม่ไหวแล้ว แต่ตอนนี้เพิ่มมาเป็นสาม
ทำให้ผมตัดสินใจรีบคว้ากระเป๋า เตรียมเผ่น ชิ่งหนี
“พี่คุณ!!!” “ไอ้คุณ!!!!” “พี่คุณ!!!!”
“จะไปไหน กลับมาบอกเดี๋ยวนี้เลยนะว่านายจะเลือกใคร”
ผมไม่คิดว่าคำพูดยั่วเย้า แหย่เล่นของผม
จะทำให้เจ้าพวกนี้ คิดเป็นจริง เป็นจังได้ขนาดนี้
ทุกคนมีความสำคัญกับผมทั้งน้านนนนน ผมจึงเลือกใครไม่ได้จริงๆครับ
เพราะฉะนั้นขอตัวไปเป็นอาสาสมัครก่อนแล้วกัน ฟิ้ววววว
ตัดสินใจลำบากนะคุนนี่...ถ้าแบบนี้ก็ดีแล้วล่ะที่ชิ่ง...อิ..อิ....ขอบคุณค่า
ตอบลบ