วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2556
Fic TaecKhun :OS - Welcome
Warning : ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมาเท่านั้นโปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน
“กลับมาแล้วก๊าบบบ”
ผมส่งเสียงโหวกเหวกตั้งแต่ยังไม่เปิดประตูบ้าน แต่พอเข้าไปภายใน
กลับเงียบสนิท
ผมดูนาฬิกาข้อมือ 6 โมงเย็น ที่จริงตอนนี้นิชคุณน่าจะกลับจากไป
ทำงานเป็นอาสาสมัครแล้วนี่นา จุนโฮ อูยอง ก็น่าจะไม่มีงาน ส่วนจุนซู
ช่างมันเหอะครับ ผมรู้ว่าเจ้าแพนด้าตาตกก็คงอยู่แต่ห้องอัดอีก
เหมือนเดิม
“พี่แทค” เสียงทักของคนที่เดินลงบันไดมาจากชั้นสอง ทำให้ผมแปลกใจ
คนที่ไม่คิดว่าจะอยู่กลับอยู่
“เฮ้ย ชานซองไม่ได้อยู่บ้านเหรอ”
เจ้าหมีเมื่ออาทิตย์ที่แล้วมันผ่าตัดไส้ติ่งครับ พอออกจากโรงพยาบาลก็
เลยไปให้พ่อ แม่ประคบประหงม เลี้ยงดู ปูเสื่ออยู่ที่บ้าน
“พรุ่งนี้มีงานแฟนไซน์งัยครับ พี่แทคลืมแล้วเหรอ”
“ไม่ลืม แต่ฉันคิดว่านายจะให้พี่ชินชอลเลยไปรับที่บ้าน ไม่นึกว่าจะ
กลับมาบ้านพัก”
“ขี้เกียจให้พี่ชินชอลขับรถวนไปมานะครับ ก็เลยให้พ่อมาส่งวันนี้ดีกว่า”
“แล้วมานานยัง”
“ก่อนพี่แทคไม่ถึงครึ่งชั่วโมงครับ”
น้องเล็กที่ตอนนี้ดูผอม จนหน้าเรียว เห็นจมูกโด่ง กับปากหยักสวย
ชัดเจน ผมสีน้ำตาลเข้มปรกข้างหน้าจนดูเยาว์วัยกว่าเคย
“แล้วคนอื่นไปไหนหมดวะ”
ผมเดินลากกระเป๋าเข้าห้ อง เหนียวตัวอยากอาบน้ำเต็มแก่
“พี่จุนซู อยู่ห้องอัด ส่วนจุนโฮ กับ อูยองไปบริษัท พี่คุณยังไม่กลับจาก
มูลนิธิครับ”
เจ้าหมีเดินตามเข้ามาในห้องส่วนปากก็รายงานเจื้อยแจ้ว
ก่อนที่จะนั่งลงบนเตียง
“แล้วนายเป็นไงบ้าง”
“ไม่เจ็บแผลแล้วครับ แต่ยังเดินเร็วๆไม่ค่อยได้”
“แล้วนายจะเดินเร็วๆทำไมเล่า ค่อยๆเดินแหละดีแล้ว
เดี๋ยวแผลแตกกันพอดี”
“คร๊าบบบ”
ผมไขว้แขนถอดเสื้อออกจากตัว หันมาอีกทีเจ้าตัวดีก็เปลี่ยนจากนั่งเป็น
นอนบนเตียงผมแล้ว
“แล้วพรุ่งนี้ไหวมั้ย” ผมถามอย่างเป็นห่วงที่จริงก็ไม่อยากจะให้ชานซอง
ไปทำงานพรุ่งนี้เท่าไหร่ แต่ก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ จาก 6 เหลือแค่ 4 ก็แย่พอ
อยู่แล้ว
“โอ๊ยยย ไหวครับพี่ ได้ไปเจอหน้าแฟนๆจะได้หายเร็วๆ”
“ถ้าไม่ไหวก็บอกนะ อย่าฝืน”
“คร๊าบบบ”
“นอนไปก่อนนะ พี่ขออาบน้ำก่อนเดี๋ยวจะออกมาคุยด้วย”
“ก๊าบบบ”
เจ้าเด็กที่ทำเสียงล้อเลียน หัวเราะร่าเมื่อผมทำตาขวางใส่
ผมคว้าผ้าเช็ดตัวก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องน้ำ
อาบน้ำ สระผม เรียบร้อย ก็เดินออกมาโดยมีผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่
พันรอบเอว ส่วนมือก็ใช้ผ้าผืนเล็กเช็ดผมหนาเบาๆ
“พี่แทค ไปเที่ยวสนุกไหม”ชานซองผงกหัวมาถาม
“สนุกสิ แต่ต้องถามทางคนเค้าไปทั่ว บางคนก็พูดภาษาอังกฤษไม่ได้
รัวภาษาอิตาลีใส่จนฉันละมึน ไปผิด ไปถูก”
เสียงหัวเราะร่วนดัง หลังจากฟังผมเล่าประสบการ์ณที่ไปผจญภัย
ในอิตาลีคนเดียว
ผมเช็ดผมพอหมาดก็ไปคว้ากางเกงวอร์มมาสวม กะให้ผมแห้งสักหน่อย
แล้วค่อยใส่เสื้อกล้าม แต่เสียงเปิดประตูด้านหน้าบ้านที่ได้ยิน ทำให้เจ้า
หมีที่นอนกลิ้งเกลือกอยู่บนที่นอนผมทำหูตั้ง
“พี่คุณ กลับมาแล้วมั้ง” ชานซองรีบกระวีกระวาดลงจากเตียงท่าทางดีใจ
ยิ่งกว่าเจอผมที่ไม่ได้เห็นหน้ามาเป็นอาทิตย์เสียอีก ผมเลยเดินลากขา
ตามมันไปด้วย
เจ้าตัวดีพอเปิดประตูห้องออกไปได้ก็ผวาไปหาพี่ชายคนรอง ที่ท่าทาง
เหมือนเหน็ดเหนื่อยแต่หน้าตาดูอิ่มเอิบ สดใส ยิ่งพอเห็นหน้าน้องเล็กก็
ส่งยิ้มหวานพร้อมตาเป็นประกายระยับมาทันที
“พี่คุณๆ”ชานซองเข้าไปนัวเนียคนที่เพิ่งเดินเข้าบ้าน ราวลูกหมาตัวโตขี้
ประจบ
“ชานซอง เป็นไงบ้างครับ”
นิชคุณลูบหัวโตของคนที่เข้ามาใช้มือโอบรอบเอว ซุกหัวเข้าซอกคอ
ตัวเองอย่างออดอ้อน
“เวลาเดินยังขัดๆอยู่เลยครับพี่คุณ”คนที่ทำหน้าตาหน้าสงสารบอกเสียง
อ่อย จนผมต้องขมวดคิ้ว
“ยังเจ็บแผลอยู่เหรอครับ”คนฟังนิ่วหน้า
“ครับพี่”
หืมมม ไหนแกบอกว่าไม่เจ็บแล้วไง
“แล้วทำไมไม่อยู่ที่บ้านต่อละครับฝืนมาทำไม”
เสียงนุ่มคล้ายดุแต่ก็รู้ว่าไม่จริงจัง
“คิดถึงพี่คุณนะครับ”
ไอ้หมีหยอดเสียงหวาน ตาคมมองคนตรงหน้าเยิ้มซะ
โอ๊ะ........... ไอ้หมีตอแหลลลลล
บอกผมอย่าง แต่พอเจอหน้าไอ้คุณก็พูดอีกอย่าง
“555 พี่ก็คิดถึงชานซองเหมือนกันครับ”นิชคุณหัวเราะร่า ใบหน้าบาน
แฉ่งถูกใจ แล้วก็กอดเจ้าน้องเล็กตัวโตอย่างรักใคร่
เอิ่ม... นี้ผมต้องทนดูเพื่อนสนิทกับน้องเล็กจีบกันอีกนานไหมครับเนี่ย
คุณ นายก็ไม่ได้เห็นหน้าฉันมาตั้งอาทิตย์เหมือนกันนะ คิดถึงฉันบ้างไหม
เนี่ย และเหมือนคุณมันจะอ่านใจผมออกครับ มันปรายตามาพอดี แต่พอ
เห็นผมก็ขมวดคิ้ว ก่อนที่จะกวาดสายตาจากบนลงล่าง จากล่างขึ้นบน
แล้วก็เบะปากใส่
“แทค ทำไมนายทั้งอ้วน ทั้งดำอย่างนี่วะ”
ฉึกกกกกกกกกกก เจ็บจี๊ดดดยันยอดอกเลยครับ
ไอ้คุณ ท่าแกจะทักฉันอย่างนี้ ทำเป็นไม่สนใจฉันดีกว่ามั้ยและ เสียง
ขลุกขลักกลั้นหัวเราะของชานซองก็ยิ่งทำให้ผมหงุดหงิด
“พี่คุณกินอะไรมายังครับ”
ตอนนี้ชานซองมันหมดความสนใจผมแล้วครับ มันหายใจเข้า หายใจ
ออกเป็น “พี่คุณ” อย่างเดียว
“ยังครับ แล้วชานซองล่ะ”
“ผมรอกินพร้อมพี่คุณครับ”
“รอพี่ทำไมละครับหิวก็กินเลย” คุณถึงแม้จะพูดอย่างนั้นแต่หน้าก็ปลื้ม
ซะที่น้องรอกินข้าวด้วย
“ฉันก็หิวเหมือนกัน งั้นไปกินข้าวกันเหอะ” ผมทะลุกลางปล้องพูดขึ้นมา
แต่คนตาโตกลับหันมามองผมอย่างตำหนิ
“ไปเช็ดผม ให้แห้ง ใส่เสื้อให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยมากินข้าว”
เสียงนุ่มสั่ง ก่อนที่แทบจะประคองไอ้หมีจอมออเซาะไปโต๊ะกินข้าว ทิ้ง
ผมให้ยืนอึ้งอยู่คนเดียว
แง่ง..... นิชคุณ ทำท่าราวกับผมออกเที่ยวข้างนอก ไปเช้าเย็นกลับ ไม่
เหมือนกับคนที่ไปต่างประเทศไม่เจอหน้ากันตั้งอาทิตย์ คำว่าคิดถึงไม่
เคยมี เจ้าหมียังดีเสียกว่ายังถามผมว่าเป็นไงบ้าง แต่กับไอ้เพื่อนสนิทพอ
เจอหน้าก็มีแต่คำบ่น ต่อว่า
ความอยากอาหารของผมลดลงฮวบจนต้องเดินกระแทกเท้าเข้าห้อง
ไม่กง ไม่กิน แมร่งแล้วเว้ย
หลังจากที่ผมแห้ง สวมเสื้อเรียบร้อย คงเพราะยังเพลียกับการนั่ง
เครื่องบินหลายชั่วโมง แถมล้าๆในใจยังไงก็ไม่รู้
ตอนแรกก็ว่าจะนอนรอคนมาง้อเรียกให้ไปกินข้าว เอ้ยยย ไม่ใช่ครับ
คิดว่าจะ นอนเล่นสักครู่ แต่ไปๆมาๆกับหลับสนิท รู้สึกตัวอีกทีก็เกือบ
สี่ทุ่ม
ร่างกายที่อ่อนเพลียเริ่มกระปรี้กระเปร่าขึ้น แล้วก็เริ่มหิว ผมจึงเดิน
ออกมานอกห้องเพื่อหาอะไรกิน เหลือบตาไปเห็นกับข้าวที่แบ่งไว้
เรียบร้อย แต่ผมอยากกินอะไรอุ่นๆร้อนๆไม่หนักท้องมากกว่า
เพราะไม่อยากจะอ้วนไปกว่านี้ ให้คนค่อนแคะได้อีก
ผมได้ยินเสียงประตูห้องเปิด แต่ก็ไม่ได้หันไปมองหรอกครับว่าเป็นใคร
“ทำอะไรอ่ะ” เสียงคุ้นหูทักมาจากด้านหลัง
“อุ่นนมกิน” ผมเทนมเย็นเฉียบใส่แก้วกระเบื้อง
“ขอด้วย”
ผมเลยต้องไปเอาแก้วมาอีกใบ เทนม ก่อนที่จะยัดแก้วทั้งสองเข้า
ไมโครเวฟ
สักพักผมก็หยิบแก้วกระเบื้องที่มีนมอุ่นจัดมาวางไว้ตรงหน้าคนที่นั่งรอ
อยู่ก่อน แล้วถึงเดินถือแก้วตัวเองไปนั่งเก้าอี้ที่อยู่ตรงกันข้าม
นมที่อุ่นจนเกือบร้อน แค่จิบก็แทบลวกลิ้น จนต้องเบ้หน้า
“เป็นอะไร”
“นมมันร้อน”
“ไม่ใช่ นายโมโหอะไร”
“เปล่า” ผมจะโมโหอะไรละครับ ก็แค่นมมันร้อนก็เท่านั้น
“โกหก”คำพูดกล่าวหาทำให้ผมต้องเงยหน้ามาประสานสายตากับตา
กลมโตที่จ้องผมเขม็ง นิชคุณยังไม่แตะเจ้าของที่ตัวเองอยากกินแม้แต่
น้อย
“ฉันไม่ได้โกหก”
“ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนายเพิ่งมองหน้าฉันตรงๆตอนนี้เอง แล้วจะไม่ให้ฉันคิด
ว่านายโมโหฉันอีกเหรอ”
“แล้วนายทำอะไรให้ฉันต้องโมโหล่ะ” ผมย้อนถาม
“ก็นั้นนะสิ ฉันคิดยังไง ก็คิดไม่ออกเลยต้องมาถามนายไง”
นิชคุณทำหน้าสงสัยจริงจัง
“นิชคุณ เทวดาผู้แสนดี จะไปทำให้ใครโมโหได้”
ผมพูดเสียงเรียบ แต่หน้านิชคุณกลับซีดเผือดจนผมใจกระตุก
“อย่า...พูด.... อย่างนั้น” เสียงคล้ายสำลักกับคำพูดแต่ละคำที่หลุดออก
จากปาก ทำให้ผมชาวาบไปทั้งตัว
“ฉัน ไม่ใช่เทวดา เป็นแค่คนธรรมดาที่ทำผิดได้” เสียงเบาแผ่วแทบไม่ได้
ยิน ดวงตากลมหลุบต่ำ พอผมมองตามก็เห็นมือขาวที่กุมอยู่กับแก้วนมที่
ยังไม่ได้แตะต้อง มือที่กุมแก้วนมร้อน อย่างไม่กลัวมือพอง กำแน่นจน
เห็นข้อนิ้วปูดขาวชัดเจน
ผมรีบโน้มตัวไปแงะมือที่จับอยู่ที่แก้วนมออก พอหงายฝ่ามือก็เห็นว่าโดน
ความร้อนจนตอนนี้แดงจัด
“ฉันขอโทษ”ผมพึมพำ ขณะลูบฝ่ามือขาวไปมา พยายามให้คลายความ
ร้อนที่มือให้มากที่สุด
“ขอโทษฉันทำไม นายโกรธฉันไม่ใช่เหรอ”
“ฉันไม่เคยโกรธนาย... คุณ ไม่..เคย..ทำ...ได้”
เสียงผมหนักแน่น... ช้า....ชัด
ดวงตากลมเงยขึ้นมาสบ...มองนิ่ง
ก่อนที่ปากอิ่มบางจะค่อยๆแย้มยิ้มราวดอกไม้คลี่บาน
อา.....ผมคิดถึงรอยยิ้มนี้จัง
“ถ้าอย่างนั้นนายงอนฉันเรื่องอะไร”
“ฉันไม่...”
ผมพูดไม่ทันจบ แต่ดวงตาใสแจ๋วที่จ้องเขม็งทำให้ต้องถอนหายใจเฮือก
“ก็แค่นิดหน่อย”
“เรื่อง...”
“ก็ตั้งแต่ฉันกลับมา นายไม่เห็นสนใจถามไถ่ฉันเลยว่าเป็นยังไง สบายดี
ไหม เที่ยวสนุกรึเปล่า ประคบประหงมเอาใจแต่ไอ้หมี แถมมาว่าฉันอ้วน
ว่าฉันดำอีก”
นิชคุณนั่งฟังผมระบายยืดยาว ตอนแรกทำหน้าประหลาดใจ แต่แล้วตา
กลมก็ค่อยๆระริกไหว ปากบางเม้มแน่นคล้ายพยายามกลั้นหัวเราะ ทน
ฟังผมบ่นจนจบ แล้วถึงค่อยปล่อยเสียงหัวเราะเบาๆสดใส ให้ผมต้อง
มองตาขวาง
ดู๊....ยังมีหน้ามาหัวเราะเยาะเค้าอีก เค้าน้อยใจอยู่นะ
ผมปล่อยมือที่เห็นว่าหายแดงแล้วทันควัน เมินหน้าไปทางอื่น
“แทค นายลืมอะไรไปหรือเปล่า”นิชคุณพูดกลั้วหัวเราะ
“ลืมอะไร” ผมหันขวับถามเสียงห้วน
“ตอนที่นายอยู่อิตาลี ตั้งแต่วันแรกที่นายไปถึงจนกระทั่งวันสุดท้ายที่นาย
อยู่ที่นั้น นายโทรหาฉันทุกวัน วันละเป็นชั่วโมง เล่าโน้น เล่านี้ ลง
รายละเอียดซะจนฉันแทบจะหลับคาโทรศัพท์ แล้วพอนายกลับมาคิดว่า
ฉันจะมีคำถามอะไรเหลือถามนายอีกเหรอ”
เออ..... จริงวะ
“แล้วที่บอกฉันเอาใจชานซอง โธ่... ก็น้องเพิ่งไปผ่าตัดมานะ แล้วตั้งแต่
น้องออกจากโรงพยาบาลก็เพิ่งวันนี้ ที่ฉันได้เจอหน้าชานซอง เพราะฉัน
ไปเยี่ยมน้องถึงบ้านไม่ได้ ต้องให้น้องเป็นฝ่ายมาหาเท่านั้น นายก็รู้”
เออ.....ก็ใช่
“และที่ว่านายอ้วน นายดำขึ้น ไอ้ข้อนี้ฉันไม่เถียงเพราะฉันพูดจริง แต่
นายว่าที่ฉันพูดมันไม่จริงเหรอ”
คนที่พูดจบก็ยื่นท่อนแขนขาวจัดของตัวเองมาเทียบสีกับท่อนแขนใหญ่
ล่ำของผม สีผิวที่ตัดกันฉับ ชัดเจนกว่าที่เคย ทำให้ผมต้องหัวเราะแห้งๆ
“แล้วดูหน้าสิบวมจนแก้มออกแล้ว” นิชคุณโน้มตัวมาใช้มือดึงแก้มผม
คล้ายหมั่นเขี้ยว
ผมจับมือที่กำลังละออกจากใบหน้าผมมากุมไว้ ก่อนหัวเราะเบาๆเพราะ
เถียงไม่ออก
“กินนมกันดีกว่าก่อนที่มันจะเย็น” ผมเสพูด นิชคุณทำหน้ารู้ทันว่าผม
เปลี่ยนเรื่องแต่ก็ไม่พูดอะไร มือข้างที่ไม่ได้โดนผมจับไว้ คว้าแก้วนมมา
จิบ
เราสองคนนั่งดื่มนมกันเงียบๆภายใต้บรรยากาศ....สงบ
มือที่กุมกันไว้ข้างนึง...อบอุ่น
หลังจากจัดการทำความสะอาดแก้วเรียบร้อย ผมหาวหวอด
จนคนที่ยืนมองต้องรีบสั่ง
“พรุ่งนี้มีงาน ต้องตื่นแต่เช้า ไปนอนได้แล้ว”
“อืมมม” ผมหาวอีกหวอด แต่ขณะที่มือกำลังจับที่ลูกบิดประตูก็ได้ยิน
เสียงลอยตามลม
“Welcome Home Taec”
ผม...... อ๊ค แทคยอนกลับถึงบ้านแล้วครับ
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
...คิดถึงแทคแบบนี้จัง ตั้งแต่เล่นละครไป ตระเวนเล่นคอนไปกลับเหมือนนั่งรถทัวร์
ตอบลบดูเหมือนช่างห่างไกลเราจริงๆ...