Part II : Nichkhun With Nuneo
หลังจากส่งจุนซูเข้าห้องเสร็จ ผมเดินไปเปิดประตูห้องข้างๆ ภายใน
ห้องมืดสลัว นั่งลงข้างเตียงที่เจ้าของนอนหลับอุตุไม่รู้เรื่อง รู้ราว
ผมมองจมูกโด่ง ก่อนที่จะใช้มือบีบไปที่จมูกนั้น สักพักคนที่หลับอยู่
พอรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก ทำท่าทุรนทุราย ตาใหญ่ลืมขึ้นปั๊ป
ผมก็ปล่อยมือออกจากจมูกทันที คนที่รีบสูดลมหายใจเข้าปอด
เฮือกใหญ่ พอหายใจทันก็ส่งเสียงโวยวาย โหวกเหวก
“เมื่อไหร่นายจะเลิกปลุกฉันอย่างนี้สักทีเหอะคุณ”
“ก็ปลุกอย่างอื่นมันเสียพลังงานฉันอะ ปลุกอย่างนี้แหละง่ายดี”
“ง่ายของนาย แต่ฉันเกือบตายทุกเช้าเลยนะ”คิ้วเข้มขมวดใส่
“งั้นที่หลังฉันไม่ปลุกก็ได้ นายตื่นเองละกัน”
ผมตัดความรำคาญก่อนที่จะลุกขึ้นเพื่อไปทำหน้าที่ต่อ แต่มือใหญ่
ที่เอื้อมมาจับข้อมือรั้งไว้ ทำให้ผมต้องก้มไปมอง
“ไม่เอา ให้นายปลุกนะดีแล้ว แต่คราวหน้าขอแบบนุ่มนวลกว่านี้ได้
ไหม”คนบนเตียงพูดเสียงอ่อน
“ได้...ฉันจะบีบจมูกนายเบากว่านี้ก็แล้วกัน”
ผมพูดหน้าตาเฉย แทคมันเลยได้แต่ทำหน้าตายู่ยี่ใส่ ก่อนปล่อยมือ
“ฉันให้นายหาวิธีปลุกที่นุ่มนวลกว่านี้ ไม่ใช่บอกให้บีบจมูกฉันเบา
กว่านี้เฟ้ย”
ผมเลิกสนใจ คนที่บ่นไม่เลิก เดินออกจากห้อง แล้วขึ้นบันไดไปชั้น
สอง ไล่เคาะประตูที่ติดกัน 3 ห้อง พร้อมเรียกชื่อเจ้าของห้อง เจ้า
น้องทั้ง 3 ปลุกไม่ค่อยยากเท่าไหร่ แค่นี้ก็คงตื่นกันหมดแล้ว
หลังจากปฏิบัติภารกิจที่เจ้าพวกนั้นยัดเยียดให้ผมเรียบร้อย ผมจึง
กลับเข้าห้องตัวเองเพื่อทำธุระส่วนตัวบ้าง หลังจากอาบน้ำใส่
เสื้อผ้าเสร็จ พอเงยหน้ามองกระจก ผมก็ต้องเบ้ปาก ทำไมวันนี้ดู
หน้าบวมๆจังว้า ผมข้างหน้าก็เริ่มยาวแล้วจะตัดสั้นดี หรือจะไว้ยาว
ดีเนี่ย ที่จริงผมชอบผมสั้นนะ มันดูแลง่ายดี แต่แฟนๆก็คร่ำ
ครวญอยากให้ ไว้ผมยาวจะดีกว่า
ผมปัดผมบางเส้นที่กระดกให้เข้าที่เข้าทาง ตาบวมปูดทั้งที่นอน
แต่หัวค่ำ สงสัยต้องเปลี่ยน Eye Cream แล้วมั้ง ยี่ห้อนี่ใช่ไม่ได้
เรื่อง แล้วอยู่ๆเสียงร้องเพลงดังลั่นจากชั้นบนทำให้ผมต้องสะดุ้ง
เฮือก
อีกแล้ว ทำไมจุนโฮชอบร้องเพลงเวลาอาบน้ำนักนะ และขนาดร้อง
อยู่ในห้องน้ำตัวเองเสียงยังดังลอดทะลุจนมาถึงห้องผมที่อยู่ชั้นล่าง
ให้ได้ยิน ผมก็ไม่เข้าใจว่าจุนโฮทำไมคอถึงยังไม่แตก ทั้งที่เล่นร้อง
เพลงเสียงดังอย่างนี้แทบทุกวัน
“จุนโฮ อย่าทำเสียงดัง”
แล้วผมก็ต้องตะโกนเตือนอย่างนี้ทุกวันเหมือนกัน แต่คราวนี้แทนที่
จุนโฮจะเงียบหรือเบาเสียงลงเหมือนทุกครั้ง แต่กลับตะเบ็งเสียง
ร้องเพลงดังกว่าเดิม
ผมเปลี่ยนสายตาจากที่แหงนเงยมองฝ้าเพดานเบื้องบนกลับมา
มองเงาตัวเองที่อยู่บนกระจกอีกครั้ง ดวงตากลมโตวาววับที่
สะท้อนให้เห็น ทำให้ผมต้องกระตุกยิ้มมุมปาก ที่จริงผมว่าจะ
ปล่อยเรื่องเมื่อวานให้ผ่านไปแล้วนะ แต่เจ้าเด็กน้อยก็ยังทำให้ผม
นึกถึงอีกจนได้
ผมใช้มือจัดผมให้เป็นรูปเป็นทรงอีกครั้ง ขณะที่เสียงร้องเพลงจาก
ชั้นบนก็ยังดังอยู่อย่างต่อเนื่อง มองซ้าย มองขวาดูตัวเองในกระจก
อีกที เสื้อสีขาวสกรีนลายธงชาติที่แฟนคลับให้ พอดีตัวราวกับสั่ง
ตัดเข้ากันกับกางเกงยีนส์ขายาวสีซีด คว้าแว่นตากับหมวกที่เตรียม
ไว้ตั้งแต่เมื่อคืน สำรวจความเรียบร้อยภายในห้องว่าปิด
เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว ถือเป้ใบโปรดที่ใช้ประจำ
ปิดไฟ แล้วเดินออกมานอกห้อง
ผมวางเป้ หมวกและแว่นตาไว้ที่โต๊ะตรงห้องนั่งเล่น เสียงประตูห้อง
ที่เปิดออก พร้อมร่างสูงใหญ่ของเพื่อนสนิทที่แต่งตัวยังไม่เรียบร้อย
ใส่เพียงกางเกงยีนส์สีเข้ม ท่อนอกยังเปลือยเปล่า
“ทำไมวันนี้จุนโฮ มันแหกปากร้องเพลงเสียงดังจังวะ”
คนที่อุตส่าห์โผล่หน้าเพื่อมาถามไถ่ ทำให้ผมต้องส่งยิ้มไปให้
ก่อนจะหมุนตัวเดินขึ้นบันไดเพื่อไปชั้นสอง
“เฮ้ยๆ ไอ้คุณ แกจะทำอะไรวะ”
เสียงทักโหวกเหวกที่ได้ยิน ทำให้ผมยืนค้างอยู่ตรงกลางบันได
หันหลังกลับไปมอง
“ไอ้คุณ ลงมาเลย เดี๋ยวฉันไปจัดการจุนโฮเอง”
แววตาตื่นตระหนก เสียงระล่ำระลัก แต่ผมกลับทำเพียงพูด
เสียงเนิบ
“ไม่ต้อง ฉันไปคุยกับน้องเอง”
ใบหน้าซีดเผือดของแทคยอนทำให้ผมชักสงสัยตัวเองเหมือนกันว่า
ตอนนี้ผมทำหน้ายังไง ผมก็ว่าผมกำลังยิ้มอยู่น้า
ผมสาวเท้าขึ้นไปยังห้องเป้าหมายเสียงเพลงหยุดแล้ว จุนโฮ คง
อาบน้ำเรียบร้อย ผมเคาะประตู รอเสียงบอกให้เข้าไปได้ ก่อนที่จะ
หมุนประตูลูกบิดเปิดเข้าไป ภายในห้องกว้างที่มีเตียงตั้งอยู่กลาง
ห้อง เพราะเจ้าของบอกว่าตั้งไว้อย่างนี้เวลาเหนื่อยจะได้ล้มตัวลง
นอนได้เลย
จุนโฮ ที่คงเพิ่งออกจากห้องน้ำ มีผ้าเช็ดตัวพันอยู่เฉพาะช่วงล่าง
ผมหยักโศกตอนนี้เปียกลู่แนบศรีษะ หยดน้ำยังเกาะพราวเต็มทั้ง
อกแบนเรียบและใบหน้าเล็ก เด็กน้อยที่แววตาวูบไหวทันทีที่เห็น
หน้าผม แต่แล้วตาเล็กก็เปลี่ยนมาสะท้อนแววดื้อรั้น
ทำตาอย่างนี้ไม่น่ารักเลยน้า
“มะ มี อะไรครับพี่คุณ”
เสียงที่ตะกุกตะกัก ทำให้ผมอมยิ้ม ขณะที่สาวเท้าไปใกล้ ส่วนมือ
กลับไล้ไปที่โต๊ะที่มีเครื่องมือสำหรับแต่งเพลงที่วางชิดผนังด้านนึง
ฝุ่นเต็มเลย ทำไมไม่ทำความสะอาดกันบ้าง
ผมคิดในใจ แล้วค่อยเปลี่ยนสายตากลับมาจับจ้องไปยังเจ้าของ
ห้องที่เหมือนจะเขยิบห่างทุกครั้งที่ผมเฉียดใกล้
“ไม่มีอะไรหรอกครับ แต่อยากจะคุยกับจุนโฮ นิดหน่อย”
ผมพูดเสียงอ่อน ขณะก้าวเอื่อยเฉี่อย
“คุยทีหลังได้ไหมครับ ขอผมแต่งตัวก่อน”
เสียงที่อ้อนขอ แต่แววตากลับล่อกแล่ก หลุกหลิก
“อืมมม เอางั้นหรือครับ”
ผมทำหน้าครุ่นคิด มองไปยังคนที่ตอนนี้ยืนอยู่หน้าเตียงตัวเอง
“แต่พี่อยากคุยตอนนี้”
“เหวอ...”
เสียงน้องร้องลั่นหลังจากทีผมเข้าประชิดตัว จุนโฮล้มไปนอนหงาย
บนเตียงกว้าง ผมใช้มือทั้งสองข้างจับข้อมือเล็กกดไว้เหนือศรีษะ
ส่วนเข่าผมข้างนึง ไปๆมาๆทับอยู่บนผ้าเช็ดตัว แทรกอยู่ระหว่างขา
เล็กทั้งสองข้าง ได้ยังไงก็ไม่รู้ ตาเล็กเบิ่งกว้างตื่นตกใจ ผมเลยส่ง
ยิ้มปลอบใจไปให้
“พะ พี่ คุณ ทำอะไรอะ ทำไมต้องคร่อมผมอย่างนี้ด้วย”
“โทษที พอดีพี่เดินสะดุดนะ แล้วพี่ก็อยากคุยกับจุนโฮด้วย”
ก็จุนโฮ เดินไปเดินมา จนผมปวดหัว ผมเลยให้น้องนอนอยู่บนเตียง
จะได้ไม่ต้องเดินให้เมื่อยขา
“แล้วทำไมต้องคุยท่านี้ด้วยครับพี่”
เสียงโมโหดังลั่น ทำให้ผมต้องจุ๊ปาก
“ทำเสียงดังอีกแล้วนะครับ ไม่เจ็บคอบ้างหรือไง”
“ปล่อยผมเลยนะพี่คุณ”
ผมมองร่างเล็กที่พยายามบิดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุมเงียบๆ
ผ่านไปสักพักเจ้าตัวเล็กถึงรู้ว่าทำไปก็ไร้ประโยชน์ จุนโฮหอบแฮก
ดวงตาเรียวที่เริ่มจะวาวโรจน์ทำให้ผมต้องปราม
“อย่าทำให้พี่เจ็บนะครับ เดี๋ยวพี่จะคุมอารมณ์ไม่อยู่”
คำเตือนทำให้คนที่ทำท่าจะยกเข่าขึ้นต้องลดลงโดยพลัน
“งั้นพี่คุณจะคุยอะไรก็รีบๆเลย”
เสียงแข็งๆที่ได้ยิน ทำให้ผมต้องส่ายหน้า เผลอเลื่อนเข่า
ตัวเองขี้นสูง ทำห้ผ้าเช็ดตัวของคนที่อยู่ใต้ล่างเลิกขึ้นมา แถมปม
ผ้าเช็ดตัวก็เหมือนจะคลายออกหน่อยๆ
ใบหน้าเล็กตื่นตะหนก ปากอ้าค้าง ก่อนร้องเรียกผมเสียงหลง
“พี่คุณณณณณ”
“ว่าไงครับ”
ผมก้มหน้าลงไปถาม หน้าอกคนที่นอนอยู่ใต้ร่างกระเพื่อมขึ้นลง
ดึงดูดความสนใจ จนต้องเลื่อนสายตาลงไปมอง ขนาดออกกำลัง
กายอย่างหนักแล้วนะ แต่กล้ามเนื้อก็ยังไม่ค่อยมี ซิกส์แพคก็ยังไม่
ค่อยเห็น
“พะ.....พี่คุณมองอะไรนะ”
เสียงตื่นๆทำให้ผมต้องเลื่อนขึ้นกลับไปมองหน้าเจ้าของเสียง
“ก็มองอกจุนโฮ”
ผมตอบเสียงซื่อ แต่ทำไมถึงทำให้น้องใบหน้าแดงก่ำกว่าเก่าก็ไม่รู้
“เอ๋ หรือจะให้พี่มองอย่างอื่น”
ผมถามอย่างสงสัย น้องจะให้ผมมองอะไรว้า ผมเลยเลื่อนสายตา
ลงอีกแต่เสียงทักท้วงจากคนใต้ร่างทำให้ผมหยุดชะงัก
“ไม่ต้องมองอย่างอื่นเลยพี่ มองหน้าผมพอ มองหน้าโผมมมมมม”
ได้สิครับ ผมตามใจน้องจะตาย น้องบอกให้มองหน้า ผมก็เลยมอง
ใบหน้าเรียวยาว ขาวเผือด ตาเล็กๆที่ตอนนี้เหมือนจะเบิ่ง
กว้างได้กว่าปกติดูน่ารัก น่าชัง จมูกโด่งเล็กเป็นสัน ปากบางๆสี
แดงสด
“ไม่ต้องมองหน้าผมแล้วพี่ มองไปทางอื่นเลย”
ปากน้อยๆสั่งผมอีกแล้ว เอาแต่ใจตัวเองจัง จะให้ผมมองไปทาง
ไหนอีกละครับเนี่ย มองหน้าก็ไม่ให้มอง มองต่ำกว่าหน้าก็ห้ามอีก
ผลสุดท้ายตาผมก็ยังจับจ้องอยู่ที่ตาน้อยๆคู่นั้นเหมือนเดิม
ผมนะสบายๆอยู่แล้ว ให้มองหน้าน้องอยู่อย่างนี้นานแค่ไหนก็ได้ ก็
จุนโฮหน้าตาน่ารักออก แต่ ศรีษะเล็กกลับเบือนไปทางซ้ายที
ทางขวาที เงยหน้าขึ้น ก้มหน้างุด สุดท้ายก็ถอนใจยาว ก่อนที่จะ
ประสานสายตากับผมอีกครั้ง
“ผะ ผมขอโทษ”
เสียงแผ่วทีได้ยิน ทำให้ผมเลิกคิ้วข้างนึง พักนี้หูผมไม่ค่อยจะดี เลย
ต้องก้มหน้าลงไป ก่อนกระซิบถามที่หูเล็กที่แดงจัดของคนที่นอน
อยู่ใต้ร่าง
“ว่าไงนะครับ พี่ไม่ได้ยิน”
“ฮือออออ ผมขอโทษคร๊าบบบพี่ ผมจะไม่ร้องเพลงในห้องน้ำอีกแล้ว”
เสียงบอกลั่น ร่างที่สะท้าน ดวงตาทีเริ่มมีหยาดน้ำมาคลอ ดูน่า
สงสาร ผมเลยรีบปลอบ
“พี่ไม่ได้ว่าสักหน่อยที่จุนโฮจะร้องเพลง แต่พี่สงสัยว่าพอพี่เตือนให้
เบาเสียงแล้วทำไมจุนโฮไม่ทำตาม ไม่ได้ยินที่พี่บอกหรือครับ”
“ไม่ได้ยินครับพี่ ผมไม่ได้ยินที่พี่เตือน”
เสียงอุบอิบบอกมาพร้อมกับตาเรียวที่เสไปมองทางอื่นอีกแล้ว
“พี่กะแล้วว่าจุนโฮไม่ได้ยินจริงๆด้วย เพราะพี่รู้ว่าจุนโฮคงไม่ดื้อกับ
พี่หรอกจริงไหมครับ”
ผมถามยิ้มๆ
“ครับพี่คุณ ไม่ดื้อครับ”
คนที่พยักหน้าหงึกหงักรับรองทำให้ผมคลายมือออกนิดหนึ่ง
“อะ ยังมีอีกเรื่อง”
คนที่ตอนแรกทำหน้าตาโล่งอก เปลี่ยนมาทำหน้าตาตื่นเมื่อผม
กระชับข้อมือเล็กอีกครั้ง
“เมื่อวานพี่บอกให้นอนแต่หัวค่ำ ทำไมยังคุยเล่นกับององยันตีสอง
ครับ”
“ผมไม่ง่วงอะครับพี่ เหงา ก็เลยชวนององคุย” จุนโฮทำเสียงหงอย
“งั้นเหรอครับ แล้ววันนี้จะไม่ง่วงอีกไหมครับ พี่จะได้มาเล่นด้วย จุน
โฮจะได้ไม่เหงาทั้งคืนเลย”
ผมรีบเสนอ เพราะนึกสงสารน้อง ผมเป็นพี่ที่ไม่ได้เรื่อง
เลย ปล่อยให้น้องเหงาได้งัยเนี่ย แต่จุนโฮกลับหน้าซีดหนักกว่าเก่า
“ไม่ต้องครับพี่ วันนี้ผมจะนอนแต่หัวค่ำคร๊าบบบ”
น้องผมนี่น่ารักทุกคนจริงๆ สงสัยผมต้องให้รางวัลสักหน่อย
ผมก้มหน้าลงไปอีกครั้ง ขยับเข่าขึ้นอีกนิด ผมรู้สึกได้ถึงร่างเล็กข้าง
ใต้ที่แข็งทื่อ เกร็งไปหมดทั้งตัว เสียงสูดลมหายใจเข้าลึก พร้อมตา
หวาดหวั่นตื่นตระหนก ปากเล็กๆอ้าค้างแต่กลับไม่มีเสียงหลุดรอด
ยิ่งผมเลื่อนใบหน้าเข้าใกล้เท่าไหร่ ก็ยิ่งได้กลิ่นหอมกรุ่นของครีม
อาบน้ำจากผิวนุ่ม อืมมมกลิ่นนี้ก็หอมดีเหมือนกัน เดี๋ยวต้องถาม
จุนโฮหน่อยแล้วว่าใช้ครีมอาบน้ำยี่ห้ออะไร
“เด็กดี”
ผมกระซิบชมข้างหูน้อง แล้วถึงคลายมือที่จับอยู่ ลุกขึ้นยืน
อย่างรวดเร็ว
“รีบแต่งตัวนะครับจะได้ลงไปกินข้าวกัน”
ผมไม่รอฟังคำตอบ เดินออกมาจากห้องเพราะรู้ว่าจุนโฮต้องทำตามที่ผมบอก
ผมกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อคิดถึงตรงนี้ ใช่ ยังไงน้องทุกคนก็ต้องเชื่อฟังผมอยู่แล้ว
น้องผมทุกคนนะ น่ารักจะตาย

คุณกล้าพอที่จะทำให้เทวดาโกรธไหมครับ
“เข้านอนได้แล้วครับ จุนโฮ”
เมสเสจที่ส่งจากพี่ชายคนรองที่มาเข้ามือถือผม
ทำให้ผมต้องเบ้ปาก เพิ่งสามทุ่มเอง
ผมไม่ใช่พี่คุณนะจะได้รีบนอนแต่หัวค่ำ
และผมก็ไม่ใช่อูยองที่จะเชื่อฟังทุกคำที่พี่คุณบอก
ผมไม่เข้าใจเจ้าเด็กแก้มอูมนั้นจริงๆ
ทั้งที่ถ้ามีคนรัก ตามใจขนาดนั้น ก็น่าจะกล้าดื้อรั้น
กล้าที่จะเอาแต่ใจตัวเองมากกว่านี้สิ
แต่นี้อารายยยย แค่พี่คุณปรายตามอง
เจ้าด้งที่กำลังทำท่าทะเล้น กลับหยุดโดยทันที
และแค่โดนพี่คุณพูดเสียงขรึม คิ้วเข้มขมวดใส่นิดนึง
อูยองก็แทบจะร้องไห้ น้ำตาแตก
ครั้งหนึ่งผมเคยถามเจ้าด้งว่า
เคยไม่เชื่อฟังพี่คุณบ้างไหม เจ้าด้งพยักหน้าหงึก
ยกนิ้วขึ้นชู 1 นิ้ว เหมือนจะบอกว่ามันกล้าแค่ครั้งเดียว
แต่พอถามต่อ แล้วพี่คุณทำยังไงเมื่อโดนเด็กที่อยู่ในโอวาท
มาตลอดดื้อใส่ เจ้าด้งเงียบกริบ
หน้ากลมกลับซีดเผือด ท่าทางหวาดกลัว
ทำให้ผมยิ่งประหลาดใจแกมสงสัย
และถึงแม้ผมจะเค้นถามยังไง เจ้าเด็กแก้มห้อยก็ไม่ยอมบอก
พึมพำ แต่ว่าน่ากลัวๆ อยู่อย่างนั้น
ผมก้มมองข้อความที่ส่งมาจากเทวดารูปงามอีกครั้ง
ยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนที่จะลบข้อความนั้นทิ้ง
ผมไม่ใส่ใจ ไม่สนใจ ยิ่งพอเจ้าหมี ององ ส่งข้อความเข้ามาทักทาย
ผมก็คุยเล่นอยู่กับสองคนนั้น สุดท้ายกว่าผมจะได้นอนก็เกือบตีสอง
.
.
.
.
.
“ก็อก ก็อก” ”ตื่นได้แล้วครับ จุนโฮ” เสียงเคาะประตู พร้อมเสียง
ของนาฬิกาปลุกรุ่นเดินได้ ทำให้ผมต้องงัวเงียลืมตาตื่น
นอนเล่นอยู่บนเตียงอีกสักพัก ก่อนที่จะตัดใจลุกเข้าห้องน้ำเพราะ
กลัวจะเผลอหลับไปอีกรอบ
พอเข้ามาอยู่ในห้องน้ำ ผมก็เริ่มร้องเพลงทันที ผมชอบเสียงผมที่
มันก้องกังวานอยู่ในห้องน้ำที่สุด ฟังแล้วเพราะเป็นบ้า
“จุนโฮ อย่าทำเสียงดัง”
เสียงคุ้นเคยที่ดังมาจากชั้นล่าง ทำให้ผมต้องขมวดคิ้ว ก่อนเปลี่ยน
มาอมยิ้ม
คราวนี้ผมเลือกที่จะตะโกนร้องเพลงดังกว่าเดิม แทนที่จะเบาเสียง
ลงเหมือนทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเตือน
อยากลองยั่วโมโหเทวดาใจดี
พี่คุณไม่ส่งเสียงตะโกนขึ้นมาเตือนผมอีก ทำให้ผมต้องแอบหัวเราะ
ในใจ เหอะ เจ้าด้งไม่รู้จักทำอย่างผม ยังไงพี่คุณก็ตามใจพวกน้องๆ
อย่างกับอะไรดี แทนที่จะเอาแต่ใจตัวเองให้เต็มที่ มัวแต่กลัวพี่คุณ
อยู่ได้
ผมคว้าผ้าเช็ดตัวมาพันเอวหลังจากอาบน้ำ สระผมเสร็จ ก่อนที่จะ
เดินออกมาจากห้องน้ำ เพื่อจะหาผ้าขนหนูอีกผืนมาซับน้ำที่อยู่
ตามร่างกายกับผมที่เปียกโซก แต่เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้น ทำให้ผม
ต้องรีบบอกให้เข้ามาได้ ก่อนที่จะเอะใจ คนที่มารยาทดีจนต้อง
เคาะประตูก่อนเข้าห้องคนอื่น ก็มีอยู่เพียงคนเดียว คือ พี่คุณ
คนที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เสื้อยืดพอดีตัว ลายธงชาติประเทศ
บ้านเกิดของพี่เขาที่แฟนคลับคงให้มา แนบกระชับกับอกกว้าง เห็น
เสื้อนูนตามกล้ามอกอย่างชัดเจน ขายาวอยู่ในกางเกงยีนส์สีสวย
คนที่ส่งยิ้มมาให้ แต่ทำไมผมถึงรู้สึกแปลกๆ
สัญชาตญาณบางอย่างส่งเสียงเตือนให้ระวังคนตรงหน้า แต่ผม
กลับปัดความคิดนั้นออกจากหัว เหอะ พี่คุณจะมีอะรายยย ทำได้
แค่ดาร์กใส่พี่แทค กับพี่จุนซูเท่านั้นแหละ กับพวกน้องๆยังไงพี่คุณก็
ยังต้องเป็นเทวดาใจดีอยู่วันยันค่ำ
“มะ มี อะไรครับพี่คุณ” เสียงผมติดๆขัดๆ จนผมยังแปลกใจ เป็น
อะไรฟระตรู
พี่คุณอมยิ้ม อีกแล้วผมรู้สึกแปลกๆอีกแล้ว พี่คุณค่อยเยื้องย่างเข้า
มาใกล้ผม แต่มือขาวกลับไล้ไปที่โต๊ะที่วางพวกเครื่องไม้ เครื่องมือ
ที่ใช้แต่งเพลงของผม ก่อนก้มมองมือที่คงเต็มไปด้วยฝุ่น เพราะผม
ไม่เคยจะทำความสะอาดเลย คิ้วหนาเข้มขมวดมุ่น ผมค่อยๆเขยิบ
เพื่อรักษาระยะห่างระหว่างผมกับพี่คุณอย่างไม่รู้ตัว
“ไม่มีอะไรหรอกครับ แต่อยากจะคุยกับจุนโฮ นิดหน่อย”
เสียงนุ่มเป็นกังวานแปลกๆ เสียงกรีดร้องในใจเหมือนให้ผมระวัง
ตัวดังขึ้นอีกแล้ว
“คุยทีหลังได้ไหมครับ ขอผมแต่งตัวก่อน”
ผมเชื่อสัญชาตญาณตัวเองหน่อยดีกว่ามั้ง สายตาก็มองหาทาง
หนีที่ไล่โดยอัตโนมัติ
“อืมมม เอางั้นหรือครับ”
พี่คุณทำท่าชั่งใจกับข้อเสนอ แต่สายตากลมคมกริบกลับจับจ้องอยู่
แต่ที่หน้าผม
แปลก.... แปลกจริงๆด้วย
“แต่พี่อยากคุยตอนนี้”
และกว่าผมจะฉุกคิดได้ อยู่ดีๆโลกก็เหมือนหมุนอย่างรวดเร็ว
จากที่ตอนแรกผมยืนอยู่ตรงปลายเตียงกับกลายเป็นว่านอนหงาย
หลังเงิบอยู่บนเตียงนอนของตัวเอง โดยที่มือของผมถูกมือแกร่งจับ
กดอยู่เหนือศรีษะทั้งสองข้าง แถมเข่าพี่คุณข้างนึง ดั๊นนน มาอยู่
กลางหว่างขาทับผ้าเช็ดตัวผมอีก จนผมแทบจะไม่กล้าหายใจ
เพราะกลัวไอ้ปมผ้าเช็ดตัวที่พันไว้มันจะหลุดออกมา
ตาผมตอนนี้คงจะโตเท่าไข่ห่าน และพอเห็นพี่คุณที่ยังยิ้มหวานให้
ผมได้ทั้งที่อยู่ในท่าแสนหวาดเสียว ผมถึงคิดออก ไอ้ที่ผมรู้สึก
แปลกๆตั้งแต่พี่คุณเข้ามาในห้อง เพราะพี่คุณยิ้มให้ผมก็จริง แต่พี่
คุณยิ้มแค่ปาก แต่ตากลมโตคู่สวยกลับว่างเปล่า เย็นชา และไอ้ท่า
เดินย่างสามขุม ที่ต้อนผมจนมาอยู่แถวเตียงนอน ก็เหมือนกับสิงโต
ที่เดินต้อนเหยื่ออย่างใจเย็น แล้วสุดท้ายเหยื่อตัวอ้วนก็พลาดท่า
นอนรอสิงโตใช้คมเขี้ยวขบกัด
“พะ พี่ คุณ ทำอะไรอะ ทำไมต้องคร่อมผมอย่างนี้ด้วย”
ผมระล่ำ ระลักถาม ใจเต้นแรงรัวเร็ว กับใบหน้าพี่คุณที่อยู่ใกล้ ใกล้
จนเกินไป
ธรรมดาผมก็เคยเห็นหน้าพี่คุณแบบใกล้ชิดหรอกนะ อย่างเวลา
ถ่ายนิตยสาร ถ่ายโฆษณาหน้าแทบจะแนบกันก็เคย แต่มันก็ไม่เคย
เห็นในลักษณะที่ผมต้องอยู่ใต้ร่างของคนเป็นพี่อย่างนี้
ใบหน้าชาวจัดที่ห่างเพียงคืบทำให้ผมเผลอกลั้นหายใจ ปากอิ่มได้
รูปสวย จมูกโด่งเป็นสัน และขนตายาวตรงล้อมกรอบ
ดวงตากลม ดำสนิท ที่พอจ้องเข้าไปก็เหมือนจะโดนดูดให้หลงวน
จนหาทางออกไม่เจอ
“โทษที พอดีพี่เดินสะดุดนะ แล้วพี่ก็อยากคุยกับจุนโฮด้วย”
สะดุดบ้าอะไรครับ พี่คุณขัดขาผมให้ล้มจนนอนแอ้งแม้งชัดๆ
“แล้วทำไมต้องคุยท่านี้ด้วยครับพี่”
ผมใช้เสียงดังข่มความหวาดหวั่น พี่คุณจ้องหน้าผมนิ่งก่อนจะจุ๊
ปากเบาๆ
“ทำเสียงดังอีกแล้วนะครับ ไม่เจ็บคอบ้างหรือไง”
เสียงที่เป็นห่วง เป็นใย ขัดกับมือขาวที่กดอยู่ตรงข้อมือ
ผมเริ่มนิ่วหน้า ยังไม่ถึงขั้นเจ็บ แต่มันเริ่มอึดอัด
“ปล่อยผมเลยนะพี่คุณ”
ผมโวยวายก่อนพยายามดึงข้อมือให้หลุดจากอุ้งมือหนา แต่ยิ่งบิด
ข้อมือเท่าไหร่ คนที่คร่อมผมอยู่ก็เหมือนจะเพิ่มแรงกดลงมาอีก
สายตาคม มองดูผมเหมือนนักล่า ที่ดูเหยื่อที่กำลังทุรนทุราย
พยายามหนีจากกรงเล็บ อย่างเฉยเมย ไร้ความรู้สึก จนผมชักจะ
เริ่มกลัวจับใจ พี่คุณไม่เคยมองน้องอย่างเย็นชาแบบนี้
หน้าอกผมกระเพื่อมขึ้นลงอย่างเหน็ดเหนื่อย สุดท้ายเมื่อเห็นว่าดิ้น
ไปก็ไร้ประโยขน์ ผมเลยพยายามเปลี่ยนความหวาดกลัวเป็นกราด
เกรี้ยว
“อย่าทำให้พี่เจ็บนะครับ เดี๋ยวพี่จะคุมอารมณ์ไม่อยู่”
คำพูดเย็นเยีบบที่ได้ยิน ทำให้ผมที่กำลังจะตีเข่าใส่คนที่คร่อมอยู่
ด้านบนรีบลดขาโดยทันที
อารมณ์.....อารมณ์อะไรครับพี่ ผมหน้าซีดหนักกว่าเก่า
“งั้นพี่คุณจะคุยอะไรก็รีบๆเลย”
ผมพยามพูดให้เสียงห้วนที่สุด ทั้งที่ในใจสั่นระรัว มือไม้เย็นเฉียบ
พี่คุณพอได้ยินผมพูดเสียงแข็ง ก็ส่ายหน้าเหมือนระอา แต่ดวงตา
กลับเป็นประกายแวบวับ แล้วพี่คุณก็ค่อยๆเลื่อนเข่าข้างที่ทับอยู่
บนผ้าเช็ดตัวผมขึ้น ทำให้ผ้าที่เคยยาวพ้นหัวเข่าเลื่อนตามจนมาอยู่
เหนือเข่า ผมใจหายวาบ แถมไอ้ปมผ้าเช็ดตัวก็เหมือนจะหลุดมิ
หลุดแหล่ ผมลมแทบจับกลับสภาพล่อแหลมของตนเอง จน
ต้องร้องเสียงลั่น
“พี่คุณณณณณ”
“ว่าไงครับ”
คนที่ก้มหน้ามาถามผมเสียงเรียบ ใบหน้าขาวใส เลื่อนเข้ามาใกล้
จนปลายจมูกโด่งแหลม แทบจะสัมผัสกับปลายจมูกผม และยิ่ง
สายตาคมที่ค่อยๆเลื่อนจากใบหน้าผม ไปยังลำคอ ถึงแผ่นอกที่
หอบระรัว แถมยังมองต่ำลงไปอีกจนถึงช่วงท้องที่ราบเรียบไร้ทั้ง
ไขมัน และไร้ทั้งกล้ามเนื้อของผม
ตอนนี้ในอก ในหัวผมว่างเปล่าไปหมด กับสายตาที่ไม่ได้จาบจ้วง
แต่ทำไมมันเหมือนกับมีมือเล็กๆมาไล้ตามเรือนร่างผม จนหัวใจผม
เต้นละโลดแรง ลมหายใจหอบถี่ ใบหน้าร้อนผะผ่าว
“พะ...พี่คุณมองอะไรนะ”
กว่าผมจะหาเสียงตัวเองเจอก็สักพัก สายตาที่หลุบต่ำ ค่อยเลื่อน
กลับขึ้นมามองหน้าผมเหมือนเดิม แต่คำตอบที่ได้รับ ผมก็แทบ
อยากจะจมหายลงไปในที่นอนตัวเองเสียเดี๋ยวนั้น
“ก็มองอกจุนโฮ ”
“เอ๋ หรือจะให้พี่มองอย่างอื่น”
คนที่ทำหน้าซื่อตาใสถาม ก่อนที่จะเลื่อนสายตาลงไปต่ำกว่าหน้า
ผม ต่ำกว่าอก เพื่อที่จะไปต่ำกว่า....
“ไม่ต้องมองอย่างอื่นเลยพี่ มองหน้าผมพอ มองหน้าโผมมมม”
ผมรีบสั่งเสียงหลง จะมองต่ำไปหนายยยยยยยย
คนที่ค่อยๆเลื่อนสายตากลับมาประสานสายตากับผม แต่มุมปากที่
ยกยิ้ม และไอ้ตากลมๆของพี่คุณที่มองหน้าผมนี่สิ พี่แกเล่นกวาด
มองอย่างตั้งใจ ตั้งแต่ตาตี่ๆ จมูกเล็กๆ สุดท้ายอ้อยอิ่งอยู่ตรงริม
ฝีปากผม จนผมต้องเผลอเม้มปากแน่น
“ไม่ต้องมองหน้าผมแล้วพี่ มองไปทางอื่นเลย”
คราวนี้คนที่อยู่เหนือตัวผม ไม่ยอมทำตาม กลับใช้ตาคู่สวยคมกริบ
จ้องเข้าไปภายในตาตี่ๆของผมแบบไม่ยอมหันเหไปไหน สุดท้ายผม
เลยได้แต่หันคอไปทางซ้ายที ขวาที เงยหน้ามองเพดานบ้างละ ก้ม
หน้าบ้างละ แต่ผมก็ยังรู้สึกถึงสายตาที่จับจ้องใบหน้าผมไม่วางตา
ฮืออออ เค้าไม่อยากอยู่อย่างนี้แล้วอะ เมื่อไหร่พี่คุณจะออกจาก
ห้องไปเสียที แต่ผมไม่ยอมแพ้หรอก อยากจ้องก็จ้องไป อยากมอง
ก็มองไป อยากจะคร่อมผมอยู่อย่างนี้ก็ทำปายยยยย
.
.
.
.
.
“ผะ ผมขอโทษ”
ผมกระซิบ หลังจากพ่ายแพ้กับเกมจ้องตาที่เล่นไม่ถึง 5 วินาที
คนหน้าขาวเลิกคิ้วเข้ม
แล้วพี่คุณจะก้มหน้าลงมาอีกทามมมมมายยย
คราวนี้ผมตัวแข็งทื่อ กลั้นหายใจ ริมฝีปากได้รูปสวยที่เคลื่อนเข้า
มาใกล้ทุกที ทำให้ผมหลับตาปี๋ เค้าขอโทษแล้วนะ
“ว่าไงนะครับ พี่ไม่ด้ยิน” เสียงทุ้มข้างหูผม ทำให้ผมขนลุกซู่
“ฮือออออ ผมขอโทษคร๊าบบบพี่ ผมจะไม่ร้องเพลงในห้องน้ำอีกแล้ว”
ผมรีบหลับหูหลับตาตะโกนบอกลั่นห้อง ตัวเริ่มสั่นสะท้าน ขอบตา
เริ่มร้อนผะผ่าว
“พี่ไม่ได้ว่าสักหน่อยที่จุนโฮจะร้องเพลง แต่พี่สงสัยว่าพอพี่เตือนให้
เบาเสียงแล้วทำไมจุนโฮไม่ทำตาม ไม่ได้ยินที่พี่บอกหรือครับ”
เสียงที่ถามนุ่มนวลขัดกับแววตาแข็งๆที่จ้องมองเล่นเอาผม
สะท้านเยือก
“ไม่ได้ยินครับพี่ ผมไม่ได้ยินที่พี่เตือน”
ผมรีบปฏิเสธปั๊ป ส่วนตาเจ้ากรรม กลับมองทางอื่นปุ๊ป ไม่ค่อยมี
พิรุธเลยนะตรู
“พี่กะแล้วว่าจุนโฮไม่ได้ยินจริงๆด้วย เพราะพี่รู้ว่าจุนโฮคงไม่ดื้อกับ
พี่หรอกจริงไหมครับ”
คนที่ถามผมด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่ผมกลับเห็นเหมือนแววข่มขู่ใน
สายตา
“ครับพี่คุณ ไม่ดื้อครับ”
ผมให้ค่ำมั่น พร้อมพยักหน้ายืนยัน ผมเข็ดแล้วครับ เข็ดไปจนตาย
ถ้าพี่คุณบ่น พี่คุณว่า อย่างที่พี่จุนซูทำ เวลาผมกวนประสาท
หรือไล่ทุบ ไล่ถองผม อย่างพี่แทคทำตอนผมเกรียนใส่ ผมยังไม่
หวาดกลัวเท่ากับปากอิ่มที่แย้มยิ้ม แต่ตากลมกลับเย็นชา ไร้
ความรู้สึก ที่มาพร้อมกับท่าทางชวนหวาดเสียวอย่างนี้เลย
แรงที่กดลงบนข้อมือผมคลายนิดหนึ่ง พอผมจะถอนใจยาวอย่าง
โล่งอก มือแข็งก็บีบลงตรงข้อมือผมอีกครั้ง
“อะ ยังมีอีกเรื่อง”
มีอะไรอีกคร๊าบบบบบพี่
“เมื่อวานพี่บอกให้นอนแต่หัวค่ำ ทำไมยังคุยเล่นกับององยันตีสอง
ครับ”
ผมสะดุ้งเฮือก พี่คุณรู้ได้งัยฟระ แต่พอนึกออกก็แทบอยากจะตบหัว
ตัวเอง เมื่อคืนผมดันแกล้งององโดยการทวิตข้อความที่ผมคุยกับอง
อง ให้ชาวโลกได้รับรู้ เทวดาประจำวงเราก็พลอยรู้ไปด้วย
“ผมไม่ง่วงอะครับพี่ เหงา ก็เลยชวนององคุย”
ผมพูดเสียงอ่อย ช้อนตาขึ้นมามองปริบๆ
สงสารผมแล้วใช่มั้ยครับพี่ ถ้ายังงั้นก็ปล่อยมือผมสักที
เหอะคร๊าบบบบ
“งั้นเหรอครับ แล้ววันนี้จะไม่ง่วงอีกไหมครับ พี่จะได้มาเล่นด้วย จุน
โฮจะได้ไม่เหงาทั้งคืนเลย”
พี่คุณทำเสียงเห็นใจ ก่อนจะพูดประโยคที่ผมฟังแล้วต้องแทบกัด
ลิ้นตัวเอง กับการที่พูดแถ แก้ตัวส่งๆ แต่ ไปๆมาๆดัน โดนตลบหลัง
“พี่จะมาเล่นด้วย” “ไม่เหงาทั้งคืน”
ผมทวนสองประโยคนี้ในใจ ซ้ำไป ซ้ำมา อย่างหวาดหวั่น
ก่อนที่จะระล่ำระลักรีบปฏิเสธความหวังดีของพี่คุณ
“ไม่ต้องครับพี่ วันนี้ผมจะนอนแต่หัวค่ำคร๊าบบบ”
แล้วผมก็ได้รอยยิ้มหวานตอบแทน แต่เข่าพี่คุณกลับดันขึ้นสูงอีก
ครั้ง ใบหน้าขาวใสก้มลงมาอีกหน
ฮืออออ ทำไมพี่คุณต้องแกล้งผมอย่างนี้ด้วย แค่ไม่เชื่อฟังนิดเดียว
ทำไมต้องลงโทษกันอย่างนี้ด้วยอะ ผมจะร้องไห้อยู่แล้วนะ
ผมตัวแข็งอย่างกับหิน สูดลมหายใจอย่างตื่นตระหนกแต่ก็เหมือน
แทบจะไม่มีอากาศเข้าปอด จนต้องอ้าปากเพื่อให้อากาศเข้าไป
บ้าง ยิ่งใบหน้าพี่คุณเข้าใกล้ผมมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งหายใจไม่ออก
มากเท่านั้น
“เด็กดี”
เสียงทุ้มหวานมาจากปากอิ่มที่ใกล้จนสัมผัสกับติ่งหูผมเบาๆ
เล่นเอาผมขนลุกซู่
แล้วร่างสูงก็คลายมืออย่างรวดเร็ว ยันกายลุกขึ้นอย่างนุ่มนวล
“รีบแต่งตัวนะครับจะได้ลงไปกินข้าวกัน”
คนที่สั่งทิ้งท้ายอีกครั้งก่อนจากไป ทิ้งผมที่นอนหงาย ไร้เรี่ยวแรงอยู่
บนเตียง ผมสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ หลังจากเหมือนขาด
อ๊อกซิเจนมาหลายนาที ก่อนจะเม้มปากแน่น พยายามขยับเขยื้อน
ร่างกายเพื่อที่จะไปทำตามคำสั่ง แต่ร่างกายกลับแข็งทื่อ สายตา
จับจ้องอยู่บนเพดานห้องราวกับว่าไม่ได้เห็นมาเนิ่นนาน ยกข้อมือ
ขึ้นมาดู พี่คุณใช้แรงกดทำให้ผมขยับเขยื้อนไม่ได้ แต่ข้อมือผมกลับ
ไม่มีรอยแดงแม้แต่น้อย ไม่ทิ้งร่องรอยที่แสดงถึงความใจร้ายไว้เลย
ไม่มีหลักฐานให้เอาผิดคนที่เปลี่ยนร่างจากเทวดากลายเป็นซาตาน
ได้สักนิด
น้ำใสๆที่ไหลออกมาจากปลายหางตา ทำให้ผมต้องรีบ
ใช้มือปาดทิ้ง
ตอนนี้ผมคิดว่าผมเข้าใจคำว่า “น่ากลัว” ของอูยองแล้ว
Nichkhun is Angel or Demon?
Junho : (เหลียวซ้าย แลขวา ก่อนตะโกนลั่น) Demon !!!!!!!!
ชอบมากค่ะ
ตอบลบ