หน้าเว็บ

nichkhun

nichkhun
You are my sunshine

วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2556

Fic TaecKhun : SF-Be With You

Warning : ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมาเท่านั้นโปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน

โอ๊ยยย น่าเบื่อจริงโว้ยยยย ผมหงุดหงิดงุ่นง่าน เดินพล่านอยู่ใน
ห้องตัวเอง จะออกไปข้างนอกก็ขี้เกียจ จะแต่งเพลงก็ไม่มี
อารมณ์ สุดท้ายผมก็ต้องมานั่งจ่อมอยู่หน้าคอม แต่เข้า
เวปแฟนคลับก็แล้ว เสริจชื่อตัวเองเพื่อหาดูว่ามีใครพูดถึง
ผมบ้างก็แล้ว ไล่ดูไปจนครบ จนหมด แต่ความเบื่อหน่ายก็ยังไม่จางหาย
 
เวลาก็ช่างเดินช้าเสียเหลือเกิน ไม่เหมือนกับตอนที่ร่างกายผม
แข็งแรง ไม่บาดเจ็บ ช่วงนั้นงานเข้าเสียจนแค่ให้
ได้แอบงีบสัก 10 นาที ก็แทบจะบุญโข แต่ตอนนี้เวลาว่างในแต่
ละวันของผมมีมากกว่าชั่วโมงที่ได้นอนของสมาชิกที่เหลือทุก
คนรวมกันเสียอีก
 
ช่วงนี้มีเพียงผมที่ว่างงานอยู่คนเดียว อูยองก็ง่วนอยู่กับโซโล่
สมาชิกคนอื่นก็ไปอัดรายการ ไปถ่ายแบบ ตามเรื่อง ตามราว
 
อย่างวันนี้สมาชิกทุกคนยกเว้นอูยองมีซ้อมพายเรือ
เพื่อที่จะไปแข่งขันจริงที่ฮ่องกง
 
 เอ๊ะ พูดถึงซ้อมพายเรือที่น่าจะเสร็จแล้ว ก็น่าจะมีแฟนแคม
ออกมาบ้างแล้วนะ ผมรีบเข้าไปดูตามเวบแฟนคลับของสมาชิก
คนอื่น นี่ไง แฟนจุนซู ปล่อยคลิปวันนี้มาแล้วเรียบร้อย

ผมรีบคลิกเปิดดู แต่เมื่อได้เห็น ความรู้สึก โหวงๆหวิวๆ พิลึกๆที่ไม่รู้สาเหตุ
แต่รู้ว่าต้นตอมันมาจากเพื่อนสนิททั้งคู่ของผมก็เกิดขึ้น
 
ภาพจุนซูที่หาวหวอดโดยไม่สนใจว่าตรงหน้าตนมีทั้งกล้องแฟน
คลับ ทั้งกล้องที่ถ่ายทำจับตาอยู่ ท่าทางงัวเงียใส่เสื้อชูชีพ ตอน
แรกผมยังยิ้มขำ แต่พอเห็นนิชคุณ ที่ก็เพิ่งบินกลับมาจาก
ประเทศบ้านเกิดเมื่อเช้ามืด ยังไม่ได้หลับได้นอน ก็ต้องมาอัด
รายการต่อ แต่เจ้าตัวกลับดูมีชีวิต ชีวา มากกว่าอดีตรูมเมทผม
ที่ถึงแม้จะอยู่ในห้องอัดจนดึกดื่น แต่ก็ได้นอนหลายชั่วโมง
 ก่อนที่จะซ้อมพายเรือ
 
ความรู้สึกแปลกๆของผม ไม่ใช่เพราะแปลกใจที่นิชคุณสดใสทั้ง
ที่ไม่ได้นอน หรือ จุนซู ที่ได้พักผ่อน แต่ทำท่าง่วงเสียเต็มประดา
แต่มันเริ่มจากคนที่พอหาวหวอดใหญ่เสร็จ มือสองข้างก็
พยายามล็อคเสื้อชูชีพ แล้วนิชคุณก็เดินมาหา ใช้มือขาวช่วย
ล็อคเสื้อชูชีพให้ แถมจับมือจุนซู ให้ถือไม้พายที่ตัวเองเอามาให้
อีก ภาพทีเห็นเพียงไม่กี่วินาที แต่ทำให้ผมอึ้งไปหลายนาที
 
 ความใส่ใจของนิชคุณที่มีให้กับพี่น้องร่วมวง ไม่ว่าต่อหน้าหรือ
ลับกล้อง เป็นสิ่งที่ผมคุ้นชิน แต่ที่ไม่คุ้นเคยคือความรู้สึกพิลึกๆ
ของผมที่เกิดขึ้นหลังจากเห็นคลิปนี้ จะว่าไม่พอใจก็ไม่ใช่ จะว่า
หงุดหงิดก็ไม่เชิง  
 
ผมคลิ๊กปิดคลิปทั้งที่ดูไม่ถึงครึ่ง เบื่อ เซ็ง ไม่อยากดูแล้ว ผมเดิน
มาทิ้งตัวลงบนที่นอนหนา นอนเอามือข้างที่ดีก่ายหน้าผาก
 
 โอ๊ยยยยย ทำไมไอ้คุณมันไม่โทรหาผมบ้างฟระ ผมเห็นหน้า
มันตอนเช้าหลังจากที่มันลงจากเครื่อง กลับมาบ้านพักยังไม่
ทันทักทาย มันก็เข้าห้อง อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า รีบแถไปหา
อูยองที่ช่วงนี้แทบไม่กลับบ้าน อาศัยกินนอนอยู่แต่ที่บริษัท
หลังจากนั้นคุณมันคงเลยไปซ้อมพายเรือ อัดรายการต่อ  
 
มันมัวแต่สนใจอูยอง ห่วงแต่จุนซู แล้วดูผมดิ ถึงจะถอดเฝือก
ออกแล้ว แต่ก็ยังใช้แขนได้ไม่ถนัด มันไม่เห็นสนใจกันบ้าง
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
 
 
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูห้อง พอผมบอกให้เข้ามาได้ เสียงเปิดประตู
ทำให้ผมที่ นั่งขัดสมาธิบนพื้นห้องโดยข้างหน้ามีหุ่นโมเดล
ตัวน้อยตั้งอยู่ หันไปมอง พอเห็นว่าเป็นใคร ผมก็หันมาสนใจ
กับหุ่นพลาสติกตรงหน้าเหมือนเดิม แต่ไม่วายต้องส่งเสียงทัก
 
กลับมาแล้วเหรอ
 
ผมพูดแล้วก็ต้องขำในใจ  ถ้ามันไม่กลับ แล้วผมจะเห็นหน้ามัน
เหรอ พูดจาอะไรไม่คิดเล้ยยยยย
 
อืมม
 
เสียงที่มาพร้อมกับร่างโปร่งที่ทรุดตัวลงนั่งหันหลังชนกลับแผ่น
หลังหนาของผม
 
ไปซ้อมพายเรือเป็นงัยบ้าง
 
ผมถามคนที่นั่งพิงหลังผมอยู่ ส่วนมือก็ง่วนกับการประกอบหุ่น
ตัวจ้อย
 
สนุก
 
 
ก็น่าจะสนุกอยู่แหรอกเพราะนิชคุณขอบอะไร เกี่ยวกับกีฬา
เกี่ยวกับการแข่งขัน ท้าทาย อย่างนี้จะตาย
 
นิชคุณพิงหลังผมโดยทิ้งน้ำหนักตัวเองมาเต็มที่ หนักเหมือนกัน
นะเว้ยไอ้คุณ
 
 “แล้วคนอี่นละผมถามต่อ
 
เข้าห้องตัวเองไปหมดแล้ว เตรียมนอนกันแล้วละมั่ง
 
ไอ้พวกนั้นนะจะนอน  มันไม่ใช่นายนะ ที่นอนแต่หัวค่ำ ตื่นเช้า
โดยเฉพาะจุนซูที่คงจะนั่งทำเพลงยันเช้าเหมือนเดิม
 
นิชคุณเอี้ยวตัว ใช้มือจะมาหยิบหุ่นตัวนึงที่ผมประกอบ
เสร็จแล้ว แต่พอผมเห็นมือที่ผ่านหน้า ผมก็ต้องรีบรวบมือขาว
ก่อนหงายฝ่ามือขึ้น
 
ทำไมฝ่ามือแดงเถือกเลยวะผมทักอย่างตกใจ
 
ก็...ไป...พายเรือนิชคุณรีบดึงมือกลับ
 
น้ำเสียงทีไม่ทุกข์ร้อนแต่มันกลับทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิด
 
ชานซองมือแดงกว่าฉันอีกมันยังมีหน้ามาบอก
 
ก็ช่างมือไอ้หมีมันสิ ผมคิดในใจ พยายามที่จะข่มอารมณ์  
เพราะเป็นห่วงมันไปก็เท่านั้น มันไม่ใส่ใจหรอก ถ้ามันเจ็บตัว
มันถือว่าเป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้าน้องสุดที่รักมันเจ็บสิ มันถึงจะถือ
เป็นเรื่องใหญ่
 
 
กินข้าวยังผมรีบเปลี่ยนเรื่อง
 
 “แล้วนายกินยังนิชคุณย้อนถามกลับ
 
ยัง
 
ทำไมยังไม่กินอีก จะทุ่มแล้วนะ นายต้องกินยาหลังอาหาร
ไม่ใช่เหรอ
 
อ้าว เวรกรรม ดันโดนมันดุอีกเว้ย
 
เออๆ จะไปกินเดี๋ยวนี้แหละ
 
ผมละมือจากการประกอบหุ่น แล้วก็รอให้ไอ้คนที่นั่งพิงหลัง
อยู่ลุก แต่มันก็ไม่ยอมขยับเขยื้อนร่างกายสักที
 
คุณ นายพิงหลังฉันอย่างนี้แล้วฉันจะลุกยังไงวะ
 
มันนิ่งอยู่สักพักถึงได้ขยับตัวออก พอผมลุกขึ้นยืน มือของ
ไอ้คนที่ยังนั่งอยู่ก็ชูขึ้นโบกไหวๆ
 
แขนฉันดีข้างเดียว ยังลุกได้เองเลย
 
ผมก้มไปบอก คนที่เอาแต่นั่งก้มหน้า  นิชคุณไม่
พูดอะไรแต่มือขาวๆก็ยังชูค้างอยู่อย่างนั้น
 
ผมถอนหายใจ ต้องใช้แขนข้างที่ไม่เป็นอะไรฉุดแขนนิชคุณ
อย่างแรง จนร่างโปร่งเพรียวติดมือ เซมาปะทะผมที่ยืนอยู่ เลย
ต้องรีบคว้าเอวคนที่เสียหลักให้ยืนดีๆ แต่นิชคุณกลับพิงหลัง
ตัวเองกับอกผมยืนนิ่ง
 
 “เอ้า!!!!! ไอ้คุณ!!! มายืนพิงอีก แล้วฉันกับแกจะได้กินข้าว
กันไหมเนี่ย
 
ผมบ่นหงุงหงิงบนหัวทุยเล็ก วันนี้มันเป็นอะไร ทำตัวอย่าง
กับคนไม่มีกระดูก
 
อยากกินรามยอน ทำให้กินหน่อยดู๊ ดูมันสั่ง
 
ผมก้มไปมองคนพูด แต่ก็เห็นเพียงกลุ่มผมสีดำสนิท
กับเสี้ยวจมูกโด่ง
 
กับข้าวป้าแม่บ้านก็มี
 
อยากกินรามยอนมันยังยืนยันคำเดิม
 
แขนฉันข้างนึงยังเดี้ยงอยู่นะเฟ้ย
 
ถึงแม้จะถอดเฟือกออกแล้ว แต่เวลาทำอะไรก็ยังรู้สึกขัดๆมันยัง
จะใช้ผมให้ทำอะไรให้มันกินอีกเนี่ยนะ
 
อยากกินรามยอน
 
คนที่ยืนพิงอกคราวนี้เงยหน้ามาบอก หน้าขาวจัดกว่าปกติของ
นิชคุณ ทำให้ผมต้องขมวดคิ้ว และพอผมสบกับตากลมที่มี
แววล้าจางๆ ผมก็เห็นลางแพ้มาแต่ไกล
 
เออๆทำให้กินก็ได้ นายก็เลิกยืนพิงฉันสักทีสิ
 
สุดท้ายผมก็ต้องยอมมันอีกจนได้
 
นิชคุณรีบขยับมายืนตัวตรง ยิ้มกริ่ม เดินดิ่งออกจากห้องเพื่อไป
ยังห้องครัว ผมได้แต่ส่ายหน้าก่อนที่จะเดิมตาม
 
 
มาช่วยฉันหั่นผักเลยไอ้คุณ
 
ผมสั่งคนที่มายืนป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ
 
ไม่
 
นายจะกินไหมเนี่ย
 
ผมชักไม่สบอารมณ์ แม่งดูดิ กับข้าวป้าก็มีเต็มโต๊ะ มันยังให้ผม
ต้มรามยอนให้กิน แถมจะไม่ช่วยหยิบ ช่วยจับอะไรอีกน่ะ
 
กิน
 
“’งั้นก็มาช่วยกันทำ จะได้เสร็จเร็วๆ
 
ไม่
 
หูยยย มันกวนประสาทจริงเว้ย ผมละเซ็ง แต่มือก็
กลับหั่นต้นหอมต้นใหญ่ที่อยู่ในมือยิก เปิดเตาแก็ส
หาหม้อไม่เจอเอากระทะเนี่ยแหละ ขึ้นตั้ง เทน้ำสะอาด
ใส่ คว้าซองรามยอนมาสองซองใช้กรรไกรตัดปากซองรอไว้
แต่ชายแขนเสื้อยืดเหมือนโดนกระตุก เลยหันไปมอง
ไอ้เพื่อนตัวแสบที่ยืนใกล้
 
ใส่แฮมด้วย
 
ผมมองมันตาขวาง แต่พอเจอรอยยิ้มหวานที่สวนเข้าตา ก็ทำ
ได้เพียงถอนใจ
 
ไปหยิบแฮมในตู้เย็นมาเลย และถ้าคราวนี้นายไม่ไปหยิบก็ไม่
ต้องใส่มันไอ้ฮง แฮมอะไรเนี่ย
 
ผมสั่งเสียงแข็ง แถมพูดดักคอตบท้าย นิชคุณทำหน้ายู่ใส่
แต่ก็ยอมเดินหน้าง้ำไปเปิดตู้เย็นหยิบแฮมออกมาส่ง
 
 ผมหั่นแฮมให้เป็นชิ้นพอดีคำเตรียมไว้ น้ำเดือดพอดี รีบเทเส้น
รามยอนลงไป สักพัก ก็ใส่แฮม ใส่เครื่องปรุงที่มีมาในซอง ใช้
ตะเกียบคนไม่ให้เส้นติดกัน ขณะที่ผมยืนรอให้เส้นนิ่ม เหลือบ
ไปมองคนที่ยืนหันหลังเตรียมจานชาม  ผมก็ยิ้มกริ่ม หยิบขวด
พริกป่นเขย่าใส่ในกระทะไปหลายที ทุกครั้งถ้ามันจะกินกับผม
ผมจะไม่ค่อยใส่พริกเพราะรู้ว่าเพื่อนสนิทกินเผ็ดได้แต่ต้องเป็น
อาหารบ้านเกิดตัวเองเท่านั้น ถ้าอาหารอย่างอื่นก็ไม่ชอบให้
เผ็ดเท่าไหร่  แต่เพราะความหมั่นไส้ไอ้เพื่อนตัวดี วันนี้เลยจัด
หนักซะหน่อย
 
แทค ทำไมวันนี้น้ำมันแดงจัง
 
คนที่ชะโงกหน้ามาถามแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้ผมสะดุ้งเฮือกรีบ
แถทันควัน
 
พอน้ำมันงวดก็แดงอย่างเนี้ยแหละ
 
เหรอ
 
นิชคุณมองลงไปในน้ำรามยอนที่แดงเถือกเดือดปุดๆในกะทะ
อย่างสงสัย
 
มาก้มมองอะไรใกล้ๆไอมันร้อน ไปหยิบถ้วยมาไป ใกล้เสร็จ
แล้ว
 
 ผมผลักศรีษะทุยเล็ก ให้พ้นจากหน้ากะทะ
 
นิชคุณรีบเดินไปหยิบถ้วย  ผมโยนต้นหอมลงไปในกะทะ
ใช้ตะเกียบคนอีกนิดหน่อย เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ปิดเตา
แก็ส ยกรามยอนเทใส่ถ้วยใบโต พอเห็นนิชคุณเตรียมจะยกไป
วางที่โต๊ะ ก็ต้องส่งเสียงดุ
 
เดี๋ยวฉันยกเอง นายไปนั่งรอที่โต๊ะกินข้าวไป๊
 
ก็แขนนายยังเจ็บอยู่ข้างนึง
 
ถอดเฝือกแล้ว หายแล้วผมพูดหน้าตาเฉย
 
แล้วไหนใครบอกว่าแขนยังเดี้ยงอยู่
 
นิชคุณพูดยิ้มๆ ตาโตเป็นประกายล้อเลียน ผมทำเป็นไม่ได้ยิน
รีบยกถ้วยใบโตที่มีควันขาวลอยกรุ่นไปวางบนโต๊ะกินข้าว
ก่อนขยับกับข้าวป้าที่เป็นม่าย ไร้คนสนใจไว้ตรงมุมโต๊ะอย่าง
รู้สึกผิด
 
พอผมนั่งลงประจำที่ นิชคุณที่นั่งอยู่ผั่งตรงข้ามรีบส่งถ้วยแบ่ง
ใบเล็กพร้อมช้อนกับตะเกียบ
 
น่ากินเนอะ
 
ปากอิ่มแย้มยิ้ม ดวงตากลมเป็นประกายด้วยความพอใจ
 
 “แหงสิใครเป็นคนทำให้มันรู้ซะบ้างผมยืดอกอย่างภูมิใจ
 
ขี้โม้
 
ผมยิ้มกว้างรับคำชม ก่อนที่จะตักรามยอนใส่ถ้วยเล็ก
 
 “พอแล้ว
 
อะไร ทำไมกินน้อยจัง
 
ผมขมวดคิ้วหลังจากใส่ยังไม่ถึงครึ่งถ้วย พลางชักหวั่นๆใน
ใจว่าไอ้ที่เหลืออีกเต็มถ้วยใบใหญ่นี่ผมต้องป็น  คนจัดการใช่
ไหม
 
นิชคุณไม่ตอบ ยื่นมือเพื่อรับถ้วยตัวเอง คว้าตะเกียบมาคีบ
เส้นรามยอน เป่านิดหน่อยให้คลายร้อนก่อนที่จะส่งเข้าปาก
 
อื้อออ... เอ็ดอ่ะ
 
เสียงบ่นว่าเผ็ดดังขึ้นทันที เสียงอู้อี้เพราะมีของกินเต็มปาก
ทำให้ผมต้องรีบก้มหน้ายิ้ม
 
หลังจากนั้นนิชคุณก็กินรามยอนคำ กินน้ำตามอีกหลายอึก
จนเส้นยาวเหนียวนุ่มในถ้วยเล็กหมด แต่แปลก มันไม่ถามผม
สักคำว่าทำไมถึงเผ็ดกว่าทุกครั้ง
 
หูยยย เผ็ด
 
เสียงบ่นพร้อมเสียงสูดจมูก เรียกให้ผมต้องเงยหน้าจากถ้วย
ตัวเองมามอง ใบหน้าที่เคยขาวเผือด ตอนนี้ทั้งหน้า ปลาย
จมูก ทั้งหูแดงก่ำ แต่ก็น้อยกว่าปากที่ตอนนี้แดงจัดและเหมือน
เห่อบวมนิดๆ มือโบกพัดแถวปาก เหมือนทำอย่างนี้แล้วจะช่วย
คลายความเผ็ดได้
 
กินไอติมแก้เผ็ดไหม
 
ผมถามเพราะชักจะรู้สึกผิดเมื่อเห็น เหงื่อเม็ดเล็กซึมอยู่รอบ
หน้าผาก ดวงตากลมเริ่มฉ่ำน้ำ เพราะความเผ็ดร้อน
 
 กิน
 
ผมเดินไปเปิดประตูตู้เย็น หยิบไอติมวนิลาถ้วยน้อยส่งให้ แต่
คนอยากกินไอติมไม่รับกลับอ้าปากแทน
 
อะไร!!?? จะให้ป้อน!!??”
 
นิชคุณพยักหน้าหงึกหงัก อะไรของมันวะ คนแขนเจ็บต้องมา
ป้อนไอติมคนแขนดีเนี่ยนะ แต่ดวงตากลมที่เฝ้ารอ ผมเลยต้อง
เปิดฝาถ้วยไอติม ใช้ช้อนจ้วงไอติมคำโตส่งเข้าปากที่รีบอ้ารับ
 
 “อืมม อร่อย
 
รอยยิ้มกว้างพอใจกลับรสชาติเย็นหวานจัดของไอติมสีสวย ส่ง
ผลให้ผมต้องเผลอยิ้มตาม คราวนี้มือขาวถึงยื่นมาเอา
ถ้วยไอติมไปตักกินเอง ผมเลยทรุดตัวนั่งเพื่อจัดการกับ
อาหารตรงหน้าต่อ
 
แทค
 
เสียงเรียกชื่อ ทำให้ผมต้องเงยหน้าจากถ้วยของกินตัวเองอีก
ครั้ง ช้อนคันเล็กที่มีไอติมพูนอยู่เต็มช้อนยื่นส่งมา ผมส่ายหน้า
แต่มือขาวก็ยังถือช้อนค้าง
 
ไม่กินเหรอเสียงอ่อนนุ่มที่ถาม ดวงตากลมจับจ้องไม่วางตา
ผมมองสบตาคู่สวยนิ่ง วางตะเกียบในมือ  ดึงมือขาวที่ถือช้อน
ก่อนที่จะส่งไอติมเข้าปาก
 
หวาน
 
ผมรู้สึกว่าวันนี้ไอติมวนิลาจะหวานจัดกว่าปกติ  คงเป็น
เพราะกินของเผ็ดๆแล้วตามด้วยของหวานละมั้ง
 
นิชคุณยิ้ม ตาระยับ หลังจากฟังผมบ่น ก่อนตักไอติม
ยื่นส่งมาให้อีก
 
อร่อยออก เอาอีกป่ะ
 
ไม่เอาแล้ว ฉันกินรามยอนต่อดีกว่า
 
ผมปฏิเสธ  นิชคุณจึงส่งไอติมเข้าปากตัวเองต่ออย่างมีความสุข
 
อิ่มแล้ว ไปละนิชคุณบอกหลังจากจัดการไอติมถ้วยน้อยจน
หมด
 
เฮ้ย รามยอนยังเหลืออีกตั้งเยอะผมที่เผ็ดจนเหงื่อเริ่มแตกซิก
ก้มหน้าสาวเส้นเข้าปาก แต่ก็ยังไม่วายส่งเสียงท้วง
 
อิ่มแล้ว
 
คนที่ยังยืนยันคำเดิมทำให้ผมหน้าซีด แม่งเอ๊ย จะทิ้งก็เสียดาย
จะกินต่อก็จะตายเพราะทั้งจุก ทั้งเผ็ด ไม่น่าใส่พริกไปซะเยอะ
เลยตรู
 
พอผมเงยหน้าจะทักให้ไอ้คนที่นั่งตรงกันข้าม ช่วยกันจัดการ
ของกินตรงหน้าก่อน แต่พอเห็นหน้าขาว ก็ต้องอมยิ้ม
 
กินไอติมยังไงเหอะ ปากเลอะอย่างกับเด็กๆ
 
ผมพูดเสียงอ่อน ก่อนโน้มตัว ใช้มือเอื้อมไปเช็ดไอติมที่ติดอยู่
ตรงริมฝีปากที่ยังแดงจัดให้ แต่พอสบกับดวงตากลมแป๋วแหวว
ที่มองมา ก็เผลอใช้นิ้วไล้ไปที่ริมฝีปากอิ่มอีกครั้งอย่างอ้อยอิ่ง
 
ไอติมออกหมดยัง
 
เสียงทุ้มนุ่มที่ถาม ทำให้ผมรู้สึกตัว ละนิ้วออกจากปากสวย
ก่อนจะพยักหน้า
 
“’งั้นฉันไปละ นายก็อย่าลืมกินยาหลังอาหารนะ
 
ผมมองตามหลัง คนที่พูดจบก็เดินลอยหน้า ลอยตากลับเข้า
ห้องตัวเอง ก่อนที่จะหันกลับมามองถ้วยใบโตที่ยังเหลือราม
ยอนอีกมากกว่าครึ่ง ถอนใจยาว ก่อนก้มหน้า ก้มตา รับชะตา
กรรมในการจัดการอาหารตรงหน้าต่อไป
 
 
บทส่งท้าย
 
แทค กับข้าวก็เต็มโต๊ะ ทำไมยังต้นรามยอนกินอีกวะ
 
ผมเดินออกมาจากห้องตัวเอง ทักคนที่นั่งเหงื่อแตกซิกสาวเส้น
รามยอนเข้าปากอย่างสงสัย
 
ก็ไอ้น้องชายแสนดีของนายนะสิ เอาแต่ใจ ร่ำร้องอยากกิน พอ
ฉันทำเสร็จ มันกินแค่หน่อยเดียว ที่เหลือฉันเลยต้องมาจัดการ
เองเนี่ย
 
ผมเลิกคิ้วข้างนึง ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นกระตุกยิ้มหลังจากฟัง
ไอ้คนที่ บ่นไป กินไปอยู่ตรงหน้า
 
ทำไมแกยิ้มแปลกๆวะ
 
ฮ่าๆๆ ที่งี้ดันความรู้สึกไวนะไอ้แมวบ้า ผมยักไหล่ก่อนที่จะเดิม
ไปเปิดตู้เย็น หยิบขวดนม เทใส่แก้วใบโต เดินถือกลับเข้าไปใน
ห้องตัวเอง ไม่สนใจไอ้แมวที่พอไม่ได้รับคำตอบผม ก็หันไป
จัดการกับไอ้ของกินที่ท่าทางจะเผ็ดไม่ใช่เล่นต่อ
 
แทคแม่งบื้อวะ  มันไม่รู้เลยหรือว่าคุณนะกำลังอ้อนมันอยู่
เพราะหลังจากที่ซ้อมพายเรือเสร็จ พวกเราแวะกินข้าวกัน
ก่อนที่จะกลับบ้านแล้ว คุณมันถึงกินรามยอนที่ไอ้แทคทำได้แค่
นิดเดียว
 
แต่แทคก็น่าจะเฉลียวใจบ้างน้า กับข้าวป้าที่เต็มโต๊ะ ก็มีแต่
ของโปรดคุณทั้งนั้น ถ้าคุณมันยังไม่กินอะไรจริง มันคงเลือกกิน
กับข้าวป้าแม่บ้านมากกว่ารามยอนฝีมือไอ้แทค
 
สงสัยวันนี้คุณมันจะเหนื่อยจัดเลยหาเรื่องอ้อนให้แทค ทำอะไร
ให้มันบ้าง โดยที่คนถูกอ้อนก็ไม่เคยรู้ เอาแต่บ่นว่าคุณเอาแต่
ใจ
 
ตอนช่วงที่พวกเราซ้อมพายเรือกัน คุณก็เอาแต่บ่นงึมว่าทิ้ง
 แทคไว้คนเดียวไม่รู้ป่านนี้จะเป็นยังไง พอผมชักรำคาญก็เลย
บอกไปว่าอยากรู้นักก็โทรหาสิ มันก็กลัวว่าถ้าแทคกำลังนอนก็
 จะกลายเป็นกวนมันอีก
 
พอซ้อมพายเรือเสร็จ คุณก็เป็นคนเดียวที่อยากจะกลับ
มากินข้าวที่บ้านแต่พวกผมอยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง
จึงคะยั้นคะยอให้คุณกินข้าวข้างนอกก่อนกลับ
แต่ก็ใช่ว่าพวกผมจะได้กินอย่างเป็นสุข เพราะคุณแม่งเร่งยิกๆ
ให้รีบกิน รีบกลับบ้านพัก แล้วพอมันกลับถึงบ้านทั้งที่
เหนื่อยแทบตาย แทนที่รีบอาบน้ำ พักผ่อน
แต่ก็ยังอุตส่าห์มานั่งกินข้าวเป็นเพื่อนไอ้แทค
 
ว่าไปก็สงสารคุณมันเหมือนกัน ลงมาจากเครื่องยังไม่ได้พักก็
ต้องรีบไปดูอูยองที่เอาแต่วุ่นอยู่กับโซโล่จนตอนนี้ผอมบางตัว
เหลือนิดเดียว  พอสายหน่อยก็ต้องซ้อมพายเรือ พ่วงไปกับการ
คอยดูแลผมที่ก็ทั้งเหนื่อยทั้งเพลียกับการแต่งเพลง เสร็จจาก
ถ่ายรายการ ก็ต้องพาน้องๆกับผมไปเลี้ยงข้าวเย็น พอกลับถึง
บ้านก็ตาลีตาเหลือกรีบไปดูแมวตัวเองอีก พอจะอ้อนแมว
ตัวเองบ้าง ไอ้แมวงี่เง่าก็ดันหาว่าเจ้าของเอาแต่ใจ
 
 
เอ๊ะ แต่เดี๋ยวก่อน มันมีอะไรแปลกๆอยู่น้า  
ทำไมผมรู้สึกตงิดๆในใจชอบกล ผมพยายามทบทวน
ความทรงจำ
 
ตอนที่ไอ้แทคมันงึมงำบ่นไอ้คุณ
ทำไมตาคมมันเป็นประกายวิบวับ อ่อนหวาน
ใบหน้าคร้ามสดใส  ริมฝีปากได้รูปเหมือนจะยกยิ้มน้อยๆ
ตลอดเวลาแม้ขณะที่พร่ำบ่น
 
อื้อหืออออ พอคิดถึงตรงนี้ ผมก็ชักจะปวดหัวกลับไอ้พฤติกรรม
แปลกๆของไอ้เพื่อนสนิทคู่นี้ซะแล้วสิ
 
 
คุณมันอยากอ้อนให้แทคทำอะไรให้บ้าง แต่มันไม่บอกตรงๆ
เป็นห่วงไอ้แมวแทบตาย แต่พอต่อหน้าเจ้าตัวก็แสดงออกด้วย
ความเฉยชา ทำเหมือนไม่สนใจ ใยดี
 
แทคที่ก็จริงก็รับรู้ถึงความห่วงใยของคุณ และพร้อมจะ
ตามใจ เต็มใจทำทุกอย่างให้อยู่แล้ว แต่ก็มักใช้อาการโวยวาย
ต่อว่า ต่อขาน กลบเกลื่อนความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง
 
ความสัมพันธ์ที่เหมือนกับเป็นแค่เพื่อนสนิทธรรมดา แต่บางทีก็
ดูเหมือนจะมีอะไรมากกว่านั้น ความผูกพันแปลกๆ การกระทำ
อันซับซ้อนน่างุนงงทำให้ผมสงสัย ว่าทำไมมันสองคนจะต้อง
ทำอะไรอ้อมโลกขนาดนั้นด้วย
 
ทำไมคนอยากอ้อน ไม่อ้อนให้เต็มที่
ทำไมคนอยากเอาใจ ก็ไม่ตามใจให้เต็มเหนี่ยว
 
ผมว่าผมเลิกสนใจมันสองคนดีกว่า เพราะสุดท้ายมันก็แค่ไอ้
พวกเจ้าเล่ห์แสนกล แต่ปากแข็งด้วยกันทั้งคู่ละมั้ง เฮ้อออออ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น