หน้าเว็บ

nichkhun

nichkhun
You are my sunshine

วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2556

Fic 2PM : Angel or Demon ? Part I

Warning : ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมาเท่านั้นโปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน

Part I  : Nichkhun With Panda
 
 
คนส่วนใหญ่มักพูดว่าผมเหมือนเทวดา
เทวดา....... ผมได้ยินคำนี้แล้วก็นึกสงสัย
 
เทวดาเป็นยังไงครับ
ต้องมีรูปลักษณ์ที่งดงาม มีปีกสีขาวสะอาดแสบตา
ต้องมีจิตใจโอบอ้อมอารี ไม่คิดร้าย ไม่เคยรังแกคนอื่น
หรือคนที่ถึงจะแม้จะโดนใครทำร้ายก็ไม่โต้ตอบ
ให้อภัยได้กับทุกคน ทุกเรื่องและทุกอย่าง
ถ้าเป็นเช่นนั้น ผมคงไม่ใช่..........เทวดา
 
 
 
โอ๊ยยยยยย!!! เจ็บนะ!!! นิคคุณ!!!” เสียงต่อว่า ที่มาพร้อมกับร่างที่สะดุ้งโหยง
รีบหนีออกจากอ้อมกอดของผม ท่าทางที่น่าขัน
จนผมต้องส่งเสียงหัวเราะออกมา
 
ผมมองคนที่ตอนนี้ยืนค่อนข้างห่าง หน้าบึ้งตึง  เพราะโดนผม
แกล้งหยิกเอว คนที่อยู่ดีๆก็กระโดดมากอดผมจากด้านหลัง
 ตอนแรกผมก็ยอมให้นัวเนียหรอก แต่นี้เห็นไม่ปล่อยสักทีเลย
จัดการซะหน่อย
 
มาๆผมกวักมือเรียก ใบหน้าเรียวส่ายยิก ตาตกๆมองอย่าง ไม่ไว้ใจ
 
ไม่แกล้งแล้ว มามะผมส่งรอยยิ้มหวานเพื่อให้เหยื่อตายใจ และ เริ่มลังเล
 
จุนซูเสียงนุ่มๆคือ ไม้ตายสุดท้ายที่ผมใช้ คนที่ยืนทำหน้าหวาดระแวง
จึงค่อยๆเขยิบเข้ามาใกล้ ทั้งที่ดวงตาเรียวยังหลุกหลิก
 
พอถึงระยะแขน ผมรีบคว้าคนไหล่สวยไว้หมับ รวบร่างที่สูงน้อย
กว่าผม มาไว้ในอ้อมกอด ตอนแรกร่างกายของจุนซูแข็งทื่อ สักพัก
ถึงผ่อนคลาย
 
คุนนี่ คุนนี่เสียงงึมงำตรงอก ทำให้ผมต้องกระชับอ้อมกอดเข้า
มาอีกก่อนที่จะ.........

โอ๊ยยยยยเสียงร้องลั่น ร่างที่อยู่ในอ้อมกอดเผ่นไปไกลกว่าเดิม
แต่ผมก็ไม่สนใจ เพราะว่าเบื่อที่จะเล่นด้วยแล้ว
 
 ดวงตาเรียวที่มีหยาดน้ำตาคลอเพราะความเจ็บแปล๊บซ้ำจุดเดิม
 หน้างอง้ำยิ่งไม่พอใจ เมื่อเห็นผมยิ้มกว้าง
 
 “ทำไมชอบแกล้งกันด้วย!!!! ปีศาจ!!!!!” คนที่พูดจบ ก็ตวัด
สายตาตัดพ้อต่อว่า ก่อนที่จะวิ่งหนีเข้าห้องตัวเอง ทำให้ผมยิ่งขบขัน
 
 
 
ปีศาจ หมายถึงอะไรครับ
คนที่หน้าตาอัปลักษณ์ มีปีกสีดำโบกสบัด
คนที่โหดร้าย คนที่รังแกคนที่อ่อนแอกว่า
คนที่ไม่เห็นอกเห็นใจผู้อื่น คนที่เห็นแก่ตัว
คนที่ใจบาปหยาบช้า
ถ้าเป็นเช่นนั้น ผมคงไม่ใช่........ ปีศาจ 
 
                                                           
 
ตี 5 เป็นเวลาที่ผมตื่นประจำ สมาชิกคนอื่นถึงแซวผมบ่อย เข้านอน
เร็ว ตื่นเช้า เหมือนคนแก่
 
ผมที่หัวยุ่ง หน้าบวม เดินออกมาจากห้อง เพราะรู้สึกคอแห้ง
พอมาถึงยังห้องนั่งเล่น ก็เห็นเงาตะคุ่มๆอยู่บนโซฟาตัวยาว
 ไฟไม่ได้เปิด มีเพียงแสงไฟจากทีวีทีพอส่องให้เห็นโครงร่าง
ถึงแม้จะไม่ชัดเจนแต่ผมก็รู้ว่าเป็นใคร
 
มานั่งอยู่มืดๆทำไม จุนซู เพื่อจะไปห้องครัว ผมต้องเดินผ่านหน้า
คนที่นั่งอยู่ เลยส่งเสียงทัก
 
เชอะเสียงขึ้นจมูก พร้อมหน้าที่สะบัดใส่ คงยังไม่หายงอนจาก
เรื่องเมื่อคืน
 
ผมไม่ใส่ใจแพนด้าขี้งอน เดินไปเปิดไฟในห้องครัว เสียบปลั๊ก
กระติกน้ำร้อน เปิดประตูตู้เย็น รินน้ำเย็นเฉียบจนเต็มแก้ว
 เดินถือกลับเข้าห้อง
 
อืมมม อยู่ไหนน้าผมวางแก้วน้ำ บนโต๊ะอ่านหนังสือ
เหลียวซ้าย แลขวา หาของที่ต้องการ
 
อ้ะ เจอแล้วผมคว้าของที่เพิ่งเจอติดมือ ดื่มน้ำในแก้วจน
หมด เดินออกมานอกห้อง ต้องผ่านคนที่นั่งอยู่เหมือนเคย ไม่มีคำ
ทักทายแต่ก็พอรู้ว่าสายตาเรียวจับจ้องผมไม่วางตา
 
กาละมังๆผมงึมงำ คนบ้านนี้วางของไม่เคยเป็นระเบียบ เอา
อะไรมาใช้ก็ไม่เคยเก็บเข้าที่เดิม ผมต้องเสียเวลาพักใหญ่กว่าจะหา
ของที่ต้องการเจอ
 
 ผมนำกาละมังไปรองน้ำร้อนที่เดือดพอดี พอกดน้ำร้อนได้สักครึ่ง
เปิดตู้เย็น นำน้ำเย็นเฉียบเทผสม ใช้มือทดสอบกะพอให้
อุ่นจัด ก่อนที่จะโยนผ้าขนหนูผืนเล็กยาวที่เดินถืออกมาจากห้องลง
ไป
 
ผมประคองกาละมังอย่างระมัดระวังไม่ให้น้ำอุ่นกระฉอกหก
รดขา นำไปวางไว้ตรงโต๊ะเล็กที่อยู่หน้าโซฟา คนที่นั่งบนนั้นปราย
ตามามองอย่างสงสัยแต่ไม่พูดอะไร
 
ผมลากเก้าอี้ ไปตรงหน้าคนที่นั่งดูทีวีอยู่ ตาเรียวไม่พอใจทันทีเมื่อ
เห็นผมทรุดลงนั่ง
 
นายจะมานั่งบังฉันทำไม ฉันจะดูทีวีใบหน้าขาวจัดขมวดมุ่น
 ผมไม่สนใจ คว้าขาข้างนึงของคนบ่นให้ขึ้นมาพาดอยู่บนต้นขาผม
 
โอ๊ะ ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย ใบหน้าเหยเกมาพร้อมกับเสียงดัง
ลั่น
 
ผมไม่ตอบ แต่ดึงขากางเกงนอนคนขี้โวยวายข้างที่อยู่บนต้นขา
ของผมขึ้น บิดผ้าขนหนูที่อยู่ในกาละมังพอหมาด แล้วนำผ้าอุ่นจัด
ประคบลงไปบนเข่าขาวซีด
 
พออากาศเย็นหน่อยอาการปวดเข่าของจุนซูจะกำเริบ และนี้คงจะ
ปวดจนนอนไม่หลับเลยมานั่งเป็นหมีแพนด้าอยู่อย่างนี้
 
 “นั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ผมค่อยๆใช้มือนวดเข่าคนที่ผมถาม
อย่างเบามือ
 
ตี3เสียงแหบแห้งที่ตอบกลับ ทำให้ผมต้องผ่อนน้ำหนักมือลงอีก
 
กินยาหรือยัง
 
ยาหมดคนนั่งหน้าซีดก้มหน้าตอบเสียงอ้อมแอ้ม
 
 “หมดตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมไม่ไปหาหมอเพื่อขอยา
 
ผมขมวดคิ้ว เงยหน้าถามเสียงเข้ม
 
 
เพิ่งหมด ยุ่งเลยยังไม่มีเวลาไปหา
 
เสียงอ่อนอ่อยที่ได้ยินทำให้ผมต้องถอนใจเฮือก งานยุ่งหรือขี้เกียจ
ไปกันแน่ แต่ก็ไม่อยากดุอะไรมาก เพราะหน้าเรียวซีดขาวจัด ขอบ
ตาดำคล้ำ ท่าทางเหมือนจะหลับมิหลับแหล่ ทำให้นึกสงสาร
 
ผมเอาผ้าที่ความร้อนค่อยๆจางออก ก่อนที่จะนำไปใส่ในกาละมัง
น้ำอุ่น  บิดผ้า แล้วนำมาประคบที่เดิมต่อ
 
ดีขึ้นไหม ยังปวดอยู่หรือเปล่าผมถามเสียงอ่อน
 
อืมมม ค่อยยังชั่วแล้ว ขอบใจนะเสียงนุ่ม ตาเรียวสะท้อนความ
ตื้นตัน ใบหน้าที่เริ่มมีสีเลือดทำให้ผมพอใจชื้นขึ้น
 
ผมก้มหน้า ใช้มือนวดเข่าขาวอีกครั้ง แต่รู้สึกถึงสัมผัสแผ่วเบาที่บน
ศรีษะ พอเงยหน้าขึ้นมา ก็เห็นคนที่นั่งอยู่บนโซฟากำลังใช้มือจัด
ผมที่คงชี้ตั้งของผมให้เข้าทรงอย่างเบามือ ผมจึงส่งยิ้มให้ ตาเรียว
สะท้อนความเก้อเขินทันที มือขาวผละออกจากศรีษะผมทันควัน
ก่อนจะก้มหน้างุด แต่ก็พอจะทันเห็นรอยซับสีเลือดจางๆทำให้ผม
อดขำอย่าง เอ็นดูไม่ได้
 
จุนซูเวลาโดนแกล้ง หน้าตาจะบูดบึ้ง ปากบางเม้มแน่น ตาเล็ก
เขียวปั๊ด ดูไป ดูมาก็น่ารักอยู่นะ แต่เวลาเขินนี้สิ น่ารักกว่าอีก
แล้วผมจะอดใจไม่แกล้ง ไม่แหย่ ไม่ยั่วให้โมโห ให้เขิน ได้ยังไงละ
 
น้ำในกาละมังคลายความร้อนจนเกือบเย็น ผมจึงโยนผ้าใส่ ดึงขา
กางเกงนอนตัวยาวให้คลุมเข่าขาวแล้วค่อยๆวางขาลง เดินไปเทน้ำ
ในกาละมังทิ้ง ล้างนิดหน่อยก่อนเก็บเข้าที่ บิดผ้าตากไว้แถวนั้น
เรียบร้อยแล้วก็ค่อยมานั่งข้างคนที่ตาแทบจะลืมไม่ขึ้นอยู่แล้ว
จับศรีษะทุยให้มาซบอยู่ที่ไหล่ผม
 
นอน... เดี๋ยวพอตื่นไปหาหมอกันผมสั่ง
 
อืมมมจุนซูตอบเสียงแผ่ว ค่อยๆหลับตาลง ผมนั่งดูทีวีที่เบา
เสียงจนเกือบไม่ได้ยิน รอลมหายใจของคนที่นั่งซบไหล่เป็นจังหวะ
สม่ำเสมอ ได้ยินเสียงกรนเบาๆ  ถึงค่อยปิดทีวี จับร่างที่หลับ
สนิทให้นอนไปตามความยาวของโซฟา จัดท่านอนให้ดูสบายที่สุด
ก่อนที่จะเดินไปเอาผ้าห่มในห้องผมมาคลุมให้ ปิดไฟในครัว
เรียบร้อยแล้วถึงเดินเข้าห้องตัวเอง
 
ผมนั่งอ่านหนังสือฆ่าเวลาจนใกล้ 8 โมงเช้า จึงเดินออกมานอก
ห้อง ยังไม่มีใครตื่นเหมือนเคย เจ้าพวกนี้ถ้าผมไม่ปลุกก็ไม่เคยตื่น
กันเอง ผมเดินไปหาคนที่นอนตะแคงหลับสนิทอยู่บนโซฟา ตาเล็ก
เรียวปิดสนิท ปากที่อ้าหน่อยๆ ทำให้ผมต้องอมยิ้ม
 
เวลานอนจุนซูเหมือนเด็กน้อยจริงๆ เอ๊ะ จะว่าไปนิสัยบางอย่างก็
เหมือนเด็กนะ ชอบงอน ขี้น้อยใจ ชอบให้คนๆมาเอาอกเอาใจ
พอไม่ได้ดั่งใจก็งึมงำ หงุงหงิง อยู่นั้น
 แต่ถ้ากับเรื่องดนตรียอมรับเลยว่าผมทึ่งในความตั้งใจจริงของจุนซู
มาก ดวงตาที่มักเอื่อยเฉื่อยจะสะท้อนความเอาจริง เอาจัง ที่เวลา
อื่นไม่ค่อยเห็นบ่อยนักทันที ทุกครั้งทีเห็นเวลาจุนซูทำงานเกี่ยวกับ
สิ่งที่เจ้าตัวรักที่สุด ท่าทางอย่างมืออาชีพ ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะ
มองอย่างชื่นชม
 
ผมใช้มือปัดผมสีน้ำตาลเข้ม ที่ยาวทิ่มหน้าทิ่มตาออกให้อย่างเบา
มือ  อยากให้นอนต่อหรอกนะ แต่ไปหาหมอแต่เช้าจะดีกว่า
เพราะบ่ายหน่อยพวกเรามีงาน
 
จุนซู ตื่นได้แล้วผมเขย่าไหล่สวยเบาๆ คนที่ทำเสียงงึมงำ อือ อา
แต่ไม่ยอมตื่นสักที ทำไมชอบให้ใช้วิธีนี้นักนะ แต่ถ้าไม่ทำก็คงไม่
ตื่น
 
ถ้านายไม่ตื่น ฉันจะหยิกนายให้ขียวทั้งตัวเลยผมก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูขาวจัด
 
 คนที่ตอนแรกเหมือนหลับสนิท ตาลี ตาเหลือก ลืมตาขึ้นมานั่ง ทำ
หน้าตาตื่น ทำให้ผมต้องหลุดขำ ตาที่พอหายง่วงงุนก็ค้อนผมขวับ
 
ปีศาจ
 
ผมยิ้มกว้างตอบรับคำต่อว่า ก่อนที่จะจับคางยาวให้ตาเรียว
เงยขึ้นสบตาผมตรงๆไม่ใช่ปากพูดแต่หน้ากลับก้มงุด
 
 “อยากให้ฉันเป็นปีศาจจริงๆเหรอ ผมพูดยิ้มๆ  ดวงตาคน
ตรงหน้าเบิกกว้างจนน่าขัน หน้าที่ขาวอยู่แล้วเหมือนจะขาวจัดยิ่ง
กว่าเดิม จุนซูส่ายหน้ายิก จนผมสีเข้มพริ้วไปมา
 
ไม่เอา เมื่อกี้ฉันพูดเล่น คุนนี่เป็นเทวดานะดีแล้ว
 
อ้า..... เทวดาอีกแล้ว ทำไมน้า ผมอยากลองเป็นปีศาจจริงๆจังๆสัก
หน่อยก็ไม่ได้
 
ไปอาบน้ำได้แล้วผมบอกพร้อมยื่นมือให้คนที่นั่งอยู่ใช้พยุงกาย
ลุกขึ้น จุนซูยิ้มกริ่มรีบจับมือ พอลุกขึ้นได้ก็โผมากอดหมับ
 
คุนนี่ คุนนี่ปากบางพร่ำเรียกแต่ชื่อผม
 
ผมส่ายหัว ไม่เข็ดเลยจริงๆคราวนี้เห็นว่าเจ็บขาอยู่หรอกนะ ผมเลย
ยอมให้จุนซูกอดผมพาเดินมายังหน้าห้องตัวเอง แล้วคนตาเรียวก็
คลายอ้อมกอด พลางส่งยิ้มระรื่นให้
 
เดี๋ยวเจอกันน้า
 
อืม รีบแต่งตัวเร็วๆละ
ผมสั่งทิ้งท้าย รอจนเจ้าของห้องปิดประตูเรียบร้อยแล้ว
ถึงเดินจากมา
 
 
 
Panda’s Answer
 
 คุณเคยเห็นปีศาจใจดีไหมครับ
 
 
 
 
 
ผมมองคนที่ยืนหันหลังอยู่ตรงกลางห้องนั่งเล่นอย่างมาดหมาย
คุณปู่ประจำวง คงมากินน้ำ ก่อนที่จะเตรียมเข้านอน
ทั้งที่ยังหัวค่ำอยู่เลย นอนเร็ว ตื่นเช้า ทำได้ไงก็ไม่รู้ ชิส์
ชุดนอนของนิชคุณ แค่เสื้อยืด กับ กางเกงวอร์ม
ก็ไม่รู้ว่าเสื้อยืดตัวมันเล็ก หรือ เจ้าของเสื้อตัวใหญ่
เพราะเสื้อที่ใส่พอดีตัวเป๊ะ เนื้อผ้าแนบสนิทกับไหล่กว้าง
และแผ่นหลังบึกบึน จนผมอดใจไม่ไหว ต้องกอดหมับจากด้านหลัง
คนที่แทบสำลักน้ำ ทำให้ผมหลบขำอยู่ตรงแผ่นหลังหนา
เล่นอะไรนะเหอะ เสียงดุไม่จริงจังทำให้ผมได้ใจ
กระชับแขนแน่นเข้าไปอีก นิชคุณนิ่งสักพัก วางแก้วน้ำในมือลง
ก่อนที่จะวาดแขนโอบไหล่รั้งตัวผมให้มาอยู่ข้างหน้า
คราวนี้หน้าผมก็ซุกอยู่ตรงอกแกร่งพอดี
นิชคุณโยกตัวผมไปมาเหมือนกล่อมเด็ก
ผมอมยิ้ม ไม่บ่อยครั้งนักที่นิชคุณจะยอมเล่นด้วย
 
สักพักเสียงทุ้มถึงสั่ง
 
ปล่อยได้แล้ว
 
ผมส่ายหัวปฏิเสธ เรื่องอะไรจะปล่อย
 
 “โอ๊ยยยยยย!!! เจ็บนะ!!! นิคคุณ!!!” ผมร้องลั่นเพราะรู้สึกเจ็บแปล๊บที่เอว
จนต้องรีบผละออกมาจากร่างสูงทันที
 
ผมมองคนที่ยืนส่งเสียงหัวเราะนุ่มๆอย่างไม่พอใจ กอดนิด กอดหน่อย
ก็ไม่ได้ ใจร้ายจริง ที่กับพวกน้องๆนะนิชคุณเป็นฝ่ายเข้าไป
กอดเองเลยด้วยซ้ำ เพราะผมอายุมากสุดเหรอ ถึงไม่ได้อภิสิทธิ์ใน
การเป็นฝ่ายถูกเอาอก เอาใจบ้าง
 
 
 “มาๆคนที่หยุดขำ กวักมือเรียกผมหยอยๆ ผมส่ายหน้ายิก ยังเจ็บ
ตรงที่โดนหยิกไม่หาย
 
ไม่แกล้งแล้ว มามะมือขาวผ่องที่กวักเรียก รอยยิ้มที่ประดับบน
ใบหน้าสวย ทำให้ผมเริ่มลังเล
 
จุนซูเสียงทุ้มนุ่ม ทำให้ใจผมสั่น สายตาอ่อนโยนที่มองมา  
เหมือนล่อลวงให้ไปหา แต่ทั้งที่รู้ว่าอาจจะเป็นกับดักแต่ผมกลับ
ยอมเสี่ยงที่จะตกหลุมพราง สาวเท้าเข้าไปใกล้
 
แขนเรียวขาวคว้าร่างผมไว้ในอ้อมกอด ผมตัวแข็งทื่ออย่าง
หวาดระแวง แต่เสียงหัวใจที่ดังเป็นจังหวะข้างหู กลิ่นหอมอ่อนๆที่
ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย จนผลอเบียดร่างเข้าไปในอ้อมแขนแกร่ง
นิชคุณทั้งอุ่น ทั้งหอม ไปทั้งตัว
 
คุนนี่ คุนนี่ผมเรียกคนที่กอดผมซ้ำไปซ้ำมาเหมือนละเมอ แต่ก็
ต้องตื่นจนได้เมื่อช่วงเอวตรงจุดเดิมเจ็บแปล๊บซ้ำอีกครั้ง
 
โอ๊ยยยยยยยยยยยคราวนี้ผมกระโดดถอยไปไกลลิบ ยืนกัดปาก
น้ำตาคลอ มองคนที่ยืนยิ้มชอบใจอย่างขุ่นเคือง
 
หน้าตา สวยงาม รอยยิ้มแสนหวาน เสียงทุ้มนุ่มหู มีไว้เพียงหลอกล่อให้เหยื่อตายใจ
 
ทำไมชอบแกล้งกันด้วย!!!!  ปีศาจ!!!!!”ผมตะโกนลั่น แต่คน
ที่นอกจากจะไม่ตอบคำถามแต่ยังยืนยิ้มกริ่มอย่างภาคภูมิใจกับ
คำที่ผมใช้เรียก ผมเลยทำได้เพียงวิ่งกลับเข้าห้อง ไม่
อยากจะยุ่งด้วยแล้ว คนใจร้าย
.
.
.
.
.
.
.
.
 
 
ผมนั่งถ่างตาดูทีวี เห็นเพียงภาพที่ผ่านวอบแวบ แต่ไม่รู้เรื่องราว
 ก็ตอนนี้ผมปวดเข่าจะแย่ อากาศเย็นหน่อยเป็นไม่ได้ อาการกำเริบ
ทุกที มันปวดถึงกับทำให้ผมต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาตอนตี 3 นอนงอก่อ
งอขิง อยู่ในห้อง สุดท้ายทำยังไงก็นอนไม่ได้จนต้องมานั่งที่
ห้องนั่งเล่น โดยที่ขาก็ยังปวดแปล๊บปล๊าบ ทั้งที่ง่วงจะตายชัก
 
มันเป็นอะไรที่ทรมานมาก พอตาจะปิด เริ่มจะเคลิ้มๆขาที่ปวดจี๊ด
ขึ้นมาก็ทำให้ต้องสะดุ้งโหยงตื่นอีก ผมเลยได้แต่นั่งตาดำคล้ำเป็น
แพนด้ารอให้อาการปวดทุเลาเอง
 
 พอตี 5  เสียงประตูห้องที่เปิดออกมา ทำให้ผมที่กำลังนั่ง
สัปปะหงก ต้องเงยหน้ามามอง ผมไม่ได้เปิดไฟตรงห้องนั่งเล่น
มีเพียงแสงจากทีวีเครื่องใหญ่เท่านั้นที่ส่องสว่าง แต่คนที่เดิน
ออกมา ผิวขาวจัดที่โผล่พ้นเสื้อ กับใบหน้าขาว สว่างราวกับพก
หลอดนีออนมาด้วย ผมสั้นสีเข้มชี้กระดกไม่เป็นทรง หน้าตายัง
งัวเงีย แต่ก็ไม่ได้บั่นทอนความดูดีของคนนี้ลงได้เลย
 
 “มานั่งอยู่มืดๆทำไม จุนซู คนที่เดินผ่านผมเพื่อจะไปยังห้องครัวถาม
 
 “เชอะผมสะบัดหน้าใส่ ยังเคืองกับเรื่องเมื่อคืนไม่หาย พอนึกถึงก็
เหมือนจะเจ็บๆตรงเอวขึ้นมาทันที
 
นิชคุณที่เห็นผมเมิน แทนที่จะถามผมว่าเป็นอะไร กลับมองแล้วก็
อมยิ้ม เดินตรงดิ่งไปยังครัว ผมยิ่งหงุดหงิด แกล้งเค้าแล้วยังไม่ง้อ
อีก
 
นิชคุณทำอะไรก๊อกแก็กในครัวอยู่สักพัก แล้วจึงเดินถือแก้วน้ำเข้า
ห้องตัวเอง สักพักหลอดนีออนเคลื่อนที่ก็ออกมาจากห้องอีกโดยมี
ผ้าเช็ดตัวสีขาวพาดบ่ากว้างมาด้วย คราวนี้นิชคุณไม่ทักทาย ทำ
เพียงเดินตรงดิ่งเข้าห้องครัวไปอีกครั้ง เสียงกดน้ำร้อน เสียงเปิด
ตู้เย็นดังให้ได้ยิน สักพักก็เดินประคองกะลามังมาตั้งไว้ตรงโต๊ะหน้า
โซฟาตัวที่ผมนั่ง แล้วก็ลากเก้าอี้มานั่งประจันหน้ากับผม จนผม
มองไม่เห็นทีวี
 
 นายจะมานั่งบังฉันทำไม ฉันจะดูทีวี
ผมพูดอย่างหงุดหงิด คนยิ่งปวดๆขาอยู่ ยังมากวนประสาทอยู่ได้
 แต่คนโดนบ่นกลับคว้าขาข้างที่เจ็บของผมขึ้นมาพาดต้นขาตัวเอง
 
 “โอ๊ะ ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย
ความปวดร้าวแล่นขึ้นมาเป็นริ้ว แทบทำให้ผมหน้ามืด จนผมต้อง
ทำเสียงดังใส่ แต่นิชคุณก็ไม่สนใจ ถลกขากางเกงผมขึ้น บิด
ผ้าขนหนูในกาละมังก่อนที่จะนำผ้ามาประคบที่หัวเข่าผม สัมผัส
อุ่นจัดทำให้ผมแทบสะดุ้ง แต่มันกลับช่วยบรรเทาความปวดที่หัว
เข่าได้อย่างรวดเร็ว ผมก้มมองมือขาวที่วางลงไปบนผ้าขนหนูแล้ว
ค่อยๆนวดเข่าผม
 
นั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่นิชคุณถามทั้งที่ตายังจับจ้องอยู่กับ
ภารกิจตรงหน้า
 
 “ตี3ผมตอบเสียงแหบ และก็รู้สึกได้ถึงน้ำหนักมือที่เบาขึ้น
กว่าเดิมทันที
 
 “กินยาหรือยัง
 
ผมไม่อยากตอบคำถามนี้เลยครับ
 
ยาหมดผมกะแล้วพอผมพูดจบ นิชคุณจะต้องเงยหน้ามาถามเสียงดุทันควัน
 
หมดตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมไม่ไปหาหมอเพื่อขอยา
 
เพิ่งหมด ยุ่งเลยยังไม่มีเวลาไปหาผมรีบแก้ตัว แต่ที่จริงผมคิดว่า
อาการตัวเองดีขึ้นแล้ว เลยขี้เกียจไปหาหมอ ดวงตากลมจับจ้องผม
อย่างรู้ทัน ผมเลยเสมองไปทางอื่น จะโดนดุอีกไหมเนี่ย
 
แต่ผมก็ได้ยินเพียงเสียงถอนหายใจยาว นิชคุณ เอาผ้าที่อยู่บนเข่า
ผมออก ก่อนที่จะจุ่มลงไปในกาละมังอีกครั้ง หลังจากบิดจนผ้า
หมาดก็นำมาประคบเข่าผมเหมือนเดิม
 
 “ดีขึ้นไหม ยังปวดอยู่หรือเปล่าเสียงนุ่มนวลที่ถาม ทำให้ผมต้อง
คร่ำครวญในใจ นิชคุณเป็นอย่างนี้ทุกที เวลาปกติ ชอบแกล้ง
ชอบยั่ว แถมปากร้าย ทำให้ผมโมโห ขุ่นเคือง น้อยใจอยู่บ่อยๆ 
แต่คนคนนี้ก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าผมกำลังปวดขาทั้งที่ผมไม่ได้พูด
ออกมาสักคำ และหลังจากนั้นผมก็จะได้ความอ่อนโยน เอาใจใส่
ห่วงใย สุดท้ายผมก็เลยไปไหนไม่รอด ต้องเป็นลูกแพนด้าอยู่ในอุ้ง
มือเทวดาตลอดไป
 
 
 “อืมมม ค่อยยังชั่วแล้ว ขอบใจนะ
 
 นิชคุณทำเพียงยิ้มน้อยๆ ตอบแทนคำขอบคุณ
 
หลังจากนั้น นิชคุณเปลี่ยนผ้าประคบพร้อมนวดเข่าผมอยู่สักพัก
โดยไม่พูดจาอะไรอีก ผมก้มมองศรีษะเล็กที่มีผมสีเข้มปกคลุม
ผมที่ชี้โด่เด่บางเส้น ทำให้ผมเผลอใช้มือลูบให้เข้าทรง  นิชคุณเงย
หน้ามามอง แววตากลมใสแจ๋วที่ได้สบ อ่อนโยนแทบทำให้ผม
ละลาย ปากได้รูปที่ยิ้มราวดอกไม้แย้มบาน ทำให้ผมใจเต้นแรง
ผมรีบละมือจากผมนุ่ม ก่อนก้มหน้างุด แต่ยังไม่วายได้ยินเสียง
หัวเราะเบาๆล่องลอยในอากาศให้ได้ยิน
 
ผมทั้งหมั่นไส้คนที่นั่งตรงหน้า ทั้งขัดเขิน แต่โคตรมีความสุข
 
ถ้าการกระทำอันแสนหวานที่ผมกำลังได้รับอยู่ตอนนี้ต้องแลกกับ
การถูกกลั่นแกล้งเล็กๆน้อยๆ ผมจะยอมแลกไหม มันแน่นอนอยู่
แล้วที่คำตอบจะมีเพียงหนึ่งเดียว
 
ผม……..ยอม
 
 
 
พออาการปวดเริ่มลดลง ความง่วงงุนก็เข้ามาครอบคลุมผมอีกครั้ง
ผมนั่งหาวหวอด  นิชคุณโยนผ้าลงกาละมัง ดึงขากางเกงนอนตัว
โปรดของผมลงมาคลุมเข่าก่อนบรรจงวางขาผมลง แล้วเดินถือกา
ละมังไปที่ห้องครัว ทำอะไรกุกกักสักพักก็เดิมกลับมานั่งเคียงข้าง
ผมบนโซฟา มือขาวจับศรีษะผมให้ซบที่ไหล่หนาอย่างนุ่มนวล
 
 “นอน... เดี๋ยวพอตื่นไปหาหมอกันเสียงที่เหมือนสั่งแต่กลับ
อ่อนหวานในความรู้สึกผมเหลือเกิน
 
อืมมมผมงึมงำตอบรับ ก่อนที่จะค่อยๆปิดเปลือกตา นิชคุณเบาเสียงโทรทัศน์จนแทบไม่ได้ยิน ผมขยับศรีษะให้ซุกซบไหล่กว้างที่ตำแหน่งเหมาะเจาะ สูดกลิ่นหวานๆจากคนข้างๆเข้าลึกเต็มปอด
ก่อนที่จะเข้าสู่ห้วงนิทรา อันแสนสงบสุข
 
 
 
 “จุนซู ตื่นได้แล้วเสียงแว่วๆที่ได้ยิน พร้อมไหล่ผมที่ไหวเบาๆ
อืมมมม เพิ่งนอนเอง ขออีกนิดแล้วกันนะ  ผมเลย อือ อา ใส่ ไม่ยอมลืมตา
 
ถ้านายไม่ตื่น ฉันจะหยิกนายให้ขียวทั้งตัวเลย
 
เสียงกระซิบข้างหู เล่นเอาผมต้องรีบลุกพรวดพราดทำหน้า
เหวอ คนที่นั่งมองผมที่คงทำหน้าประหลาดก็เลยหลุดหัวเราะ
 
ใจร้ายอีกแล้ว แกล้งกันอีกแล้ว คนจะนอนก็ไม่ให้นอน ผมตวัดตา
ใส่คนที่นั่งยิ้มกริ่ม
 
ปีศาจผมกระแทกเสียงใส่ แต่ตากลับก้มไปมองเข่าตัวเองที่ไม่
ค่อยรู้สึกปวดแล้ว
 
นิชคุณกลับใช้นิ้วเรียวงัดคางผมขึ้น จนตาตกๆของผมสบกับดวงตา
กลมๆวิบวับ
 
อยากให้ฉันเป็นปีศาจจริงๆเหรอ คนที่พูดยิ้มๆ แววตากับเสียง
ดูคาดหวังแปลก ๆ
 
นิชคุณพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง ถ้าผมบอกว่าอยากให้เป็นก็
จะเป็นเหรอ ผมขนลุกซู่ ก่อนที่จะส่ายหัวจนคอแทบหัก
 
 “ไม่เอา เมื่อกี้ฉันพูดเล่น คุนนี่เป็นเทวดานะดีแล้ว
 
นิชคุณมีสีหน้าผิดหวัง จนผมชักจะหนาวๆร้อนๆ ต่อไปผมจะไม่
แกล้งว่าเขาเป็นปีศาจแล้วดีกว่า เผื่อนิชคุณบ้าจี้อยากเป็นขึ้นมา
จริงๆ. โอ๊ยย แค่คิดผมก็ขนหัวลุกแล้ว
 
ไปอาบน้ำได้แล้ว คนที่ทำหน้าขรึมแต่มือขาวที่ยื่นมาให้ก็ทำให้
ผมยิ้มกว้าง จับมือคนใจดีเพื่อใช้พยุงตัวยืน แล้วก็เหมือนเดิมที่
ห้ามใจตัวเองไม่ได้จนต้องโผเข้าไปกอดนิชคุณแนบแน่น
 
 
 “คุนนี่ คุนนี่ผมเรียกชื่อคนที่ผมกอดซ้ำไป ซ้ำมา แต่คราวนี้นิช
คุณกลับไม่ว่าอะไรขณะที่เดินอย่างทุลักทุเล เพราะมีผมกอดไม่
ยอมปล่อยติดหนึบอย่างกับลูกลิง พามาส่งจนถึงหน้าห้องผม ผม
ถึงปล่อยคนตัวอุ่นหอม อย่างเสียดาย แต่ก็ยังยิ้มหวานส่งให้
 
 “เดี๋ยวเจอกันน้า
 
อืม รีบแต่งตัวเร็วๆละ
 
เสียงห้าวทุ้มสั่งอีกแล้ว แต่ภาพสุดท้ายที่ผมเห็นก่อนที่จะปิดประตู
ห้อง คือคนที่มีหน้าตางดงาม สายตาอ่อนโยน  ริมฝีปากบาง
ประดับด้วยรอยยิ้มหวาน ยืนส่งผมเข้าห้องจนกระทั่งบานประตูปิด
สนิท
 
 
Nichkhun is  Angel or Demon?
Junsu : (ยิ้มกว้าง ตาเลื่อนลอย) Angel ครัฟฟฟ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น